เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 125.1 : แผนการอันเเยบยล

บทที่ 125.1 : แผนการอันเเยบยล

บทที่ 125.1 : แผนการอันเเยบยล


บทที่ 125.1 : แผนการอันเเยบยล

นอกขบวนทัพเก้ายอดแปดทิศ

ไม่ว่าใจกลางขบวนทัพจะเกิดอะไรขึ้น แม่ทัพฝึกหัดที่ยืนรออยู่ข้างนอกก็มองไม่เห็นและไม่ได้ยินอะไร

พวกเขารู้เพียงแค่ว่าธูปกำลังจะหมดลง

"ระดับชั้นสองงั้นเหรอ?"

จ้าวคังและคนอื่นๆ จ้องมองขบวนทัพด้วยความกังวล พวกเขารู้สึกเครียดกว่าตอนที่ตัวเองเข้าไปทดสอบเสียอีก

"เรื่องผิดปกติแบบนี้ มันต้องมีเลศนัยแน่ๆ" ซูเหวินไฉโบกพัดขนนกเบาๆ

"ข้ากับท่านเฉินเคยศึกษาขบวนทัพเก้ายอดแปดทิศมาอย่างละเอียดแล้ว ตามเวลาตอนนี้เขาก็น่าจะออกมาได้แล้ว ที่ยังไม่ออกมาแบบนี้ มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ"

...

"ทำไมท่านเฉินยังไม่ออกมาอีกนะ?" ไป๋ถิงจืออยากจะปีนขึ้นไปดูสถานการณ์ข้างใน แต่กลับถูกทหารขวางเอาไว้

"โปรดรักษากฎด้วย มิเช่นนั้น ท่านจะถูกตัดสิทธิ์"

ทันใดนั้น ไป๋ถิงจือก็เห็นถังอิงเค่อที่นั่งนิ่งๆอยู่บนแท่นหิน

"น้องชาย" ไป๋ถิงจือเดินเข้ามาหาถังอิงเค่อทันที

"เมื่อกี้ ข้าเห็นเจ้าพูดอะไรกับท่านเฉินอยู่นานเลย รู้สึกเหมือนเจ้าจะรู้อะไรบางอย่าง บอกข้าหน่อยได้ไหม?"

"ไม่มีอะไรหรอก" ถังอิงเค่อบ่ายเบี่ยง

"ท่านเฉินเก่งกาจขนาดนั้น ไม่ตายง่ายๆหรอก"

"ไม่ตายงั้นเหรอ?" ถึงไป๋ถิงจือจะไม่ค่อยฉลาด แต่เขาก็ฟังออกว่ามันมีอะไรแปลกๆ

การทดสอบรอบนี้ ไม่น่าจะมีคนตาย

ถ้าถังอิงเค่อพูดแบบนี้ ก็แสดงว่ามันต้องมีปัญหาเเน่ๆ!

...

"มีแค่นี้เองเหรอ?" หยินฮั่นเหวินมองธูปดอกแรกที่กำลังจะหมดลง

"ข้ายังนึกว่ามันจะเก่งกาจแค่ไหน แค่ด่านที่สองก็ตกรอบซะแล้ว ขบวนทัพแบบนี้ ถ้าเป็นข้าก็สามารถทำลายได้ง่ายๆเลยนะ"

"ยังไงมันก็หนีฝ่ามือท่านอ๋องน้อยไม่พ้นหรอก" เหวินชิวสือเสริมขึ้น

เฉาฟานไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้เขาได้แต่รอฟังผลการประกาศ

ระดับชั้นสองงั้นเหรอ?

นั่นมันยังไม่พอหรอก!

เขาหวังถึงขนาดให้เฉินซานซือตาย ถ้าไม่ตายก็ขอให้พิการไปเลย จะได้ไม่มาเป็นเสี้ยนหนามเขาอีก

วันนี้…ทุกอย่างถูกเตรียมการมาอย่างดี

คนที่ช่วยเขาจัดการเรื่องนี้เป็นถึงเทพยุทธ ส่วนแผนการใหญ่ที่เกี่ยวกับการจัดการกองทัพหลักทั้งแปด ก็จะเริ่มขึ้นในภายหลัง

"ชิ้งงงง!"

เเต่ทันใดนั้นเอง มันก็มีเสียงวัตถุหนักพุ่งแหวกอากาศดังขึ้น

เฉาฟานขมวดคิ้ว แล้วหยิบง้าวรูปจันทร์เสี้ยวขึ้นมา

เป็นไป๋ถิงจือ ที่ถือดาบใหญ่เเล้วพุ่งเข้ามาฟันใส่เฉาฟาน

"เป็นฝีมือของเจ้าใช่ใหม? ข้าจะฆ่าเจ้า!"

"หมาบ้านี่กัดคนได้จริงๆด้วย"

เฉาฟานเคยได้ยินพ่อของเขาพูดถึงเรื่องนี้

ในโลกนี้มีขุนนางผู้ซื่อสัตย์อยู่ประเภทหนึ่ง

พวกนี้ถ้าจงรักภักดีกับใครแล้ว ก็จะซื่อสัตย์อย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าได้คนแบบนี้มาเป็นแม่ทัพ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก

ดูเหมือนว่า คนแบบนี้จะมีอยู่จริง

แต่น่าเสียดาย ที่ไม่ได้อยู่ข้างเขา

"เจ้าทำอะไร?" เฉาฟานตวาด

"บังอาจทำร้ายอ๋อง…เจ้าคิดจะให้ทั้งตระกูลถูกประหารหรือไง?"

ไป๋ถิงจือไม่สนใจเเล้วพูดออกไปตรงๆว่า

"บอกมา…เจ้าเป็นคนเล่นสกปรกในขบวนทัพใช่ไหม?"

"ไร้สาระ!" เฉาฟานหัวเราะเยาะ

"ไอ้แซ่เฉินมันกระจอกเองที่ฝ่าขบวนทัพไม่ได้ แล้วนั่นมันเกี่ยวอะไรกับข้า? เจ้าจะมากัดข้าทำไม?"

ไม่ต้องให้เขาลงมือเอง ก็มีคนมาขวางไป๋ถิงจือเอาไว้

ไป๋ถิงจือรู้ว่าเข้าใกล้เฉาฟานไม่ได้ จึงตะโกนบอกผู้พันหลี่ว่า

"ท่านผู้พัน ขบวนทัพนี้มีปัญหาอย่างแน่นอน!"

เขาไม่ได้พูดมั่วๆ

เขาดูก็รู้ว่าถังอิงเค่อรู้อยู่แก่ใจ เพียงแต่ไม่ยอมพูดออกมาเท่านั้น

"ไม่มีหลักฐาน เเล้วเจ้ากล้าพูดจาเหลวไหลแบบนี้ได้หรือ?" ผู้พันหลี่ขมวดคิ้ว

"ถ้ามีปัญหาจริง กรรมการก็จะตัดสินอย่างยุติธรรม ไม่ต้องให้เจ้ามาโวยวายที่นี่หรอก!”

“จับมันไป รอให้การทดสอบจบเเล้วค่อยมาตัดสินว่าจะตัดสิทธิ์มันหรือไม่!”

แม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสมบูรณ์หลายนายที่ทำหน้าที่รักษาความสงบ รีบเข้ามาจับกุมไป๋ถิงจือ

ผู้พันหลี่หันไปมองธูปบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจ

เขาคิดว่าเฉินซานซือคงได้แค่ระดับชั้นสอง ขบวนทัพเก้ายอดแปดทิศของท่านแม่ทัพฟางนี่มันผ่านได้ยากมากจริงๆ

….

"การทดสอบจบลง!"

"เฉินซานซือ ได้คะเเนนระดับชั้นหนึ่ง!"

เสียงประกาศดังก้อง มาพร้อมกับเสียงตีฆ้อง

ในเวลาเดียวกัน ธูปบนโต๊ะก็ดับลงพอดี

"มีคนได้ระดับชั้นหนึ่งด้วย!"

"ระดับชั้นหนึ่ง!"

แม่ทัพที่ถูกคัดออก หรือได้แค่ระดับชั้นสอง ต่างตกตะลึง…พวกเขาไม่คิดว่าจะมีคนได้ระดับชั้นหนึ่งเลย

เช่น ชุยหย่งผิง และเจี๋ยซือซู่ พวกเขานึกว่าระดับชั้นสองนี่แหละ คือระดับสูงสุดแล้ว

เพราะขบวนทัพเก้ายอดแปดทิศมันยากเกินไป!

ถึงพวกเขาจะรู้หลักการทำงานของขบวนทัพ แต่พอเข้าไปในขบวนทัพจริงๆ พวกเขาก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนแมลงวันหัวขาด มองไม่ออกเลยว่าตรงไหนคือประตูอะไร

แม่ทัพบ้านนอกที่ระดับพลังยุทธต่ำกว่าพวกเขากลับได้ระดับชั้นหนึ่ง แสดงว่าเฉินซานซือมีความรู้ความเข้าใจในพิชัยยุทธเป็นอย่างดี และมีความสามารถในการปรับตัวที่สูงมาก

"ระดับชั้นหนึ่งงั้นเหรอ?"

หยินฮั่นเหวินที่กำลังหัวเราะเยาะอยู่ถึงกับพูดไม่ออก

เฉาฟานเองก็สับสน…ยิ่งเขาแอบเล่นสกปรก แถมยังทำอะไรกับอาวุธอีก

'มันเก่งจริงๆ...' ในใจเขาก็รู้สึกนับถืออยู่บ้าง

ถ้าเฉินซานซือไม่ได้แย่งตำแหน่งศิษย์เอก และไม่ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับเขา ก็คงจะเป็นกำลังสำคัญได้

'แต่ยังไงก็ตาม...'

'เจ้าผ่านด่านได้ แต่ลูกน้องของเจ้าผ่านไม่ได้หรอก!'

เฉาฟานเดินไปหาผู้พันหลี่

"ท่านผู้พัน ท่านก็เห็นแล้วว่าเฉินซานซือผ่านด่านได้ แสดงว่าการทดสอบนี้ยุติธรรมดี ไป๋ถิงจือมันจงใจก่อกวน คงต้องตัดสิทธิ์…แล้วจับมันไปลงโทษ"

"ตุบ!"

แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ มันก็มีหัวเปื้อนเลือดตกมาต่อหน้าทุกคน

เเละเฉินซานซือก็เดินตามออกมาโดยที่ไม่มีอาวุธในมือ

"ท่านผู้พัน ไป๋ถิงจือไม่ได้พูดโกหก มีคนเล่นสกปรกในขบวนทัพ โปรดอย่าลงโทษเขา"

"ท่านผู้พัน พวกเราเป็นพยานได้ ท่านเฉินพูดความจริง" ทหารที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เดินตามเฉินซานซือออกมา

"คนในตำแหน่งประตูมู่ถูกเปลี่ยนตัว มีคนระดับหลอมอวัยวะภายในหลายคนปะปนอยู่ด้วย แถมยังคิดจะฆ่าท่านเฉินด้วย พวกข้าจับพวกมันมาหมดเเล้ว!"

หัวหน้าตาย ลูกน้องก็ไม่รอด ทหารที่แฝงตัวเข้ามาล้วนถูกจับมารวมกัน

"พวกสารเลว ทำให้กองทัพหลักทั้งแปดเสื่อมเสียชื่อเสียง!"

"ท่านผู้พัน โปรดรายงานเรื่องนี้ให้กรรมการทราบ ขอให้ลงโทษพวกมันอย่างหนัก!"

เเต่ก่อนที่พวกเขาจะไปรายงาน มันก็มีรองแม่ทัพระดับเปิดชีพจรคนหนึ่งเดินมาประกาศเสียก่อน

"หยุดการทดสอบ!"

"ก่อนจะสืบหาตัวผู้กระทำความผิด ทุกคนห้ามออกจากที่นี่"

หยุดการทดสอบ เเละสืบสวน!

คำพูดสั้นๆสองประโยค เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของทุกคน

"มีคนเล่นสกปรกงั้นเหรอ?"

"มีคนกล้าทำเรื่องแบบนี้ในการคัดเลือกจริงๆด้วย!"

"ใครกัน มันช่างบังอาจนัก!"

...

"ท่านอ๋องน้อย!"

เมื่อเห็นสถานการณ์บนเวที หยินฮั่นเหวินก็เริ่มใจคอไม่ดี

"แย่แล้ว ท่านผู้บัญชาการเอาจริงกับเรื่องนี้ เรื่องใหญ่แน่!"

"ท่านอ๋องน้อย เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อพวกเราหรือเปล่า? "เหวินชิวสือถามด้วยความกังวล

"ข้าเคยบอกตอนไหนว่า ข้าเป็นคนเล่นสกปรกในการคัดเลือก? พวกเจ้าสองคนตื่นตูมอะไรกัน? ขี้ขลาดแบบนี้ จะไปทำการใหญ่ได้ยังไง?" เฉาฟานพูดอย่างใจเย็น

"วางใจเถอะ พวกมันไม่มีทางสืบมาถึงข้าได้หรอก สุดท้ายคนที่ซวย ก็คือผู้บัญชาการซุนเอง"

เขาเน้นเสียงหนักแน่นในประโยคสุดท้าย

"หืม?" หยินฮั่นเหวินและเหวินชิวสือมองหน้ากัน

พวกเขารู้สึกว่าคำพูดของเฉาฟานแปลกๆ

ผู้บัญชาการซุนจะซวยเองงั้นเหรอ?

ใครกัน ที่จะทำให้ยอดฝีมือผู้โด่งดังคนนี้ซวยได้?

"เขามันแก่แล้ว"

"การจัดการเฉินซานซือเป็นเป้าหมายหนึ่ง แต่ไม่ใช่เป้าหมายทั้งหมด"

"พวกเจ้านึกว่าข้าโง่หรือไง? คิดว่าข้าจะทำเรื่องโง่ๆอย่างการเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตรายในการคัดเลือกแบบนี้งั้นเหรอ?”

“แผนการนี้ ข้าเตรียมไว้สำหรับผู้บัญชาการซุนต่างหาก”

"ถ้าเขากล้าสืบ ก็เท่ากับว่าเขากำลังกระโดดลงหลุมพราง ชื่อเสียงของเขาจะป่นปี้จนไม่สามารถรักษาเกียรติยศเอาไว้ได้”

“หึๆ…พวกเจ้ารอดูก็แล้วกัน”

เฉาฟานเป็นถึงอ๋องน้อย จะเป็นแค่คนเหลวไหลได้ยังไง?

ที่เขาลงทุนลงแรงขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อจัดการคู่แข่งในการคัดเลือกหรอก

การคัดเลือกครั้งนี้ พวกเขามีเป้าหมายหลักสองอย่าง

หนึ่ง คือการชนะเลิศ แล้วช่วงชิงเคล็ดวิชาทะลวงขีดจำกัดสู่ระดับที่เหนือกว่าเทพยุทธจากผู้บัญชาการซุน

สอง คือการแทรกซึมกองทัพหลักทั้งแปด แล้วลดทอนอำนาจของตระกูลซุน

"ชื่อเสียงป่นปี้?" หยินฮั่นเหวินก็เป็นขุนนางระดับสูง เขาจึงเข้าใจความหมายของเฉาฟานทันที

"ท่านอ๋องน้อย แผนการนี้น่าสนใจมาก! ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะมีละครสนุกๆให้ดู"

….

ส่วนคนอื่นๆก็ยังคงซุบซิบกัน

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

"เรื่องแบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นในการคัดเลือกมาก่อน"

"การเล่นสกปรกในการคัดเลือก เท่ากับการโกงในการสอบเข้ารับราชการ ต้องโทษประหารสถานเดียวเลยนะ!"

"พูดแบบนี้ก็ถูก แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก"

"คนที่กล้าทำเรื่องแบบนี้ คงต้องมีอำนาจล้นฟ้า"

"ถ้าเป็นแบบนั้น เรื่องนี้จะจบลงยังไง?"

ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง เพราะไม่เคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน

ถ้าคนทำผิดมีตำแหน่งสูงมาก จะประหารได้จริงๆเหรอ?

เเต่ถ้าไม่ประหาร เกียรติยศของการคัดเลือกก็จะเสียหายอย่างมาก

แต่ว่ากันตามตรง การคัดเลือกครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผู้บัญชาการซุนเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง

แถมยังมีข่าวลือว่าแม่ทัพใหญ่จะวางมืออีก หลายปีมานี้เขาก็เริ่มถ่ายโอนอำนาจแล้ว มีคนพูดกันว่า "ผู้บัญชาการซุนแก่แล้ว ยังมีแรงทำอะไรอีกไหม?"

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้อาจจะเงียบหายไปเฉยๆก็ได้

ใครจะอยากไปหาเรื่องคนใหญ่คนโต ก่อนจะเกษียณกันล่ะ?

"ไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าสืบได้ ก็ต้องฆ่า!" ไป๋ถิงจือพูดอย่างตรงไปตรงมา

"ไม่งั้นข้าก็ไม่ขอเข้าร่วมการคัดเลือกแบบนี้อีก"

ที่เขาไม่ไปสอบจอหงวน แต่กลับมาเข้าร่วมการคัดเลือก เพราะได้ยินว่ามันยุติธรรม

ก่อนหน้านี้ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แม้แต่ม้าและอาวุธของทุกคน ก็ต้องคล้ายคลึงกัน แต่กลับมีคนเล่นสกปรกแบบนี้

ไม่ใช่แค่เขา

เหล่ายอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศต่างมุ่งหน้ามาที่นี่ เพราะชื่อเสียงของผู้บัญชาการซุน

ถ้าเรื่องนี้จบลงไม่สวย คงทำให้เหล่ายอดฝีมือผิดหวังเป็นแน่

"เรื่องใหญ่แล้ว..."

ถังอิงเค่อที่เพิ่งจะโล่งใจ ก็กลับมากังวลอีกครั้ง

ในความคิดของเขา ถ้าเรื่องนี้จบลงแค่นี้ ก็คงจะดีที่สุด

ยังไงเฉินซานซือก็ผ่านด่านมาได้ แถมยังได้ระดับชั้นหนึ่ง ไม่ได้เสียหายอะไรมากมาย

แต่ถ้าเรื่องนี้ยังยืดเยื้อต่อไป มันอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตก็ได้

เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังคือองค์รัชทายาท คนที่จะขึ้นครองบัลลังก์ในอนาคต…เเละคนที่ช่วยเขาวางแผน ก็อาจจะเป็นคนใหญ่คนโตในกองทัพก็ได้

….

"เฮ้อ..."

"คุณชายเฉินนี่ ไม่รู้จักยอมคนบ้างเลย"

จริงๆแล้วเฉินซานซือก็ยอมมาตลอด เกือบจะก้มหัวให้แล้วด้วยซ้ำ

เเต่ฝ่ายตรงข้ามอยากให้เขาเป็นหมา แล้วเขาจะทำยังไงได้?

จะให้เขาเป็นหมาจริงๆเหรอ?

ถ้าเขายังยอมต่อไป อีกฝ่ายจะยอมปล่อยเขาหรือไม่?

ไม่หรอก พวกมันจะยิ่งได้ใจ!

ยิ่งไปกว่านั้น แม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในพวกนั้น ก่อนตายมันได้ใช้พลังที่แท้จริงออกมาแล้ว…ดังนั้นกรรมการก็น่าจะเห็น ต่อให้เขาไม่รายงาน เรื่องนี้ก็คงไม่จบง่ายๆหรอก

แค่สถานการณ์นี้ มันมีอะไรแปลกๆ

เฉินซานซือสังเกตเห็นว่า หลังจากกรรมการประกาศหยุดการทดสอบ เฉาฟานกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนก เหมือนกับว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขา

เขาจึงมองไปที่คนข้างๆผู้บัญชาการซุน แล้วรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล

แผนซ้อนแผน?

แถมยังเป็นแผนที่เล็งเป้าไปที่ผู้บัญชาการซุนอีกหรือ?

...

ต่อหน้าธารกำนัล กรรมการทั้งสามคนเดินลงมาจากเวที พร้อมกับทหารองครักษ์ แล้วเริ่มสืบสวน

แม่ทัพของค่ายมังกรฟ้า ค่ายหงส์เพลิง และค่ายพยัคฆ์ขาว ก็มาร่วมกันสืบสวนเรื่องนี้ด้วย

"ทั้งสองท่าน" ผู้บัญชาการซุนมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์

"พวกท่านก็คิดว่า เราควรสืบสวนเรื่องนี้ต่อหน้าทุกคนใช่ใหม?"

"เเน่นอนสิ! ท่านเฉินเป็นถึงแม่ทัพที่ฮ่องเต้แต่งตั้ง ใครกันถึงกล้าทำเรื่องอุกอาจกับเขาแบบนี้!" ขันทีโหวพูดด้วยความโมโหว่า

"อืม…ขันทีโหวพูดถูก เราต้องสืบให้รู้เรื่อง" ผู้ว่าการหลิวเสริม

"ได้สิ" ผู้บัญชาการซุนถอนหายใจ

"ข้ายังคิดอยู่เลยว่าจะรีบสืบรีบจบ จะได้ไม่เสียเวลาในการคัดเลือก…เเต่ไม่นึกเลยว่าทั้งสองท่านจะมีคุณธรรมสูงส่งถึงอยากให้ข้าสืบหาความจริงต่อหน้าคนนับแสน"

"แน่นอนอยู่แล้ว" ผู้ว่าการหลิวทำท่าทางเหมือนผู้พิพากษาผู้ทรงธรรม

"ถ้าไม่สืบให้ชัดเจน จะทำให้คนอื่นไม่มั่นใจในการทดสอบ"

"ใช่แล้ว ท่านผู้บัญชาการ" ขันทีโหวเสริม

"อีกสองปี การคัดเลือกครั้งต่อไป พวกเราจะเป็นคนจัดการ…ถ้ามีข่าวเสียหายเรื่องการคัดเลือกหลุดออกไป ก็ไม่เป็นผลดีต่อพวกเรา หวังว่าท่าจะนผู้บัญชาการจะช่วยพวกเรากำหนดมาตรฐานเอาไว้"

"พวกท่านคิดแบบนี้ ข้าก็ดีใจ" ผู้บัญชาการซุนพูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก เหมือนคนแก่ที่นั่งรอความตายอยู่หน้าบ้าน

"เอาล่ะ ก็ตามที่พวกท่านต้องการ เรามาเริ่มสืบสวนต่อหน้าธารกำนัลเดี๋ยวนี้เลย"

"ดีมาก"

"ข้าเห็นด้วย"

เมื่อครู่ยังด่าทอกันอยู่แทบตาย ตอนนี้ผู้ว่าการหลิวกับขันทีโหวกลับกลายเป็นพวกเดียวกันเเล้ว

บรรยากาศนี้…ช่างแปลกประหลาดมาก

….

อีกด้าน

"ศิษย์พี่สี่" ซุนปู้ฉีเริ่มรู้สึกแปลกๆ

"เรื่องแบบนี้ไม่ควรรีบๆจัดการ รีบหาตัวคนทำผิด แล้วเริ่มการคัดเลือกต่อไวๆหรือไง?….ทำไมต้องทำเรื่องให้ใหญ่โตขนาดนี้?"

"เพราะว่าพวกมันต้องการทำให้ท่านอาจารย์เสียหน้า" ฟางชิงหยุนพูดเบาๆ

ตั้งแต่พวกเขามาถึงเหลียงโจว ราชสำนักก็ส่งทั้งผู้ว่าการและขันทีมาคุม แถมยังเปลี่ยนแม่ทัพของกองทัพหลักสามกองทัพเป็นคนของราชสำนักอีก

ทำไมถึงทำแบบนั้น?

นั่นก็เพื่อแย่งชิงอำนาจ แล้วควบคุมกองทัพหลักทั้งแปดไงล่ะ

แต่ถ้าอยากทำแบบนั้นได้ พวกมันต้องมีบารมีมากพอ

ไม่ใช่แค่บารมีของผู้ว่าการและขันทีต้องสูง แต่บารมีของผู้บัญชาการซุนก็ต้องลดลง แบบนี้พวกมันถึงจะแย่งอำนาจมาได้

โดยไม่รู้ตัว เรื่องอื้อฉาวในการคัดเลือก ได้กลายเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับอำนาจของกองทัพหลักทั้งแปดไปแล้ว!

เห็นได้ชัดว่า คนที่อยู่เบื้องหลังต้องมีอำนาจมหาศาล

ต่อหน้าธารกำนัล ถ้าผู้บัญชาการซุนจัดการเรื่องนี้ไม่ดี บารมีของเขาก็จะลดลง แล้วอำนาจของเขาก็จะถูกแย่งชิงไป

ต่อให้ขยายกองทัพ อำนาจก็จะตกไปอยู่ในมือของขันที และผู้ว่าการ หรืออาจจะมีคนอื่นอีก…ไม่ใช่การตัดสินใจของคนๆเดียวอีกต่อไป

หลังจากผู้บัญชาการซุนวางมือ อำนาจก็จะถูกถ่ายโอนไปอย่างราบรื่น…กองทัพหลักทั้งแปดก็จะกลายเป็นกองทัพของราชสำนักอย่างถูกต้อง

"หา?" ซุนปู้ฉีตกใจ

"แล้วจะทำยังไงต่อ? พ่อของข้าจะยอมพวกมันจริงๆเหรอ? ท่านแก่จนหลงๆลืมๆแล้วหรือไง?"

แม้แต่ลูกชายอย่างเขาก็ไม่มั่นใจ

เพราะหลายปีมานี้ ท่านพ่อปล่อยให้พวกมันแย่งอำนาจไปโดยไม่เคยพูดอะไรเลย

ไม่นานมานี้ยังยอมให้ศิษย์พี่คนอื่นๆถูกย้ายไปอีก เหมือนกับเตรียมตัววางมือจริงๆ

"รอดูต่อไปเถอะปู้ฉี…เจ้าถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเกินไป จนกลายเป็นคนไม่ทันคน หวังว่าเรื่องนี้ จะทำให้เจ้ารู้จักขยันขันแข็งมากขึ้น"

"เอาล่ะ…ข้าถูกเรียกตัวไปสืบสวนแล้ว"

จากนั้น ฟางชิงหยุนก็จากไป

ซุนปู้ฉียังคงงุนงง เขาอยากจะปรึกษาศิษย์พี่คนอื่นๆ แต่กลับพบว่าศิษย์พี่รองกับศิษย์พี่เจ็ดหายไปไหนไม่รู้…เหลือแค่ศิษย์พี่ห้า เหมิงกวงซิ่น ที่ยังอยู่

...

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

ตอนนี้ มีทหารกว่าสามสิบนายถูกจับมามัดไว้ที่หน้าเวที

"ท่านอาจารย์ ท่านผู้ว่าการ ท่านขันที"

ฟางชิงหยุนนั่งบนรถเข็นโค้งคำนับ

"ข้าพอจะสืบเรื่องราวคร่าวๆได้แล้ว พวกนี้คือทหารที่ถูกส่งมาช่วยจัดขบวนทัพเก้ายอดแปดทิศ"

กองทัพหลักแต่ละกองทัพมีทหารหมื่นกว่านาย แต่ขบวนทัพเก้ายอดแปดทิศต้องใช้ทหารสี่หมื่นนาย…มันจึงต้องดึงทหารจากแต่ละค่ายมาช่วย

"ในบรรดาแม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในที่ซ่อนตัวอยู่ในตำแหน่งประตูมู่ ล้วนเป็นนายร้อย ส่วนคนที่สั่งการพวกมัน คือผู้พันโจวกังเต้า พวกมัน..."

ฟางชิงหยุนเว้นวรรคเล็กน้อย

"พวกมันเป็นคนของค่ายเมฆา ที่อยู่ใต้อาณัติของเเม่ทัพหนิงฉางฉวน"

ค่ายเมฆา!

ในกองทัพหลักทั้งแปด ตอนนี้มีเทพยุทธอยู่สองคน คนหนึ่งคือศิษย์พี่ใหญ่ของผู้บัญชาการซุน ลู่จี๋…ส่วนอีกคนคือหนิงฉางฉวน อดีตแชมป์ศิลปะการต่อสู้ที่ฮ่องเต้แต่งตั้งเมื่อสามสิบปีก่อน

เดิมทีหนิงฉางฉวนประจำการอยู่นอกเมืองหลวง เป็นแม่ทัพของกองทัพส่วนพระองค์

เเต่สามปีก่อนเขาถูกย้ายมาเหลียงโจว คอยดูแลค่ายเมฆาและค่ายหมาป่า

เเถมในแง่ของวรยุทธ์ เขาติดหนึ่งในสามของเหลียงโจว!

ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าผู้ว่าการหลิวกับขันทีโหวเป็นคนของราชสำนักที่ถูกส่งมาคุมผู้บัญชาการซุน…แต่จริงๆแล้ว หนิงฉางฉวนต่างหาก ที่เป็นคนคุมกำลังทหาร

น้ำหนักคำพูดของเขามากกว่าผู้ว่าการกับขันทีรวมกันเสียอีก

ยิ่งไปกว่านั้น หนิงฉางฉวนยังฝึกทหารเก่งมาก ภายในครึ่งปีหลังจากที่เขารับตำแหน่ง เขาก็จัดการพวกขุนพลทั้งหมดที่ไม่ใช่คนของเขา ตั้งแต่รองแม่ทัพยันนายร้อย

หลายปีมานี้ บารมีของเขาจึงสูงขึ้นเรื่อยๆจนเทียบเท่ากับลู่จี๋ได้เลย

มีข่าวลือว่า หลังจากผู้บัญชาการซุนวางมือ ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่คนต่อไปก็จะเป็นลูจี๋ หรือหนิงฉางฉวน

เเต่เนื่องจากหนิงฉางฉวนเป็นถึงอดีตแชทป์ศิลปะการต่อสู้ที่ฮ่องเต้แต่งตั้ง โอกาสที่เขาจะได้ตำแหน่งจึงมีมากกว่า

เเต่ไม่มีใครคิดว่า เรื่องอื้อฉาวในการคัดเลือกจะเป็นฝีมือคนของค่ายเมฆา

ตามกฎแล้ว เรื่องแบบนี้ แม้แต่แม่ทัพใหญ่ของค่ายเมฆาก็ต้องถูกลงโทษ

แต่คนที่จะวางมือแล้ว จะกล้าลงโทษผู้สืบทอดตำแหน่งหรือ?

ไม่สิ ไม่ใช่เรื่องกล้าหรือไม่กล้า แต่เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้!

เพราะนี่เป็นคนของฮ่องเต้ ต่อให้ลงโทษ ก็ได้แค่ลงโทษเล็กๆน้อยๆ ไม่สามารถลงโทษหนักได้

ถ้าเรื่องนี้จบลงแบบขอไปที ทุกคนก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

บารมีของผู้บัญชาการซุนจะหมดไป ต่อให้เขาอยากจะอยู่ต่อ ก็คงทำไม่ได้อีกเเล้ว

"เดินหมากได้ดีนี่" เฉินซานซือรู้ทันทีว่าพวกมันคิดอะไรอยู่

แผนการนี้ไม่ใช่ของเฉาฟาน แต่น่าจะเป็นแผนขององค์รัชทายาทและฮ่องเต้

เฉาฟานเป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่ง หรือบางทีก็เป็นเพราะเขา ที่ทำให้แผนการนี้เริ่มต้นเร็วขึ้นขนาดนี้

เเละต่อให้วันนี้เขาไม่เปิดโปงเรื่องนี้ พวกมันก็คงหาทางเล่นงานผู้บัญชาการซุนอยู่ดี

เเล้วถ้าผู้บัญชาการซุนแกล้งโง่ เขาก็จะสูญเสียอำนาจในการควบคุมเหลียงโจวทันที

…………………..

จบบทที่ บทที่ 125.1 : แผนการอันเเยบยล

คัดลอกลิงก์แล้ว