- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคข้าวยากหมากแพง ภรรยาจอมจู้จี้สั่งให้ผมลดน้ำหนักทุกวัน
- บทที่ 7 เนื้อนี้สำหรับเมียข้า เอ็งคิดว่าเอ็งเป็นใคร?
บทที่ 7 เนื้อนี้สำหรับเมียข้า เอ็งคิดว่าเอ็งเป็นใคร?
บทที่ 7 เนื้อนี้สำหรับเมียข้า เอ็งคิดว่าเอ็งเป็นใคร?
โบราณว่าไว้ 'ชายจีบหญิงดั่งปีนเขาข้ามห้วย หญิงจีบชายง่ายดั่งถลกผ้าคลุมหน้า'
ในความคิดของฉินเว่ย ที่เว่ยยงเลิกยุ่งกับหวังเสี่ยวหลิงอาจเป็นเพราะข้อเรียกร้องของหล่อนสูงเกินไป
แต่ถ้าหวังเสี่ยวหลิงไม่เรียกร้องอะไรเลยล่ะ? เว่ยยงจะยังใจแข็งอยู่ไหม?
ฉินเว่ยเพิ่งจะเริ่มมีความหวัง แต่ตอนนี้ความกังวลและความลังเลก็กลับมาอีกครั้ง แม้เนื้อในหม้อจะสุกส่งกลิ่นหอม แต่เธอกลับไม่มีกะจิตกะใจจะกิน
เว่ยยงเดินออกมาที่ลานบ้าน มองหวังเสี่ยวหลิงผ่านรั้วกั้น แล้วเอ่ยถาม
"มีธุระอะไร?"
ท่าทีเย็นชาแบบนี้ทำเอาหวังเสี่ยวหลิงหงุดหงิดใจ
เธอโกรธเว่ยยงจนกลับบ้านไปร้องไห้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ เว่ยยงกล้าดีบยังไงมาทำกับเธอแบบนี้?
เมื่อก่อนเขาก็ปกติดี แต่วันนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
หรือว่าเขาเห็นเธอคุยกับเซวี่ยเหยียนเมื่อวานเลยเข้าใจผิด?
ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เธอก็ต้องอธิบายให้กระจ่าง คนหัวอ่อนอย่างเว่ยยงหาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ
"พี่ใหญ่ยง เมื่อวานพี่ไม่เห็นเหรอว่าฉันคุยกับเซวี่ยเหยียน? อย่าเข้าใจผิดนะจ๊ะ พอดีอีกสองวันจะมีการแจกเสบียง ฉันเลยไปถามข่าวคราวเฉยๆ"
เว่ยยงขมวดคิ้ว "เธอจะคุยกับใครก็เรื่องของเธอ หวังเสี่ยวหลิง... ฉันขอพูดให้ชัดเจนนะ ฉันมีเมียแล้ว อย่ามาหาฉันบ่อยๆ เธอไม่กลัวขี้ปากชาวบ้าน แต่ฉันกลัว"
สิ้นคำเว่ยยง หวังเสี่ยวหลิงหน้าม้านไปทันที
หมายความว่าไง? เขากลัวขี้ปากชาวบ้าน แต่เธอไม่กลัวงั้นสิ?
คนทั้งหมู่บ้านรู้กันทั่วว่าเว่ยยงชอบซ้อมเมีย แถมยังมีข่าวลือหนาหูว่าเขาจะขายเมียเพื่อมาแต่งงานกับเธอ
แล้วตอนนี้มาพูดแบบนี้หมายความว่าไง? จะตัดขาดกับเธอถาวรเลยเหรอ?
วันนี้หวังเสี่ยวหลิงโดนเว่ยยงฉีกหน้ามาสองรอบแล้ว เธอโกรธจนตัวสั่น
"เว่ยยง! คิดดีแล้วใช่ไหม? ถ้าคิดดีแล้ว ต่อไปเราก็ทางใครทางมัน อย่าหวังว่าฉันจะพูดกับพี่อีกแม้แต่คำเดียว!"
ถ้าเป็นเมื่อก่อน พอหวังเสี่ยวหลิงยื่นคำขาดแบบนี้ เว่ยยงคงรีบง้อจนตัวสั่น แทบจะขนสมบัติทุกอย่างในบ้านมาประเคนให้
แต่ตอนนี้ คำพูดของหวังเสี่ยวหลิงไม่มีผลใดๆ กับเว่ยยงแม้แต่น้อย
ฉินเว่ยที่ยืนแอบฟังอยู่หลังประตูได้ยินบทสนทนาทั้งหมด ความหนักอึ้งในใจก็มลายหายไป เว่ยยงกลับตัวแล้วจริงๆ!
ฉินเว่ยไม่อยากให้พวกเขายืดเยื้อ เธอมรีบปาดน้ำตา ผลักประตูเปิดออก แล้วตะโกนบอก
"พี่ใหญ่ยง ข้าวเสร็จแล้วจ้ะ!"
ทันทีที่ประตูเปิด กลิ่นเนื้อหอมฉุยก็ลอยฟุ้งออกมา
หวังเสี่ยวหลิงที่ยืนอยู่หน้าประตูโดนกลิ่นเนื้อกระแทกจมูกเข้าอย่างจัง ในยุคนี้แค่ข้าวหยาบๆ ยังหากินยาก อย่าว่าแต่เนื้อเลย
พอได้กลิ่นเนื้อ ความอยากอาหารของหวังเสี่ยวหลิงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"เว่ยยง พี่ตุ๋นเนื้อเหรอ?"
เว่ยยงไปเอาเนื้อมาจากไหน? ทำไมเธอไม่รู้เรื่อง?
"อือ"
"ไปเอาเนื้อมาจากไหนจ๊ะ? ทำไมฉันไม่เห็นรู้เลย?"
ท่าทีเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายวับไป น้ำเสียงของหวังเสี่ยวหลิงอ่อนลงทันตา
เว่ยยงตอบเรียบๆ "ฉันจะเอาเนื้อมาจากไหน จำเป็นต้องบอกเธอด้วยเหรอ?"
หวังเสี่ยวหลิงข่มความโกรธ กัดริมฝีปาก แสร้งทำหน้าตาใสซื่อไร้เดียงสา แล้วอ้อนวอน
"งั้นแบ่งให้ฉันสักถ้วยสิ แล้วฉันจะหายโกรธพี่"
แม้ว่าวันนี้เว่ยยงจะทำเกินไปจริงๆ แต่ถ้าเขายอมตักเนื้อให้เธอสักถ้วย เธอก็พร้อมจะให้อภัย
เว่ยยงแทบหลุดขำออกมา หวังเสี่ยวหลิงนี่หลงตัวเองชะมัด
"ฝันไปเถอะ ฉันต้องขอให้เธอหายโกรธด้วยเหรอ? เนื้อนี่ฉันทำให้เมียฉันบำรุงร่างกาย เอ็งคิดว่าเอ็งเป็นใคร?"
ชาติที่แล้วหวังเสี่ยวหลิงสูบเลือดสูบเนื้อเขาจนหมดตัว ชาตินี้ถ้าเขาญาติดีกับนางแม้แต่นิดเดียว เขาจะไม่ขอใช้แซ่เว่ยอีกต่อไป!
หน้าของหวังเสี่ยวหลิงแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
เมื่อกี้เธออุตส่าห์ยอมลงให้แล้วแท้ๆ ขอแค่เนื้อถ้วยเดียวก็จะยอมลืมเรื่องวันนี้ไป
แต่ไม่นึกว่าเว่ยยงจะปากคอเราะร้ายขนาดนี้!
"เว่ยยง! จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีนะ จากนี้ไปเราขาดกัน ถ้าฉันพูดกับพี่อีกแม้แต่คำเดียว ฉันยอมเปลี่ยนแซ่เลยเอ้า!"
หวังเสี่ยวหลิงกระทืบเท้าเดินหนีไปอย่างเดือดดาล ยกแขนเสื้อเช็ดหน้าเช็ดตา สงสัยจะร้องไห้ขี้มูกโป่งอีกรอบ
เว่ยยงกำลังจะกลับเข้าบ้านไปกินเนื้อ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก
"พี่ใหญ่ยง ที่บ้านตุ๋นเนื้อเหรอ? กลิ่นหอมไปสามบ้านแปดบ้านเชียว!"
ชายคนนี้คือ 'เฉินหรงเม่า' จอมขี้เหนียวประจำหมู่บ้าน
เฉินหรงเม่าเป็นคนไม่เอาถ่าน งานการไม่ทำ ขี้เกียจสันหลังยาว แถมยังขี้ตืดสุดๆ ชอบเอาเปรียบชาวบ้านไปทั่ว
แต่หมอนี่ดวงดี ได้เมียสวยระดับนางฟ้าอย่าง 'หวังอวี้'
หวังอวี้เป็นสาวงามขึ้นชื่อในละแวกสิบหมู่บ้าน ผิวขาวหน้าสวย ที่เด็ดสุดคือ 'ถุงกาแฟ' คู่หน้าของเธอนั้นใหญ่โตมโหฬารยิ่งกว่าแม่ม่ายชูเสียอีก
แถมหวังอวี้ยังสาวและสดใสกว่า ทำให้หนุ่มๆ ทั้งหมู่บ้านอิจฉาไอ้หมอนี่กันตาร้อนผ่าว
แต่ไอ้หมอนี่มันไร้น้ำยา แต่งงานมาตั้งหลายปี เมียยังท้องไม่ป่องสักที
หวังอวี้มี 'โรงอาหาร' ใหญ่โตเสียเปล่า แต่ไม่มีใครได้เข้าไปลิ้มลอง
"มีอะไรเหรอพี่เฉิน?"
แม้จะรู้ไส้รู้พุงกันดี แต่เว่ยยงก็ยังรักษามารยาท
พอเฉินหรงเม่าได้กลิ่นเนื้อ น้ำลายก็สอเต็มปาก อยากจะขอสักถ้วยแต่ก็ไม่กล้าออกปากตรงๆ
"พี่ใหญ่ยง ไปเอาเนื้อมาจากไหนเนี่ย?"
"ล่ามาจากบนเขาน่ะ"
"จริงดิ? พี่พาฉันไปด้วยสิ ไปด้วยกันจะได้ช่วยกันดูแล"
การล่าสัตว์มีเพื่อนไปด้วยย่อมดีกว่า แต่ดูสภาพเฉินหรงเม่าแล้ว คงเป็นตัวถ่วงมากกว่าตัวช่วย งานนาตัวเองยังขี้เกียจทำ จะหวังพึ่งอะไรได้
แต่... เมียสาวแสนสวยของหมอนี่มีของดีอยู่
เว่ยยงไม่ได้คิดจะตีท้ายครัวใคร แต่หวังอวี้เลี้ยงหมาป่าลูกผสมไว้ตัวหนึ่ง ดุร้ายมาก ไม่มีใครในบ้านเอาอยู่ยกเว้นเธอ
อีกอย่าง บ้านเฉินหรงเม่ามีธนูด้วย ถ้ามีธนู โอกาสล่าสัตว์สำเร็จก็สูงขึ้นเยอะ
แม้บ้านเว่ยยงจะมีปืนล่าสัตว์ แต่กระสุนหายากยิ่งกว่าทอง จะหาซื้อในตำบลก็ใช่จะมีขาย
เก็บกระสุนไว้ใช้ยามจำเป็นจริงๆ จะดีกว่า
เว่ยยงเลยบอกว่า "พี่เฉิน ถ้าจะไปกับฉันก็ได้ แต่พี่ต้องให้ซ้อพาเจ้า 'ต้าเฮย' ไปด้วย แล้วก็ให้ยืมธนูของพี่ด้วยนะ"
เฉินหรงเม่ารีบรับคำ "ไม่มีปัญหา คืนนี้ไปเลยไหม?"
"ใช่ พอฟ้ามืดแล้วรอฉันที่บ้านพี่นะ"
ตกลงกันเสร็จ เฉินหรงเม่าก็เดินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ใจจริงอยากจะขอเข้าไปชิมเนื้อสักคำ แต่เว่ยยงไม่ชวน ก็หน้าด้านขอไม่ได้
หลังจากเฉินหรงเม่ากลับไป เว่ยยงก็เดินเข้าบ้าน
ตอนนี้เนื้อกวางโรตุ๋นและไข่ไก่ป่าต้มวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ วันนี้ฉินเว่ยยอมหุงข้าวฟ่างต้มด้วย แม้จะใสโจ๋งเจ๋งแต่มันก็คือธัญพืช ดีกว่าผักป่าต้มเละๆ ตั้งเยอะ
ฉินเว่ยนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร ไม่กล้าแตะตะเกียบจนกว่าเว่ยยงจะกลับมา
แม้จะหิวจนน้ำลายสอ แต่เธอก็อดทนรอ
คนท้องมักจะหิวบ่อย ยิ่งอดอยากมาหลายวัน ความหิวยิ่งทวีคูณ แต่ฉินเว่ยยังข่มใจรอได้ แสดงให้เห็นว่าเธอให้เกียรติสามีมากแค่ไหน
"เมียจ๋า กินเลยสิ"
เมื่อเว่ยยงอนุญาต ฉินเว่ยถึงจะหยิบตะเกียบขึ้นมา
ส่วนเว่ยยง... เขากำลังตื่นเต้น อยากรู้ว่ามื้อนี้จะเพิ่มระดับความอิ่มให้ฉินเว่ยได้เท่าไหร่กันเชียว