เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 93 : ศึกนองเลือดบนกำแพงชายแดน​

บทที่ 93 : ศึกนองเลือดบนกำแพงชายแดน​

บทที่ 93 : ศึกนองเลือดบนกำแพงชายแดน​


บทที่ 93 : ศึกนองเลือดบนกำแพงชายแดน​

"ตั้งสติกันหน่อย!"

เหล่านายร้อยที่รับผิดชอบการป้องกันกำแพงเมืองในแต่ละจุดเริ่มปลุกใจลูกน้องให้ทุ่มสุดกำลัง

เรื่องที่เฉินซานซือโชว์ฝีมือยิงธนูเป็นที่เลื่องลือก็ผ่านมาสามวันแล้ว ถึงแม้เหล่​าทหารจะยังพอมีแรงฮึดอยู่บ้าง แต่ความตื่นเต้นเร้าใจก็จางหายไปมากแล้ว

และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกป่าเถื่อนตัดสินใจบุกโจมตีเมืองเสียที

…..

ณ ป้อมปราการเหนือประตูชายแดน​

เซียงถิงชุนออกคำสั่งอย่างเเข็ง​กร้าว

"ระดมยิงธนู!"

ทุกหอสังเกตการณ์ได้เตรียมพลธนูและพลหน้าไม้เอาไว้พร้อมสรรพ

เมื่อทหารป่าเถื่อนเข้ามาในระยะประมาณสองร้อยก้าว ทุกคนก็เล็งขึ้นไปด้านบนเล็กน้อยก่อนระดมยิงธนูออกไปพร้อมกัน

ลูกธนูพุ่งเป็นสายโค้งเหมือนสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา

การรบจริงนั้นต่างจากที่เห็นในละครทีวี

มันไม่ใช่แค่ถือโล่ห์กับดาบแล้วโห่ร้องบุกเข้ามา…เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง คงตายเกลื่อนไม่เหลือแน่

การบุกโจมตีเมืองนั้นต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆมากมาย

อย่างเช่นตอนนี้ กองหน้าของทัพป่าเถื่อนล้วนใช้รถบังธนูและรถหุ้มเกราะ

รถบังธนูได้ติดตั้งแผ่นไม้หนาๆไว้ด้านหน้าเพื่อป้องกันลูกธนู ทหารที่อยู่ด้านหลังรถสามารถเข็นรถเข้ามาใกล้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัว

ส่วนรถหุ้มเกราะก็คล้ายๆกัน แต่ทำจากแผ่นเหล็กทั้งหมด…มันเหมือนกับให้ทหารแบกเพิงเหล็กป้องกัน​เเล้ววิ่งเข้ามา

ยิ่งไปกว่านั้น พวกป่าเถื่อนยังตั้งแนวพลธนูยิงสวนขึ้นมาบนกำแพงเมืองอีกด้วย

การจะใช้แค่ลูกธนูสกัดกั้นพวกมันนั้นเป็นไปไม่ได้ ทำได้อย่างมากก็แค่ฆ่าทหารไปได้ส่วนน้อย สุดท้ายก็ต้องรอให้พวกมันปีนขึ้นมาบนกำแพงถึงจะจัดการได้มากขึ้น

อย่างไร​ก็ตาม, ธนูสิบห้าศิลาของเฉินซานซือสามารถยิงทะลุโล่หวาย โล่หนังวัว และโล่เหล็กบางๆได้อย่างง่ายดาย

แค่ขยับนิ้ว เขาก็เก็บศัตรูไปได้หนึ่งราย

[ทักษะ: การยิงธนู (ระดับ​ความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: (508/1000)]

ถ้าฝึกฝนแบบนี้ต่อไปอีกไม่นาน ทักษะยิงธนูของเขาก็จะบรรลุขั้นความ​สำ​เร็จอันยิ่งใหญ่​

แต่สุดท้าย เขาก็เป็นแค่คนๆเดียว จะไปต้านทานกองทัพนับพันนับหมื่นได้อย่างไร

ไม่นานนัก…ทหารป่าเถื่อนมาถึงใต้กำแพงเมืองและตั้งบันไดจู่โจมได้สำเร็จ

บันไดจู่โจมไม่ใช่แค่บันไดธรรมดา

แต่มันคือรถบันได เป็นเครื่องจักรหนักหลายพันถึงหลายหมื่นจินที่สามารถปรับมุมได้

มันมีตะขอเหล็กเกี่ยวไว้กับกำแพง ส่วนฐานก็ยึดกับพื้นเป็นรูปสามเหลี่ยม ทำให้แข็งแรงมาก

ทหารป่าเถื่อนเริ่มปีนขึ้นบันไดจู่โจมทีละคนๆ

ท่อนซุงและก้อนหินถูกนำมาใช้โยนจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับแผ่นดินถล่ม

ส่วนคนที่ปีนขึ้นมาได้ครึ่งทาง ก็จะโดนราดด้วยของเหลวร้อนๆ ที่เตรียมเอาไว้

"เก็บไว้ให้พวกแกหลายวันแล้ว ลองชิมดูสิ ขอให้ได้ชิมกันทุกคนเลยนะ!" จูถงตะโกนพร้อมกับเทของเหลวร้อนๆลงไปไม่ยั้ง

ของเหลวร้อนๆพวกนี้ ถ้าโดนผิวหนังเข้าก็จะติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส… ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็เท่ากับถูกตัดสินประหารชีวิตเรียบร้อย​แล้ว

เฉินซานซือยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ ใครโผล่หัวขึ้นมาก็จะโดนหอกยาวกว่าสามเมตรของเขา​แทงลงไปทันที

ฝ่ายตั้งรับนั้นได้เปรียบอย่างมาก

ไม่นานนัก เขาก็สามารถ​ฆ่าทหารป่าเถื่อนไปกว่ายี่สิบคน…ไม่ปล่อยให้ศัตรูแม้แต่คนเดียวปีนขึ้นกำแพงมาได้

ณ เวลานี้…พื้นที่ที่เขารับผิดชอบเริ่มสงบลง

กำแพงเมืองยาวกว่าสองร้อยลี้ พวกป่าเถื่อนคงไม่บุกโจมตีทุกจุดพร้อมกัน…แต่จะเลือกจุดที่อ่อนแอที่สุดเข้าโจมตีเเทน

ถึงอย่างนั้น การบุกโจมตีรอบแรกก็ไม่ได้ใช้เวลนานนัก

สองชั่วยามผ่านไป พวกป่าเถื่อนก็ตีกลองถอยทัพ

การบุกโจมตีเมืองเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานาน…การบุกโจมตีในวันนี้ คงเป็นแค่การลองเชิงเท่านั้น

เหล่าทหารเริ่มทำความสะอาดสนามรบและสรุปสถานการณ์

รอบนี้ พวกป่าเถื่อนเสียทหารไปกว่าสี่ร้อยคน ส่วนกองพันผอหยางเสียทหารไปห้าสิบกว่าคน ส่วนใหญ่ตายเพราะลูกธนูตอนตั้งรับ อัตราส่วนการสูญเสียจึงดูดีมาก

แต่พวกป่าเถื่อนที่ส่งมาวันนี้ล้วนเป็น "คนแก่ เด็ก คนป่วย และคนพิการ"

ดูได้จากชุดเกราะหนังที่ขาดวิ่น และจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกปรากฏตัวเลย

คงตั้งใจจะใช้คนพวกนี้สี่ร้อยกว่าคนมาลองเชิง เพื่อประเมินกำลังรบที่แท้จริงของกองทัพต้าเซิ่ง

[ทักษะ: การบังคับบัญชา (เริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: 388/500]

…..

จากการรบจริง ทำให้ทักษะการบังคับบัญชาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้วยการนำของเฉินซานซือ แม้เหล่าทหารจะตื่นเต้น แต่ก็ไม่ตื่นตระหนก

พวกเขา​ยังคงประสานงานกันได้อย่างเป็นระบบ ประกอบกับมีเขาเป็นผู้นำอยู่แนวหน้า จึงมีทหารเสียชีวิตเพียงสองคน และบาดเจ็บสามคน

"ไอ้ขี้เกียจ!" จูถงตัวเหม็นฉุนลากซูเหวินไฉที่มุดหัวอยู่ตรงมุมออกมา

"เจ้าบอกว่าเราจะแย่ไม่ใช่เหรอ? ข้าว่าพวกป่าเถื่อนมันก็งั้นๆแหละ!"

"ยังหรอก…นี่มันยังไม่เริ่มต้นจริงๆ จังๆ เลย" ซูเหวินไฉอธิบาย

"พวกมันยังไม่ส่งระดับหลอมกระดูกออกมาเลยสักคน แล้วก็ยังไม่ได้ใช้กลยุทธ์ขุดดินหรืออะไรพวกนั้นด้วย!"

"..."

เฉินซานซือปล่อยให้บัณฑิตชราอธิบายให้ลูกน้องฟัง ส่วนตัวเองก็ไม่รอช้า รีบฝึกฝนวิทยายุทธ แล้วก็ไปขออนุญาตเซียงถิงชุนขึ้นเขา โดยอ้างว่าจะไปล่าสัตว์มาเลี้ยงลูกน้อง

เขาเพิ่งสร้างผลงาน ถึงจะไม่ได้รับรางวัล แต่ก็ต้องได้สิทธิพิเศษบ้างแหละ

จากนั้น, เฉิน​ซาน​ซือก็ขี่ม้าขาวขึ้นเขาไปแช่น้ำสมุนไพรและฝึกวิทยายุทธ พร้อมกับฝึกฝนทักษะการแพทย์ไปด้วย

ตอนขากลับก็ล่าสัตว์มาตัวสองตัวเพื่ อแบ่งให้ทุกคนกิน เป็นแบบนี้ติดต่อกันสิบวัน พวกป่าเถื่อนก็ไม่ได้รีบบุกโจมตี…ทำเเค่ตีกลองตอนกลางคืน และส่งกองกำลังเล็กๆ มายิงธนูรบกวนตอนกลางวัน

"กลยุทธ์ล่อให้เหนื่อยสินะ…" เฉินซานซือรู้ทัน

ตราบใดที่เสบียงยังไม่ขาด การยื้อเวลานานๆจะเป็นผลดีต่อพวกป่าเถื่อน เพราะพวกมันมีกำลังพลมากกว่า ทำให้ทหารต้าเซิ่งกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ

แถมอากาศหนาวเเบบนี้, การต้องนั่งขดอยู่บนพื้นทุกวัน มันทรมานมาก

พูดถึงก็พูดเถอะ ใกล้จะเดือนสิบสองแล้ว แต่ทางเหนือยังไม่มีหิมะตกเลย

ถ้าหิมะตกหนัก ก็อาจจะบีบให้พวกป่าเถื่อนต้องถอยกลับไปก็ได้

[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (ความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: 899/2000]

….

ความเร็วในการฝึกฝนเริ่มช้าลง

สรรพคุณของน้ำยาเสริมสร้างร่างกายก็ไม่ดีเหมือนเดิมแล้ว

แบบนี้ต่อไป อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีกยี่สิบวันถึงจะฝึกฝนจนถึงระดับหลอมกระดูกขั้นสูงสุดได้

ส่วนทักษะการแพทย์ใกล้จะทะลวงขั้นแล้ว

หมอทหารเจียงตามมาที่กำแพงเมืองด้วย เฉินซานซือจึงถือโอกาสไปช่วยงานอย่างใจกว้าง…เเต่ที่จริงแล้วก็เพื่อเพิ่มความชำนาญทักษะ​

นอกจากนี้​ หลังจากช่วยบดยาเสร็จ เขาก็ไปฝึกฝนการฝังเข็มกับหุ่นไม้ที่มีรูปเเบบจุดฝังเข็ม​ต่างๆวาดอยู่

ทักษะการแพทย์ไม่ได้มีแค่เรื่องสมุนไพร การฝังเข็มก็เป็นส่วนหนึ่งด้วย

เขาจำตำแหน่งของฝังเข็ม​และวิธีการฝังเข็มได้ทั้งหมดด้วยความสามารถ [ความจำแม่นยำ] ที่เหลือก็แค่ฝึกความคุ้นเคย ใช้เวลาแค่เดี๋ยว​เดียวก็เรียนรู้จนหมดแล้ว

เเละในที่สุด แผงข้อมูลก็ปรากฏขึ้น

[ทักษะ: การแพทย์ (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: 0/1000]

[สรรพคุณ: มองยาเห็นสูตร, แก้พิษร้อยชนิด]

[แก้พิษร้อยชนิด: ทักษะการแพทย์ยอดเยี่ยม รอบรู้ทุกอย่าง…เห็นพิษใดก็แก้ได้ทันที​]

….

แก้พิษ?

เฉินซานซือมีความสามารถมองยาเห็นสูตร สามารถป้องกันคนอื่นวางยาพิษในอาหารได้ แต่ไม่มีความสามารถในการแก้พิษ

ทั้งในยุทธภพและสนามรบ มักจะมีคนเจ้าเล่ห์ที่ชอบใช้ยาพิษอยู่เสมอ

เมื่อเขามีทักษะนี้ติดตัวเเบบนี้​ ก็เท่ากับมีภูมิคุ้มกันพิษทั้งระบบ​แล้ว

"ตึง ตึง ตึง!"

หลังจากผ่านไปหลายวัน เสียงกลองรบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"หมอทหารเจียง ข้าไปก่อนนะ" เฉินซานซือรู้สึกใจคอไม่ดี เขาจึงวางเข็มเงินแล้วรีบไปที่กำแพงเมือง

เมื่อมาถึงกำเเพง ก็เห็นทหารป่าเถื่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนน้ำท่วมทุ่ง

เเละดูจากจำนวนแล้ว ครั้งนี้คงไม่ใช่แค่คนแก่ เด็ก เเละคนป่วยอีกต่อไป…แต่เป็นการบุกโจมตีเต็มกำลัง!

ทั้งจำนวนและคุณภาพเหนือกว่าครั้งก่อนๆมาก อาวุธหนักสำหรับ​ปิดล้อมถูกนำมาวางไว้แถวหน้า ตามด้วยทหารถือโล่และหอก พลธนูและพลหน้าไม้ และปิดท้ายด้วยทหารม้าสองพันนายที่เรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ

นอกจากนั้น ยังมีทหารม้าหุ้มเกราะหนักห้าร้อยนายเป็นกำลังเสริม

ทหารม้าหุ้มเกราะหนักเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะสวมชุดเกราะเต็มตัวเท่านั้น​ แม้แต่ม้าที่ขี่ก็ยังสวมชุดเกราะป้องกันจุดสำคัญ…เรียกง่ายๆว่าพวกมันคือสุดยอดทหารชั้นยอดอย่างแท้จริง

ครั้งก่อนที่ทุ่งหญ้า

ถ้าเจอกับพวกนี้เข้า จูถงและคนอื่นๆ คงไม่มีใครรอดกลับมาแน่ๆ!

ทหารม้าหยุดอยู่ห่างออกไปสองลี้เพื่อคุมกำลัง ส่วนทหารราบสี่พันนายก็กระจายกำลังออกไป บางส่วนโจมตีหลอก บางส่วนโจมตีจริง ทำให้ยากจะแยกแยะ…ฝ่ายตั้งรับจึงไม่สามารถปรับกำลังได้ทันท่วงที

"จุดที่เรารับผิดชอบเป็นการโจมตีหลอก!"

ตอนแรก ยังมีทหารป่าเถื่อนมาตั้งบันไดจู่โจมในจุดที่เฉินซานซือรับผิดชอบอยู่ แต่มีไม่กี่คนที่ปีนขึ้นมา ไม่นานก็ถอนกำลังไป เหลือไว้แค่บันไดเปล่าๆ

"นายร้อยเฉิน! รีบนำกำลังพลสามสิบนายไปสบทบที่หอสังเกตการณ์หมายเลขหนึ่งทางทิศตะวันออกของประตูเมือง นายร้อยจ้าวต้านไม่ไหวแล้ว!"

เเต่คำสั่งของผู้ส่งสารมาถึงล่าช้าเกินไป

เมื่อเฉินซานซือนำกำลังพลไปถึงจุดที่กำหนด ก็เห็นบันไดจู่โจมพาดอยู่บนกำแพงถึงสี่ตัว เเละจ้าวคังที่กำลังต่อสู้กับนายร้อยป่าเถื่อนคนหนึ่ง

ส่วนลูกน้องของเขาก็รักษาแนวอยู่รอบๆบันได ไม่มีเวลาดูแลส่วนอื่นเลย

และไม่ไกลจากบันไดจู่โจม มีรถศึกขนาดยักษ์หลายคันกำลังเคลื่อนเข้ามา

รถศึกจู่โจม!

มันคือรถศึกที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น คันที่เห็นอยู่นี้ยังไม่ใช่คันที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็ยังสูงถึงสองจ้าง กว้างหลายจ้าง

ภายในแบ่งเป็นสามชั้น สามารถบรรทุกทหารได้เกือบร้อยนาย และยังมีหน้าไม้ขนาดใหญ่กับลูกธนูอาบยาพิษ รวมถึงค้อนขุดขนาดยักษ์อีกด้วย

ทหารที่อยู่ชั้นบนสุดของรถศึกสามารถกระโดดเข้าไปในกำแพงเมืองได้ ส่วนทหารที่อยู่ชั้นล่างสุดจะทำหน้าที่เจาะกำแพงและขุดดิน เพื่อทำลายกำแพงเมือง

ถ้าปล่อยให้พวกมันมาถึงกำแพงเมือง และทหารป่าเถื่อนกรูกันเข้ามา กำแพงเมืองก็จะแตก จากนั้น​ก็อาจถูกยึดเมืองได้เลย!

"จุดไฟ!" เฉินซานซือออกคำสั่งอย่างใจเย็น

คบเพลิงและถังน้ำมันถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว

เหล่าพลธนู รวมถึงเฉินซานซือ เริ่มใช้ลูกธนูเพลิงที่มีตะกร้าเหล็ก จุดไฟเผาผ้าชุบน้ำมัน แล้วก็ยิงธนูเพลิงโจมตีรถศึกจู่โจม

แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าเอารถศึกออกมา พวกมันก็ต้องมีการเตรียมพร้อมไว้บ้างเเล้ว

รถฉีดน้ำตามมาติดๆ ลูกธนูเพลิงที่ยิงไปยังไม่ทันได้ลุกไหม้ ก็โดนน้ำดับเสียก่อน

โชคดีที่รถฉีดน้ำมีความจุจำกัด…ในที่สุด ลูกธนูเพลิงจำนวนมหาศาลก็จุดไฟเผารถศึกจู่โจมได้สองคัน

เเต่ในขณะเดียวกัน เครื่องยิงหินจากระยะไกลก็เริ่มทำงาน

ก้อนหินขนาดยักษ์พุ่งลงมาจากท้องฟ้าเหมือนดาวตก กระแทกลงบนกำแพงเมืองอย่าวรุนแรง…เพียงไม่กี่รอบ กำแพงเมืองอายุกว่าร้อยปีก็พังทลายลงจนเกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่

ถ้าไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมเลือดขั้นต้นขึ้นไป ใครก็ตามที่หลบไม่ทัน จะถูกบดขยี้จนร่างเเหลกเหลว

ท่ามกลางความโกลาหลนี้ ในที่สุดก็มีรถศึกจู่โจมคันหนึ่งมาถึงกำแพงเมืองได้สำเร็จ

ทหารป่าเถื่อนกรูกันออกมา แต่ส่วนใหญ่ตายเพราะหอกก่อนจะได้กระโดดขึ้นมาบนกำเเพงเมือง

"บุก! บุกเข้าไปให้หมด!"

"ใครขึ้นไปได้ก่อน จะได้รางวัลใหญ่!"

บนกำแพงเมือง ทหารที่ตามเฉินซานซือมา ต้องวางธนูลงเพื่อไปช่วยป้องกันบันไดจู่โจมที่กำลังจะแตก…มันจึงเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่หน้ารถศึกจู่โจม!

เเละเมื่อเห็นมีคนป้องกัน​เเค่คนเดียว​ พวกป่าเถื่อนก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที

พวกมันหวังจะคว้ารางวัลใหญ่ จึงพุ่งเข้าใส่เฉิน​ซาน​ซือเหมือนสัตว์ร้ายที่หลุดจากกรง

เเต่เฉินซานซือไม่ไหวติง

ยืนขวางรถศึกจู่โจมเพียงลำพัง หอกในมือฟาดฟันไปทั่วทิศโดยไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย

ใครที่กล้าโผล่หัวออกมา ก็จะถูกแทงทะลุอย่างรวดเร็ว​

ต่อสู้ไปห้านาที ศพก็กองทับถมกันเต็มทางออกของรถศึก…ไม่มีใครเหยียบยืนบนกำแพงเมืองได้เกินสองวินาที!

"หลบไปให้หมด!" เสียงคำรามดังลั่นออกมาจากในรถศึก

ชายร่างยักษ์คนหนึ่งใช้ลูกน้องเป็นโล่ห์กำบัง แล้วพุ่งออกมาจากรถศึก เหวี่ยงกระบองหนามเข้าใส่เฉินซานซือ

"เคร้ง!" ดาบเจิ้นเยว่ที่เอวของเฉินซานซือถูกชักออกมาอย่างรวดเร็ว

ทุกคนเห็นเพียงแสงวาบ หัวของชายร่างยักษ์ระดับหลอมกระดูกขั้นต้นก็หลุดออกจากบ่า พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว!

"อ้า..." พวกป่าเถื่อนในรถศึกเหมือนโดนสาดน้ำเย็นเข้าใส่

ตอนนี้ ความคิดที่จะสร้างผลงานหายไปสิ้น เหลือเพียงความต้องการที่จะมีชีวิตรอด

ตอนนี้​ กว่าร้อยคู่สายตาเอาเเต่จ้องมองเฉินซานซือ…ไม่มีใครกล้าขยับไปข้างหน้าเลยเเม้เเต่น้อย

กลับกัน…เป็นเฉินซานซือเองที่พุ่งเข้าไปในกลุ่มคน หอกในมือขวาฟาดฟันไปทั่วทิศ ส่วนดาบในมือซ้ายก็เก็บกวาดคนที่หลงเหลือ ไล่ฆ่าฟันจนเลือดสาดกระเซ็น​

ไม่รู้ว่าใครตะโกนว่า "ถอย" ก่อน

ทันใดนั้น​ ทุกคนก็กรูกันกระโดดลงจากรถศึก เกิดการเหยียบกันตายในรถศึก ย้อมรถศึกเป็นสีแดงฉาน

ในเวลาเดียวกัน​นั้นเอง เสียงแตรก็ดังขึ้นจากนอกกำแพงเมือง

เป็นพวกป่าเถื่อนที่ตีกลองถอยทัพ

…………………..

จบบทที่ บทที่ 93 : ศึกนองเลือดบนกำแพงชายแดน​

คัดลอกลิงก์แล้ว