เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 147: การปราบปราม

Chapter 147: การปราบปราม

Chapter 147: การปราบปราม


Chapter 147: การปราบปราม

หลังจากที่พวกเขาออกมาจากเมืองโดดเดี่ยว ผู้เล่นก็มาถึงค่ายอัศวินในเวลาไม่นาน หลังจากที่ฆ่าราชาแมงป่องแห่งความมืด มานัสไปนั้นทั้งกลุ่มก็ไม่ได้พบกับศัตรูเพิ่มเติม

สำหรับการเดินทางที่เหลือ ผู้เล่นก็ไม่กล้าที่จะมองไปยังหวังหยู่ด้วยอารมณ์ในทางลบอีกต่อไป ในเกมไหนๆก็ตาม อำนาจนั้นก็คือสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีใครกล้าที่จะไม่นับถือสัตว์ประหลาดแบบหวังหยู่

เพียงแค่พวกเขามาถึงค่ายอัศวิน หวังหยู่ก็รีบสวมผ้าคลุมไหล่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจว่าแต้มคุณธรรมของฝ่ายแสงนั้นจะมีผลกระทบกับเมืองแห่งบาปไหม แต่แต้มแห่งแสง -200 นั้นก็จะส่งผลให้กับค่ายฝ่ายแสงอย่างแน่นอน

เมื่อพวกเขามาถึงค่ายอย่างปลอดภัย ผู้เล่นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อพวกเขาได้ยินการแจ้งเตือนระบบมาอย่างฉับพลัน

{แจ้งเตือนระบบ : คุณได้กระตุ้นเควสลับ “เสียงกระซิบของราชาปีศาจ” : ช่วยกองกำลังแห่งความมืดในการขโมยไอเทม “วิญญาณนักฆ่า” รางวัลเควส : ทำเควสเลื่อนระดับอาชีพสำเร็จในทันที แต้มคุณธรรมฝ่ายมืดเพิ่มขึ้น + 100 ได้รับรางวัลพิเศษจากราชาปีศาจ}

“….”

เมื่อเห็นข้อความนี้ ผู้เล่นก็รู้สึกขัดแย้งอย่างช่วยไม่ได้

แต้มคุณธรรมของฝ่าย 100 แต้มและรางวัลพิเศษจากราชาปีศาจนั้นไม่ได้ต่างไปจากคำพูดปากเปล่า รางวัลพิเศษนั้นก็คือรางวัลแบบสุ่มและผู้เล่นก็รู้ดีว่า 99% ของรางวัลพวกนี้นั้นจะเป็นขยะ แต้มคุณธรรมของฝ่ายมืด 100 แต้ม ก็ไม่ได้เป็นที่ดึงดูดด้วยเช่นกัน สิ่งเดียวที่ดึงดูดพวกเขานั้นก็คือการทำเควสเลื่อนระดับสำเร็จในทันที

เควสเลื่อนระดับ 20 นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากมากในความเป็นจริง ในความเป็นจริงแล้ว มันค่อนข้างที่จะธรรมดาอย่างไม่น่าเชื่อ เควสของมันก็แค่น่าเบื่ออย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นเควสต่อเนื่องและมียี่สิบส่วนที่จะต้องทำให้สำเร็จ!

นอกจากนี้ ทุกระดับของเควสเลื่อนระดับนั้นอยู่ในเมืองที่แตกต่างออกไป! ทุกระดับนั้นเกี่ยวข้องกับภารกิจแบบการขนส่งเสบียงหรือหาสัตว์ที่สูญหายไป นอกจากนี้แล้ว ถ้าผู้เล่นคนไหนทำภารกิจล้มเหลวในระดับไหน พวกเขาก็จะต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่จุดเริ่มต้น มันต้องใช้เวลาอย่างต่ำสองถึงสามวัน จึงจะทำเควสเลื่อนระดับอาชีพสำเร็จได้

การคุมคามของหวังหยู่นั้นทำให้สูญเสียมากกว่าผู้เล่นสองร้อยกว่าคนรวมกันเสียอีก ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแค่ชายคนเดียว ผู้เล่นทั้งหมดนั้นก็หวาดกลัวอย่างอธิบายไม่ถูกเมื่อเผชิญหน้ากับเขา

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมทุกคนถึงจ้องมาที่ผม?”

พร้อมกับสัมผัสที่ดีของหวังหยู่นั้น เขาก็สัมผัสถึงบรรยากาศของผู้เล่นรอบข้างนั้นไม่เป็นมิตรกับเขา

หมิงตู่ก็ส่งรูปภาพแจ้งเตือนระบบไปอย่างเนิบนาบกับหวังหยู่และหาว “นายเห็นนี่ไหม? ระบบพยายามที่จะเปลี่ยนให้พวกเรานั้นปะทะกันเอง…”

“…”หวังหยู่สามารถทำได้เพียงจ้องไปยังผู้เล่นรอบข้างและหลังจากนั้นก็ชี้ไปยังเอกรังสีรุ่งอรุณและคนอื่นและก็พูดขึ้น “ถ้าเควสของผมนั้นคือการปกป้องพวกเขาทั้งสี่แล้วละก็ ผมก็จะส่งไอเทมให้กับนาย แต่พูดอย่างซื่อสัตย์แล้ว เควสของผมก็จะต้องขโมยมันด้วยเช่นกัน…”

“นั่นมันยอดเยี่ยม! ตั้งแต่ที่มันเป็นแบบนี้ หลังจากนี้พวกเราก็แค่ขโมยไอเทมและส่งมันให้กับฝ่ายมืดด้วยกัน!”ผู้เล่นตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของเขา

“เอ่อ…ผมจะต้องใช้มันเอง…ผมจะไม่ส่งมันให้กับฝ่ายมืด…”

“ใช้มันเพื่อตัวเอง…”พวกเขาพึมพำอย่างเงียบงัน ไม่สำคัญว่ามันคืออะไร เควสของหวังหยู่นั้นก็ไม่ได้อยู่กับฝั่งไหนเลย

“ฮึ่ม! ฉนัคิดว่าพวกนายยังคงตกตะลึงกับตัวเลือกที่ปลอดภัยนี่ มันเป็นแค่เควสเลื่อนระดับอาชีพ! มันอาจจะน่าเบื่อ แต่มันก็ไม่ได้ยาก แต่ถ้าทุกคนต้องการที่จะเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นแล้วละก็ อย่าโทษฉันว่าไม่เตือนนายละกัน!”หมิงตู่พ่นเสียงฮึดฮัดออกมา

พร้อมกันนั้นเอง หมิงตู่ก็เลือกตัวเลือกปฏิเสธลงอย่างสบายๆ

ความตั้งใจของหมิงตู่นั้นชัดเจนอย่างมากและทำให้ผู้เล่นกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง ถ้าพวกเขาล้มเหลวที่นี่ ถ้างั้นพวกเขาก็จะต้องเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง…

ถึงแม้คำพูดของหมิงตู่จะช่วยให้ผู้เล่นกลับมาได้สติ ความรู้สึกต่อเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว วิธีที่เขาพูดและน้ำเสียงของเขานั้นเป็นการโอ้อวดอย่างไม่น่าเชื่อและทำให้คนอื่นรู้สึกไม่พอใจ

“ไอ้เหี้...มึงโม้อะไรอยู่? มึงคิดเหรอว่านิกายซวนเฉินของมึงไม่มีวันแพ้หน่ะ? มึงคิดเหรอว่าพวกเราสามร้อยคนจะจัดการพวกนายสองคนไม่ได้กัน?”นักรบตะโกนอย่างโกรธเคือง

มันเป็นการต่อต้านของพวกเขาเอง แต่นักรบพยามที่จะปลุกระดมผู้เล่นให้ต่อสู้กับพวกเขา!

สิ่งที่ทำให้หมิงตู่รู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกก็คือผู้เล่นอีกสองคนที่อยู่ข้างนักรบก็พยายามที่จะช่วยให้ปลุกระดมอีกด้วย

เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของทั้งสามคน กำลังใจของผู้เล่นก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและพวกเขาก็จ้องไปที่หวังหยู่และหมิงตู่ด้วยเจตนาฆ่า ในจุดนี้นี่เอง พวกเขาพร้อมที่จะโจมตีได้ในทุกๆเมื่อ

เมื่อมองไปบนอกของผู้เล่นทั้งสามคน หมิงตู่ก็สังเกตว่าพวกเขานั้นมีตราเดียวกันกับที่ฝุ่นอันล่องลอยมี พร้อมกับการโบกคทาของเขา ลูกบอลไฟก็พุ่งเข้าใส่ทั้งสามคนและเปลี่ยนทั้งสามคนให้กลายเป็นเถ้าถ่าน

“ฉันแนะนำว่าทุกคนควรที่จะพิจารณามันให้ดีๆนะ..”หมิงตู่ขู่

นี่คือความแตกต่างระหว่างหมิงตู่และหวังหยู่...ถ้ามันเป็นหวังหยู่ เขาจะพยายามที่แก้ไขปัญหาด้วยเหตุผลก่อน ถ้าการเจรจานั้นพังลง เขาก็จะต่อต้านมัน ในอีกทางหนึ่ง หมิงตู่นั้นฆ่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่เป็นปัญหากับเขาแบบตรงๆ...อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของวิธีการของเขานั้นชัดเจนมากกว่า

“อึ้ก…”

เมื่อเห็นการตายของผู้เล่นทั้งสามคน คนที่เหลือก็ใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว

ไอ้อันธพาลนี่มีพลังโจมตีเวทย์ที่สูงจนเขาสามารถฆ่านักรบได้โดยการโจมตีเพียงครั้งเดียว...และเขายังมีเวทย์หมู่อีกด้วย…พวกเขาไม่สามารถที่จะจัดการกับเขาได้และพวกเขายังคงกังวลกับชายที่โหดเหี้ยมราวกับปีศาจ หวังหยู่ที่อยู่ด้านหลังเขาอีก...แม้ว่าพวกเขาจะทำมันสำเร็จ การสูญเสียมันก็คงไม่น้อยด้วยเช่นกัน….

ผู้เล่นพวกนี้เพียงแค่แคร์เกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัวของพวกเขา ถ้าเควสนี้มีอัตราสำเร็จ 90% ถ้างั้นพวกเขาก็จะเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์แบบนี้ ความสำเร็จของมันแทบจะไม่มี ถ้างั้นการทำมันก็ไม่ได้ต่างไปจากเรื่องตลก!

เมื่อคิดดังนี้ ผู้เล่นก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ลืมมันไปละกัน…พวกเราปฏิเสธที่จะทำเควสนี้…”

“ขอบคุณมาก ทุกคน!”เอกรังสีรุ่งอรุณและคนที่เหลือก้มหัวลงอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์ ปัญหานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเควสของพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ในตอนนี้ผู้เล่นก็ได้ปฏิเสธเสียงกระซิบของราชาปีศาจ สุดท้ายแล้วพวกเขาก็สามารถที่จะผ่อนคลายลงได้

“นี่มัน…เป็นเรื่องธรรมชาติ…”คนอื่นนั้นอาย พวกเขาไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาเลย

“พี่หมิงตู่ พี่กระทิง ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือมากๆครับ!”

“ผมทำเพื่อตัวผมเอง ไม่จำเป็นที่จะต้องขอบคุณผม”หวังหยู่ไอออกมาเบาๆ

“ฉันก็ไม่จำเป็นต้องได้การขอบคุณเปล่าๆแบบนี้! นายควรที่จะจ่ายค่าทดแทนมาให้ฉันที่ยอมให้กับเควสที่ล้ำค่านี้เถอะ!”หมิงตู่หัวเราะอย่างชั่วร้าย

“แน่นอนครับ!”เอกรังสีรุ่งอรุณกัดฟันยิ้ม

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เอกรังสีรุ่งอรุณก็สาปแช่งลับหลัง “ไอ้เย็...แม่! ฉันจะระมัดระวังให้มากขึ้นเมื่อฉันคุยกับไอ้ขยะนี่ในอนาคต!”

พร้อมกันนั้นเอง ภารกิจคุ้มกันสุดท้ายก็สิ้นสุดลงและเอกรังสีรุ่งอรุณและคนอื่นก็นำกลุ่มเข้าไปในค่ายอัศวิน

อาติคัสนั้นเป็นผู้นำของค่ายอัศวินและเป็นผู้บังคับบัญชาที่ยึดมั่นในกฏระเบียบอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในเต็นท์ของเขาเองนั้น เขาก็สวมเสื้อผ้าธรรมดาโดยปราศจากชุดเกราะหรืออาวุธของเขา เมื่อเห็นดังนี้ มันก็ทำให้หวังหยู่มีความมั่นใจในการขโมยวิญญาณนักฆ่ามากยิ่งขึ้น

“สรรเสริญท่านลอร์ดซะ! มันเป็นความรุ่งโรจน์ที่แท้จริงที่ผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์และมีศรัทธาแบบนายอยู่!”

เมื่อเขาเอาขวดจากเอกรังสีรุ่งอรุณไป อาติคัสนั้นก็พูดประโยคออกมาไม่กี่ประโยคเกี่ยวกับการบูชาท่านลอร์ด เมื่อเขาได้รับขวด แสงสีขาวก็ล่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าและเป็นสัญญาณว่าเควสได้สำเร็จลุล่วง

หมิงตู่ก็ส่งสัญญาณให้กับหวังหยู่ที่ซึ่งพัยกหน้าและพุ่งเข้าใส่อาติคัส เขาก็ยกหมัดของเขาขึ้นและหวังหยู่ก็ซัดหมัดเข้าใส่ใบหน้าของอาติคัสอย่างหนักหน่วง และทำให้เขามึนงงจนเกือบที่จะล้มลงกระแทกกับพื้น

จบบทที่ Chapter 147: การปราบปราม

คัดลอกลิงก์แล้ว