เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 โรงแรมรีสอร์ต 11

บทที่ 14 โรงแรมรีสอร์ต 11

บทที่ 14 โรงแรมรีสอร์ต 11


บทที่ 14 โรงแรมรีสอร์ต 11

อู๋อวี้หน้ามืดวูบจนต้องยกมือขึ้นยันขอบประตูเพื่อทรงตัว

เขาชี้ไปที่ซูเจินด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความสยดสยอง "เธอ... เธอ... มือเธอ..."

แม้จะหวาดกลัวจับใจ แต่เขาก็ผ่านด่านมาแล้วหลายครั้ง ภาพตรงหน้าจึงยังไม่ถึงกับทำให้เขาสิ้นสติสัมปชัญญะ เขาปักใจเชื่อว่าซูเจินต้องกำลังเห็นภาพหลอนแน่ๆ ในสายตาของอู๋อวี้ เธอถือกำลังหัวผีอยู่ แต่ในสายตาของเธอ มันอาจจะเป็นสิ่งของอย่างอื่นก็ได้

"เร็วเข้า!" อู๋อวี้โบกมือเรียกเธอหยอยๆ "รีบทิ้งไอ้ที่อยู่ในมือเธอไปซะ!"

ซูเจินขมวดคิ้วแล้วตอบว่า "ทิ้งไม่ได้ค่ะ"

"ทิ้งไปเดี๋ยวนี้! ฟังฉันนะ!" อู๋อวี้แทบอยากจะพุ่งเข้าไปช่วยเธอโยนทิ้ง "เธอรู้ไหมว่าตัวเองกำลังถืออะไรอยู่?"

"ก็หัวผีเด็กไงคะ" ซูเจินตอบด้วยความงุนงงเล็กน้อย "จะเป็นอะไรไปได้อีก?"

"..."

อู๋อวี้ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

คนอื่นๆ ในห้องแอบฟังอยู่นาน แม้จะได้ยินบทสนทนาข้างนอกไม่ชัดเจนนัก แต่การที่ไม่มีใครกรีดร้องโวยวายมาพักใหญ่ ก็แปลว่าสถานการณ์ข้างนอกอาจจะไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด พวกเขาจึงค่อยๆ แง้มประตูแล้วโผล่หัวออกมาดูอย่างกล้าๆ กลัวๆ

แสงไฟหลายดวงสาดส่องไปที่ซูเจิน เธอเป็นคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั้น

ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เจ้าแว่นไซย่าถามขึ้นว่า "เกิดอะไรขึ้นครับ?"

"เจอทางออกแล้วค่ะ อยู่ในตู้เสื้อผ้าชั้น 3" ซูเจินโพสท่าแห่งเสรีภาพแบบประชาชนผู้หลุดพ้น "ทุกคนรีบขึ้นไปชั้น 3 กันเถอะ จะได้กลับบ้านกันแล้ว!"

พอได้ยินแบบนั้น ภาพมือบวมเป่งบิดเบี้ยวที่ยื่นออกมาจากตู้เสื้อผ้าก็ผุดขึ้นมาในหัวของทุกคนทันที

นายหิมะพูดด้วยความหวาดกลัว "ล้อเล่นหรือเปล่า? ชั้น 3 มีผีนะ แล้วคุณนายหวังก็อยู่บนนั้นไม่ใช่เหรอ?"

"ใช่ค่ะ แต่จัดการเรียบร้อยแล้ว" ซูเจินเขย่าของในมือโชว์ "ตอนนี้ฉันต้องลงไปจัดการธุระที่ชั้น 1 ก่อน พวกคุณรีบขึ้นไปเถอะ ชั้น 3 น่าจะปลอดภัยแล้วล่ะ"

พูดจบ เธอก็เดินกะเผลกจากไปพร้อมกับหิ้วหัวผีไปด้วย

หลังจากเธอจากไป คนที่เหลือต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก นายไม่เติมกระซิบถาม "จะขึ้นไปไหม?"

นายหิมะตอบ "หัวหน้าทีมอยู่ข้างบน แล้วเธอก็เพิ่งลงมาจากชั้น 3 น่าจะไม่เป็นไรมั้ง?"

"นั่นสิ หัวหน้าทีมก็อยู่บนนั้น" เจ้าแว่นไซย่าเสริม "มีหัวหน้าอยู่ คงไม่มีปัญหาหรอก ถ้าขนาดหัวหน้ายังพลาด ท่าทางพวกเราคงหมดสิทธิ์รอดออกไปจากด่านนี้แน่ๆ ฉันว่าเราขึ้นไปดูกันดีกว่า"

"เอ้อ จริงสิ" นายหิมะถามขึ้น "ยัยนั่นบาดเจ็บหรือเปล่า? ทำไมเดินกะเผลกแบบนั้น?"

"เจ็บ? เจ็บตรงไหน?" เจ้าแว่นไซย่าแย้ง "รองเท้าเธอหายไปข้างหนึ่งต่างหาก"

"พวกนาย..." ชายร่างกำยำที่เงียบมาตลอดพูดเสียงอ่อย "ไม่เห็นเหรอว่าในมือเธอถืออะไรอยู่?"

"อะไร?" ทั้งสามคนหันมามองเขาอย่างงงๆ

ชายร่างกำยำตอบ "ผี..."

ซูเจินวิ่งลงมาที่ชั้น 1 ตรงดิ่งไปที่ห้องครัว เธอเปิดเตาอบ ลากร่างที่ไหม้เกรียมบิดเบี้ยวข้างในออกมา แล้วยัดหัวผีเด็กเข้าไปแทน หลังจากปิดฝาเตา เธอกำลังจะบิดสวิตช์เปิด แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าการถูกย่างสดมันดูน่าสงสารเกินไปหน่อย อีกฝ่ายก็เป็นแค่เด็กตัวแค่นี้เอง

แต่ถ้าไม่กำจัดหัวผีนี้แล้วปล่อยให้หนีไปได้ ทุกคนจะตกอยู่ในอันตราย

ซูเจินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับหัวผีที่กลิ้งขลุกขลักอยู่ในเตาอบว่า "น้องชาย พี่สาวก็ไม่อยากย่างเธอหรอกนะ แต่เธออันตรายมาก เพื่อความปลอดภัยของทุกคน พี่จำใจต้องทำแบบนี้จริงๆ"

สิ้นเสียง หัวผีที่กำลังดิ้นพล่านอยู่ในเตาอบก็สงบลงทันที แถมยังกระเด้งตัวหนีเข้าไปด้านในสุดของเตาอย่างรู้งาน

ซูเจินตกใจเล็กน้อยแล้วถามว่า "ไม่ออกมาเหรอ?"

"ปึง!"

เสียงกระแทกดังตอบรับมาจากในเตาอบ

ซูเจินรู้สึกซาบซึ้งใจมาก เธอรู้สึกว่าน้องชายคนนี้ช่างรู้ความจริงๆ

"เด็กดี" ซูเจินพูดด้วยความเอ็นดู "ไม่ต้องห่วงนะ อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะไปกันแล้ว พรุ่งนี้เช้าพอฟ้าสางเธอค่อยออกมานะ"

หลังจากซูเจินไปแล้ว คนอื่นๆ ยังคงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่อู๋อวี้จะเป็นคนแรกที่เดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังบันได

ชายร่างกำยำตะโกนเรียกเสียงเบา "จะขึ้นไปจริงๆ เหรอ? ไม่กลัวตายหรือไง?"

อู๋อวี้ตอบด้วยน้ำเสียงปลงตก "แน่นอนว่าฉันไม่อยากตาย แต่สถานการณ์แบบนี้ ถ้าไม่หนีคืนนี้ ก็อาจจะไม่มีโอกาสได้หนีอีกแล้ว อีกอย่างเพื่อนฉันยังอยู่ข้างบนด้วย"

คำพูดของอู๋อวี้เตือนสติทุกคน แม้จะไม่รู้สถานการณ์แน่ชัดบนชั้น 3 แต่คุณนายหวังอาจจะเจอสามีของเธอแล้วก็ได้ ตามเบาะแส ตอนนี้คุณนายหวังกลายเป็นอิสระแล้ว และไม่มีใครรับประกันได้ว่าพอฟ้าสางคุณนายหวังจะยอมจากไป

และตามคำบอกเล่าของซูเจิน ผีข้างบนถูกจัดการไปแล้ว แม้การบอกว่า 'จัดการผี' จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่เธอก็ไม่มีเหตุผลต้องโกหก ถ้าเกิดหนีออกไปได้จริงๆ แต่พวกเขามัวแต่กลัวจนพลาดโอกาสไป คงได้แต่นั่งเสียใจน้ำตาเช็ดหัวเข่าทีหลัง

พออู๋อวี้เดินไปที่บันได คนอื่นๆ ก็ทยอยเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ

ทั้งห้าคนเกาะกลุ่มกันแน่น ย่องขึ้นบันไดไปอย่างระมัดระวัง

ชั้น 3 มืดสนิทและเงียบสงัด พวกเขาไม่กล้าเปิดไฟ จึงได้แต่คลำทางเดินเลียบกำแพงไปเรื่อยๆ

ขณะที่เดินอยู่ พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้า ทุกคนชะงักกึกทันที เสียงฝีเท้านั้นฟังดูไม่มั่นคง เดินสะดุดทุกๆ สองสามก้าว

ผีคงไม่เดินเป๋ไปเป๋มาแบบนี้หรอกมั้ง?

หรือจะเป็นคนเจ็บ?

เจ้าแว่นไซย่ากระซิบถามทันที "หัวหน้า นั่นหัวหน้าเหรอครับ?"

ไม่มีเสียงตอบรับ

อู๋อวี้กระซิบเรียกบ้าง "เสี่ยวโหยว เธอหรือเปล่า?"

ยังคงไร้เสียงตอบรับ

นายหิมะหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดไฟฉายแล้วสาดแสงไปข้างหน้า เบื้องหน้าพวกเขาคือร่างเด็กที่เปรอะเปื้อนและไม่มีหัว กำลังเดินสะเปะสะปะตรงมาทางพวกเขา

"..."

ทั้งห้าคนสูดหายใจเฮือกใหญ่ แล้วหันหลังวิ่งหนีทันที

ผลก็คือเพราะเกาะกลุ่มกันแน่นเกินไป พอกลับตัวจะวิ่ง คนข้างหน้าสะดุดล้ม คนข้างหลังที่เบรกไม่ทันก็ล้มตามระเนระนาด กองรวมกันเป็นภูเขาเลากา ตอนนี้เองที่พวกเขาตระหนักได้ว่าทฤษฎีของคุณหลินนั้นปราดเปรื่องแค่ไหน ที่เตือนว่าการยืนชิดกันเกินไปจะทำให้ล้มง่ายเวลาหนี

หลังจากล้มลง ยังไม่ทันจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น ผีหัวขาดก็เข้ามาใกล้แล้ว ทั้งห้าคนกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง

ในนาทีวิกฤตินั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในโถงทางเดิน "ทำอะไรกันน่ะ?"

ทั้งห้าคนหันขวับไปมอง เห็นซูเจินเดินถือโทรศัพท์เข้ามา ในวินาทีนั้น ซูเจินดูราวกับพระผู้ไถ่ที่เสด็จลงมาโปรด ทั้งห้าคนตะโกนร้องประสานเสียงกันว่า "ช่วยด้วย!"

ซูเจินมองไปข้างหน้าและเห็นผีหัวขาด

ผีหัวขาดนั่นไม่ได้ดูมีพิษสงอะไรเลย เธอเดินข้ามร่างทั้งห้าคนตรงเข้าไปหา แล้วเตะเปรี้ยงเข้าให้ ผีหัวขาดล้มกลิ้งลงไปกับพื้น และเริ่มดิ้นรนจะลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

เมื่อเห็นว่ามันยังลุกไหว ซูเจินก็เอื้อมมือไปคว้าตัวผีหัวขาดขึ้นมา แล้วเหวี่ยงหมุนเป็นวงกลมกลางอากาศ ก่อนจะขว้างร่างเด็กน้อยออกไปสุดแรงเกิด ร่างนั้นลอยละลิ่วไปกระแทกกับมุมมืดที่ไหนสักแห่ง

หลังจบกระบวนท่าต่อเนื่องนี้ เมื่อซูเจินหันกลับมา แววตาของทั้งห้าคนที่นอนกองอยู่บนพื้นก็เปลี่ยนไป

ซูเจินมองทั้งห้าคนแล้วขมวดคิ้ว เธอรู้สึกว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรโอ้เอ้ แต่พวกเขากลับยังนอนเอกเขนกอยู่บนพื้นอย่างสบายใจเฉิบ

"ลุกได้แล้ว" ซูเจินสั่ง "กลับบ้านไปนอนกัน"

"เจ๊ผี..." นายหิมะปีนขึ้นมาจากพื้น มองซูเจินด้วยสายตาเลื่อมใส "เจ๊เพิ่งเคยลงด่านครั้งแรกจริงเหรอครับ?"

ซูเจินเดินนำเข้าไปข้างในพลางตอบ "ฉันเพิ่งเคยลงด่านครั้งแรกจริงไหม คนของกลุ่มพันธมิตรเอาชีวิตรอดอย่างพวกคุณน่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ?"

"เจ๊ครับ" เจ้าแว่นไซย่าเดินตามหลังซูเจินต้อยๆ "สนใจเข้ากลุ่มพันธมิตรของพวกเราไหมครับ?"

นายไม่เติมเสริมขึ้นว่า "สวัสดิการกลุ่มเราดีมากเลยนะ"

พูดจาจี้ใจดำชะมัด ซูเจินหน้าตึงขึ้นมาทันที "ตอนแรกฉันก็อยากเข้าอยู่หรอก แต่โดนคุณหลินปฏิเสธไปแล้ว เลิกพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว ตอนนี้ฉันแค่อยากกลับบ้านไปนอน"

คนข้างหลังมองหน้ากัน โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มพันธมิตร เจ้าแว่นไซย่าคิดในใจ 'หัวหน้าหยิ่งเกินไปหรือเปล่าเนี่ย? ปฏิเสธยอดฝีมือเทพขนาดนี้ได้ลงคอ?'

พวกเขาเดินตามหลังซูเจินจนมาถึงห้องที่สว่างไสวตรงสุดทางเดิน

ทันทีที่ไปถึงประตู ทุกคนก็ต้องช็อกตาตั้ง

ภายในห้อง คุณหลินกำลังพิงประตูอยู่ โดยมีผีผู้หญิงหัวแบะสวมชุดนอนวางมืออยู่บนไหล่เขา และผีหน้าตาอัปลักษณ์บิดเบี้ยวนอนแผ่อยู่บนพื้น

"เชี่ย!"

ทั้งห้าคนทำท่าจะวิ่งหนีอีกรอบ

ซูเจินรู้สึกหงุดหงิดมาก ทำไมเอะอะก็วิ่งหนีกันตลอด? ช่วยทำตัวให้กล้าหาญหน่อยไม่ได้หรือไง? มีอะไรน่ากลัวนักหนา? แค่ฉากเล็กๆ แค่นี้ยังรับมือไม่ได้ แล้วอนาคตจะทำยังไง?

"เลิกโวยวายได้แล้ว!" ซูเจินหมดความอดทน "หยุดอยู่ตรงนั้นกันให้หมด!"

พูดจบ เธอก็เดินเข้าไปในห้อง ยกมือขึ้นกระชากผมคุณนายหวังแล้วดึงให้ทุกคนดู "พวกเขาขยับตัวไม่ได้ จะกลัวอะไรกัน? พวกคุณสามคนน่ะ ทำไมไม่รีบมาแบกหัวหน้าทีมของพวกคุณไปล่ะ? เขาใช้คูปองแล้วตอนนี้ขยับตัวไม่ได้"

เจ้าแว่นไซย่ากับอีกสองคนรีบเข้าไปจับคุณหลินวางลง แล้วช่วยกันหามขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ส่วนอู๋อวี้เจอโหยวหรงหรงในตู้เสื้อผ้า เขาถามว่า "เสี่ยวโหยวเป็นอะไรไป?"

"ไม่รู้สิ จู่ๆ ก็เป็นลมไปเฉยเลย" ซูเจินตอบอย่างเป็นกังวล "จะเป็นโรคประจำตัวหรือเปล่านะ?"

ชายร่างกำยำยืนลีบติดผนังมุมห้อง ชี้มือสั่นๆ ไปที่ผีชายวัยกลางคนที่นอนแผ่อยู่บนพื้น "เขา... โดนควบคุมด้วยเหรอ?"

"เปล่า" ซูเจินโบกมือเรียกทุกคนให้เดินเข้าไปในตู้เสื้อผ้า "แต่เขากลัวคุณนายหวังเป็นพิเศษ กลัวจนขยับตัวไม่ได้เลยน่ะ"

ผีชายวัยกลางคนที่นอนแผ่อยู่บนพื้นเหมือนถูกกระตุ้นด้วยคำพูด จู่ๆ ก็พุ่งกระโจนเข้าใส่คุณนายหวังที่ยืนแข็งทื่ออยู่

สามคนที่กำลังหามคุณหลินตกใจแทบสิ้นสติ

"อ๊ากกกก!!! มันพุ่งมาแล้ว!!!"

ด้วยความตื่นตระหนก ทั้งสามคนสติแตกและเริ่มระดมทุบผีชายวัยกลางคนด้วยของในมืออย่างบ้าคลั่ง

ทว่า ในมือพวกเขามีของอยู่แค่อย่างเดียว และนั่นก็คือร่างแข็งทื่อของคุณหลิน... ศีรษะของคุณหลินถูกจับกระแทกใส่ผีชายวัยกลางคนด้วยความถี่ระดับรัวยิบและด้วยพละกำลังที่ไม่ธรรมดา... ซูเจินทนดูไม่ได้อีกต่อไป เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ยกมือขึ้นเปิดประตูลับสีดำที่มีรูปหัวกะโหลกสีเลือดวาดอยู่ ซึ่งซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในตู้

หลังบานประตูคือความว่างเปล่าอันมืดมิด อู๋อวี้ที่แบกโหยวหรงหรงอยู่น้ำตาไหลพรากด้วยความปิติ "นี่แหละ! นี่คือทางออก!"

ซูเจินหันกลับมาตะโกนถามทุกคน "จะไปกันไหม? ไม่ไปฉันทิ้งนะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว!"

ชายร่างกำยำรีบวิ่งตามไปทันที ซูเจินและอู๋อวี้ช่วยกันพยุงโหยวหรงหรงเดินหายเข้าไปในความมืดอันหนาวเหน็บนั้น

จบบทที่ บทที่ 14 โรงแรมรีสอร์ต 11

คัดลอกลิงก์แล้ว