- หน้าแรก
- อยากแต่งต้องได้แต่ง บริษัทประกันรักจัดให้
- บทที่ 13 โรงแรมรีสอร์ต 10
บทที่ 13 โรงแรมรีสอร์ต 10
บทที่ 13 โรงแรมรีสอร์ต 10
บทที่ 13 โรงแรมรีสอร์ต 10
ท่ามกลางความมืดมิด ซูเจินเหลือบมองไปทางผีชายวัยกลางคน
คุณหลินยืนนิ่งไม่ไหวติง แทบจะกลั้นหายใจ ราวกับรูปปั้น
"ตึง ตึง ตึง..."
เสียงเคาะประตูดังต่อเนื่องอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เงียบไป แต่คนเป็น 3 คนและผี 1 ตนในห้องยังคงนิ่งเงียบ
ในความมืดสนิทเช่นนี้ ผู้คนมักไม่รู้สึกถึงการไหลผ่านของเวลา คุณหลินยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในห้องน้ำพักใหญ่ ข้างนอกไม่มีเสียงใดๆ แล้ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองยืนมานานแค่ไหน
อันที่จริงการยืนแบบนี้ทั้งคืนก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เรี่ยวแรงของเขาเริ่มถดถอย เขาไม่ได้นอนมา 2 วัน 1 คืนแล้ว ถ้ารวมคืนนี้ด้วยก็จะเป็น 2 วัน 2 คืน ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพียงเลือดเนื้อเชื้อไขมนุษย์ ยืนนานเข้าก็ชักจะทนไม่ไหว
คุณหลินพยายามฝืนทนต่ออีกนิด เขาจำได้ว่าชักโครกอยู่ข้างๆ จึงคิดจะนั่งพักบนนั้น อย่างน้อยก็จนกว่าจะเช้า
เขาก้มตัวลงแล้วยื่นมือออกไปอย่างเงียบเชียบ ไม่นานก็คลำเจอชักโครก แต่ชักโครกอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เขาจึงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างกะทันหัน
"ฮิๆ..."
หนังศีรษะของคุณหลินชาวาบ
"เพล้ง!" เสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจาย
พร้อมกับเศษแก้วที่ร่วงกราวลงพื้น มีวัตถุบางอย่างร่วงลงมาพร้อมกับเศษแก้ว กลิ้งหลุนๆ เข้ามาทางหน้าต่าง แล้วกลิ้งต่อจนมาหยุดอยู่ที่เท้าของคุณหลิน
"เจอแล้ว" เสียงเล็กๆ ของเด็กดังขึ้นในห้องน้ำ
คุณหลินรู้ตัวว่าถูกเจอแล้ว และผีตนนั้นก็อยู่ข้างกายเขา การไม่ทำอะไรเลยในเวลานี้เป็นทางเลือกที่โง่เขลาที่สุด เขาจึงกดเปิดไฟห้องน้ำทันที
ความสว่างวาบไปทั่วบริเวณ คุณหลินก้มหน้าลง นอกจากเศษแก้วที่เกลื่อนพื้นแล้ว ยังมีศีรษะที่มีผมดอกเลาตกอยู่แทบเท้าเขา
นั่นคือหัวของตาเฒ่าซุน
"ฮิ ฮิ ฮิ..."
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกระลอก คุณหลินเงยหน้าขวับ ที่หน้าต่างซึ่งเปิดอ้าอยู่ เด็กน้อยที่มีเลือดไหลทะลักจากทวารทั้งเจ็ดกำลังห้อยหัวลงมาจากความมืดด้านนอก จ้องมองมาที่เขา เด็กคนนั้นโผล่มาแค่หัว ไม่รู้ว่าแอบมองเขาในท่านี้อยู่นานแค่ไหนแล้ว
ทันใดนั้น ร่างของเด็กน้อยก็กระตุกวูบ ก่อนจะร่วงตุบลงมาบนพื้นห้องน้ำอย่างแรงเหมือนศพ แล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยท่าทางที่แขนขาบิดเบี้ยวผิดรูป
คุณหลินทนดูต่อไปไม่ไหว เขารีบพุ่งออกจากห้องน้ำ ปิดประตูไล่หลัง แล้วเอาแผ่นหลังยันประตูห้องน้ำไว้แน่น
ทันทีที่เขาออกจากห้องน้ำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งที่หน้าห้อง
"ตึง ตึง ตึง"
"เห็นสามีฉันไหมคะ?"
คุณหลินยันประตูห้องน้ำไว้พลางมองไปทางประตูห้อง ปากขมปร่า หัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ
ทำไมเขาถึงออกจากห้องมานะ? ถ้าสองคนนั้นอยากตายก็ปล่อยให้ออกมาตายสิ เขาบ้าหรือเปล่าที่ตามออกมาตายด้วย?
ตอนนี้ดีเลย ไอ้บ้าสองคนนั้นหายหัวไปไหนไม่รู้ ส่วนเขากำลังจะตายจริงๆ แล้ว
"ปัง!"
"ปัง!"
ด้านหลังเขา เด็กผีหัวขาดกำลังทุบประตูห้องน้ำอย่างบ้าคลั่ง เสียงเคาะของคุณนายหวังเงียบไป จังหวะที่คุณหลินคิดว่าคุณนายหวังคงพังเข้ามาไม่ได้ เขาก็ได้ยินเสียงแหบพร่าดังมาจากหน้าห้องว่า "อุ๊ย ลูกแม่ก็อยู่ข้างใน"
คุณหลิน: "!"
จากนั้นลูกบิดประตูก็ขยับ
คุณหลินสูดหายใจเฮือก เขามองดูประตูที่ล็อกไวส่งเสียงร้องโหยหวนสั้นๆ จากนั้นตัวล็อกก็พัง และประตูถูกเปิดจากด้านนอก
ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาในห้อง คุณหลินอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน
เขาจ้องเขม็งไปที่ประตู เมื่อประตูเปิดออก สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเส้นผมยุ่งเหยิง ตามด้วยท่อนแขนที่ถูกถลกหนัง และชุดนอนสกปรกเปรอะคราบเลือดสีแดงคล้ำ
คุณนายหวังปรากฏตัวต่อหน้าเขาแบบเต็มตัวในที่สุด
นั่นคือหญิงสาวที่ศีรษะดูเหมือนถูกมีดผ่าเผยให้เห็นรอยแยกขนาดใหญ่และมันสมองสีขาว ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด
ศีรษะของเธอถูกผ่าครึ่งตรงกลาง ตั้งแต่กลางกระหม่อมลงมาจนถึงดั้งจมูก ดวงตาทั้งสองข้างอยู่ห่างกันคนละทิศละทาง ตาขวาหลุดออกจากเบ้า ห้อยรุ่งริ่งอยู่บนใบหน้าโดยมีเส้นเลือดหรือเส้นประสาทบางอย่างยึดไว้
"เห็นสามีฉันไหมคะ?"
ปากที่ยังดูค่อนข้างปกติขยับเอ่ยประโยคนั้นซ้ำ คุณหลินล้วงกระดาษสีสันสดใสแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เขารู้สึกว่าคราวนี้เขาตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงจริงๆ แล้ว
ซูเจินที่ซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าคอยดักฟังความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ส่วนโหยวหรงหรงยังคงสลบไสลไม่ได้สติ
ตอนแรกเธอได้ยินเสียงคนอยู่ข้างนอก เธอเดาว่าเป็นคุณหลิน เพราะคนอื่นๆ ขี้ขลาดกันหมด มีแค่คุณหลินเท่านั้นแหละที่น่าจะวิ่งขึ้นมาบนชั้น 3 กลางดึก
ยังไม่ทันที่เธอจะทักทายคุณหลิน เธอก็ได้ยินเสียงคุณนายหวังขึ้นบันไดมา ในขณะเดียวกันเธอก็ได้ยินเสียงคุณหลินปิดประตูและเข้าไปซ่อนในห้องน้ำ
ด้วยความยึดมั่นในหลักการที่จะไม่ขัดขวางแผนการของอีกฝ่าย ซูเจินจึงล้มเลิกความคิดที่จะทักทาย จนกระทั่งได้ยินคุณหลินหนีออกมาจากห้องน้ำและคุณนายหวังเดินเข้ามาในห้อง
ซูเจินหรี่ตามองผ่านช่องว่างประตูตู้ เห็นแผ่นหลังของคุณนายหวังกำลังเดินเข้าหาคุณหลิน รูปร่างของคุณนายหวังผอมเพรียวมาก เพียงแต่หัวโตเกินไปหน่อย ไม่ใช่ว่าหัวใหญ่ แต่เป็นหัวปกติที่ถูกผ่าแยกออกจากกัน จากมุมมองของซูเจิน หัวของเธอดูเป็นรูปหัวใจเลยทีเดียว
คุณหลินพิงประตูห้องน้ำแล้วหยิบกระดาษสีสดใสออกมาจากกระเป๋า
ซูเจินจำของสิ่งนั้นได้ มันคือคูปองจากโลกประกันภัย เธอเองก็เคยใช้ไปใบหนึ่ง อู๋อวี้กับโหยวหรงหรงบอกว่าคูปองมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน เธอสงสัยว่าคูปองของคุณหลินทำอะไรได้บ้าง
คุณหลินดูใจเย็นมาก มือของคุณนายหวังวางอยู่บนไหล่เขาแล้ว แต่เขาก็ยังคงนิ่งเฉย จนกระทั่งซูเจินเห็นคูปองที่ปลายนิ้วของเขาหายไป เธอจึงรู้ว่าคูปองถูกใช้แล้ว
มันทำอะไรได้นะ? ซูเจินมองดูด้วยความสนใจอย่างยิ่ง
จากนั้นเธอก็เห็นคุณนายหวังหยุดชะงัก เธอยืนนิ่งค้างอยู่ในท่านั้น มือข้างหนึ่งยังคงวางอยู่บนไหล่ของคุณหลิน ส่วนคุณหลินก็หยุดนิ่งเช่นกัน แม้แต่ปลายนิ้วก็ไม่ขยับ ทั้งคนทั้งผีดูเหมือนจะถูกแช่แข็งไปด้วยกัน
ว้าว ซูเจินคิดในใจ คุณหลินนี่ฉลาดจริงๆ
เขารักษาสภาพนั้นไว้และถูกแช่แข็งไปพร้อมกับคุณนายหวัง ขวางประตูห้องน้ำไว้ราวกับหินก้อนใหญ่ ด้วยวิธีนี้ เด็กผีหัวขาดจึงถูกขังไว้ในห้องน้ำด้วย
คุณหลินจงใจทำแบบนี้ชัดๆ คูปองแช่แข็งของเขาแช่แข็งผีได้ทีละตนเท่านั้น และผีตนนั้นต้องสัมผัสตัวเขาถึงจะถูกแช่แข็งไปด้วยกัน ในวินาทีฉุกเฉิน นี่เป็นวิธีเดียวที่เขาคิดออก
เขาได้แต่หวังว่าจะมีใครมาช่วยก่อนที่คูปองจะหมดฤทธิ์ หรือไม่เขาก็ต้องคิดหาวิธีหนีดีๆ ให้ได้ก่อนหน้านั้น
ด้านหลังเขา เด็กผีหัวขาดในห้องน้ำทุบประตูอีกสองสามครั้งแล้วก็เงียบไป
คุณหลินใจคอไม่ดี หวังว่าเด็กนั่นจะหมดความอดทนไปแล้วนะ
ทว่าเรื่องราวไม่ได้เป็นดั่งใจหวัง ไม่นานนัก เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนลูกบอลเด้งดึ๋งมาจากโถงทางเดินนอกห้อง
"ตึง... ตึง... ตึง..."
ร่างเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู เด็กหัวขาดที่มีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดจ้องมองคุณหลินที่ยืนนิ่งด้วยความหิวกระหาย
ในมือของมันกำลังเดาะวัตถุบางอย่างเหมือนลูกบอล ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นหัวคน
มองผ่านช่องว่างประตู ซูเจินเห็นชัดเจน มันคือหัวของตาเฒ่าซุน
เด็กน้อยเจอเป้าหมายที่ดีกว่า จึงปล่อยหัวในมือทิ้ง หัวของตาเฒ่าซุนจึงกลิ้งหลุนๆ ไปจนถึงมุมห้อง
"ฮิ ฮิ ฮิ..." เด็กผีหัวขาดอ้าปาก เผยให้เห็นฟันแหลมคมเต็มปาก ลิ้นซีดเซียวแลบยาวออกมาเลียรอบปาก มันจ้องคุณหลินอย่างตะกละตะกลาม น้ำลายแทบจะหยด
คุณหลินที่แม้แต่กะพริบตายังทำไม่ได้ ฉายแววสิ้นหวังในดวงตา เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาตายในด่านมือใหม่
หัวของเด็กผีเริ่มสั่นอย่างรุนแรง
"กริ๊ก!"
หัวของเด็กน้อยหักออกจากคอ แล้วหัวกลมๆ นั่นก็ร่วงลงพื้น กลิ้งตรงเข้าไปหาคุณหลิน
ซูเจินรู้สึกว่าถ้าเธอไม่ออกไป คุณหลินอาจจะตายจริงๆ เธอจึงยกมือขึ้นแล้วผลักผีชายวัยกลางคนข้างตัวออกไปเต็มแรงอย่างกะทันหัน
"โครม!"
ประตูตู้เปิดผาง ร่างบวมอืดบิดเบี้ยวของผีชายวัยกลางคนพุ่งพรวดออกมาปรากฏต่อหน้าทุกผู้ทุกคนและทุกผีอย่างไม่คาดฝัน
คุณหลินที่ยืนแข็งทื่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หัวเด็กที่กำลังกลิ้งอยู่หมุนคว้างอยู่กับที่ บังคับให้สายตาหันกลับมามอง
ยังไม่ทันที่มันจะได้มองให้ชัด ร่างหนึ่งก็พุ่งออกจากตู้ราวกับสายฟ้า ก้มตัวลงหยิบอะไรบางอย่างระหว่างทาง คว้าหมับเข้าที่ผมของหัวเด็กแล้วหิ้วขึ้นมา
จากนั้นโดยไม่หยุดพัก เธอก็พุ่งตัวออกจากห้องด้วยความเร็วสูงสุด วิ่งหนีลงจากชั้น 3 อย่างบ้าคลั่ง
"..."
ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วทั้งชั้น 3 ยกเว้นโหยวหรงหรงที่ยังสลบไสล ทั้งคนทั้งผีต่างพากันตะลึงงัน
คนเมื่อกี้คือ 'อิหยังวะ' ใช่ไหม? คุณหลินที่ยืนแข็งทื่อรู้สึกเหมือนโลกทัศน์สั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอซ่อนตัวอยู่ในตู้ตลอดเวลาเลยเหรอ? กับผีเนี่ยนะ?
หัวเด็กถูกซูเจินชิงไป แต่ร่างกายของมันยังอยู่ที่เดิม การสูญเสียหัวหมายถึงการสูญเสียการมองเห็นและการได้ยิน ร่างไร้หัวของเด็กเดินสะเปะสะปะไปรอบห้องราวกับแมลงวันหัวขาด พยายามไขว่คว้าหาทาง
ผีชายวัยกลางคนถูกผลักออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว กองอยู่กับพื้น เมื่อเงยหน้ามองคุณนายหวังเบื้องหน้า ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอยู่แล้วก็ยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวหนักกว่าเดิม
คืนนั้น แม้ชั้น 3 จะวุ่นวายโกลาหล แต่คนบนชั้น 2 ก็ไม่ได้สงบสุขเช่นกัน
ระบบเก็บเสียงของโรงแรมนี้ไม่ค่อยดีนัก คืนนั้นพวกเขาจึงนอนฟังเสียงความวุ่นวายทั้งหมดจากชั้น 3
เสียงโครมครามจากชั้น 3 รุนแรงเป็นพิเศษ ทำให้พวกเขาทั้งกลัวทั้งอยากรู้อยากเห็น
ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าถี่รัววิ่งลงมาที่ชั้น 2 ตามด้วยเสียงตะโกนที่คุ้นเคย "ทุกคน ออกมาเร็ว!"
ทุกคนคุ้นเคยกับเสียงนี้ดี มันคือเสียงของ 'อิหยังวะ'
แต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าขยับ ใครจะรู้ว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง?
"เจอทางออกแล้ว!" หัวเด็กในมือซูเจินไม่ยอมอยู่นิ่ง อ้าปากกว้างเปื้อนเลือดจะงับมือซูเจิน
ซูเจินไม่มีทางเลือก จึงก้มลงถอดรองเท้า แล้วยัดรองเท้าผ้าใบเบอร์ 37 เข้าไปในปากของเด็กผีได้อย่างพอดิบพอดี
คนที่เปิดประตูคนแรกคืออู๋อวี้ เขาเปิดประตูพร้อมส่องไฟจากมือถือ และเห็นซูเจินยืนอยู่ลำพังในโถงทางเดินมืดสลัว
"ทำบ้าอะไรของเธอ?" อู๋อวี้รู้สึกกลัวนิดหน่อย "ไม่หลับไม่นอนออกมาหาที่ตายกลางดึกรึไง? แล้วที่ว่าเจอทางออกหมายความว่ายังไง?"
"ทางออกอยู่ในตู้เสื้อผ้าชั้น 3 เจ๊หรงกับคุณหลินอยู่บนชั้น 3 ทั้งคู่ รีบขึ้นไปช่วยพวกเขากันเถอะ" ซูเจินกล่าว
อู๋อวี้ยังมีข้อสงสัย "แล้วข้างบนตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? อ้อ แล้วในมือเธอถืออะไรอยู่น่ะ?"
"นี่ไง" ซูเจินยกมือขึ้นโชว์ของในมือให้เขาดู
อู๋อวี้ส่องไฟไป หรี่ตามองให้ชัดๆ หัวผีหน้าตาสยดสยอง เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด และมีรองเท้ายัดคาปาก กำลังจ้องเขม็งกลับมาที่เขา