- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 93 : ศึกนองเลือดบนกำแพงชายแดน
บทที่ 93 : ศึกนองเลือดบนกำแพงชายแดน
บทที่ 93 : ศึกนองเลือดบนกำแพงชายแดน​
บทที่ 93 : ศึกนองเลือดบนกำแพงชายแดน​
"ตั้งสติกันหน่อย!"
เหล่านายร้อยที่รับผิดชอบการป้องกันกำแพงเมืองในแต่ละจุดเริ่มปลุกใจลูกน้องให้ทุ่มสุดกำลัง
เรื่องที่เฉินซานซือโชว์ฝีมือยิงธนูเป็นที่เลื่องลือก็ผ่านมาสามวันแล้ว ถึงแม้เหล่​าทหารจะยังพอมีแรงฮึดอยู่บ้าง แต่ความตื่นเต้นเร้าใจก็จางหายไปมากแล้ว
และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกป่าเถื่อนตัดสินใจบุกโจมตีเมืองเสียที
…..
ณ ป้อมปราการเหนือประตูชายแดน​
เซียงถิงชุนออกคำสั่งอย่างเเข็ง​กร้าว
"ระดมยิงธนู!"
ทุกหอสังเกตการณ์ได้เตรียมพลธนูและพลหน้าไม้เอาไว้พร้อมสรรพ
เมื่อทหารป่าเถื่อนเข้ามาในระยะประมาณสองร้อยก้าว ทุกคนก็เล็งขึ้นไปด้านบนเล็กน้อยก่อนระดมยิงธนูออกไปพร้อมกัน
ลูกธนูพุ่งเป็นสายโค้งเหมือนสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา
การรบจริงนั้นต่างจากที่เห็นในละครทีวี
มันไม่ใช่แค่ถือโล่ห์กับดาบแล้วโห่ร้องบุกเข้ามา…เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง คงตายเกลื่อนไม่เหลือแน่
การบุกโจมตีเมืองนั้นต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆมากมาย
อย่างเช่นตอนนี้ กองหน้าของทัพป่าเถื่อนล้วนใช้รถบังธนูและรถหุ้มเกราะ
รถบังธนูได้ติดตั้งแผ่นไม้หนาๆไว้ด้านหน้าเพื่อป้องกันลูกธนู ทหารที่อยู่ด้านหลังรถสามารถเข็นรถเข้ามาใกล้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัว
ส่วนรถหุ้มเกราะก็คล้ายๆกัน แต่ทำจากแผ่นเหล็กทั้งหมด…มันเหมือนกับให้ทหารแบกเพิงเหล็กป้องกัน​เเล้ววิ่งเข้ามา
ยิ่งไปกว่านั้น พวกป่าเถื่อนยังตั้งแนวพลธนูยิงสวนขึ้นมาบนกำแพงเมืองอีกด้วย
การจะใช้แค่ลูกธนูสกัดกั้นพวกมันนั้นเป็นไปไม่ได้ ทำได้อย่างมากก็แค่ฆ่าทหารไปได้ส่วนน้อย สุดท้ายก็ต้องรอให้พวกมันปีนขึ้นมาบนกำแพงถึงจะจัดการได้มากขึ้น
อย่างไร​ก็ตาม, ธนูสิบห้าศิลาของเฉินซานซือสามารถยิงทะลุโล่หวาย โล่หนังวัว และโล่เหล็กบางๆได้อย่างง่ายดาย
แค่ขยับนิ้ว เขาก็เก็บศัตรูไปได้หนึ่งราย
[ทักษะ: การยิงธนู (ระดับ​ความสำเร็จเล็กน้อย)]
[ความคืบหน้า: (508/1000)]
…
ถ้าฝึกฝนแบบนี้ต่อไปอีกไม่นาน ทักษะยิงธนูของเขาก็จะบรรลุขั้นความ​สำ​เร็จอันยิ่งใหญ่​
แต่สุดท้าย เขาก็เป็นแค่คนๆเดียว จะไปต้านทานกองทัพนับพันนับหมื่นได้อย่างไร
ไม่นานนัก…ทหารป่าเถื่อนมาถึงใต้กำแพงเมืองและตั้งบันไดจู่โจมได้สำเร็จ
บันไดจู่โจมไม่ใช่แค่บันไดธรรมดา
แต่มันคือรถบันได เป็นเครื่องจักรหนักหลายพันถึงหลายหมื่นจินที่สามารถปรับมุมได้
มันมีตะขอเหล็กเกี่ยวไว้กับกำแพง ส่วนฐานก็ยึดกับพื้นเป็นรูปสามเหลี่ยม ทำให้แข็งแรงมาก
ทหารป่าเถื่อนเริ่มปีนขึ้นบันไดจู่โจมทีละคนๆ
ท่อนซุงและก้อนหินถูกนำมาใช้โยนจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับแผ่นดินถล่ม
ส่วนคนที่ปีนขึ้นมาได้ครึ่งทาง ก็จะโดนราดด้วยของเหลวร้อนๆ ที่เตรียมเอาไว้
"เก็บไว้ให้พวกแกหลายวันแล้ว ลองชิมดูสิ ขอให้ได้ชิมกันทุกคนเลยนะ!" จูถงตะโกนพร้อมกับเทของเหลวร้อนๆลงไปไม่ยั้ง
ของเหลวร้อนๆพวกนี้ ถ้าโดนผิวหนังเข้าก็จะติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส… ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็เท่ากับถูกตัดสินประหารชีวิตเรียบร้อย​แล้ว
เฉินซานซือยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ ใครโผล่หัวขึ้นมาก็จะโดนหอกยาวกว่าสามเมตรของเขา​แทงลงไปทันที
ฝ่ายตั้งรับนั้นได้เปรียบอย่างมาก
ไม่นานนัก เขาก็สามารถ​ฆ่าทหารป่าเถื่อนไปกว่ายี่สิบคน…ไม่ปล่อยให้ศัตรูแม้แต่คนเดียวปีนขึ้นกำแพงมาได้
ณ เวลานี้…พื้นที่ที่เขารับผิดชอบเริ่มสงบลง
กำแพงเมืองยาวกว่าสองร้อยลี้ พวกป่าเถื่อนคงไม่บุกโจมตีทุกจุดพร้อมกัน…แต่จะเลือกจุดที่อ่อนแอที่สุดเข้าโจมตีเเทน
ถึงอย่างนั้น การบุกโจมตีรอบแรกก็ไม่ได้ใช้เวลนานนัก
สองชั่วยามผ่านไป พวกป่าเถื่อนก็ตีกลองถอยทัพ
การบุกโจมตีเมืองเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานาน…การบุกโจมตีในวันนี้ คงเป็นแค่การลองเชิงเท่านั้น
เหล่าทหารเริ่มทำความสะอาดสนามรบและสรุปสถานการณ์
รอบนี้ พวกป่าเถื่อนเสียทหารไปกว่าสี่ร้อยคน ส่วนกองพันผอหยางเสียทหารไปห้าสิบกว่าคน ส่วนใหญ่ตายเพราะลูกธนูตอนตั้งรับ อัตราส่วนการสูญเสียจึงดูดีมาก
แต่พวกป่าเถื่อนที่ส่งมาวันนี้ล้วนเป็น "คนแก่ เด็ก คนป่วย และคนพิการ"
ดูได้จากชุดเกราะหนังที่ขาดวิ่น และจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกปรากฏตัวเลย
คงตั้งใจจะใช้คนพวกนี้สี่ร้อยกว่าคนมาลองเชิง เพื่อประเมินกำลังรบที่แท้จริงของกองทัพต้าเซิ่ง
[ทักษะ: การบังคับบัญชา (เริ่มต้น)]
[ความคืบหน้า: 388/500]
…..
จากการรบจริง ทำให้ทักษะการบังคับบัญชาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ด้วยการนำของเฉินซานซือ แม้เหล่าทหารจะตื่นเต้น แต่ก็ไม่ตื่นตระหนก
พวกเขา​ยังคงประสานงานกันได้อย่างเป็นระบบ ประกอบกับมีเขาเป็นผู้นำอยู่แนวหน้า จึงมีทหารเสียชีวิตเพียงสองคน และบาดเจ็บสามคน
"ไอ้ขี้เกียจ!" จูถงตัวเหม็นฉุนลากซูเหวินไฉที่มุดหัวอยู่ตรงมุมออกมา
"เจ้าบอกว่าเราจะแย่ไม่ใช่เหรอ? ข้าว่าพวกป่าเถื่อนมันก็งั้นๆแหละ!"
"ยังหรอก…นี่มันยังไม่เริ่มต้นจริงๆ จังๆ เลย" ซูเหวินไฉอธิบาย
"พวกมันยังไม่ส่งระดับหลอมกระดูกออกมาเลยสักคน แล้วก็ยังไม่ได้ใช้กลยุทธ์ขุดดินหรืออะไรพวกนั้นด้วย!"
"..."
เฉินซานซือปล่อยให้บัณฑิตชราอธิบายให้ลูกน้องฟัง ส่วนตัวเองก็ไม่รอช้า รีบฝึกฝนวิทยายุทธ แล้วก็ไปขออนุญาตเซียงถิงชุนขึ้นเขา โดยอ้างว่าจะไปล่าสัตว์มาเลี้ยงลูกน้อง
เขาเพิ่งสร้างผลงาน ถึงจะไม่ได้รับรางวัล แต่ก็ต้องได้สิทธิพิเศษบ้างแหละ
จากนั้น, เฉิน​ซาน​ซือก็ขี่ม้าขาวขึ้นเขาไปแช่น้ำสมุนไพรและฝึกวิทยายุทธ พร้อมกับฝึกฝนทักษะการแพทย์ไปด้วย
ตอนขากลับก็ล่าสัตว์มาตัวสองตัวเพื่ อแบ่งให้ทุกคนกิน เป็นแบบนี้ติดต่อกันสิบวัน พวกป่าเถื่อนก็ไม่ได้รีบบุกโจมตี…ทำเเค่ตีกลองตอนกลางคืน และส่งกองกำลังเล็กๆ มายิงธนูรบกวนตอนกลางวัน
"กลยุทธ์ล่อให้เหนื่อยสินะ…" เฉินซานซือรู้ทัน
ตราบใดที่เสบียงยังไม่ขาด การยื้อเวลานานๆจะเป็นผลดีต่อพวกป่าเถื่อน เพราะพวกมันมีกำลังพลมากกว่า ทำให้ทหารต้าเซิ่งกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ
แถมอากาศหนาวเเบบนี้, การต้องนั่งขดอยู่บนพื้นทุกวัน มันทรมานมาก
พูดถึงก็พูดเถอะ ใกล้จะเดือนสิบสองแล้ว แต่ทางเหนือยังไม่มีหิมะตกเลย
ถ้าหิมะตกหนัก ก็อาจจะบีบให้พวกป่าเถื่อนต้องถอยกลับไปก็ได้
[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (ความสำเร็จเล็กน้อย)]
[ความคืบหน้า: 899/2000]
….
ความเร็วในการฝึกฝนเริ่มช้าลง
สรรพคุณของน้ำยาเสริมสร้างร่างกายก็ไม่ดีเหมือนเดิมแล้ว
แบบนี้ต่อไป อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีกยี่สิบวันถึงจะฝึกฝนจนถึงระดับหลอมกระดูกขั้นสูงสุดได้
ส่วนทักษะการแพทย์ใกล้จะทะลวงขั้นแล้ว
หมอทหารเจียงตามมาที่กำแพงเมืองด้วย เฉินซานซือจึงถือโอกาสไปช่วยงานอย่างใจกว้าง…เเต่ที่จริงแล้วก็เพื่อเพิ่มความชำนาญทักษะ​
นอกจากนี้​ หลังจากช่วยบดยาเสร็จ เขาก็ไปฝึกฝนการฝังเข็มกับหุ่นไม้ที่มีรูปเเบบจุดฝังเข็ม​ต่างๆวาดอยู่
ทักษะการแพทย์ไม่ได้มีแค่เรื่องสมุนไพร การฝังเข็มก็เป็นส่วนหนึ่งด้วย
เขาจำตำแหน่งของฝังเข็ม​และวิธีการฝังเข็มได้ทั้งหมดด้วยความสามารถ [ความจำแม่นยำ] ที่เหลือก็แค่ฝึกความคุ้นเคย ใช้เวลาแค่เดี๋ยว​เดียวก็เรียนรู้จนหมดแล้ว
เเละในที่สุด แผงข้อมูลก็ปรากฏขึ้น
[ทักษะ: การแพทย์ (เชี่ยวชาญ)]
[ความคืบหน้า: 0/1000]
[สรรพคุณ: มองยาเห็นสูตร, แก้พิษร้อยชนิด]
[แก้พิษร้อยชนิด: ทักษะการแพทย์ยอดเยี่ยม รอบรู้ทุกอย่าง…เห็นพิษใดก็แก้ได้ทันที​]
….
แก้พิษ?
เฉินซานซือมีความสามารถมองยาเห็นสูตร สามารถป้องกันคนอื่นวางยาพิษในอาหารได้ แต่ไม่มีความสามารถในการแก้พิษ
ทั้งในยุทธภพและสนามรบ มักจะมีคนเจ้าเล่ห์ที่ชอบใช้ยาพิษอยู่เสมอ
เมื่อเขามีทักษะนี้ติดตัวเเบบนี้​ ก็เท่ากับมีภูมิคุ้มกันพิษทั้งระบบ​แล้ว
"ตึง ตึง ตึง!"
หลังจากผ่านไปหลายวัน เสียงกลองรบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"หมอทหารเจียง ข้าไปก่อนนะ" เฉินซานซือรู้สึกใจคอไม่ดี เขาจึงวางเข็มเงินแล้วรีบไปที่กำแพงเมือง
เมื่อมาถึงกำเเพง ก็เห็นทหารป่าเถื่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนน้ำท่วมทุ่ง
เเละดูจากจำนวนแล้ว ครั้งนี้คงไม่ใช่แค่คนแก่ เด็ก เเละคนป่วยอีกต่อไป…แต่เป็นการบุกโจมตีเต็มกำลัง!
ทั้งจำนวนและคุณภาพเหนือกว่าครั้งก่อนๆมาก อาวุธหนักสำหรับ​ปิดล้อมถูกนำมาวางไว้แถวหน้า ตามด้วยทหารถือโล่และหอก พลธนูและพลหน้าไม้ และปิดท้ายด้วยทหารม้าสองพันนายที่เรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ
นอกจากนั้น ยังมีทหารม้าหุ้มเกราะหนักห้าร้อยนายเป็นกำลังเสริม
ทหารม้าหุ้มเกราะหนักเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะสวมชุดเกราะเต็มตัวเท่านั้น​ แม้แต่ม้าที่ขี่ก็ยังสวมชุดเกราะป้องกันจุดสำคัญ…เรียกง่ายๆว่าพวกมันคือสุดยอดทหารชั้นยอดอย่างแท้จริง
ครั้งก่อนที่ทุ่งหญ้า
ถ้าเจอกับพวกนี้เข้า จูถงและคนอื่นๆ คงไม่มีใครรอดกลับมาแน่ๆ!
ทหารม้าหยุดอยู่ห่างออกไปสองลี้เพื่อคุมกำลัง ส่วนทหารราบสี่พันนายก็กระจายกำลังออกไป บางส่วนโจมตีหลอก บางส่วนโจมตีจริง ทำให้ยากจะแยกแยะ…ฝ่ายตั้งรับจึงไม่สามารถปรับกำลังได้ทันท่วงที
"จุดที่เรารับผิดชอบเป็นการโจมตีหลอก!"
ตอนแรก ยังมีทหารป่าเถื่อนมาตั้งบันไดจู่โจมในจุดที่เฉินซานซือรับผิดชอบอยู่ แต่มีไม่กี่คนที่ปีนขึ้นมา ไม่นานก็ถอนกำลังไป เหลือไว้แค่บันไดเปล่าๆ
"นายร้อยเฉิน! รีบนำกำลังพลสามสิบนายไปสบทบที่หอสังเกตการณ์หมายเลขหนึ่งทางทิศตะวันออกของประตูเมือง นายร้อยจ้าวต้านไม่ไหวแล้ว!"
เเต่คำสั่งของผู้ส่งสารมาถึงล่าช้าเกินไป
เมื่อเฉินซานซือนำกำลังพลไปถึงจุดที่กำหนด ก็เห็นบันไดจู่โจมพาดอยู่บนกำแพงถึงสี่ตัว เเละจ้าวคังที่กำลังต่อสู้กับนายร้อยป่าเถื่อนคนหนึ่ง
ส่วนลูกน้องของเขาก็รักษาแนวอยู่รอบๆบันได ไม่มีเวลาดูแลส่วนอื่นเลย
และไม่ไกลจากบันไดจู่โจม มีรถศึกขนาดยักษ์หลายคันกำลังเคลื่อนเข้ามา
รถศึกจู่โจม!
มันคือรถศึกที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น คันที่เห็นอยู่นี้ยังไม่ใช่คันที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็ยังสูงถึงสองจ้าง กว้างหลายจ้าง
ภายในแบ่งเป็นสามชั้น สามารถบรรทุกทหารได้เกือบร้อยนาย และยังมีหน้าไม้ขนาดใหญ่กับลูกธนูอาบยาพิษ รวมถึงค้อนขุดขนาดยักษ์อีกด้วย
ทหารที่อยู่ชั้นบนสุดของรถศึกสามารถกระโดดเข้าไปในกำแพงเมืองได้ ส่วนทหารที่อยู่ชั้นล่างสุดจะทำหน้าที่เจาะกำแพงและขุดดิน เพื่อทำลายกำแพงเมือง
ถ้าปล่อยให้พวกมันมาถึงกำแพงเมือง และทหารป่าเถื่อนกรูกันเข้ามา กำแพงเมืองก็จะแตก จากนั้น​ก็อาจถูกยึดเมืองได้เลย!
"จุดไฟ!" เฉินซานซือออกคำสั่งอย่างใจเย็น
คบเพลิงและถังน้ำมันถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว
เหล่าพลธนู รวมถึงเฉินซานซือ เริ่มใช้ลูกธนูเพลิงที่มีตะกร้าเหล็ก จุดไฟเผาผ้าชุบน้ำมัน แล้วก็ยิงธนูเพลิงโจมตีรถศึกจู่โจม
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าเอารถศึกออกมา พวกมันก็ต้องมีการเตรียมพร้อมไว้บ้างเเล้ว
รถฉีดน้ำตามมาติดๆ ลูกธนูเพลิงที่ยิงไปยังไม่ทันได้ลุกไหม้ ก็โดนน้ำดับเสียก่อน
โชคดีที่รถฉีดน้ำมีความจุจำกัด…ในที่สุด ลูกธนูเพลิงจำนวนมหาศาลก็จุดไฟเผารถศึกจู่โจมได้สองคัน
เเต่ในขณะเดียวกัน เครื่องยิงหินจากระยะไกลก็เริ่มทำงาน
ก้อนหินขนาดยักษ์พุ่งลงมาจากท้องฟ้าเหมือนดาวตก กระแทกลงบนกำแพงเมืองอย่าวรุนแรง…เพียงไม่กี่รอบ กำแพงเมืองอายุกว่าร้อยปีก็พังทลายลงจนเกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่
ถ้าไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมเลือดขั้นต้นขึ้นไป ใครก็ตามที่หลบไม่ทัน จะถูกบดขยี้จนร่างเเหลกเหลว
ท่ามกลางความโกลาหลนี้ ในที่สุดก็มีรถศึกจู่โจมคันหนึ่งมาถึงกำแพงเมืองได้สำเร็จ
ทหารป่าเถื่อนกรูกันออกมา แต่ส่วนใหญ่ตายเพราะหอกก่อนจะได้กระโดดขึ้นมาบนกำเเพงเมือง
"บุก! บุกเข้าไปให้หมด!"
"ใครขึ้นไปได้ก่อน จะได้รางวัลใหญ่!"
บนกำแพงเมือง ทหารที่ตามเฉินซานซือมา ต้องวางธนูลงเพื่อไปช่วยป้องกันบันไดจู่โจมที่กำลังจะแตก…มันจึงเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่หน้ารถศึกจู่โจม!
เเละเมื่อเห็นมีคนป้องกัน​เเค่คนเดียว​ พวกป่าเถื่อนก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
พวกมันหวังจะคว้ารางวัลใหญ่ จึงพุ่งเข้าใส่เฉิน​ซาน​ซือเหมือนสัตว์ร้ายที่หลุดจากกรง
เเต่เฉินซานซือไม่ไหวติง
ยืนขวางรถศึกจู่โจมเพียงลำพัง หอกในมือฟาดฟันไปทั่วทิศโดยไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย
ใครที่กล้าโผล่หัวออกมา ก็จะถูกแทงทะลุอย่างรวดเร็ว​
ต่อสู้ไปห้านาที ศพก็กองทับถมกันเต็มทางออกของรถศึก…ไม่มีใครเหยียบยืนบนกำแพงเมืองได้เกินสองวินาที!
"หลบไปให้หมด!" เสียงคำรามดังลั่นออกมาจากในรถศึก
ชายร่างยักษ์คนหนึ่งใช้ลูกน้องเป็นโล่ห์กำบัง แล้วพุ่งออกมาจากรถศึก เหวี่ยงกระบองหนามเข้าใส่เฉินซานซือ
"เคร้ง!" ดาบเจิ้นเยว่ที่เอวของเฉินซานซือถูกชักออกมาอย่างรวดเร็ว
ทุกคนเห็นเพียงแสงวาบ หัวของชายร่างยักษ์ระดับหลอมกระดูกขั้นต้นก็หลุดออกจากบ่า พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว!
"อ้า..." พวกป่าเถื่อนในรถศึกเหมือนโดนสาดน้ำเย็นเข้าใส่
ตอนนี้ ความคิดที่จะสร้างผลงานหายไปสิ้น เหลือเพียงความต้องการที่จะมีชีวิตรอด
ตอนนี้​ กว่าร้อยคู่สายตาเอาเเต่จ้องมองเฉินซานซือ…ไม่มีใครกล้าขยับไปข้างหน้าเลยเเม้เเต่น้อย
กลับกัน…เป็นเฉินซานซือเองที่พุ่งเข้าไปในกลุ่มคน หอกในมือขวาฟาดฟันไปทั่วทิศ ส่วนดาบในมือซ้ายก็เก็บกวาดคนที่หลงเหลือ ไล่ฆ่าฟันจนเลือดสาดกระเซ็น​
ไม่รู้ว่าใครตะโกนว่า "ถอย" ก่อน
ทันใดนั้น​ ทุกคนก็กรูกันกระโดดลงจากรถศึก เกิดการเหยียบกันตายในรถศึก ย้อมรถศึกเป็นสีแดงฉาน
ในเวลาเดียวกัน​นั้นเอง เสียงแตรก็ดังขึ้นจากนอกกำแพงเมือง
เป็นพวกป่าเถื่อนที่ตีกลองถอยทัพ
…………………..