เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 98: กระทิงหนึ่ง กระทิงสอง

Chapter 98: กระทิงหนึ่ง กระทิงสอง

Chapter 98: กระทิงหนึ่ง กระทิงสอง


Chapter 98: กระทิงหนึ่ง กระทิงสอง

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่คนนอกอย่างผู้เล่นจากนิกายซวนเฉินนั้นจะไม่มีทางเข้าใจโลกของศิลปะการต่อสู้ แล้วพวกเขาจะสามารถเข้าใจถึงอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมจากโลกศิลปะการต่อสู้ได้ยังไง หวังหยู่นั้นมีสถานะที่เว่อเกินจริงอย่างมากในโลก มันถึงจุดที่พ่อของเขานั้นแสดงความเคารพต่อหวังหยู่เลยด้วยซ้ำ….

ทุกคนในที่นี้นั้นไม่สามารถที่จะเข้าใจถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างหวังหยู่และน้องชายของเขา

คนหนึ่งสูงและคนหนึ่งเตี้ย คู่พี่น้องนี้นั้นดูเหมือนพ่อกับลูกเสียมากกว่า....

มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในหัวใจของผู้เล่นในเมืองรัตติกาล เมื่อพวกเขาเห็นผู้นำของกิลด์นับหมื่นคนนั้นกลายเป็นของเล่นของหวังหยู่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพันธมิตรอันนองเลือด สำหรับศัตรูของนิกายซวนเฉินและคนที่ปะทะกับอย่างรุนแรงกับกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติแล้ว พวกเขาก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะรู้สึกยังไงดี เมื่อพวกเขาดูฉากนี้อยู่

พวกเขานั้นมีความสุขที่ปัญหาของกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นก็หยุดลง พวกเขาก็รู้สึกผิดหวังอย่างมากเนื่องจากคนที่หยุดกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติได้นั้นเป็นศัตรูที่พวกเขาเกลียดชังมากที่สุด หวังหยู่

“พวกนายรีบถอนตัวไป ฉันจะปล่อยนายไปในครั้งนี้! ฉันไม่ต้องการที่จะมีเรื่องในช่วงปีใหม่!”หวังหยู่เตือนความอาละวาดอันชั่วร้าย

การแสดงออกของความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นกลายเป็นน่าเกลียดเมื่อเขาได้ยินคำพูดของหวังหยู่ เมื่อคิดกับตัวเองแล้ว ไม่ใช่นายหรือไงที่เริ่มความวุ่นวายนี่ทั้งหมด....

แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่ได้มีความกล้าที่จะเถียงพี่ชายของเขา เขาก็ส่งข้อความอย่างเชื่อฟังไปยังกิลด์ของเขา “ถอยกลับ ถอยกลับ พวกเราไม่สามารถที่จะยั่วยุชายคนนี้ได้มิฉะนั้นละก็มันจะกลายเป็นการนองเลือดที่ฉันก็ไม่สามารถหลบหนีออกมาได้…”

สมาชิกคนอื่นของกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นก็ได้คาดเดาผลลัพธ์ที่จะตามมาได้ หลังจากที่พวกเขานั้นเห็นว่าทั้งสองคนนั้นใกล้ชิดกันมากแค่ไหน พวกเขาก็เก็บอาวุธของพวกเขาลงหลังจากได้รับคำสั่งและล่าถอยจากเมืองรัตติกาล

ผู้เล่นจากเมืองรัตติกาลนั้นมองไปที่ศัตรูที่กำลังล่าถอยของพวกเขาอย่างมึนงง...พวกเขาไม่กล้าที่จะขยับตัวแม้แต่นิดเดียว และพวกเขาก็ไม่มีความคิดที่จะยั่วยุกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติอีกแล้ว...

ถ้าสงครามนั้นระเบิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มันก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าหวังหยู่จะสังหารฝั่งไหน…

ธงสงครามอันนองเลือดและ 2012 นั้นรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก มันมีคำพูดที่พวกเขาต้องการที่จะพูด แต่มันก็ไม่ควรพูดจะดีกว่า.. มันเหมือนกับว่านิกายซวนนั้นจะเอาเปรียบพวกเขาได้อีกครั้งหนึ่ง

แต่พวกเขานั้นก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าพวกเขานั้นเป็นกิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองรัตติกาล แม้ว่าจะรวมกิลด์ทุกกิลด์ในเมืองรัตติกาลก็ไม่สามารถที่จะจัดการกับกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติได้

ในความเป็นจริง หัวหน้ากิลด์ของสวรรค์อันไร้ที่ตินั้นก็โดนทำร้ายจนกองลงไปกับพื้นโดยหวังหยู่ เหมือนกับหนูตัวน้อยๆ….

มันเป็นเรื่องที่เด่นชัดว่าใครนั้นแข็งแกร่งกว่า มันยังจำเป็นที่จะต้องหาข้อโต้แย้งกับความจริงนี้อีกเหรอ? หัวหน้ากิลด์ทั้งสองคนนั้นก็เข้าใจถึงการกระทำอันโง่เขลาของตัวเขาเองแล้ว

ไร้ความกลัวมองไปที่ธงสงครามอันนองเลือดและ2012ที่มีการแสดงออกที่บูดบึ้งพร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเขา...

เมืองรัตติกาลนั้นก็ขึ้นพาดหัวเว็บบอร์ดอีกครั้งใน {REBIRTH} นิกายซวน กิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติ สงครามนับหมื่นคน

มันไม่เคยมีช่วงเวลาสงบสุขเลยในเมืองรัตติกาล ฆ่าบอสเป็นกลุ่มแรก ทำภารกิจป้องกันสำนักงานใหญ่สำเร็จเป็นกลุ่มแรก นั่นเป็นความสำเร็จทั้งหมดของผู้เล่นเมืองรัตติกาล นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งเมืองนั้นเกี่ยวข้องไปด้วยกับการสังหารผู้เล่นครั้งที่ใหญ่ที่สุดในเกม แล้วมันก็จบลงได้โดยนิกายซวนเฉิน พวกเขานั้นเป็นศูนย์กลางของความวุ่นวายในเมืองรัตติกาลทุกครั้ง

ผู้เล่นที่พึ่งเข้ามาในเกมนั้นก็แห่เข้าไปในเว็บบอร์ดและแสดงความคิดของพวกเขา

“นายได้ยินเรื่องกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติไหม?”

“แน่นอน ฉันได้ยินมา พวกเขานั้นเป็นกิลด์ผู้ปกครองของเมืองฉัน ไม่ว่านายจะทำอะไรก็ตามนายก็ห้ามยั่วยุพวกเขา ฉันได้ยินมาว่าพวกเขายังมีผู้เล่นอีกมากในกิลด์พวกเขาที่อยู่ในเมืองอื่น…”

“นายได้ยินมาไหม ไม่นานมานี้ พวกเขาพ่ายแพ้กับอีกกิลด์หนึ่ง!”

“นายมั่นใจเหรอ? ใครชนะกัน?”

“ข้อมูลนี่เป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน! พวกเขาพ่ายแพ้กิลด์ที่มีแปดคนในเมืองรัตติกาล มันคือนิกายซวนเฉิน! หัวหน้ากิลด์ของเขานั้นโดนตีก้นอยู่ต่อหน้าคนทั่วทั้งเมือง!”

….

เรื่องราวนั้นเว่อเกินจริงไปเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่มั่วซั่วมากที่สุดก็คือหวังหยู่นั้นขี่ม้าเข้าไปในสนามรบและสังหารศัตรูที่ปิดกั้นเส้นทางของเขา และเขาก็สังหารศัตรูนับหมื่นคนด้วยตัวเพียงคนเดียวก่อนที่จะกระชากชุดเกราะของความอาละวาดอันชั่วร้ายออกล้อนจ้อนและฆ่าเขาทิ้ง…

ในโรงเตี๊ยมเมืองรัตติกาล

“นายนี่มันช่างมีความสามารถจริงๆไม่ใช่เรอะ! ใครจะไปคิดว่านายจะสามารถพาคนเหล่านั้นมาเป็นลูกน้องของนายได้กัน…”หวังหยู่ตบไปที่หลังของความอาละวาดอันชั่วร้ายแล้วเขาก็หัวเราะ

แม้ว่าเขานั้นจะเป็นน้องชายของหวังหยู่ หวังหยู่นั้นก็ไม่เคยเข้าใจเขาเลย ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นเป็นคนที่ดื้อรั้นอยู่เสมอๆ เขานั้นไม่เคยฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้อย่างจริงจังและรักในการพยายามทำเรื่องใหม่ๆ

ตระกูลที่ดื้อรั้นและหัวโบราณแบบตระกูลหวังนั้นไม่มีทางที่จะยอมถ้าหวังหยู่นั้นกล้าที่จะเป็นน้องชายของเขา แต่พ่อของเขานั้นอ่อนโยนกับน้องชายของหวังหยู่เสมอๆ ทั้งตามใจเขาและปล่อยให้เขาทำตามที่เขาต้องการ…

มันมีหลายครั้งที่หวังหยู่นั้นพยายามต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมที่เขาเจอ มีเพียงครั้งหนึ่งเดียวที่เขาตะโกนเข้าใส่ผู้อาวุโสกว่า

“นายเป็นพี่ใหญ่ พวกเรานั้นหวังพึ่งนายให้แบกรับภาระของครอบครัวในอนาคต! ถ้านายกลายเป็นแบบเขาละก็ตระกูลหวังนั้นก็จะล่มสลาย! นายต้องการที่จะเป็นลูกของลุงสี่งั้นเหรอ? เขานั้นถูกโยนออกไปจัดการธุรกิจของครอบครัว นายต้องการที่จะเป็นแบบนั้นไหม?”

หวังหยู่นั้นไม่กล้าที่จะสู้กลับอีกเลยหลังจากนั้น

“มันไม่ได้มากอะไร ผมแค่เล่นเกมนี้เพื่อหาเงินบางส่วนเท่านั้นเอง…”ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นหน้าแดงเมื่อเขาได้ยินคำชื่นชมของพี่ชายเขา ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นพบธุรกิจดีๆและทำเงินกับมันได้ตลอด

“นายคิดว่าครอบครัวของเราจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเล็กน้อยที่นายนำไปงั้นเหรอ?”หวังหยู่ถาม

“ผู้เฒ่าสามนั้นสนับสนุนความคิดนี้…”ความอาละวาดอันชั่วร้ายยักไหล่

“โอ้…”หวังหยู่ตกอยู่ในความเงียบงัน

“โอ้อย่างน้อยนายก็ทำได้ดีกว่าฉัน ฉันหมายถึงดูผู้คนมากมายในกิลด์นายสิ.....ไม่ต้องพูดถึงไอ้พวกบัดซบที่อยู่ที่นี่หรอกนะ พวกเขาเป็นแค่พวกอันธพาลที่หน้าด้านเท่านั้นแหละ ฉันเป็นคนเดียวที่มีคุณธรรม”หวังหยู่ปลอบโยนน้องชายของเขา

“เหี้...! ไอ้หน้าด้าน!”สมาชิกคนอื่นของนิกายซวนเฉินขู่ใส่เขา

“พี่ไปต้องแกล้งทำไปหรอกพี่ชาย ฉันสามารถที่จะเห็นได้ว่ากลุ่มของพี่นั้นเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงว่าความจริงที่พวกเขานั้นเป็นคนกลุ่มแรกในเกมที่ทำให้ฉันนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบในการต่อสู้”ความอาละวาดอันชั่วร้ายหัวเราะ

“กระทิงสองนี้รู้วิธียกยอผู้คนจริงๆ!”

คำพูดของความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นทำให้ผู้เล่นจากนิกายซวนเฉินนั้นมีความสุขกับศักดิ์ศรีของเขา ความทระนงตัวนั้นลืมไปแล้วที่ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นนั้นฆ่าเขาไปก่อนหน้านี้ เขาก็รีบเพิ่มบทสนทนาไปอย่างมีความสุข “ลุงกระทิงสอง ทำไมลุงไม่สอนผมสักท่าหรือสองท่าละ? ลุงดูเป็นคนดีกว่าลุงกระทิงอีก…”

“เหี้...!”หวังหยู่พึมพำอย่างหดหู่ใจ ไอ้เด็กน้อยนี้มันรู้วิธีพูดจริงๆ

“ฮ่าๆ เพื่อนตัวน้อย มันไม่มีใครบนโลกนี้ที่สามารถเปรียบเทียบได้กับพี่ชายของฉันในเรื่องศิลปะการต่อสู้หรอก ถ้านายคิดว่าเขานั้นไม่มีเหมาะในการสอนนาย ถ้างั้นฉันก็ไม่คิดว่าฉันจะช่วยได้มากหรอก!”

“และอีกอย่าง เรียกฉันว่าความอาละวาด หรือนายสามารถเรียกฉันว่า อาเฟยได้ แต่ได้โปรดอย่าเรียกกระทิงสองเลย! นายพูดเหมือนกับว่าฉันนั้นเป็นลูกน้องของเขา!”

“อาเฟย? มันก็ยังเป็นชื่อของลูกน้องอยู่เหมือนเดิมนะ….”

“โอ้ ยังไงก็ตาม พี่ยังอยู่กับผู้หญิงคนนั้นไหม?”ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นหันกลับไปถามหวังหยู่

“ผู้หญิงอะไรกัน? เธอเป็นพี่สะใภ้ของนาย! พวกเราแต่งงานกันแล้ว!”หวังหยู่ตบไปที่หัวของความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้น

“แต่งงาน? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นอ้าปากค้าง

“เกือบครึ่งปีแล้ว!”หวังหยู่หัวเราะด้วยความสำราญใจ

“พี่นี่มันบ้าบิ่นจริงๆ! พี่แต่งงานมากว่าครึ่งปีแล้วก็ยังไม่พาเธอกลับไปที่บ้านเพื่อมาพบกับพวกเรางั้นเหรอ?”ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นหัวเราะแล้วก็ยกนิ้วโป้งให้หวังหยู่

“ฉันจะไม่กลับไป ไปบอกพ่อของนายให้ฝึกฝนนายหนักกว่านี้! เลิกเสียเวลาเล่นเกมพวกนี้ได้แล้ว! ตระกูลหวังนั้นจะต้องหวังพึ่งนายในอนาคต!”

“เหี้....ได้โปรดอย่าทำแบบนี้กับผมเลย พี่นั้นแบกรับหน้าที่นี้มาตลอดยี่สิบปีและพี่ก็จะโยนมันให้กับผมอย่างงั้นเหรอ? ทำไมพี่ไม่กลับบ้านกัน? อะไรกันที่ขัดขวางพี่อยู่?”ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ

“พวกเขาจะยอมรับเธองั้นเหรอ?”

“นี่มัน…”ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นเกาหัว “ผมคิดว่าพวกพี่นั้นเข้ากันได้ดีแท้ๆ…”

“….”หวังหยู่จ้องไปอย่างเงียบๆใส่ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นแล้วก็ไม่พูดออกมาสักคำ

“แต่แน่นอน ลุงสามนั้นดื้อรั้นจริงๆ ไม่ต้องกังวลไป เขาจะอ่อนโยนขึ้น ถ้าพี่พาเด็กกลับมาบ้านพร้อมกับพี่ด้วย!”ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นรีบตอบ

“นายกำลังถามหาการโดนกระทืบอยู่งั้นเหรอ?”หวังหยู่ขู่ใส่เขา

“ผมกำลังพูดความจริงอยู่.....ทำไมพี่ถึงไม่เข้าใจอารมณ์ของพ่อหลังจากที่มันผ่านมาเนิ่นนานแบบนี้กัน”ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นถอนหายใจ

“พวกเราจะพูดถึงเรื่องนี้ในอีกสองปี้ข้างหน้า…และได้โปรดอย่าบอกพวกเขาว่านายเจอฉัน เข้าใจใช่ไหม?”

“ผมเข้าใจ”ความอาละวาดอันชั่วร้ายนั้นพยักหน้า

จบบทที่ Chapter 98: กระทิงหนึ่ง กระทิงสอง

คัดลอกลิงก์แล้ว