- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 14 : หัวหน้าหมู่ทหาร, การคัดเลือกทหารชั้นยอด
บทที่ 14 : หัวหน้าหมู่ทหาร, การคัดเลือกทหารชั้นยอด
บท​ที่​ 14 : หัวหน้าหมู่ทหาร, การคัดเลือกทหารชั้นยอด
บท​ที่​ 14 : หัวหน้าหมู่ทหาร, การคัดเลือกทหารชั้นยอด
ณ กองกำลังรักษาการณ์ชายแดนผอหยางซ้าย
ที่ค่ายทหาร
เฉินซานซือมารายงานตัวตรงเวลา
"พี่ซูบิน!”
ซูบินเอามือจับดาบที่เอว ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเรียกที่สนิทสนมว่า "พี่" แล้วพูดกับเฉิน​ซาน​ซือ​ว่า
"ต่อไปอยู่ในค่าย ให้เรียกตามตำแหน่ง"
"ขอรับ ท่านซูบิน" เฉินซานซือไม่ได้คิดมากอะไร
"อืม" ซูบินพยักหน้าอย่างพอใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย
"ไปเปลี่ยนชุดเกราะซะ แล้วไปรวมตัวกันที่ลานฝึก ท่านนายร้อยกำลังจะมาสอนวิทยายุทธให้พวกเจ้า"
"ขอรับ"
เฉินซานซือหาที่มุมหนึ่งแล้วเปลี่ยนเป็นชุดเกราะที่ได้รับมาก่อนหน้านี้
ถึงจะเรียกว่าชุดเกราะ เเต่จริงๆแล้วส่วนใหญ่มะนทำจากผ้าฝ้าย เพียงแต่มีแผ่นเกราะโลหะเล็กๆติดอยู่ด้านนอกเท่านั้น​
ชุดเกราะแบบนี้เรียกว่าชุดเกราะผ้าหรือชุดเกราะซ่อน
ส่วนชุดเกราะแบบที่เห็นในละครทีวี มีแต่นายทหารระดับสูงเท่านั้นที่ใส่ได้
ปู๊นนนน!!!
ทันใดนั้น​ เสียงแตรรวมพลก็ดังขึ้น
เเละเฉินซานซือก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จพอดี
เมื่อมาถึงลานฝึก บนพื้นดินสีเหลืองที่กว้างขวางและราบเรียบ มีคนมารวมตัวกันแล้วประมาณสามสิบกว่าคน
พวกเขา​ยืนกระจัดกระจายกันไป บางคนก็ดูสดใส บางคนก็ดูเซื่องซึม บางคนก็ตัวสูงใหญ่ บางคนผอมแห้งเเรงน้อย
ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นคนท้องถิ่น ส่วนที่เหลือไม่น่าจะเป็นคนอำเภอผอหยาง
"เข้าแถวๆ" มีทหารคนหนึ่งมาจัดแถวให้ทุกคน
จากนั้น ชายอ้วนที่มีหนวดเคราเป็นรูปเลขแปด เดินนำหน้ามาพร้อมทหารอีกสองนาย
เขาแนะนำตัวเองเสียงดังว่า
"ข้าแซ่หวัง ชื่อจื๋อ พวกเจ้าเรียกข้าว่านายร้อยหวังก็ได้"
"ข้ามีหน้าที่สอนวิทยายุทธพื้นฐานให้พวกเจ้า"
"ตำราการฝึกยืนเมื่อวานแจกจ่ายให้ทุกคนไปแล้ว พวกเจ้าน่าจะได้รับกันหมดแล้ว หลังจากการฝึกการยืนก็จะมีการฝึกหอก…การฝึกทั้งสองอย่างนี้รวมกันเรียกว่าวิชาหอกพื้นฐานสำหรับทหารราบ"
"วันนี้ข้าจะสาธิตให้พวกเจ้าดูเอง"
นายร้อยหวังยืนท่าทาง​เหมือน​ม้า ร่างกายที่อ้วนท้วนของเขามั่นคงราวกับภูเขา เมื่อฝึกท่ายืนก็ดูพลิ้วไหว เเละไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย
"ต่อไปเป็นการฝึกหอก"
เขายื่นมือออกไปรับหอกปลายแหลมสั้นๆที่ทหารข้างๆโยนมาให้
หอกนี้ยาวประมาณสองเมตรครึ่ง ไม่เกินสามเมตร จึงถือว่าเป็นหอกสั้น
นายร้อยหวังที่เมื่อครู่ยังมั่นคงราวกับภูเขา เมื่อได้จับหอกก็ดูคล่องแคล่วว่องไว หอกในมือแทงออกไปราวกับพายุ เสียงแหวกอากาศดังก้องไปทั่วลานฝึก
ทุกคนต่างจ้องมองด้วยความตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นวิทยายุทธของจริง
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตั้งสติได้ การสาธิตวิชาหอกที่ใช้ร่วมกับการฝึกยืนก็เสร็จสิ้นลง
"จบแล้วหรอ?"
ทุกคนมองนายร้อยหวังโยนหอกทิ้ง, เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะอธิบายอะไรเพิ่ม
เร็วขนาดนี้ ใครจะมองทัน?
หวังจื๋อไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์​ข้างล่าง กระแอมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเข้มว่า
"มาพูดถึงเกณฑ์การสอบของทหารใหม่กันเถอะ"
"สามวันฝึกท่ายืน เจ็ดวันฝึกหอก ใครที่สามารถฝึกหอกควบคู่ไปกับการฝึกท่ายืนได้อย่างคล่องแคล่วภายในสิบวัน คนนั้นจะได้เป็นทหารฝึกหัด… ส่วนที่เหลือก็เป็นพลทหาร"
"ทหารฝึกหัด เงินเดือนเริ่มต้นที่สามตำลึง ทุกๆเจ็ดวันจะได้รับยาบำรุงหนึ่งถ้วย สามารถเลื่อนขั้นเป็นนายทหารได้ด้วยการฝึกฝนหรือสร้างผลงาน"
"นอกจากนี้"
"ในหมู่พวกเจ้า ใครที่สามารถฝึกฝนจนเกิดพลังปราณได้เป็นคนแรก จะได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหมู่ทหารทันที และได้สิทธิ์เข้าร่วมการคัดเลือกทหารชั้นยอดในปีหน้า"
เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหมู่ทหารทันที!
เมื่อได้ยินแบบนี้ ทุกคนก็รู้สึกตื่นเต้น
, ใครๆก็อยากเป็นนายทหารตั้งแต่เริ่มต้นทั้งนั้น
ส่วนสิทธิ์ "คัดเลือกทหารชั้นยอด" นั้น มีน้อยคนนักที่จะเข้าใจ
นายร้อยหวังบนเวทีก็ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจจะอธิบายอะไรเพิ่ม
เเละสุดท้ายก็มีชายร่างผอมที่มีเคราแพะคนหนึ่งอธิบายขึ้นมาว่า
"การคัดเลือกทหารชั้นยอดก็คือการเลือกหาทหารที่เก่งที่สุด! สามปีก่อน หลังจากที่ท่านแม่ทัพใหญ่เข้ามาประจำการที่ชายแดนเหนือ ท่านก็เริ่มคัดเลือกทหารชั้นยอดจากทุกหน่วย…คนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมกองกำลังพิเศษ กลายเป็นศิษย์ของท่านแม่ทัพใหญ่โดยตรง~"
"เอ๊ะ! ข้านึกว่าจะได้เป็นขุนนางใหญ่ ร่ำรวยเงินทองซะอีก"
"นั่นสิ ใครๆก็รู้ว่ากองกำลังพิเศษต้องสู้รบกับพวกคนเถื่อน​ ต้องเสี่ยงชีวิตทุกวัน ข้าไม่เอาด้วยหรอก"
บางคนรู้สึกผิดหวังกับรางวัล​ทหารชั้นยอด​เล็กน้อย​
"พวกแกมันโง่เง่า​!"
"ถ้าอยากจะเก่งกาจด้านวิทยายุทธ ก็ต้องมีผู้เชี่ยวชาญอย่างท่านแม่ทัพใหญ่คอยสั่งสอน มีทรัพยากรของกองกำลังพิเศษคอยสนับสนุน"
"คิดว่า​จะได้ดีโดยไม่ต้องเสี่ยงบ้างเลยหรือไง?" บางคนแย้งขึ้นมา
……
"เอาล่ะ เท่าที่ข้าจะสอนก็มีแค่นี้"
นายร้อยหวังขัดจังหวะการถกเถียง​ของพวกเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์​ว่า
"ต่อไปก็ฝึกกันเอาเอง"
"ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฝึกท่ายืนและการฝึกหอก ก็ไปถามหัวหน้าหมู่ทหารเอาเองนะ~"
พูดจบเขาก็หาว บิดขี้เกียจแล้วเดินจากไป
"แค่นี้?"
"เมื่อกี้สอนอะไรไปบ้างนะ?"
ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
การสอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ไม่มีแม้แต่คำอธิบายโดยละเอียดหรือการสาธิตแบบช้าๆ
เเบบนี้​ ใครมันจะไปเรียนรู้ได้?
การฝึกยืนยังพอไหว เพราะทุกคนมีตำรา…ยังไงก็พอจะสามารถลอกเลียนแบบได้
แต่การฝึกหอกล่ะ?
ใครจะไปจำได้?
บางคนไปขอคำแนะนำจากหัวหน้าหมู่ทหาร
พอถามถึงได้รู้ว่าถ้าอยากเรียนจะต้องเสียเงิน
สาธิตให้ดูคิดสามสิบเหรียญทองแดง สอนตัวต่อตัวคิดห้าสิบเหรียญทองแดง
ราคาบอกชัดเจน ไม่เอาเปรียบใคร
เมื่อได้ยินว่าต้องเสียเงิน คนส่วนใหญ่ก็ถอยทันที
ใครจะมาเป็นทหารถ้ามีเงินอยู่แล้ว?
แน่นอนว่าก็มีบางคนที่ทะเยอทะยาน อยากจะเป็นทหารฝึกหัด จึงยอมควักเงินจ่ายเพื่อเรียนตั้งแต่ท่าฝึกยืนท่าแรก
เฉินซานซือมองภาพตรงหน้าด้วยความอ่อนใจ
นี่มันกองทัพนะ!
ยังจะเอาเรื่องแบบนี้มาหากินอีกเหรอ?
มิน่าล่ะกองกำลังรักษาการณ์ถึงได้เสื่อมโทรมลงทุกวัน ประสิทธิภาพในการรบก็ต่ำลงเรื่อยๆ
เขาส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ​
เเต่โชคดีที่เฉินซานซือมีความจำเป็นเลิศ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาสอน
เขาสูดหายใจลึก ยืนฝึกตามท่าทางเเบบเมื่อวาน, ทันใดนั้น​ความรู้สึกแสบร้อนที่คุ้นเคยก็กลับมาอีกครั้ง
เขาจำท่าทางทุกท่วงท่าของนายร้อยหวังได้แม่นยำ ตอนนี้ก็แค่ตรวจสอบดูว่ามีท่าไหนที่ผิดพลาดหรือไม่
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดแล้ว ก็เริ่มฝึกท่าต่อไป
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา คนในลานฝึกก็ล้มลงไปครึ่งหนึ่ง สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว การฝึกยืนเป็นภาระที่ร่างกายรับไม่ไหว
แน่นอนว่าก็มีหลายคนที่ยังคงฝึกต่อไปได้
เฉินซานซือสังเกตเห็นว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อายุน้อยกว่าเขา ฝึกท่ายืนได้เร็วกว่าเขาเล็กน้อย แถมจังหวะการหายใจระหว่างฝึกก็แปลกไปจากคนอื่น ดูเหมือนจะมีเคล็ดลับอะไรบางอย่าง
เเละเมื่อสังเกตดูดีๆ ก็พบว่ามันคล้ายกับตอนที่นายร้อยหวังสาธิตมาก
ก่อนหน้านี้เขาเห็นว่านายร้อยหวังหายใจได้ยาวนาน ก็นึกว่าเป็นลักษณะเฉพาะของคนที่ฝึกวิทยายุทธ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝน
"ที่เราฝึกกันมันไม่ครบถ้วนรึเปล่านะ?"
เฉินซานซือพึมพำ​เเล้วมองหัวหน้าหมู่ทหารที่ยืนรอเก็บเงินอยู่ข้างๆลานฝึก
ทันใดนั้น​ เขาก็เข้าใจได้ทันที
เคล็ดลับการหายใจก็คงต้องเสียเงินเหมือนกัน...
"รีดไถกันทุกเม็ดเลยแฮะ!"
"แต่ตามที่ลุงซูบอก แบบนี้ก็ยังถือว่าง่ายกว่าการเรียนในสำนักยุทธมากแล้ว"
"ฝึกท่ายืนให้ได้ก่อนละ​กัน​"
เขามั่นใจว่าตัวเองจะได้เป็นทหารฝึกหัด แต่ไม่แน่ใจว่าจะเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหมู่ทหารและได้สิทธิ์คัดเลือกทหารชั้นยอดหรือไม่
ดังนั้น​ เขาต้องพยายามเข้าไว้!
…..
ไม่ไกลออกไปจากลานฝึก
ในเต็นท์เเห่งหนึ่ง​
นายทหารสี่ห้าคนนั่งกินเหล้ากินเนื้อกันอย่างสนุกสนาน
ทันใดนั้น เต็นท์ก็ถูกเปิดออก
นายทหารระดับสูงที่สวมเสื้อเกราะก็ได้เดินเข้ามา
นายทหารที่อยู่ข้างในรีบวางแก้วเหล้าและอาหารลง แล้วยืนขึ้นทำความเคารพพร้อมกัน
"ท่านผู้พัน!"
ผู้พันเซี่ยงถิงชุนมองความวุ่นวายในเต็นท์ เขาขมวดคิ้วแล้วด่าว่า
"พวกสารเลว! ทั้งวันไม่ฝึกทหาร ไม่ฝึกวิทยายุทธ เอาแต่กินเหล้า!”
“ถ้าว่างมากนักก็ไปช่วยพวกทหารเมืองหาตัวคนเถื่อน​ที่ลอบสังหารนายอำเภอสิ!”
พวกนายร้อยก้มหน้า ไม่กล้าพูดอะไร
เซี่ยงถิงชุนมองพวกเขาทีละคน สุดท้าย​สายตาก็หยุดอยู่ที่นายทหารร่างกำยำคนหนึ่ง
"นายร้อยหลัว เรื่องที่ข้าจะเสนอชื่อเจ้าให้เป็นรองผู้พัน ข้าได้รายงานให้ท่านแม่ทัพใหญ่ทราบแล้ว อีกไม่นานคงจะมีคำตอบ"
"ขอบพระคุณท่านผู้พัน!" นายทหารผู้นั้นกล่าวด้วยความดีใจ
"อืม" เซี่ยงถิงชุนพยักหน้า แล้วพูดกับทุกคนว่า
"ช่วงนี้พวกคนเถื่อน​มารังควานบ่อยครั้ง ราชวงศ์ต้าเซิ่งของเรากำลังขาดแคลนกำลังพล พวกเจ้าอย่ามัวแต่คิดจะหากินเล็กๆน้อยๆ สิ่งที่ควรสอนก็สอนไปซะ"
"ครับ ท่านผู้พันสั่งสอนถูกต้องแล้ว" เหล่านายทหารขานรับ
เซี่ยงถิงชุนส่ายหัว เปิดม่านแล้วเดินออกไป
ไม่ถึงสามวินาที เหล่านายทหารก็ยกแก้วขึ้นมาอีกครั้ง
"มาๆ พวกเรามาดื่มฉลองให้นายร้อยหลัวกัน ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าที่ได้เลื่อนขั้นเป็นรองผู้พัน!"
"ฮ่าๆๆๆๆ~" พวกเขาต่างกล่าวแสดงความยินดีกับนายร้อยหลัว
มีแต่นายร้อยหวังที่พูดพึมพำอะไรบางอย่างขณะดื่มเหล้า แล้วบ้วนน้ำลายลงพื้นอย่างลับๆ
………………….