- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 140 : ฆ่าผู้ฝึกยุทธขั้นเปลี่ยนพลัง!
บทที่ 140 : ฆ่าผู้ฝึกยุทธขั้นเปลี่ยนพลัง!
บทที่ 140 : ฆ่าผู้ฝึกยุทธขั้นเปลี่ยนพลัง!
บทที่ 140 : ฆ่าผู้ฝึกยุทธขั้นเปลี่ยนพลัง!
“พวกเรามีเวลาเหลืออีกแค่ครึ่งชั่วยาม โชคดีที่ท่านกลับมาทันเวลา ไม่อย่างนั้นคงต้องถูกลงโทษทางทหารแล้ว”
“สำนักซูหยาง?” เฉินซานซือเป่านกหวีดเรียกม้าขาว ระหว่างทางก็สอบถามรายละเอียดกับจ้าวคัง
แต่จ้าวคังเป็นแค่หัวหน้าทหารเล็กๆ หน้าที่หลักคือส่งข่าวสาร เขาจึงไม่รู้แผนการโดยละเอียด
“ไปกันเถอะ!”
ทุกคนรีบรุดไปยังค่ายทหาร พอไปถึงก็พบว่ามีทหารมารวมตัวกันที่ลานฝึกมากกว่าสี่พันคนแล้ว
กองกำลังสำรองมีทั้งหมดหนึ่งหมื่นสองพันคน แบ่งออกเป็นสี่กอง
เฉินซานซืออยู่กองซ้าย ซึ่งมาพร้อมหน้าพร้อมตากันหมด
พวกเขารับผิดชอบภารกิจ โดยมีรองแม่ทัพซาเหวินหลงเป็นผู้บัญชาการ ส่วนหยูซ่งเป็นผู้ช่วย
สำหรับแผนการรบโดยละเอียด จะมีการหารือกันในกระโจม…เฉพาะนายทหารระดับผู้พันขึ้นไปเท่านั้นที่เข้าร่วมได้
ไป๋ถิงจือ, ลู่ซูหัว และเซี่ยซือซู่ก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน
และวันนี้ เฉินซานซือก็ได้พบกับซาเหวินหลง แม่ทัพกองกำลังสำรองเป็นครั้งแรก
ซาเหวินหลงถูกย้ายมาจากมณฑลโหยวโจว เดิมทีเป็นนายทหารเอกภายใต้แม่ทัพจิง เขาเป็นคนหน้าตาดุดัน เคยถูกยิงจนตาบอดไปข้างหนึ่งทำให้ต้องใส่ที่ปิดตา อาวุธคู่กายคือดาบกว้างเกล็ดมังกร
พลังปราณของเขาดูแข็งแกร่งกว่าบ่าวเฒ่าของเฉาฟาน ดูเหมือนจะเป็นระดับแก่นแท้สวรรค์
แต่เฉินซานซือก็ยังสงสัยว่า ทำไมจู่ๆเขาถึงคิดจะจัดการสำนักซูหยาง หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับลัทธิเทพวิญญาณ?
“ท่านรองแม่ทัพหยู! เชิญท่านประกาศเลย” ซาเหวินหลงพูดจบก็ยืนพิงดาบ เเล้วหลับตาพักผ่อน
“ขอรับ!” หยูซ่งรับคำเเล้วเริ่มอธิบาย
“ช่วงนี้ลัทธิเทพวิญญาณอาละวาดหนัก แต่ก็หาตัวไม่เคยเจอ พวกเราจึงสันนิษฐานว่าอาจมีสำนักบางสำนักร่วมมือกับลัทธิเทพวิญญาณ…ท่านแม่ทัพซาจึงแอบส่งคนไปแทรกซึมเป็นสายลับในหลายสำนัก และในที่สุดก็ได้เบาะแส”
“ศิษย์ในสำนักซูหยางคนหนึ่งเล่าว่า เขาเคยเห็นชายชุดดำใช้กระบองวัชระฆ่าคนในตอนกลางคืน แต่ไม่ได้ลงจากเขา กลับหลบเข้าไปในที่พักของหวงเทียนหรง เจ้าสำนักของสำนักซูหยาง”
“ดังนั้น พวกเราจึงสงสัยว่าหวงเทียนหรงอาจจะร่วมมือกับลัทธิเทพวิญญาณ หรือไม่ก็เป็นสาวกลัทธิเทพวิญญาณเสียเอง!”
“ภารกิจในคืนนี้ คือจับตัวหวงเทียนหรงเป็นๆ และก่อนที่จะสืบสวนจนทราบว่ามีศิษย์สำนักซูหยางกี่คนที่เกี่ยวข้องกับลัทธิเทพวิญญาณ ห้ามปล่อยใครหนีไปเด็ดขาด!”
สำนักซูหยางร่วมมือกับลัทธิเทพวิญญาณ?
เฉินซานซือรู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่
สำนักระดับล่างแบบนั้น จากข้อมูลที่มี เจ้าสำนักก็แค่ระดับเปลี่ยนพลังขั้นความสำเร็จเล็กน้อย…ในเหลียงโจวถือว่าเป็นสำนักกระจอกงอกง่อย จะกล้าไปสมคบคิดกับลัทธิเทพวิญญาณได้ยังไง?”
“สำนักเจ็ดพิษที่เกือบโดนฆ่าล้าง ก็ยังเป็นสำนักระดับกลาง เจ้าสำนักมีระดับพลังยุทธ์ขั้นทะลวงชีพจรเชียวนะ”
แน่นอนว่า ก็อาจเป็นไปได้ว่าถูกบังคับ
เหมือนกับวัดจินจงในตอนนั้น ที่ถูกบังคับให้เป็นที่หลบซ่อนของลัทธิเทพวิญญาณ
เเต่สุดท้าย ยังไงก็ต้องไปดูสถานการณ์จริงถึงจะรู้
….
“ท่านรองแม่ทัพหยู ข้ามีคำถาม” ไป๋ถิงจือเอ่ยขึ้น
หยูซ่งหยิบแผนที่ออกมาวางบนโต๊ะอย่างช้าๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้น
“ว่ามา”
“ช่วงนี้มีศิษย์สำนักซูหยางตายอย่างปริศนาไม่น้อยเลยใช่มั้ย?” ไป๋ถิงจือพูดอย่างจริงจัง
“ถ้าพวกมันสมคบคิดกับลัทธิเทพวิญญาณจริงๆ ทำไมถึงยังมีศิษย์ถูกฆ่ามากมายขนาดนี้?”
“เห็นได้ชัดว่ามันเป็นแค่กลอุบายตบตาคนอื่น” ลู่ซูหัวพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“พี่ลู่พูดถูก” เซี่ยซือซู่พูดต่อ
“ยิ่งพวกมันร่วมมือกับลัทธิเทพวิญญาณมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องฆ่าพวกเดียวกันเองมากขึ้นเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง และเพื่อให้ตัวเองอยู่อย่างปลอดภัย”
ไป๋ถิงจือครุ่นคิด “ถ้าเป็นแบบนั้นจริง พวกมันก็สมควรตายนัก”
“ท่านแม่ทัพซา...ข้าพอธิบายจบแล้ว เชิญท่านออกคำสั่งได้เลย”
“ท่านแม่ทัพซา…โปรดส่งข้าและลูกน้องไปยังจุดที่อันตรายที่สุด!” ลู่ซูหัวพูดขึ้นก่อน
“ข้าก็เหมือนกัน” เซี่ยซือซู่พูดตาม
“ข้าพร้อมพลีชีพ!”
“พูดให้สวยหรูไปงั้นแหละ จริงๆแล้วพวกเจ้าก็แค่อยากสร้างผลงาน!” ไป๋ถิงจือพูดแทงใจดำ
การแย่งชิงตำแหน่งศิษย์เอก ไม่เพียงแต่ต้องมีระดับพลังยุทธ์สูงกว่าศิษย์เอกคนปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังต้องมีผลงานระดับชั้นสองขึ้นไป ถึงจะสามารถท้าประลองได้
“แม่ทัพมีแผนการอยู่แล้ว”
“พวกเจ้าแค่ทำตามคำสั่งก็พอ…ไม่ต้องพูดมาก” หยูซ่งตวาด
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซาเหวินหลงก็ค่อยๆลืมตาขึ้น
เขาเดินมาที่แผนที่ เเล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“เนื่องจากศิษย์สำนักซูหยางไม่ได้ร่วมมือกับลัทธิเทพวิญญาณทั้งหมด พวกเราจึงไม่สามารถฆ่าคนบริสุทธิ์ได้…ไม่อย่างนั้นจะส่งผลเสียต่อกองทัพหลักทั้งแปดอย่างร้ายแรง”
“ดังนั้น คืนนี้กองทัพหลักจะทำหน้าที่ปิดล้อม ไม่ใช่สังหารหมู่”
“เรื่องหวงเทียนหรง ไม่ต้องให้พวกเจ้าจัดการ ข้ากับรองแม่ทัพหยูจะลงมือเอง”
“ภารกิจหลักของพวกเจ้า คือการนำคนยี่สิบคน แฝงตัวเข้าไปในสำนักซูหยาง และยึดจุดเหล่านี้”
เขาพูดพลางชี้ไปยังตำแหน่งต่างๆบนแผนที่
ทุกคนมองดูอย่างตั้งใจ จากนั้นก็พบว่าโครงสร้างภายในของสำนักซูหยางถูกวาดไว้อย่างละเอียด รวมถึงตำแหน่งของบ้านแต่ละหลัง และเส้นทางเล็กๆน้อยๆ
“บ้านแต่ละหลังเหล่านี้ มีศิษย์ระดับหลอมอวัยวะภายในอาศัยอยู่ พวกเขาเป็นศิษย์เอกของหวงเทียนหรง”
“ถ้าพวกเขายอมร่วมมือ ก็จับเป็นๆ…ถ้าไม่ร่วมมือก็ฆ่าทิ้งซะ”
“แค่จับตัวหวงเทียนหรงและศิษย์เอกพวกนี้มาประจาน ศิษย์สำนักซูหยางที่เหลือก็คงไม่กล้าขัดขืน…เราก็จะสามารถจำกัดความเสียหายให้น้อยที่สุดได้”
“พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจขอรับ!” ทุกคนตอบพร้อมกัน
“เรื่องลัทธิเทพวิญญาณเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้อาจเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตได้”
“ในทางกลับกัน ถ้าเราสามารถใช้สำนักซูหยางเป็นเบาะแส เเละสืบหาความจริงเบื้องหลังได้ กองกำลังสำรองของเราจะได้ผลงานครั้งใหญ่”
ซาเหวินหลงกล่าวต่อ
“นอกจากนี้ แค่พวกเจ้าทำภารกิจของตัวเองสำเร็จ ก็จะได้รับผลงานระดับชั้นสามแล้ว”
“เอาล่ะ…ออกเดินทางได้!”
กองกำลังสำรองฝ่ายซ้ายสี่พันนายออกเดินทางในความมืด
พวกเขาออกจากเมืองไปอย่างเงียบเชียบ และปิดล้อมเส้นทางลงเขาของสำนักซูหยางทุกเส้นทางด้วยกำลังพลหนึ่งพันนาย เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครหลบหนีไปได้
…..
“จ้าวคัง หวังลี่ จูถง และซูปิน พวกเจ้าเลือกคนมาคนละห้าคน ขึ้นเขาไปกับข้า ส่วนเฟิงหยง เจ้าคุมกำลังที่เหลือ เฝ้าทางขึ้นเขาไว้” เฉินซานซือแบ่งงานอย่างรวดเร็ว และนำลูกน้องแฝงตัวเข้าไปในสำนักซูหยาง
สำนักซูหยางตั้งอยู่บนยอดเขา แม้จะไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่ภูมิประเทศซับซ้อน บ้านแต่ละหลังเชื่อมต่อกันเหมือนเขาวงกต เเถมยังมีศิษย์คอยลาดตระเวนอยู่หลายจุด
การจะหาเป้าหมายให้เจออย่างรวดเร็วในตอนกลางคืนโดยไม่ให้ถูกจับได้ไม่ใช่เรื่องง่าย
โชคดีที่เขาจำแผนที่ได้แม่นยำ และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน จึงสามารถไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นก็คือบ้านหลังหนึ่งที่มีประตูใหญ่มิดชิด เเถมเชื่อมต่อกับภูเขาด้านหลัง
แต่ที่แปลกคือ ที่นี่ดูเหมือนจะไม่มีคนอาศัยอยู่
มันมีใยแมงมุมเกาะอยู่ที่ประตู ภายในบ้านก็เงียบสงัด
“ไม่ใช่ว่าให้ผู้พันแต่ละคนรับผิดชอบศิษย์เอกคนละคนหรอกเหรอ ทำไมที่นี่ถึงไม่มีคนอยู่?”
เพื่อความแน่ใจ เฉินซานซือจึงกระโดดขึ้นไปบนหลังคา ใช้ทักษะมองพลังตรวจสอบอย่างละเอียด
สถานการณ์ผิดปกติแบบนี้ ต้องมีเลศนัย!
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงคำพูดของถังอิงเค่อในตอนกลางวัน
ซาเหวินหลง...
“ต้องการให้ข้าเสียเวลา เเละไม่ได้ผลงานงั้นหรือ?”
“ไม่สิ มันไม่น่าจะง่ายแบบนั้น” ผลงานระดับชั้นสามกระจอกงอกง่อยแค่นี้ คงไม่สามารถสั่นคลอนตำแหน่งศิษย์เอกของเขาได้
ถ้าอย่างนั้น ภารกิจนี้ก็คงมีอันตราย!
หรือว่าสาวกลัทธิเทพวิญญาณจะมาปรากฏตัวที่นี่ในไม่ช้า?
เเต่เขาก็ไม่แน่ใจ
ตอนนี้เป็นแค่การคาดเดา เเละมันอาจเป็นไปได้ว่าเขาคิดมากไปเอง
แต่ถึงแม้ฝ่ายตรงข้ามจะมีแผนการร้ายจริงๆ เขาก็ไม่สามารถหนีไปได้
พูดสั้นๆก็คือ คำสั่งทหารใหญ่ยิ่งกว่าภูเขา!
การละทิ้งหน้าที่ โดยเฉพาะในสนามรบ ถือเป็นความผิดร้ายแรงถึงชีวิต
ยิ่งเขาเป็นศิษย์เอกของแม่ทัพใหญ่ ยิ่งต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง ไม่อย่างนั้นเรื่องจะยิ่งยุ่งยากมากขึ้นในอนาคต
“ค่อยๆดูกันไปก่อน สืบหาให้แน่ชัดก่อนว่าบ้านหลังนี้มีไว้ทำอะไร” เฉินซานซือออกคำสั่ง
“เอาล่ะ…ค้นให้ทั่ว!”
….
อีกด้านหนึ่ง
ในความมืด หวงเทียนหรงเดินนำหน้า ตามมาด้วยศิษย์เอกเจ็ดแปดคน และศิษย์สายในอีกสิบกว่าคน
พวกเขาดูร้อนรน พยายามเบียดเสียดกันไปข้างหน้า พร้อมหันกลับมามองเป็นระยะ ราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่างที่น่ากลัว
“ท่านอาจารย์!”
“พวกมันปิดล้อมเราจริงๆด้วย!”
“ถ้าท่านอาจารย์ไม่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว พวกเราคงถูกจับเข้าคุกไปแล้ว!”
“ศิษย์น้องหม่ามันน่าตายจริงๆ ปกติดูเป็นคนซื่อสัตย์ ใครจะไปคิดว่ามันจะหักหลังพวกเรา…ท่านอาจารย์ยังเคยคิดจะให้มันเป็นเจ้าสำนักคนต่อไปด้วย”
“สมคบคิดกับลัทธิเทพวิญญาณ? น่าขัน! ศิษย์พี่น้องของเราตายไปมากมายขนาดนี้ พวกเราจะเป็นพวกเดียวกับลัทธิเทพวิญญาณได้ยังไง?”
“พวกมันจับลัทธิเทพวิญญาณไม่ได้ ก็เลยกดดัน แล้วโยนความผิดมาให้พวกเรา! กองทัพหลักทั้งแปดมันเลวจริงๆ!”
“ท่านอาจารย์... สิ่งที่ศิษย์น้องแปดเห็น จะเป็นเรื่องจริงรึเปล่า?” ศิษย์คนหนึ่งพูดในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าพูด
หวงเทียนหรงที่เดินนำหน้าหยุดเดิน เเล้วหันกลับมามองเขาด้วยความโกรธ
“เจ้ากล้าสงสัยข้ารึ? ลัทธิเทพวิญญาณฆ่าศิษย์สำนักซูหยางไปหลายสิบคน! ในจำนวนนั้นก็มีศิษย์พี่สามของเจ้า เขาเป็นคนที่น่าจะทะลวงไปถึงขั้นทะลวงชีพจร และทำให้สำนักซูหยางยิ่งใหญ่ได้…เเบบนั้นข้าจะทำลายรากฐานของบรรพบุรุษได้ยังไง?”
ศิษย์คนอื่นๆมองหน้ากัน ต่างก็คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผล
“ท่านอาจารย์ แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อไป?”
“หรือว่าไปอธิบายให้พวกทหารฟัง?”
“อธิบายบ้านป้าเเกสิ!” หวงเทียนหรงด่า
“เจ้าคิดว่าพวกมันส่งกำลังพลมามากมายขนาดนี้ เพื่อมาฟังเจ้าอธิบายรึไง! ใครอยากอยู่รอตาย ข้าไม่ห้าม…ใครอยากมีชีวิตรอดก็ตามข้ามา!”
“อุโมงค์นี้ บรรพบุรุษสร้างไว้ เพื่อรับมือกับภัยพิบัติแบบนี้โดยเฉพาะ ไม่ให้วงศ์ตระกูลของเราถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น”
“ปลายทางของอุโมงค์คือบ้านหลังเล็กในหุบเขาด้านหลัง ที่นั่นมีทองคำและเงินฝังอยู่…พวกเราก็เอาของพวกนั้น แล้วออกจากเหลียงโจวไป ไปอยู่กับหัวหน้าเหลียงที่มณฑลหมิง!”
“หัวหน้าเหลียง?” ศิษย์คนหนึ่งตกใจมาก
“งั้นก็เท่ากับว่าต้องขึ้นเขาไปเป็นโจร...”
“ใช่! ต้องขึ้นเขาไปเป็นโจร!” หวงเทียนหรงพูดอย่างโมโห
“ตั้งแต่ผู้บัญชาการซุนมา มันไม่ยอมขึ้นภาษีชาวบ้าน กลับมาเก็บเงินจากสำนักต่างๆ…ห้าปีมานี้ มันเอาทรัพยากรของพวกเราไปเท่าไหร่แล้ว?”
“ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แปดในสิบก็คงเพราะมันอยากได้แม่น้ำต้าหลัวของพวกเรา แล้วเอาไปเป็นของตัวเอง!”
“ราชสำนักแบบนี้ ต่อต้านแม่งมันเลย!”
บรรดาศิษย์ต่างก็เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของเขา
“ถ้าพวกเจ้าอยู่ต่อ มีแต่ทางตาย แต่ถ้าตามข้าไป ยังมีอนาคตที่สดใส! ในอนาคตอาจได้เป็นขุนนางใหญ่โตก็ได้!”
“เร็ว! ไปกันเถอะ!”
….
ทางด้านเฉินซานซือ
“ท่านเฉิน ค้นพบอาวุธและทองคำจำนวนมาก!” จ้าวคังชี้ไปที่กองสมบัติที่อยู่กลางบ้าน
“มันซ่อนไว้อย่างดี ต้องขุดลงไปถึงสามฉื่อถึงจะเจอ”
“ที่นี่มันแปลกจริงๆ...” เฉินซานซือครุ่นคิด
สถานที่แบบไหนกันที่จะเอาไว้เก็บสมบัติ?
เเละที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา…ดังนั้น มันจึงเป็นทางหนีทีไล่สุดท้าย!
เขาพอจะเดาออกเเล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ซาเหวินหลงและคนอื่นๆ บุกไปที่บ้านของหวงเทียนหรง แต่ไม่เจอตัว…อีกฝ่ายคงได้ข่าวแล้วหนีไปก่อน
ส่วนที่นี่ก็คือจุดหมายปลายทางของพวกมัน แค่ปีนออกไปก็จะเข้าไปในป่าใหญ่เเละหนีรอดไปได้!
“ทุกคนออกจากบ้านไป ไปซุ่มโจมตีข้างนอกกับข้า!” เฉินซานซือออกคำสั่ง
เขาล็อคประตูบ้านหลังเดิม แล้วไปซ่อนตัวอยู่ในป่าข้างนอก
ไม่นานก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งวิ่งมาอย่างร้อนรน
“อย่างที่คิด...” เฉินซานซือคิดในใจ ที่นี่คือทางหนีทีไล่สุดท้ายของคนพวกนี้จริงๆ
ซาเหวินหลงส่งเขามาที่นี่...
มีโอกาสสูงมาก ที่มันจงใจให้เขาปะทะกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเปลี่ยนพลัง
เป็นการยืมมือคนอื่นฆ่าเขา!
เรื่องนี้ แค่ลองยิงพลุสัญญาณขึ้นฟ้า เเละรอดูความเร็วในการมาช่วยเหลือ…ก็รู้คำตอบแล้ว!
“แย่แล้ว!” หวงเทียนหรงหยิบกุญแจออกมา ยังไม่ทันเดินไปถึงประตูก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
“หนีเร็ว!”
“ยิงธนู!” เฉินซานซือตะโกนสั่ง
แต่ผู้ฝีกยุทธ์ที่อยู่ตรงหน้า ระดับต่ำสุดก็คือขั้นหลอมกระดูก…มีแค่เขาเท่านั้นที่สามารถยิงธนูให้ล้มได้ในดอกเดียว ส่วนคนอื่นๆ พลังทำลายของธนูยังมีจำกัด
“อย่าตกใจ พวกมันมีจำนวนไม่มาก!” หวงเทียนหรงในฐานะอาจารย์ผู้มากประสบการณ์ สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
“รีบฆ่าพวกมัน แล้วเอาเงินหนีไป!”
เขาปัดลูกธนู เเล้วพุ่งเข้าหาเฉินซานซือราวกับมังกรทะยานออกจากทะเล
หอกวิญญาณห้าพยัคฆ์ปะทะกับฉมวก
ความแตกต่างของพลังโถมเข้าใส่
แม้เฉินซานซือจะอยู่ในสภาวะคลั่งก็ยังต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว
จุดเด่นของวิชาขั้นเปลี่ยนพลังคือพลังภายใน
ก่อนที่จะมีพลังภายใน ความแตกต่างระหว่างขั้นหลอมอวัยวะภายในขั้นสมบูรณ์กับขั้นเปลี่ยนพลังนั้น สำหรับคนทั่วไปถือว่ามหาศาล แต่สำหรับเขา
มันดูเหมือนจะไม่น่ากลัวขนาดนั้น!
ในสภาวะระเบิดพลังโลหิต เขารับมือไหว!
ยิ่งกว่านั้น ดูเหมือนจะไม่มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงคนอื่นๆของลัทธิเทพวิญญาณอยู่ด้วย สถานการณ์จึงไม่ได้เลวร้ายเกินไป
แต่ถ้ามีกำลังเสริมมาช่วยได้ ก็จะยิ่งดี!
“เจ้า? เฉินซานซือ!” หวงเทียนหรงเคยเจอเขาที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม
“ระดับหลอมอวัยวะภายในอย่างเจ้า กล้ามาขวางข้า…รับความตายซะ!”
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เป็นศิษย์ของผู้บัญชาการซุน หรือแม้แต่ตัวผู้บัญชาการซุนมาเอง เขาก็ต้องสู้ตายเท่านั้น!
…
อีกด้านหนึ่ง
ที่บ้านของเจ้าสำนักซูหยาง
ที่นี่มีเพียงผู้หญิงและเด็กๆ กำลังนั่งขดตัวอยู่บนพื้นด้วยความหวาดกลัว
“ท่านแม่ทัพซา ทำไมไม่มีใครอยู่เลย?”
“ยังต้องถามอีกเหรอ?” ซาเหวินหลงมองไปที่ศพที่อยู่ใต้เท้า
นั่นเป็นศิษย์สำนักซูหยางที่ส่งข่าวให้พวกเขา
“ไอ้สารเลวนี่ต้องแอบส่งข่าว ทำให้หวงเทียนหรงรู้ตัวแล้วหนีไปก่อน”
“แล้วจะทำยังไงขอรับ? จะไปตามหาที่ไหนดี?”
“ข้าจะไปรู้เหรอ!”
“ฟิ้ว...”
ขณะที่กำลังคุยกัน ก็มีพลุสัญญาณหลายดอกถูกยิงขึ้นไปบนฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
“ท่านแม่ทัพซา มีสัญญาณ!” หยูซ่งพูด
“ก่อนมาเราตกลงกันไว้แล้วว่า นอกจากเจอตัวหวงเทียนหรงแล้ว ห้ามส่งสัญญาณเด็ดขาด หวงเทียนหรงมีระดับขั้นเปลี่ยนพลัง เหล่าผู้พันมีพลังแค่ระดับหลอมอวัยวะภายใน ใครเจอกับมันก็อันตรายทั้งนั้น พวกเราไปที่นั่นกันเถอะ!”
“ไม่ต้องรีบ” ซาเหวินหลงยังคงนิ่งเฉย
“อาจเป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำของหวงเทียนหรงก็ได้ ค้นหาแถวนี้ต่ออีกหน่อย”
“ถะ...ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ข้าขอรับคำสั่ง”
…..
ยี่สิบกระบวนท่าผ่านไป
เฉินซานซือยังคงสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเปลี่ยนพลังอยู่
แถมยิ่งนานไป จากที่โดนกดดันในตอนแรก ก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นการยันเสมอ
“ไอ้พวกสารเลว!”
“ส่งสัญญาณไปตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีใครมาช่วย!”
พี่น้องที่กำลังสู้กับศิษย์สำนักซูหยางสบถ
“ยังต้องถามอีกเหรอ...” เฉินซานซือมองด้วยสายตาเย็นชา
พวกเขาถูกหักหลัง!
ไอ้ซาเหวินหลง…แปดในสิบต้องได้รับคำสั่งจากหยินฮั่นเหวินหรือเฉาฟานเเน่!
แต่โชคดีที่...ระหว่างการต่อสู้ เขาค้นพบสิ่งหนึ่ง
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเปลี่ยนพลัง ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรมากมาย!
ที่ก่อนหน้านี้สู้กับเฉาฟานลำบาก เพราะอีกฝ่ายเป็นอัจฉริยะ
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นอัจฉริยะ
หวงเทียนหรงก็เช่นเดียวกัน ไม่อย่างนั้นมันคงไม่เป็นแค่เจ้าสำนักระดับเปลี่ยนพลัง
ก้าวพลาดครั้งเดียว ก็พลาดตลอดไป!
พลังปราณเเละเลือดของมัน คงอ่อนแอกว่าเขามาก!
ด้วยสถานการณ์แบบนี้ ความแตกต่างระหว่างเขากับมันจึงยิ่งน้อยลง!
“เป็นไปไม่ได้...” หวงเทียนหรงที่ก่อนหน้านี้มั่นใจเต็มที่ เริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด
มันไม่อยากจะเชื่อว่า ตัวเองจะไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้
สภาวะระเบิดพลังโลหิตของไอ้บ้านี่มันรุนแรงมาก แถมยังใช้พลังปราณเเละเลือด ต้านทานพลังภายในของเขาได้!
ใช้พลังปราณเเละเลือดต้านพลังภายใน!
มันช่างน่ากลัวอย่างไม่น่าเชื่อ!
ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า คนที่สามารถเอาชนะอัจฉริยะมากมายจากเมืองหลวง เเล้วได้เป็นอันดับหนึ่งนั้นหมายความว่ายังไง
มันหมายความว่า ไม่สามารถตัดสินอีกฝ่ายจากระดับพลังยุทธ์ทั่วๆไปได้!
“ทะ...ท่านเฉิน! พวกเราก็เคยรู้จักกัน ต่างคนต่างถอยคนละก้าว….ท่านปล่อยข้าไปได้ใหม?”
เเต่สิ่งที่ตอบกลับมัน มีเพียงหอกสีเงิน!
พลังปราณเเละเลือดของเฉินซานซือที่ได้รับการเสริมจากสี่อวัยวะภายในสัตว์เทพ
ยิ่งบวกกับ “หัวใจกิเลน” ที่สามารถอ่านกระบวนท่าของศัตรู ทำให้เขาดูเหมือนเทพปีศาจที่จุติลงมาจากสวรรค์
แม้จะมีระดับพลังยุทธ์ต่ำกว่า แต่กลับเป็นฝ่ายกดดัน!
“เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!”
ฉมวกในมือของหวงเทียนหรงเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนยากที่จะควบคุม
พลังภายในในร่างกายก็ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว จนใกล้จะหมดลงเต็มที
พลังปราณเเละเลือดของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลอมอวัยวะภายในมีจำกัด เเต่พลังภายในของขั้นเปลี่ยนพลังก็ไม่ได้ไร้ขีดจำกัด!
ถ้าใช้พลังภายในจนหมดก่อนที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ข้อได้เปรียบก็จะหายไปในทันที!
“เคร้ง!”
เสียงกระทบกันของโลหะดังขึ้นอีกครั้ง
จากนั้นก็มีเสียง “เเคร่ก” ดังขึ้น
ฉมวกในมือของหวงเทียนหรงหัก!
….
“ท่านแม่ทัพซา” หยูซ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ รู้สึกว่าคืนนี้มันแปลกๆ
“หรือว่าท่านรออยู่ที่นี่ ให้ข้าไปดูที่จุดที่มีสัญญาณก่อน?”
“อืม ดูเหมือนจะไม่ใช่แผนล่อเสือออกจากถ้ำ ข้าจะไปกับเจ้าด้วย” ซาเหวินหลงพูดจบก็ออกเดินทาง
ตอนนี้ผ่านมาสี่สิบกระบวนท่า!
กำลังพอดี
ภารกิจที่คุณชายหยินมอบหมายให้ น่าจะสำเร็จแล้ว!
ถึงหวงเทียนหรงจะเป็นของไร้ค่า แต่มันก็เป็นถึงขั้นเปลี่ยนพลัง ยังไงก็น่าจะฆ่าไอ้เด็กนั่นได้
แผนการในคืนนี้มันสมบูรณ์แบบ!
ทุกอย่างสามารถอธิบายได้ว่าเป็นอุบัติเหตุ
การตายในสนามรบ ต่อให้เป็นศิษย์ของผู้บัญชาการซุน ก็ไม่มีอะไรให้หาเรื่องได้!
ศิษย์เอกคนก่อนๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยตายในสนามรบ!
ซาเหวินหลงคิดพลางเร่งฝีเท้า
จนกระทั่งไปถึงที่หมาย เขาก็เห็นฉากอันน่าสยดสยอง
หอกยาวกลายเป็นมังกรเงินพุ่งทะลุหัวใจของหวงเทียนหรง!
“ฉึก!”
เกือบจะในเวลาเดียวกัน
เฉินซานซือชักดาบเจิ้นเยว่ออกมา ฟันหัวของหวงเทียนหรง แล้วโยนไปที่หน้าซาเหวินหลง
เลือดสาดกระเด็นใส่หน้าและตัวของอีกฝ่ายเต็มไปหมด
“ท่านแม่ทัพซา” เขาพูดเน้นทีละคำ
“ดูเหมือนว่า ท่านจะมาช้าไปหน่อยนะ!”
……………………….