เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 39: เรื่องที่พูดไปเมื่อกี้นี้นั้นไม่ได้เจาะจงไปถึงกิลด์ใดๆ

Chapter 39: เรื่องที่พูดไปเมื่อกี้นี้นั้นไม่ได้เจาะจงไปถึงกิลด์ใดๆ

Chapter 39: เรื่องที่พูดไปเมื่อกี้นี้นั้นไม่ได้เจาะจงไปถึงกิลด์ใดๆ


เมื่อรัศมีฤดูใบไม้ผลิออกจากเกม เขานั้นก็ไปยังเว็บบอร์ดในทันที เหมือนกับคนเล่าเรื่องที่ว่าเขานั้นตั้งชื่อโพสต์อย่างระมัดระวังก่อนที่จะโพสต์มันลงไป

“ประกาศ : แจ้งให้ไอ้พวกผู้เล่นไร้ประโยชน์ทั้งหลาย นิกายซวนเฉินปรารถนาที่จะประกาศว่าพวกเรานั้นจะทำเควสป้องกันสำนักงานใหญ่ในวันนี้ตอน 10โมง พวกเราจะพิสูจน์ให้ทุกคนใน {REBIRTH} ว่าใครเป็นคนที่ดีที่สุด คำแนะนำคำนี้นั้นไม่ได้พูดตรงถึงกิลด์ไหนก็ตาม แต่มันเป็นทุกกิลด์!”

รัศมีฤดูใบไม้ผลิเข้าใจเจตนาของไร้ความกลัวอย่างชัดเจน เขาจึงเขียนมันไว้อย่างหยิ่งยโส และก็ดูถูกแก่ทุกคน

ในช่วงวินาทีที่กระทู้นี่ได้ถูกสร้าง มันก็จุดไฟและกลายเป็นหัวข้อพูดคุยในเว็บบอร์ด

“เหี้....อะไรวะเนี่ย ไอ้พวกปัญญาอ่อนจากนิกายซวนเฉินกำลังทำอะไร...”

“เริ่มทำเควสป้องกันสำนักงานใหญ่อย่างงั้นเหรอ? ไอ้พวกโง่นี่ไม่รู้ขีดจำกัดจริงๆ…”

“ใครคือนิกายซวนเฉินกัน?”

“นายล้อฉันเล่นใช่ไหม? นายไม่รู้จักแม้กระทั่งนิกายซวนเฉิน? นายไม่เคยเล่นเกมอื่นมาก่อนเลยเหรอ?”

“ฉันเคยได้ยินกิลด์อะโพคาลิปส์ พันธมิตรอันนองเลือด ฮาเดส แต่ฉันไม่เคยได้ยินนิกายซวนเฉินมาก่อนเลย!”

“ไม่ต้องพูดถึงพันธมิตรอันนองเลือด ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องเมืองรัตติกาลเมื่อวานก่อน? พันธมิตรอันนองเลือดนั้นได้ยั่วยุนิกายซวนเฉินและถูกตีจนยอมแพ้ พวกเขาถึงกับขอโทษเลยด้วย…”

“นายล้อเล่นหน่า! นิกายซวนเฉินนั้นระดมพลกันได้กี่คน?”

“นายจะเชื่อฉันไหม ถ้าฉันบอกว่าแค่คนเดียว?”

“ฮ่าๆ มันเหมือนผู้คนจากเมืองรัตติกาลนั้นเป็นพวกขี้อวดหน้าด้าน!”

ความวุ่นวายในเว็บบอร์ดนั้นก็ถึงหูคนที่กำลังเล่นเกมอยู่ แม้กระทั่งหัวหน้าของกิลด์ใหญ่ก็รวมไปด้วย

เมืองพายุ

หัวหน้ากิลด์ ร่มเงาทะเลทราย หนึ่งในสามกิลด์ที่มีอันดับสูงที่สุด “ทะเลทรายอันไร้สิ้นสุด” ได้รับข่าวใหม่นี้มา เขานั้นก็พึมพำกับตัวเอง “เชี่ยเอ้ย ทำไมไอ้พวกบ้านั่นยังคงมีชีวิตอยู่กัน?”

รองหัวหน้ากิลด์ พายุไร้สิ้นสุดก็พยักหน้าด้วยอย่างตกลงกับเรื่องนี้ “นั่นมันถูกแล้ว ฉันได้ยินมาว่าพวกเขานั้นก่อเรื่องวุ่นวายอันใหญ่หลวงในเมืองรัตติกาล พวกเขาก็พึ่งจะต่อสู้กับพันธมิตรอันนองเลือดเมื่อวานนี้ เรื่องอันเด่นชัด น้องชายของธงสงครามอันนองเลือดนั้นถูกฆ่าไปหกครั้งโดยนักต่อสู้ของนิกายซวนเฉิน”

“เหี้...อะไรวะนั่น! นายหมายถึงไอ้หื่นนั่นอะนะ?”ร่มเงาทะเลทรายเดา

“ใช่!”พายุไร้สิ้นสุดพยักหน้า

“หึ เขาสมควรโดนมันจริงๆ แม้กระทั่งฉันก็ต้องการที่จะฟันมันเหมือนกัน เรื่องที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือใครเป็นนักต่อสู้? รัศมีฤดูใบไม้ผลิหรือโบซอน?”ร่มเงาทะเลทรายถาม

“ไม่ได้เป็นพวกเขาซักคน มันเหมือนกับว่าเขานั้นเป็นสมาชิกใหม่…”

“ฮ่าๆ เหมือนกับว่าพวกเขานั้นสามารถที่จะหาผู้เชี่ยวชาญได้จากที่ไหนก็ไม่รู้อีกครั้ง....พูดกันตามตรงพวกเขานั้นค่อนข้างมีความสามารถเลย ผู้เล่นที่สูงที่สุดในกิลด์ของเขาควรที่จะเป็นรัศมีฤดูใบไม้ผลิที่ระดับ 15!”ร่มเงาทะเลทรายถอนหายใจด้วยความชื่นชม

พายุไร้สิ้นสุดก็เปิดกระดานจัดอันดับก่อนที่จะตอบกลับ “อื้ม นั่นถูกต้องแล้ว สำหรับสมาชิกที่เหลือนั้นก็มีระดับที่ 14 ผู้เล่นระดับท็อปบางคนบนกระดานจัดอันดับก็เป็นสมาชิกของนิกายซวนเฉินกันทั้งหมด”

“นายคิดว่าพวกเขาจะทำสำเร็จไหม?”

พายุไร้สิ้นสุดส่ายหัว “ฉันว่าไม่! เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว แม้กระทั่งกิลด์ของพวกเรานั้นก็มีโอกาสสำเร็จเพียงแค่ 30% ไม่ต้องพูดถึงกิลด์เล็กๆแบบพวกเขาเลย พวกเขาน่าจะไม่มีโอกาสแม้แต่หนึ่งในร้อยที่จะสำเร็จด้วยซ้ำ! ฉันไม่รู้จริงๆว่าพวกเขานั้นกำลังคิดอะไรกันอยู่….”

ร่มเงาทะเลทรายแสยะยิ้ม “ฮ่าๆ จำครั้งที่พวกเขานั้นท้าทายหลุมศพปีศาจทั้งสามได้ไหม? ไม่ใช่มีคำพูดที่ว่าพวกเขานั้นไม่มีโอกาสแม้แต่ 1ในล้านที่จะสำเร็จมัน! ฉันไม่รู้จริงๆว่าพวกเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่…”

“นั่นมันถูกต้องแล้ว โอกาสเพียงหนึ่งในร้อยก็เพียงพอสำหรับคนพวกนั้นแล้ว พวกเขาก็ยังคงต้องการที่จะทดลองมันจริงๆนั่นแหละ...”

“เป็นกลุ่มคนที่โง่เง่าจริงๆ..”

เมืองมังกรฟ้า

ในสาขาหลักของกิลด์อะโพคาลิปส์ หัวหน้ากิลด์ที่ชื่อ เก้าหอกอันโดดเดี่ยวก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน เขาก็หัวเราะอย่างเย็นชา “ไอ้กลุ่มคนปัญญาอ่อนนี่มัน พวกมันจะเล่นเกมอะไรกันครั้งนี้?”

นักยุทธศาสตร์ของกองทัพ เจ้าอุบายวนิพก ตอบกลับ “ใครจะไปสนใจว่าพวกมันนั้นกำลังพยายามทำอะไรกันอยู่ การที่พยายามทำเควสป้องกันสำนักงานใหญ่มันก็เหมือนกับการถามหาความตาย!!”

“คนพวกนี้นั้นไม่มีความสามารถอื่นนอกจากการโม้จริงๆ!”

“ถูกแล้ว เมื่อพวกเรายังเล่นใน {Golden Colony} ไม่ใช่ว่าพวกมันนั้นพูดว่าพวกมันจะทำเควส”สี่เทพเจ้าของภูเขาหัว“ได้สำเร็จงั้นเหรอ? ในตอนสุดท้ายพวกเขาก็โดนเทพเจ้าแห่งตะวันออกตีจนตาย และกลายเป็นเรื่องขำขันที่ใหญ่ที่สุดใน {Golden Colony} ยิ่งกว่านั้นพวกมันก็ยังคงหน้าด้านพูดว่ามันยังคงมีความรุ่งโรจน์จากการพ่ายแพ้นั่นอยู่ และก็ก่นด่าคนอื่นว่าไม่มีความกล้าพอที่จะรับเควสนี้....ฉันคิดว่าอดีตมันจะซ้ำรอยในวันนี้”เจ้าอุบายวนิพกหัวเราะ

“ฮ่าๆๆๆ ไอ้พวกปัญญาอ่อนนั่น!”เก้าหอกอันโดดเดี่ยวหัวเราะ เมื่อเขานั้นนึกถึงความล้มเหลวของนิกายซวนเฉิน

ในเวลานั้นเอง พี่ชายไลท์ที่ยังคงเงียบอยู่ก็พูดออกมา “บอส ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้มันจะเป็นอะไรที่ง่ายดายแบบนั้น ผมได้ยินมาว่าพวกเขานั้นได้รับสมาชิกใหม่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถกดดันพันธมิตรอันนองเลือดได้…”

“หื้ม ธงสงครามอันนองเลือด? มันจะเป็นเรื่องประหลาดใจถ้าเขานั้นจัดการตีไอ้กลุ่มคนพวกนั้นได้!”

“ไม่ ผมหมายถึงว่า ผมนั้นได้ยินมาว่าผู้เชี่ยวชาญคนใหม่นั้นแข็งแกร่งจริงๆ..”พี่ชายไลท์พูด

“ชิ ไม่สำคัญหรอกว่าเขานั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถที่จะจัดการคนสิบคนด้วยตัวเขาเพียงคนเดียวใช่ไหมละ?”เจ้าอุบายวนิพกรีบตอบกลับอย่างไม่รีรอ

พี่ชายไลท์ก็ยังคงเงียบต่อไป.....เมื่อนักต่อสู้คนนั้นได้จัดการกวาดล้างทีมของเขาทั้งทีม มันได้ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อเขาเลยแม้แต่น้อย

พี่ชายไลท์ก็ไม่อยากที่จะบอกเกี่ยวกับความจริงที่ว่ากลุ่มคนจำนวนสิบหกคนของเธอนั้นถูกกวาดล้างโดยนักต่อสู้เพียงคนเดียว

เมืองรัตติกาล

เมื่อเขาได้รับข่าวใหม่ ธงสงครามอันนองเลือดก็รีบรวบรวมผู้เล่นระดับสูงในกิลด์มารวมตัวกัน

“ฉันได้ยินมาว่านิกายซวนเฉินนั้นวางแผนที่จะพยายามทำเควสป้องกันสำนักงานใหญ่ พวกนายมีความคิดเห็นกันอย่างไร?”ธงสงครามอันนองเลือดถาม

หลังจากที่ได้รับความสูญเสียจากการพ่ายแพ้มาก่อนหน้านี้ สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดก็กระตือรือร้นออกความคิดเห็นของพวกเขากัน

“พวกโง่นั่น ถ้าพวกมันต้องการที่จะตายอย่างเลวร้ายละก็ให้พวกมันตายไป!”ความมืดอันนองเลือดพูด

ทุกคนนั้นก็ตกลงด้วย “นั่นมันถูกแล้ว ถูกแล้ว ความยากของเควสป้องกันสำนักงานใหญ่นั้นมันเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดมาก มันคงเป็นเรื่องแปลกที่พวกเขาจะชนะได้กับแทคติคตีแล้ววิ่ง”

“ใครมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง?”ธงสงครามอันนองเลือดหัวเราะ

อสุราอันนองเลือดก็หัวเราะออกมาด้วย “เมื่อเวลามาถึง พวกเราจะเป็นคนกลุ่มแรกที่จะไปหัวเราะพวกมันบนเว็บบอร์ด! พวกบัดซบที่ฉักหน้าพันธมิตรอันนองเลือดนั้นทำให้ฉันรู้สึกขายหน้าที่จะบอกตัวเองว่าเป็นสมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือด..”

“…”

สิ่งที่อสุราอันนองเลือดพูดนั้นก็มีเหตุมีผล แม้กระทั่งประโยคสุดท้ายของเขานั้นก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องพูด ธงสงครามอันนองเลือดนั้นก็การแสดงออกบนใบหน้าที่มืดคล้ำขึ้นเมื่อเขาได้ยินคำพูดพวกนี้

ถึงแม้ว่าความมืดอันนองเลือดนั้นจะรู้สึกดีกับอสุราอันนองเลือด แต่คำพูดของเขานั้นมากเกินไป

“ทำไมพวกเราไม่ไปทำให้เควสของพวกมันยุ่งเหยิงกันละ?”ความมืดอันนองเลือดแนะนำ

“ไอเดียนี้ไม่เลวเลย”ธงสงครามพูดอย่างยินดี

“ไอเดียนี้มันเลวร้ายมากต่างหาก!”สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดที่เป็นคนที่เงียบและคอยสังเกตการณ์มาตลอดเวลา ก็ขัดขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“ทำไมละ?”

“เมื่อเควสป้องกันสำนักงานใหญ่นั้นเริ่มขึ้น เอไอของมอนสเตอร์นั้นไมได้รับรู้ว่าพวกเราไม่ได้มาจากนิกายซวนเฉินและจะโจมตีทุกสิ่งทุกอย่างโหดเหี้ยม ถ้าพวกเรานั้นเข้าร่วมความยุ่งเหยิงนี้ พวกเราก็จะกลายเป็นช่วยเหลือพวกเขาในตอนสุดท้าย บอกฉันมาสิว่า ถ้ามอนสเตอร์นั้นโจมตีพวกนาย พวกนายจะไม่ต่อต้าน?”สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดอธิบาย

ทั้งห้องเงียบสงัด

ถ้าพวกเขาต่อต้านนั้นก็หมายความว่าพวกเขานั้นช่วยนิกายซวนเฉิน แต่ถ้าพวกเขานั้นไม่ต่อต้าน พวกเขาก็จะตาย....ตัวเลือกทั้งสองนั้นมีแต่ผลร้ายกับพวกเขา

“ไม่เลวเลย ไม่เลวเลย”รอยยิ้มอันน่าพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของธงสงครามอันนองเลือดเมื่อฟังความคิดนี้

พริมโรสอันนองเลือดที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องก็ถอนหายใจกับตัวเอง “ถ้าพวกเขากล้าที่จะดูถูกทุกกิลด์ในเกม ฉันก็สงสัยว่ากลุ่มของพวกคนโง่พวกนี้จะกล้าที่จะเยาะเย้ยทุกคนในเกม…”

เมื่อพวกเขานั้นจัดการปัญหาของตัวเองเสร็จแล้ว พวกเขานั้นก็มารวมตัวกันในร้านอาหารอีกครั้ง ในเวลานั้นเอง ทุกคนในร้านอาหารก็กำลังพูดคุยเกี่ยวกับห้อข้อเดียวกันอยู่

ไร้ความกลัวนั้นพึงพอใจอย่างมากกับประสิทธิภาพของกระทู้ของรัศมีฤดูใบไม้ผลิ “ฉันเห็นกระทู้ของพี่ฤดูใบไม้ผลิและฉันจะต้องพูดว่า เขาลงแรงเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปเยอะมาก! แม้กระทั่งฉันก็ต้องการทุบหน้าพี่ เมื่อฉันอ่านเกี่ยวกับมัน!”

“นายก็พูดเกินจริงไป!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิหัวเราะ

ขุนนางครอทมองไปที่คนรอบข้างอย่างระมัดระวังตัว “ไม่มีใครจำพวกเราได้ใช่ไหม?”

“ไม่มี เกมนี้ไม่ได้เปิดเผยชื่อตัวละคร ไม่มีใครรู้หรอกว่านายคือใคร แต่แน่นอนเมื่อนายปรากฏตัวในที่สาธารณะพร้อมกับพวกเรา ทุกคนจะจดจำนายได้!”หมิงตู่หัวเราะอย่างหลงใหลในตัวเอง

ขุนนางครอทตอบกลับ “ตราบเท่าที่พวกเขาไม่รู้จักผมมันก็ไม่เป็นไร ผมก็เพียงแค่หวาดกลัวว่าพวกเขาจะจำได้เมื่อพวกเรานั้นล้มเหลว ผมไม่สามารถที่จะเผชิญหน้ากับโลกใบนี้ได้อีก…”

“เหี้... นายยังคงคิดเกี่ยวกับใบหน้าของนายอีกเหรอ? ถ้านายแคร์กับใบหน้าของนายมากขนาดนั้น ทำไมนายยังคงมาช่วยนิกายซวนเฉินของเราละ…”

“ก่อนที่หมิงตู่จะพูดจบประโยค ความทระนงตัวก็จับคอเสื้อเขา”เฒ่าหลี่ ทำไมลุงชอบทำตัวน่ารำคาญจังเลยวะ!”

รอยเส้นสีดำก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวังหยู่ “ไก่น้อย สกิลที่ผมให้นายไป ให้ใช้สำหรับฆ่าคน ไม่ใช่จัดการกับพวกน่ารำคาญแบบเขาซะหน่อย…”

ดาบน้ำแข็งทุบโต๊ะ แล้วก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนเมื่อเขาพูด “หยุดได้แล้วพวกๆ ฉันยังคงมีเรื่องสำคัญที่จะต้องแชร์กับพวกนายกันทั้งหมด!”

“มันเหมือนกับว่ามีใครบางคนวางพนันในตลาด ทำไมพวกเราไม่ลงพนันกันละ?”

“แล้วอัตราต่อรองละ?”รัศมีฤดูใบไม้ผลิเป็นคนแรกที่ถาม

“อัตราต่อรองในตอนนี้ก็คือ 1 ต่อ 100!”ดาบน้ำแข็งอธิบาย

ความทระนงตัวตกตะลึง “สูงมาก! นั่นไม่ได้หมายความว่าถ้าพวกเราพนัน1เหรียญทองสำหรับพวกเราชนะ ผมก็จะได้เงิน100เหรียญทองกลับคืนมา?”

“ถูกแล้ว!”ดาบน้ำแข็งพูดอย่างตื่นเต้น

รัศมีฤดูใบไม้ผลิหัวเราะแล้วเขาก็หยิบเงิน 10เหรียญทองออกมา และก็ส่งมันให้แก่ดาบน้ำแข็ง “เฮ้ น้ำแข็ง ช่วยฉันลงพนันว่าพวกเราจะชนะหน่อย”

“เฮ้ พี่ชายฤดูใบไม้ผลินี่ร่ำรวยจริงๆ 10เหรียญทอง…”โบซอนพึมพำกับตัวเองแล้วเขาก็ยื่นเงิน 5เหรียญทองให้กับดาบน้ำแข็ง “นี่คือเงินทั้งหมดของฉัน ช่วยฉันลงพนันว่าพวกเราจะชนะด้วย!”

เมื่อเห็นโบซอนหยิบเงินออกมาห้าเหรียญทอง ไร้ความกลัวก็โยนเงินห้าเหรียญทองออกมาด้วยเช่นกัน

“แล้วสำหรับพวกนายละ?”ดาบน้ำแข็งมองไปที่ความทระนงตัวและคนที่เหลือ

ความทระนงตัวส่ายหัวแล้วก็จ้องไปที่รัศมีฤดูใบไม้ผลิแล้วเขาก็ตอบกลับ “ผมได้สาบานกับสวรรค์ไว้ว่าผมจะไม่พนันอีกแล้ว!”

รัศมีฤดูใบไม้ผลิหัวเราะ “อย่าเป็นคนขี้งกไปหน่อยเลย ถ้านายทำตามคนแก่คนนี้ละก็นายจะชนะอย่างแน่นอน!”

ความทระนงตัวก็นวดมือของเขาแล้วเขาก็จมเข้าไปในความคิด ก่อนที่เขาจะหยิบเงิน 1เหรียญเงินออกมา “ถ้าอย่างงั้น ผมก็จะพนันเงิน 1เหรียญเงินเพื่อให้เป็นพิธีก็พอ!”

“ผมด้วย…”ขุนนางครอทรีบพูดแล้วเขาก็โยนเงิน 1เหรียญเงินออกมา

“ถ้าอย่างงั้นเฒ่าหลี่ละเอาไง?”ดาบน้ำแข็งมองไปที่หมิงตู่แล้วเขาก็ถามขึ้น

หมิงตู่หัวเราะ “ก่อนหน้านี่ฉันพึ่งทำลายโต๊ะและเก้าอี้ในร้านอาหารไปหลายตัว และฉันก็ใช้เงินทั้งหมดในการซ่อมพวกมันไปหมดแล้ว ทำไมนายไม่จ่ายให้ฉันก่อนละ เมื่อพวกเรานั้นชนะ ฉันจะแบ่งเงินให้กับนาย! ให้ฉันบอกนายนะว่าฉันไม่ใช่คนที่เอาเปรียบคนอื่นหรอก..”

“อืม อืม อืม นายเป็นคนที่เอาเปรียบคนอื่นอย่างแน่นอน เอาเถอะ ถ้าอย่างงั้นฉันจะพนันให้นาย1เหรียญทองละกัน”ดาบน้ำแข็งตัดบท”

หมิงตู่กอดดาบน้ำแข็งแน่นแล้วเขาก็อุทาน “นายนี่เป็นน้องชายที่ดีจริงๆ! ฉัน หลี่หมิงตู่อันทรงเกียรตินั้นคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจเป็นเพื่อนกับนาย!”

มีเพียงแค่ตอนนี้ที่หวังหยู่ตระหนักได้ว่าชื่อของหมิงตู่นั้นก็คือหลี่หมิงตู่ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมทุกคนถึงเรียกเขาว่าเฒ่าหลี่ เขานั้นยังคงใช้ชื่อจริงในเกมอีกด้วย!

“พี่ต้องการที่จะเล่นด้วยไหม กระทิงเหล็ก?”ดาบน้ำแข็งถามหวังหยู่

หวังหยู่หยิบกระเป๋าที่เขียนไว้ว่า ‘200’ และยื่นให้ดาบน้ำแข็งแล้วเขาก็พูด “ช่วยผมพนันว่าพวกเราจะชนะด้วย!”

“เหี้..อะไรวะเนี่ย!! 200เหรียญทอง? นายบ้าไปแล้วเหรอ???!!!”

ทุกคนตกใจเมื่อพวกเขาเห็นหวังหยู่หยิบเงินจำนวนมากออกมา พวกเขานั้นรู้ว่าสถานะทางการเงินของหวังหยู่นั้นไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

“ตั้งแต่ที่พวกเรานั้นทำให้มันบ้าคลั่ง มันก็จะต้องเป็นไปทางนี้แหละ! นอกจากนี้ ผมได้รับกระเป๋าเงินนี้มาอย่างง่ายดาย มันไม่สำคัญอะไร ถ้าผมจ่ายมันไปทั้งหมด”หวังหยู่หัวเราะ

ทุกคนถามอย่างสับสน “ถ้าอย่างงั้นนายไปเอาเงินนี่มาจากไหนกัน?” ในเวลานี้ของเกม จำนวนคนที่สามารถหยิบเงินจำนวนมากขนาดนี้ได้นั้นสามารถนับได้เลย

“มันเป็นค่าชดเชยที่ผมได้มาจากพันธมิตรอันนองเลือด..”

“ไร้สาระหน่า!” ทุกคนตะโกนพร้อมๆกัน

จบบทที่ Chapter 39: เรื่องที่พูดไปเมื่อกี้นี้นั้นไม่ได้เจาะจงไปถึงกิลด์ใดๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว