เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 : เข้าร่วมกองทัพ, ทักษะการอ่าน (ระดับเชี่ยวชาญ)

บทที่ 12 : เข้าร่วมกองทัพ, ทักษะการอ่าน (ระดับเชี่ยวชาญ)

บทที่ 12 : เข้าร่วมกองทัพ, ทักษะการอ่าน (ระดับเชี่ยวชาญ)


บทที่ 12 : เข้าร่วมกองทัพ, ทักษะการอ่าน (ระดับเชี่ยวชาญ)

“พี่ซานซือ ท่านจะไปสมัครเป็นทหารจริงๆเหรอ?”

บนเตียงนอน เฉินซานซือและกู้ซินหลันนอนอิงแอบกันอยู่

"เป็นเพราะเรื่องของบ้านชุ่นรึเปล่า?"

"ใช่... แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด"

เรื่องนั้นเป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุที่กระตุ้นให้เฉินซานซือคิดได้

จริงๆเเล้วเขาคิดถึงเรื่องของฉินเฟิง

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้หลังจากฆ่าฉินสง แต่น้องชายของมันก็อาจจะสงสัยเขาก็ได้

เเล้วใครจะรู้ว่ามันจะใช้วิธีสกปรกแบบไหนมาจัดการกับเขา? แล้วเขาจะรับมืออย่างไร?

หรือถ้าอีกฝ่ายไม่สนใจหลักฐานใดๆ และต้องการฆ่าเขาโดยตรงล่ะ? เขาจะทำยังไง?

เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระดับพลังของจอมยุทธแบ่งอย่างไร แค่ธนูอันเดียว จะปกป้องครอบครัวของเขาได้จริงๆ หรือ?

ส่วนเรื่องความสงบสุขน่ะเหรอ?

ตั้งแต่เขาข้ามโลกมา เเล้วโดนฉินสงหมายหัวตั้งแต่วันแรก…ความสงบ​สุขมันก็ไม่มีอีกแล้ว

ต่อให้เขาไม่ลงมือก่อน ก็คงโดนอีกฝ่ายเล่นงานอยู่ดี

นอกจากนี้, การเข้าร่วมกองทัพ ไม่เพียงแต่จะได้ฝึกวิทยายุทธเท่านั้น​…แต่ยังมีโอกาสได้เลื่อนขั้นอีกด้วย

การก้าวหน้าขึ้นไปในทุกๆด้าน เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขามีชีวิตที่มั่นคงในยุคสมัยที่วุ่นวายนี้

"ทำไมล่ะ เจ้าไม่อยากให้ข้าไปงั้นเหรอ?" เฉินซานซือพูดเบาๆ

"ท่านเป็นหัวหน้าครอบครัว อยากทำอะไรก็ตามใจท่านเถอะ ข้าแค่…แค่กลัวว่าท่านจะเป็นอันตราย”

กู้ซินหลันบอกว่าไม่มีความเห็น แต่นางก็พูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ดวงตาแดงก่ำเหมือนจะกลัวว่าตัวเองจะต้องอยู่คนเดียว

"อย่าพูดจาอัปมงคลสิ! ถ้าพูดอีก ข้าจะปิดปากเจ้าซะ!"

"อย่านะ อื้อ..."

หลังจากถกเถียงกันอย่างดุเดือดเป็นเวลานานกว่าสองชั่วโมง ทั้งสองก็ตกลงกันได้

หลังจาก​นั้นเฉินซานซือก็ไม่ได้รีบนอน เเละหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

โดยไม่รู้ตัวเขาก็จมดิ่งลงไปในหนังสือเล่มนั้น เเละค่าความเชี่ยวชาญก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถึงจุดหนึ่ง เขาก็รู้สึกเหมือนได้ตรัสรู้ มองตัวอักษรบนหนังสือแล้วรู้สึกเข้าใจง่ายขึ้น สิ่งที่เคยไม่เข้าใจเมื่อก่อนก็กระจ่างชัดขึ้นมาทันที

[ทักษะ: การอ่าน (ระดับเชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: (0/800)]

[ผลของทักษะ: ความเข้าใจ​เปิดโล่ง, กระปรี้กระเปร่า, จำได้ทุกอย่างที่เห็น]

ความเข้าใจ​เปิดโล่ง?

นี่ไม่เหมือนกับทักษะยิงธนูที่เสริมสร้างร่างกายโดยตรง การเปลี่ยนแปลงจากทักษะ​การอ่านหนังสือไม่สามารถมองเห็นได้ทันที…มันต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเล็กน้อย​

เเต่สิ่งที่เฉินซานซือสัมผัสได้ชัดเจนที่สุดคือ ตอนนี้เขาสามารถเข้าใจเนื้อหาในหนังสือได้ง่ายขึ้น และสามารถจดจำได้ทั้งหมด

"มันน่าจะมีประโยชน์มากสำหรับการฝึกวิทยายุทธของข้า"

"แต่ทำไมความต้องการในการเลื่อนระดับถึงเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้?"

"แถมการพัฒนาจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ก็ช้าลงเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าข้าจะต้องอ่านหนังสือหลายๆเล่มเสียเเล้ว"

"ทักษะยิงธนูก็เหมือนกัน"

"ธนูหนักมีแค่ในกองทัพเท่านั้น…ยังไงการเข้าร่วมกองทัพเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้!"

หลังจาก​นั้น ​เขาก็ปิดหนังสือแล้วหลับไป

…..

วันรุ่งขึ้น

พระอาทิตย์ขึ้นตามปกติ

เฉินซานซือถือเนื้อตากแห้งและเสบียงเข้าเมือง

"เมืองมีด่านเหรอเนี่ย?"

เขาเห็นทหารในชุดเกราะตรวจสอบคนเดินเท้าที่ประตูเมืองตั้งแต่ไกล เมื่อถามไถ่ดูก็ได้รู้ว่า จอมยุทธของชนเผ่า​ป่าเถื่อน​ที่ลอบสังหารนายอำเภอไม่เพียงแต่ยังจับไม่ได้ แต่ยังแอบกลับมาฆ่าเจ้าสำนักของสำนักยุทธหยุนเหอทางตอนใต้ของเมืองอีกด้วย

"โหดจริงๆ!" เฉินซานซืออุทาน

หลังจากตรวจค้นร่างกายแล้ว เขาก็เข้าเมืองได้สำเร็จ

วันนี้เขามาที่ตลาดเพื่อตามหาลุงซู

"ถ้าเจ้าคิดดีแล้ว ก็ตามข้ามา"

ลุงซูไม่ได้ถามอะไรมากมาย, หลังจากรับของฝากแล้วก็พาเขาขึ้นรถลากที่ลากโดยลา

"ข้าจะพาเจ้าไปหาลูกชายข้า"

ทหารต้าเซิ่งใช้ระบบสืบทอดตำแหน่ง

ถ้าพ่อเป็นทหาร ลูกหลานก็จะเป็นทหารเช่นกัน

เมื่อพ่อเกษียณ ลูกชายก็จะเข้ารับตำแหน่งแทน ถ้าไม่มีลูกชาย ก็จะหาผู้ชายคนอื่นในตระกูลมาทดแทน เพื่อรักษาจำนวนทหารเอาไว้

ลุงซูบอกว่า ทหารต้าเซิ่งมีจำนวนจำกัดในยุครุ่งเรือง พวกเขา​แทบจะไม่รับคนนอกเลย, แต่มาถึงตอนนี้ถึงอยากจะรับ…ก็หายากเต็มที

ช่วงแรกที่ก่อตั้งประเทศ ทหารมีสวัสดิการดีมาก ได้รับเสบียงตามจำนวนคนในครอบครัว ฝึกวิทยายุทธฟรี ได้รับเสื้อผ้าในฤดูหนาว มาตรฐานการครองชีพโดยรวมอยู่ในระดับกลางค่อนข้างดี

แต่ต่อมา…มันก็เริ่มเปลี่ยนไป

ที่ดินของกองทัพไม่รู้ว่าหายไปไหนหมด แถมงานของทหารก็หนักขึ้นเรื่อยๆ

ลุงซูเล่าว่าตอนที่เขาเข้าร่วมกองทัพใหม่ๆ สถานการณ์​ย่ำแย่มาก, ทหารหลายคนมีเงินเดือนไม่พอเลี้ยงชีพ ต้องไปเป็นชาวนาให้กับเหล่าเศรษฐีและสำนักยุทธ บางคนถึงขั้นกลายเป็นทาสในบ้าน

ด้วยความจนตรอก ทหารหลายคนจึงเลือกที่จะหนีทัพ

ครั้งหนึ่ง จำนวนทหารที่หนีทัพจากกองกำลังรักษาการณ์เหลียงโจวสูงถึงมากครึ่งหนึ่งของทั้งหมด!

จนกระทั่งนายกรัฐมนตรี เหยียนเหลียงเข้ารับตำแหน่ง

เขาใช้เวลาถึงสิบปีในการแก้ไขสถานการณ์​ ทำให้ระบบกองกำลังรักษาการณ์ยังคงอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ประสิทธิภาพในการรบก็ลดลงอย่างมากอยู่ดี

ตามบันทึก กองกำลังรักษาการณ์ชายแดนเหลียงโจวมีทั้งหมด 29 กองกำลัง…มีทหารกว่า 160,000 นาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถือว่าโชคดีมากถ้ามีถึง 100,000 นาย

เเละกองกำลังหลักที่ประจำการอยู่ตามกำแพงเมืองจริงๆคือ กองกำลังพิทักษ์ทาง​เหนือแปดกองกำลัง ซึ่งพวกเขา​อยู่ภายใต้บัญชาการของแม่ทัพใหญ่ พวกเขาคือกองกำลังชั้นยอดที่คอยป้องกันการรุกรานของชนเผ่าป่าเถื่อน​

กองกำลังพิทักษ์ทาง​เหนือมีสวัสดิการดีมาก แต่รับเฉพาะทหารฝีมือดีเท่านั้น มีแต่คนที่สร้างชื่อเสียงในกองกำลังรักษาการณ์เท่านั้น ถึงจะมีโอกาสได้เข้าร่วม

ทั้งสองคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงนอกเมืองผอหยางโดยไม่รู้ตัว

ทางตะวันตกของเมืองผอหยางคือเทือกเขาหูโถว ส่วนทางเหนือคือกำแพงเมืองชายแดน

พื้นที่ระหว่างเมืองกับกำแพงเมืองชายแดน คือที่ตั้งของกองทัพ

ค่ายทหารไม่ได้เป็นเหมือนในหนังที่มีเต็นท์ขนาดใหญ่จำนวนมาก แต่เป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย

ถ้าไม่มีสงคราม ทหารก็จะใช้ชีวิตเหมือนชาวบ้านทั่วไป ทำไร่ไถนาในตอนกลางวัน กลับบ้านมานอนในตอนกลางคืน

ค่ายทหารระหว่างหมู่บ้านต่างๆ เปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการและสถานที่ฝึกซ้อม

"ถึงแม้ว่าอำเภอผอหยางจะเป็นชายแดน แต่เนื่องจากมีเทือกเขาลองหูขวางกั้น ทำให้การเคลื่อนทัพเป็นไปได้ยาก พวกเราจึงไม่ต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังขนาดใหญ่ของชนเผ่าป่าเถื่อน​โดยตรง…ส่วนใหญ่จะเป็นเเค่ทหารม้ากลุ่มเล็กๆ จึงถือว่าค่อนข้างปลอดภัย"

ลุงซูหยุดรถลากที่หน้าค่ายทหาร แล้วพยักหน้าให้เฉินซานซือตามเข้าไป

"เจ้าจะมาสมัครเป็นทหารเหรอ?"

ลูกชายของลุงซูอายุยังไม่มาก น่าจะไม่ถึงสามสิบปี หน้าตาของเขาจึงค่อนข้าง​สดใส

เเละเมื่อรู้ว่าเป็นลูกของคนรู้จักของพ่อ…เขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ช่วยลงทะเบียนให้เฉิน​ซาน​ซือ​โดยตรง

"ทหารได้รับการยกเว้นภาษีธัญพืช​ทุกปี"

"ถ้าเจ้าเป็นโสด จะได้เงินเดือนสี่เหรียญเงินต่อเดือน ถ้ามีภรรยาจะได้เจ็ดเหรียญเงิน ถ้ามีคนในครอบครัวห้าคนขึ้นไปจะได้หนึ่งตำลึง"

"อีก​อย่าง…พ่อข้าบอกว่าเจ้าล่าสัตว์เก่งงั้นหรือ?"

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ ลุงซูก็รีบพูดแทรกทันที​

"ซานซือน่ะเก่งมากเลยนะ ตอนนี้หมู่บ้านรอบนอกเมืองผอหยางต่างก็รู้ว่าเขาเป็นนายพรานมือฉมัง!"

ซูบินพยักหน้ารับ

"ถ้าเจ้าไม่ได้รับเลือก​ให้เป็นทหารราบ เจ้ายังสามารถเป็นพลธนูได้ เงินเดือนหนึ่งตำลึงห้าเหรียญเงิน"

หลังจากลงทะเบียนที่สำนักงานทะเบียนทหารแล้ว เขาก็ได้รับชุดเกราะเก่า หมวกสีแดง และตำราวิทยายุทธหนึ่งเล่ม

บนหน้าปกของตำราที่เย็บด้วยเชือกสีเหลืองซีดๆ มีตัวอักษรเขียนว่า "วิชาหอกพื้นฐานสำหรับทหารราบ"

หลังจากรับของเสร็จ เฉินซานซือก็กลายเป็นทหารชายแดนของราชวงศ์ต้าเซิ่งอย่างเป็นทางการ

หน่วยที่เขาสังกัดอยู่มีชื่อเต็มว่า [กองกำลังรักษาการณ์ชายแดนผอหยางซ้าย กองพันทหารม้า หน่วยองครักษ์​เมืองอันติง]​

"พรุ่งนี้ให้เจ้ามารายงานตัวที่ค่ายอย่างเป็นทางการ แม่ทัพใหญ่จะกล่าวสุนทรพจน์​ที่ลานฝึก และจะสอนวิทยายุทธให้พวกเจ้าด้วย"

"เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ ผลงานในช่วงแรกของการเป็นทหารมีผลต่ออนาคตของเจ้าในกองทัพ"

"ถ้าทำได้ไม่ดี จะไม่มีโอกาสก้าวหน้าอีกเลย"

…………………..

จบบทที่ บทที่ 12 : เข้าร่วมกองทัพ, ทักษะการอ่าน (ระดับเชี่ยวชาญ)

คัดลอกลิงก์แล้ว