- หน้าแรก
- การผงาดของเจ้าบ้านนอกแห่งราชวงศ์หมิง!
- 307 - จูผิงอันกับเด็กๆ..
307 - จูผิงอันกับเด็กๆ..
307 - จูผิงอันกับเด็กๆ..
ยามอาทิตย์อัสดง ฟากฟ้าทางทิศตะวันตกดุจถูกแต้มด้วยสีชาดกว้างใหญ่ ย้อมให้ท้องฟ้าครึ่งซีกเป็นสีแดงฉาน สายลมบนท้องถนนยังคงพัดพาความเย็นเยือกมาเต็มเปี่ยม ราวกับม้าป่าที่ไม่อาจควบคุมได้ กู่ร้องคำรามพลางพัดพากิ่งไม้ให้บิดเบี้ยว พร้อมทั้งทำให้ม่านผ้าของร้านรวงข้างถนนปลิวกระจายยุ่งเหยิง
ที่ถนนกงโหวแห่งนครทิศตะวันตก ปรากฏเงาของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังจูงม้าเดินมา ลมที่โหมกระหน่ำทำให้ขนแผงคอที่แสกข้างของม้าถูกพัดให้ยุ่งเหยิง เดิมทีเจ้าม้าดำตัวนี้ก็ดูจะเป็นพวกขี้แพ้แห่งวงการม้าอยู่แล้ว แต่กลับเชิดหน้าขึ้นราวกับคิดว่าตัวเองสง่างามยิ่งนัก ส่งผลให้ขนแผงคอที่ถูกลมพัดมาปกหน้าครึ่งซีก ยิ่งทำให้มันดูเหมือนพวก "บ้าพลัง" มากขึ้นไปอีก
"อย่าทำตัวเด่นนัก"
เมื่อมาถึงหน้าจวนหลินหวายโหว เด็กหนุ่มก็ยืดเส้นยืดสายรับลม แล้วตบหัวเจ้าม้าดำเบา ๆ พลางเอ่ยขึ้น
เจ้าม้าดำเมื่อถูกตบก็สะบัดหัวพร้อมเชิดจมูกขึ้นฟ้า ดูเหมือนจะมีอารมณ์น้อยใจเล็กน้อย ท่าทีหยิ่งทะนงเสียเหลือเกิน
"คุณชาย กลับมาแล้วหรือขอรับ"
คนเฝ้าประตูที่อยู่เวรของจวนหลินหวายโหวเห็นจูผิงอันเดินมา ก็จำได้ในทันที เขาเดินไปเปิดประตูข้างให้พร้อมกล่าวทักทาย ทว่าถึงแม้จูผิงอันจะถือว่าเป็นเจ้านายในจวนนี้เช่นกัน แต่ท่าทีของคนเฝ้าประตูกลับไม่ได้ให้ความเคารพมากนัก มีเพียงความแปลกใจเล็กน้อยที่ฉายชัดอยู่ในแววตา
เขาแปลกใจว่า ตอนออกไปจูผิงอันไม่ได้ถือของอะไรไปเลย แต่ขากลับกลับจูงม้าตัวหนึ่งมาด้วย และดูจากสภาพแล้ว ก็เป็นแค่ม้าธรรมดา ๆ ที่ใช้ไถนาเท่านั้น สมกับเป็นคนบ้านนอกที่มาจากถิ่นทุรกันดารจริง ๆ ถึงได้สิ้นเปลืองเงินไปกับม้าใช้งานแบบนี้
ในจวนแห่งนี้มีข่าวลือต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับจูผิงอันอยู่ไม่น้อย ทั้งเรื่องที่ว่าเขาขายตัวแต่งเข้าเป็นลูกเขย เรื่องที่เขาสอบผ่านระดับจวี่เหริน ก็เพราะอาศัยอำนาจของตระกูลโหว ไหนจะเรื่องที่เขาสอบติดลำดับสุดท้าย หรือแม้แต่ข่าวที่ว่าหน้าตาเขาก็ไม่ได้ดี แถมยังพึ่งพาภรรยาอยู่ร่ำไป เรื่องราวเหล่านี้คนเฝ้าประตูได้ยินทุกวันจนชินชา ดังนั้น จึงยากที่เขาจะให้ความเคารพต่อจูผิงอันผู้นี้อย่างจริงใจ
"อืม ขอบคุณ"
จูผิงอันเพียงพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนจะจูงเจ้าม้าดำของตนเดินเข้าไปทางประตูข้าง
ด้วยท่าทีคุ้นเคย เขานำม้าเดินไปยังลานคอกม้าของจวน ที่นั่นเขาส่งม้าให้กับคนดูแลม้า ก่อนที่คนดูแลจะนำมันเข้าไปในคอก
ภายในคอกม้ามีม้าสง่างามอยู่หลายตัว เจ้าม้าดำของเขาดูจะตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้เข้าไปด้านใน มันชะโงกหน้าเข้าไปใกล้แม่ม้าตัวหนึ่งที่ดูสง่างาม แต่แม่ม้ากลับไม่แม้แต่จะชายตามอง ขณะที่เจ้าม้าดำก็ไม่ได้รู้สึกเสียหน้า กลับยังคงพยายามเข้าไปตีสนิทอย่างกระตือรือร้น พร้อมกับขยับขนแผงคอทรงแสกข้างไปมาอย่างภาคภูมิใจ
เฮ้อ... ดูท่ามันคงจะลืมบ้านเกิดไปแล้วล่ะนะ
จูผิงอันส่ายหน้ายิ้มขำ ก่อนจะเดินจากคอกม้ามุ่งหน้าไปยังห้องรับรองที่เขาพักอยู่
ระยะทางจากคอกม้าไปยังห้องรับรองไม่ไกลนัก เพียงเดินผ่านลานภายในสองแห่ง อ้อมภูเขาจำลองลูกหนึ่ง แล้วเดินไปตามทางเล็ก ๆ ก็ถึงแล้ว
ยังไม่ทันที่จูผิงอันจะก้าวเข้าสู่ลานห้องรับรอง เสียงสนทนาก็ดังขึ้นมาจากภายใน
เสียงหนึ่งเป็นเสียงของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อีกเสียงเป็นของเด็กชายจอมซน ดูเหมือนทั้งคู่กำลังทำอะไรบางอย่างที่ไม่ควรทำอยู่
"หนูเอ๋อร์ เสร็จหรือยัง" เสียงเด็กชายดังขึ้น
"อย่าเพิ่งรีบสิ ขว้างใส่พี่รุ่ยอีกสักเล่มสองเล่มก่อน" เด็กหญิงตัวน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
"หนูเอ๋อร์ น่ารักที่สุดเลย! ก็เพราะไอ้บ้านนอกนั่นแท้ ๆ ที่ทำให้ข้าโดนดุ เต่าศักดิ์สิทธิ์ถึงจะผอมก็ยังมีเนื้ออยู่บ้างนะ... ไหนจะไอ้ 'ข้าเป็นใครเจ้าจงบอกมา' อีก ทำเอาพ่อข้าตีข้าแทบตาย..." เด็กชายจอมซนบ่นพึมพำ
"พี่รุ่ยโง่จัง พ่อของพี่เกลียดที่สุดเวลามีคนบอกว่าเขาอ้วน" เด็กหญิงลากเสียงยาว
"ก็เพราะไอ้บ้านนอกนั่นแหละ ไม่งั้นข้าคงไม่ท่องผิด" เด็กชายบ่นไม่หยุด
"พอแล้ว หนีเร็ว ๆ ไอ้บ้านนอกนั่นกำลังจะกลับมาแล้ว" เด็กหญิงร้องขึ้น ก่อนเสียงฝีเท้าของเด็กเล็กสองคนจะดังขึ้นพร้อมกัน
จากนั้น ร่างเล็ก ๆ ของเด็กหญิงวัยประมาณสี่ขวบก็วิ่งพรวดออกจากลานบ้านไป ทว่า—
"อ๊ะ!"
นางชนเข้ากับร่างของจูผิงอันเข้าเต็ม ๆ และถูกอุ้มขึ้นมาทันที
"ไอ้... เอ่อ พี่เขย"
ดวงตากลมโตของเด็กหญิงมองจูผิงอันอย่างตื่นตะลึง ริมฝีปากเล็ก ๆ ของนางจวนจะเปล่งคำว่า "ไอ้บ้านนอก" ออกมาแล้ว แต่สุดท้ายก็รีบกลืนกลับไป เปลี่ยนเป็นเรียก "พี่เขย" แทน ด้วยรอยยิ้มหวานแสนไร้เดียงสา น่ารักเสียจนใจละลาย
"เป็นอะไรไปหรือ เจ้าหนู?"
เด็กดื้อหลี่เหยียนกงที่ถูกพ่อลงโทษจนก้นแทบแตก วิ่งกระโผลกกระเผลกมาอย่างเชื่องช้า พอได้ยินเสียงร้องตกใจของเด็กหญิงตัวน้อย ก็รีบเดินกะโผลกกะเผลกไปที่ประตูด้วยความร้อนรน
เดาว่าเพราะตัวเขาก้นเจ็บจนเดินลำบากนี่แหละ ถึงได้ถูกปล่อยให้ออกมารับลมข้างนอก ขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ข้างในคอยก่อกวนทำลายข้าวของ
"หา? ไอ้บ้านนอก! เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?! รีบปล่อยหนูเอ๋อร์เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เด็กดื้อหลี่เหยียนกงเดินมาถึงหน้าประตูและเห็นจูผิงอัน ก้อนเนื้ออวบอิ่มบนใบหน้ากระตุกเบา ๆ ด้วยความตกใจ จากนั้นก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ยืนเชิดหน้าอวดเบ่งใส่จูผิงอัน
จูผิงอันได้ยินดังนั้นก็หันไปมองเด็กหญิงตัวเล็กในอ้อมแขนก่อนจะพูดเบา ๆ
"อ้อ ที่แท้เจ้าเรียกเจ้าหนูนี่เอง"
"อื้ม อื้ม พี่เขยฉลาดจังเลย! ชื่อเล่นของข้าคือหนูหนู"
เด็กหญิงในอ้อมแขนพยักหน้าหงึก ๆ ดวงตากลมโตเปล่งประกาย พร้อมรอยยิ้มหวานฉ่ำ
"ไอ้บ้านนอก! ได้ยินหรือเปล่า รีบปล่อยหนูเอ๋อร์เดี๋ยวนี้!"
เด็กดื้อหลี่เหยียนกงแสดงท่าทางเหมือนสุนัขที่กำลังหาเรื่อง
"ข้าขอดูก่อนว่าพวกเจ้าทำอะไรไว้"
จูผิงอันไม่สนใจคำขู่ของหลี่เหยียนกงแม้แต่น้อย เขายังคงอุ้มเด็กหญิงตัวเล็กเดินเข้าลานบ้านตรงไปยังห้องพัก หลี่เหยียนกงแม้จะมีโอกาสหนี แต่กลับไม่ทำเช่นนั้น เขายังคงทำหน้ามุ่ยเดินตามเข้าไปอย่างอวดดี
เมื่อจูผิงอันก้าวเข้าไปในห้องเพียงกวาดตามองแวบเดียวก็เห็นได้ทันทีว่า หนังสือที่เคยวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาหายไป แถมยังมีรอยเท้าเล็ก ๆ ประทับอยู่บนเก้าอี้ น่าจะใช้เหยียบขึ้นไปหยิบหนังสือจากโต๊ะ
ดูจากขนาดของรอยเท้าแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเด็กหญิงในอ้อมแขนของเขาแน่ ๆ
"ไอ้บ้านนอก! รีบปล่อยเจ้าหนูเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่ไว้หน้าเจ้า!"
หลี่เหยียนกงเห็นจูผิงอันจ้องโต๊ะทำงาน ก็คงรู้ตัวแล้วว่าจูผิงอันจับได้ว่าเขากับเจ้าหนูก่อเรื่อง จึงพยายามขู่เหมือนที่เคยทำกับบ่าวรับใช้ในจวน
"ไอ้บ้านนอก! รีบปล่อยหนูเอ๋อร์!"
เสียงตะโกนของหลี่เหยียนกงดังก้องจนไปเข้าหูของกลุ่มคุณหนูรองแห่งตระกูลโหวกับบรรดาสาวใช้ที่กำลังเดินกลับเรือนหลังรับประทานอาหารเย็น พวกนางได้ยินเข้าก็ต่างหน้าเปลี่ยนสี เพราะคิดว่าข้างในต้องมีเรื่องไม่เหมาะสมเกิดขึ้นแน่ ๆ จึงรีบร้อนพาสาวใช้และแม่นมเข้าไปยังลานบ้านของห้องพัก
ในขณะเดียวกัน หลี่ซูเองก็ตามมาพร้อมสาวใช้ตัวเล็กของนาง ใบหน้างามปรากฏรอยยิ้มขบขัน แตกต่างจากกลุ่มคุณหนูรองที่ดูร้อนรน
เมื่อเดินเข้ามาในลานบ้าน บานประตูห้องพักยังคงเปิดอยู่ ทุกคนจึงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในอย่างชัดเจน
จูผิงอันกำลังอุ้มเด็กหญิงตัวเล็กยืนอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ ท่าทางเป็นธรรมดาไม่ได้มีสิ่งใดไม่เหมาะสม ส่วนหลี่เหยีนกงก็ยังคงทำหน้ามุ่ยยืนเชิดหน้าอยู่ด้านหน้าจูผิงอันเหมือนสุนัขบ้าคลั่งตัวหนึ่ง
"พวกเจ้าเอาหนังสือของข้าไปหรือไม่?"
จูผิงอันถามขณะอุ้มเด็กหญิงตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน
"เปล่านะ!"
"ข้าไม่ได้เอาไปจริง ๆ!"
เด็กหญิงตัวเล็กกับหลี่เหยียนกงตอบออกมาพร้อมกัน
"เอาไปกี่เล่ม?"
จูผิงอันยิ้มบาง ๆ แล้วถามอีกครั้ง
"ห้าเล่ม!"
หลี่เหยียนกงโพล่งออกมาโดยไม่คิด
เด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนเพิ่งเริ่มส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ก็ได้ยินคำตอบของหลี่เหยียนกงเข้าเสียก่อน นางจึงกลอกตาขึ้นอย่างหมดคำพูด
"ให้ตายเถอะ... ศัตรูที่น่ากลัวไม่เท่าเพื่อนร่วมทีมที่โง่"
จากมุมมองของกลุ่มคุณหนูรองและสาวใช้ เหตุการณ์ที่พวกนางได้ยินก็เป็นประมาณนี้:
จูผิงอัน: "พวกเจ้าเอาหนังสือของข้าไปหรือไม่?"
หลี่เหยียนกง: "พวกเราจริง ๆ แล้วไม่ได้เอาไป"
จูผิงอัน: "เอาไปกี่เล่ม?"
หลี่เหยียนกง: "ห้าเล่ม!"
จูผิงอัน: "แล้วพวกเจ้าทิ้งมันไปหรือไม่?"
หลี่เหยียนกง: "พวกเราไม่ได้ทิ้ง!"
จูผิงอัน: "ทิ้งไว้ที่ไหน?"
หลี่เหยียนกง: "ในหลุมส้วม!"
กลุ่มคุณหนูรองและบรรดาสาวใช้ที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างพากันพูดไม่ออก...
(โปรดติดตามตอนต่อไป ขอคะแนนจากทุกท่านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ)