เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 120: ผมเชื่อมั่นกับหมัดของผมมากกว่า

Chapter 120: ผมเชื่อมั่นกับหมัดของผมมากกว่า

Chapter 120: ผมเชื่อมั่นกับหมัดของผมมากกว่า


Chapter 120: ผมเชื่อมั่นกับหมัดของผมมากกว่า

แต้มบาป...

การฆ่าผู้เล่นคนอื่นนั้นจะได้รับแต้ม PK และการทำความดีนั้นจะได้รางวัลเป็นแต้มคุณธรรม แล้วความหมายของแต้มบาปคืออะไรกัน?

หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอกรังสีรุ่งอรุณนั้นก็ตระหนักได้ว่าแต้มบาปนั้นเป็น "แต้มคุณธรรม" ประเภทหนึ่งที่เป็นประเภทพิเศษที่เป็นรางวัลให้กับกิลด์ของพวกเขาทั้งกิลด์เมื่อพวกเขานั้นกลายเป็นศัตรูกับโบสถ์แห่งแสงสว่าง

พวกเขาแต่ละคนนั้นมีแต้มบาป 200แต้ม และทุกการตายจะลดมันลง 2 แต้ม ด้วยอัตรานี้นี่เอง พวกเขาจะต้องตายถึงร้อยครั้งก่อนที่พวกเขาจะล้างแต้มบาปของพวกเขาได้หมด..

มันเป็นดั่งสุภาษิตจีนเก่าแก่ที่ว่า การตายนับร้อยครั้งจะลบล้างบาปของพวกเขา ใครจะไปคิดว่าเกมตะวันตกแบบนี้จะเอาสุภาษิตแบบนี้มาทำเป็นเรื่องจริง

อย่างไรก็ตาม มันจะมีความหมายอะไรกับการเข้าใจว่าแต้มบาปนั้นทำงานอย่างไร? ผู้เล่นจากกิลด์รากจักรพรรดินั้นก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยอยู่ดีและตอนนี้พวกเขาก็กลายเป็นศัตรูของโบสถ์อย่างฉับพลัน ระบบนั้นตาบอดหรือว่ากำลังเล็งเป้าหมายมาที่พวกเขากัน?

พูดตามปกติแล้ว กิลด์รากจักรพรรดินั้นก็ไม่ได้มีชื่อเสียงที่ดีในเมืองวาติกัน ด้วยเหตุนี้นี่เอง ในตอนี้ที่พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก กิลด์มากมายก็ตัดสินใจที่จะคว้าโอกาสในการล้างแค้นอดีตอันแสนเจ็บปวดของพวกเขา

ด้วยเหตุนี้นี่เอง มันก็ไม่ใช่ว่าผู้เล่นส่วนมากนั้นจะพยายามหลีกเลี่ยงในการเผชิญหน้ากับกิลด์รากจักรพรรดิ แต่พวกเขานั้นกำลังวิ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างบ้าคลั่งต่างหาก

มันค่อนข้างเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายกับความคิดของผู้เล่นพวกนี้ แต้มคุณธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ยาอย่างแท้จริงที่จะได้รับมันมา การฆ่าหนึ่งในผู้เล่นของกิลด์รากจักรพรรดิไปหนึ่งคนนั้นเท่ากับการเคลียร์ดันเจี้ยนปกติหนึ่งครั้ง! ไม่เพียงแต่ผู้เล่นพวกนี้จะได้รับแต้มคุณธรรมไปแบบฟรีๆแล้ว พวกเขายังคงสามารถได้แก้แค้นอีกด้วย เควสนี้มันเหมือนกับเป็นการยิงหนึ่งนัดได้นกสองตัว!

ในเพียงเวลาไม่นาน ทั่วจุดเกิดนั้นก็เต็มไปด้วยผู้เล่นของกิลด์รากจักรพรรดิ..

เอกรังสีรุ่งอรุณนั้นไม่กล้าที่จะออกจากจุดเกิด เมื่อพาวิลเลียนไร้ขีดจำกัดกำลังตั้งค่ายอยู่ด้านนอกพร้อมกับทีมของผู้เล่นจากเฮล์มคริมสัน

ผู้เล่นที่เหลือของกิลด์รากจักรพรรดิก็ไม่กล้าที่จะออกจากจุดเกิดด้วยเช่นกัน ตั้งแต่ที่พวกเขาไม่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าของพวกเขา

พวกเขานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเล่นเกมกันทั้งหมด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ขาดแคลนความสามารถ มันเป็นเพียงแค่พวกเขานั้นยอมทำเพื่อเงิน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ยอมเสี่ยงชีวิตไปต่อสู้อย่างฟรีๆ

"ทำไม มาสเตอร์ร่าเริงและมาสเตอร์สง่างามยังไม่เข้ามากัน??"เอกรังสีรุ่งอรุณรีบถามนายน้อยปักกิ่ง

"ผมพึ่งออกไปโทรเรียกพวกเขามา พวกเขานั้นกำลังเดทกันอยู่ในตอนนี้...พวกเขาพึ่งจะพูดว่าให้หลบตรงจุดเกิดไปก่อนในตอนนี้และเล่นมินิเกมหรืออย่างอื่นไปก่อน..."นายน้อยปักกิ่งตอบกลับ

"เหี้...!"ไอ้บัดซบทั้งสองคนนั้นให้ค่าหญิงสาวที่มั่วซั่วสองคนมากกว่าพี่น้องของพวกเขางั้นเรอะ? นั่นมันกลยุทธ์บัดซบอะไรกันวะนั่น ให้หลบอยู่ในจุดเกิดงั้นเรอะ? และให้เล่นมินิเกมรอ? ใครมันจะมีอารมณ์เล่นเกมในตอนนี้กันวะ???"

ในจุดนี้นี่เอง ผู้เล่นจากกิลด์รกจักรพรรดิก็เอาไพ่โป๊กเกอร์ออกมาและถาม "บอส คุณต้องการเล่นแบล็คแจ็คกันไหม?"

"ฉันนี่ถูกล้อมรอบไปด้วยไอ้โง่..."เอกรังสีรุ่งอรุณถอนหายใจ

...

ตั้งแต่ที่ผู้เล่นจากกิลด์รากจักรพรรดินั้นถูกพิจารณาว่าทำลายความสงบของมหาโบสถ์ อัศวินศักดิ์สิทธิ์นั้นก็จะไม่ยอมแพ้ จนกระทั่งพวกเขาจะชำระล้างพวกเขาครบร้อยครั้ง...

หลังจากที่ผู้เล่นจากกิลด์รากจักรพรรดินั้นถูกสังหารไป อัศวินศักดิ์สิทธิ์นั้นก็วิ่งไปยังจุดเกิดแล้วพวกเขาทำการไล่ล่าต่อ

หวังหยู่ก็จะตามพวกเขาไปด้วยเช่นกัน แต่หยางนัวก็จับเขาและถาม "อย่าบอกนะว่านายลืมว่าพวกเรามาทำอะไรที่นี่กันในตอนแรก?"

"โอ้ ใช่...อุ๊ปส์..."หวังหยู่พยักหน้า

เมื่อเปรียบเทียบกับเควสลับแล้ว การได้รับแต้มคุณธรรมไม่กี่แต้มนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆ

พวกเขาก็ใช้ประโยชน์จากความโกลาหล หวังหยู่และหยางนัวก็เข้าไปในมหาโบสถ์

มหาโบสถ์นั้นก็เป็นเพียงแค่โบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้นักบวชนั้นเข้าไปเพื่อเปลี่ยนอาชีพ มันมีสไตล์ยุโรปที่เป็นพื้นฐานอย่างมากและมันก็โอ่อ่าอย่างไม่น่าเชื่อ ห้องโถงหลักนั้นมีขนาดเกือบจะยี่สิบเมตร...ทั้งทั้งสถานที่นี้ก็กว้างขวางอย่างมาก

มันก็มีรูปปั้นของเทพเจ้าแห่งแสงที่ตั้งไว้ด้านหน้าทางเข้าและมันก็ดูเหมือนกับชายแก่คนหนึ่ง รูปปั้นนี้กำลังถือหนังสือไว้ในมือและมันก็จ้องลงมาซึ่งทำให้รู้สึกว่าพวกเขาควรที่จะเคารพบูชา

"มันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าชายแก่ที่แสนอ่อนโยนและดูสุภาพแบบท่านนั้นจะมีผู้คลั่งศาสนามากมายแบบนี้..."หวังหยู่ถอนหายใจ เมื่อเห็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ในการต่อสู้ หวังหยู่ก็รู้สึกขนลุกอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้บัดซบที่ตายยากแบบนั้นเป็นปัญหามากในการจัดการด้วย

"การสั่งสอนของพระเจ้าพวกเขานั้นให้โฟกัสไปในการช่วยเหลือคนที่โชคร้าย อย่างไรก็ตามไอ้พวกบ้าคลั่งพวกนั้นก็ใช้ความศรัทธาพวกเขานั้นในการหาข้ออ้างในการทำสงคราม..มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า..."

"โอ้ ไม่! ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะได้ยินเรื่องที่สมเหตุผลสมผลแบบนี้มาก่อนเลย!"หวังหยู่แกล้งตะลึง

"มันเป็นเพราะว่า ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญยังไงละ!"หยางนัวหัวเราะแล้วเธอก็จ้องไปที่ตราไทจิบนหน้าอกของหวังหยู่

ทันใดนั้นเอง ตาของหวังหยู่ก็เหลือบไปมองด้านข้างและเขาก็กระซิบอย่างตึงเครียด "มันไม่ดีแล้ว! มันมีเจตนาฆ่า!"

"เจตนาฆ่า?"หยางนัวก้รีบตรวจสอบพื้นที่รอบข้างด้วยเช่นกัน

เจตนาฆ่านั้นเป็นบางสิ่งที่มีแค่ผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ระดับสูงที่สามารถสัมผัสได้ ในความเป็นจริงที่ว่าหยางนัวนั้นไม่ได้รู้สึกนั่นก็หมายถึงว่าเธอนั้นยังมีระดับการฝึกฝนไม่เพียงพอ

"มันมาจากทางโน้น! ใครกัน! เปิดเผยตัวซะ!"หวังหยู่ชี้ไปที่รูปปั้นของเทพเจ้าแห่งแสงและตะโกน

"ฮ่าๆๆๆ! มันเป็นเพียงแค่เพราะว่าเจ้าเมืองของพวกเรานั้นช่วยให้พ้นบาป ดังนั้นเขาจึงมีคุณธรรม! ทุกคนเชื่อในคุณธรรม ดังนั้นมันจะเป็นเรื่องที่ผิดได้ยังไงกัน?"เพียงแค่หวังหยู่พูดเสร็จ ก็มีพระคาร์ดินัลที่สวมผ้าคลุมยาวเดินออกมาจากด้านหลังรูปปั้นและถามหยางนัวในขณะที่หัวเราะไปด้วย

พระคาร์ดินัลนั้นมีอายุประมาณสี่สิบถึงห้าสิบปีและค่อนข้างที่จะหล่อ เขานั้นมีผมสีทองและดวงตาใสเหมือนแก้ว อย่างไรก็ตามสายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและความเหยียดหยามซึ่งทำให้หวังหยู่และหยางนัวรู้สึกว่าพวกเขาโดนรังแกอยู่

“มันไม่มีอะไรผิดในการพาผู้คนไปชำระบาป แต่การผลักดันให้คนอื่นศรัทธาร่วมกับนายด้วยนั้นมันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากปีศาจหรอก!”หวังหยู่พ่นน้ำลายใส่

“โอ้?”พระคาร์ดินัลนั้นหยุดพูดอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะหันไปหาหวังหยู่และถามอย่างอ่อนโยน “หนุ่มน้อย ฉันสามารถเห็นศักยภาพที่ยอดเยี่ยมของนายได้ มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่นายเลือกเส้นทางอันชั่วร้าย แต่มันก็ยังคงมีความหวังสำหรับนายอยู่! นายต้องการที่จะกลับมายังอ้อมกอดของเจ้าเมืองและผู้ช่วยชีวิตไหม?”

“…”

ถึงแม้ว่าพระคาร์ดินัลด้านหน้าเขานั้นเป็นเพียงแค่ NPC ก็ตามที แต่การแสดงออกที่สมจริงนั้นทำให้หวังหยู่รู้สึกหวาดกลัว

หวังหยู่นั้นพบเจอ NPC มาทุกประเภท และความสมจริงของมันนั้นก็มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีเพียงแค่ NPC ที่ใช้โหมดอิสระเท่านั้นที่มีความสามารถทำแบบนี้ได้

เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หวังหยู่ก็ดูไปที่ค่าสถานะของพระคาร์ดินัล

{ผู้ตัดสินนอกรีต – ไวลี่ (ระดับ 35) (ทอง) (ชั้นยอด)}

พลังชีวิต : 300000

มานา : 200000

สกิล : [การชำระบาปแห่งแสง] [กฏศักดิ์สิทธิ์] [การแทรกแซงแห่งเทพยดา]

“ชายคนนี้คือไวลี่?”หวังหยู่อ้าปากค้าง ชายที่ดูอ่อนแอและไม่น่าจะเป็นปัญหานั้นเป็นบอสงั้นเหรอ? และเขานั้นก็มีความแข็งแกร่งพอๆกันกับเทพเจ้ามังกรเลือดงั้นเหรอ?

“ใช่! ไอ้หมอนั่นยังมี [กฏศักดิ์สิทธิ์] ที่สามารถทำลายนายได้ ดังนั้นนายควรที่จะระมัดระวังตัวไว้!”หยางนัวพยักหน้า

“เธอจะไม่ช่วยผมงั้นเหรอ?”

“เควสของฉันแค่เพียงขโมยก้อนหินปีศาจศักดิ์สิทธิ์แค่นั้น…การฆ่าบอสนั้นเป็นงานของนายต่างหาก!”หยางนัวยักไหล่

“เหอะ! สมกับเป็นเพื่อนกันจริงๆ!”

“เฮ้! นายเป็นคนที่เกือบที่จะทิ้งฉันไปก่อนนะ! นายต่างหากที่ไม่มีความไยดี!”หญิงสาวคนนี้นั้นใจแคบ...เธอนั้นยังคงเอาเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นขึ้นมาพูดอยู่อีก..

“เด็กน้อย นายคิดเสร็จหรือยัง? พร้อมกับความแข็งแกร่งของนาย ตราบเท่าที่นายพร้อมที่จะเป็นแขนขาของเจ้าเมืองละก็ เขาจะเปิดทางไว้ให้นาย! มาเถอะและได้รับประสบการณ์พลังของเจ้าเมือง!”ไวลี่เมินเฉยบทสนทนาพวกเขาและถามหวังหยู่อีกครั้ง

{แจ้งเตือนระบบ : คุณได้กระตุ้นเควส “การทดสอบของพระเจ้า” ความยากระดับ A ไปนำก้อนหินปีศาจศักดิ์สิทธิ์ 0/1 รางวัล อาชีพลับ พาลาดิน คุณต้องการรับมันไหม?}

{แจ้งเตือน : สมาชิกทุกคนของโบสถ์แห่งแสงสว่างนั้นมีศรัทธาที่มุ่งมั่นกับโบสถ์ หัวใจแห่งความกล้าหาญนั้นจะถูกยกเลิกหลังจากตกลงรับเควสนี้!}

“โว้ว..”หวังหยู่นั้นไม่เคยจินตนาการมาก่อนว่าบอสเพียงแค่หนึ่งคนนั้นจะให้เควสที่มีเงื่อนไขมากมายขนาดนี้

มันเป็นเควสลับ ดังนั้นมันจึงน่าดึงดูดอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้ สิ่งที่เขาจะต้องทำก็คือปล้นก้อนหินศักดิ์สิทธิ์ไปจากหยางนัว ถึงแม้ว่าหยางนัวนั้นจะมีความสามารถ เมื่อเปรียบเทียบกับหวังหยู่แล้วเธอก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย นอกจากนี้ การทดสอบของพระเจ้านั้นเป็นเควสระดับ A เหมือนกับจิตวิญญาณแห่งความมืดมิด พวกมันทั้งคู่นั้นง่ายกว่าหัวใจแห่งความกล้าหาญซะอีก!

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ หวังหยู่ก็ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ถ้าเขากลายเป็นพาลาดินละก็เขาจะต้องเป็นหนึ่งในพวกคลั่งศาสนาของโบสถ์ เควสนี้ก็ยังคงให้เขานั้นขโมยของจากหยางนัวอีก หยางนัวนั้นสามารถถูกพิจารณาว่าเป็นเพื่อนกับหวังหยู่ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกไม่ถูกต้องกับมัน ยิ่งไปกว่านั้น หวังหยู่ก็ยังคงรู้สึกว่าอาชีพผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้นั้นเหมาะสมกับเขาที่สุด

“ลืมมันไปซะ นอกจากการเป็นพระเจ้าแล้ว ผมเชื่อมั่นกับหมัดของผมมากกว่า!”หวังหยู่ตอบกลับสบายๆแล้วเขาก็เลือก {ปฏิเสธ}

“คิ คิ คิ! ครั้งสุดท้ายที่กองกำลังแห่งความมืดนั้นบุกรุก นักต่อสู้คนนั้นก็พูดแบบเดียวกัน! นายไม่คิดเกี่ยวกับมันให้ดีๆอีกรอบงั้นเหรอ?”ไวลี่ถอนหายใจอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์

เขาก็ก้าวไปข้างหน้า หวังหยู่ก็ยกแขนมาตั้งท่าและตะโกน “เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว มาซะ!”

จบบทที่ Chapter 120: ผมเชื่อมั่นกับหมัดของผมมากกว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว