- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 240 กับดัก
บทที่ 240 กับดัก
บทที่ 240 กับดัก
รอยสลักตรงหน้าที่ดูเหมือนเกิดจากการใช้มีดและขวานสกัดขึ้นมานี้ คืออักขระผนึกเวทหลักในการหลอมสร้างเชือกกลิ่นสวรรค์
และเชือกกลิ่นสวรรค์ก็เป็นอาวุธวิเศษที่หลิงอวี้หลิงทุ่มเทแรงกายแรงใจหลอมสร้างขึ้นมา ดังนั้นวินาทีแรกที่เห็นอักขระนางจึงเชื่อมโยงทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกันทันที
"นายน้อย ใครอยู่ที่นี่?!"
วิญญูชนชุดขาวระวังตัวทันที กวาดสายตามองไปรอบๆ
"ผู้คุ้มกฎไป๋อย่าตื่นตระหนก รอยร้าวนี้คือรหัสลับที่คนในพันธมิตรย้อนดาราทิ้งไว้ให้ข้า อย่างน้อยในที่แห่งนี้ พวกเรากับคนผู้นี้เป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู"
หลิงอวี้หลิงอธิบายประโยคหนึ่ง ก่อนจะจ้องมองอักขระแล้วจมอยู่ในห้วงความคิด
ในเมื่ออีกฝ่ายมีความสามารถที่จะทิ้งรอยสลักไว้บนผนังหินสีดำได้ ทำไมถึงไม่สลักคำว่า "จัว" ไว้ตรงๆ แต่กลับใช้วิธีอ้อมค้อมอย่างการสลักอักขระยันต์?
ในเรื่องนี้ เกรงว่าจะมีความนัยแอบแฝงอยู่
"คนผู้นี้ทิ้งสัญลักษณ์ไว้โดยต้องการปิดบังสายตาผู้อื่น น่าจะเป็นคนที่รั้งท้ายอยู่ในกลุ่มของเวินเทียนเหริน ดังนั้น นี่น่าจะเป็นฝีมือของปรมาจารย์ค่ายกลที่ชื่อลั่วหงคนนั้น ลองคิดดูให้ละเอียด พฤติกรรมของลั่วหงผู้นี้มีจุดที่น่าสงสัยจริงๆ คนที่กล้าสวมรอยเข้ามา เกรงว่าคงจะสังหารกำลังเสริมของเวินเทียนเหรินไปจนหมดสิ้นแล้ว"
ผู้คุ้มกฎไป๋รู้สึกหนาวสันหลังวาบ ใครจะไปคิดว่าปรมาจารย์ค่ายกลที่ดูไร้พิษสง จะมีวิธีการที่โหดเหี้ยมอำมหิตเพียงนี้ ครั้งนี้เวินเทียนเหรินคงจะพลาดท่าเสียทีให้เขาแล้ว
"หากคนผู้นี้ไม่มีฝีมือ จะอยู่รอดปลอดภัยภายใต้การตรวจสอบพร้อมกันของพวกเราและพวกคนถ่อยเหล่านั้นมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร? เอ๊ะ? จริงสิ! พี่จัวทำอะไรระมัดระวังรอบคอบเสมอมา บัดนี้ยอมเสี่ยงทิ้งสัญลักษณ์ไว้ ต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ สัญลักษณ์ที่ทิ้งไว้เกี่ยวข้องกับเชือกกลิ่นสวรรค์ เชือก... เชือก..."
หลิงอวี้หลิงพึมพำกับตัวเอง ในหัวเชื่อมโยงความคิดไม่หยุด ในที่สุดภาพใยแมงมุมขนาดใหญ่ก็แวบเข้ามาในหัว ดวงตาของนางสว่างวาบขึ้น
"เจตนาที่พี่จัวทิ้งสัญลักษณ์ไว้ หรือกำลังจะเตือนข้าว่าที่นี่คือกับดัก?"
ยิ่งคิดหลิงอวี้หลิงก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่ นางพยักหน้าติดต่อกัน
"กับดัก?"
ผู้คุ้มกฎไป๋ตกใจจนขนลุก รีบพยายามกระโดดลงจากบันไดหินสีดำทันที
ทว่า วินาทีที่เขาเข้าใกล้ขอบบันได แรงกดดันมหาศาลที่ยากจะบรรยายก็กระแทกเข้าที่ไหล่ของเขา ทำเอาเขาทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นทันที
"ผู้คุ้มกฎไป๋ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?!"
หลิงอวี้หลิงร้องถามด้วยความตกใจ
"มะ... ไม่เป็นไร!"
ผู้คุ้มกฎไป๋หน้าแดงก่ำ รู้สึกเจ็บปวดที่ไหล่ทั้งสองข้างอย่างรุนแรง หลังจากพักหายใจหนึ่งอึดใจ ก็ถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าวแล้วค่อยๆ ลุกขึ้น
"นายน้อย ที่นี่เป็นกับดักจริงๆ พวกเรามีแต่ต้องเดินหน้า ถอยหลังไม่ได้แล้ว"
จากการทดสอบเมื่อครู่ ทุกคนเข้าใจแล้วว่าทันทีที่เหยียบย่างขึ้นมาบนบันไดหินสีดำเส้นนี้ ก็ทำได้เพียงมุ่งหน้าต่อไป ห้ามถอยหลังกลับ
หลิงอวี้หลิงส่ายหน้าเบาๆ มองไปที่เวินเทียนเหรินที่กระโดดขึ้นไปถึงชั้นที่เก้าแล้ว กล่าวเสียงขรึมว่า
"ผนึกเวทของที่นี่ยังเหลือทางรอดให้เรา แต่สิ่งที่ต้องกังวลจริงๆ คือเวินเทียนเหรินคนนั้น! ทายาทหกวิถีผู้นี้กระโดดขึ้นบันไดหินสีดำโดยไม่ลังเล แสดงว่าต้องสืบรู้สถานการณ์ของที่นี่มาก่อนแล้ว ด้วยอิทธิพลของพันธมิตรย้อนดารา การหาสมบัติวิเศษมาต้านทานผนึกเวทของที่นี่ไม่ใช่เรื่องยาก นายน้อยแซ่เวินผู้นี้คงคิดจะยืมมือผนึกเวทของที่นี่ สังหารพวกเราเป็นแน่!"
"แต่นายน้อย ดูจากสถานการณ์ของที่นี่ บันไดหินสีดำนี้น่าจะเป็นบททดสอบสำหรับเผ่าปีศาจในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในเมื่อเป็นบททดสอบ ก็ต้องมีรางวัล สมบัติที่เวินเทียนเหรินตามหา มีความเป็นไปได้สูงว่าจะอยู่ที่จุดสูงสุดของบันไดหินนี้!"
ผู้คุ้มกฎไป๋ขมวดคิ้วกล่าว จริงๆ แล้วเขายังมีอีกประโยคที่ไม่ได้พูดออกมา คือเผ่าปีศาจยึดถือคติปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด ยิ่งกว่าเผ่ามนุษย์เสียอีก บททดสอบที่ตั้งไว้ย่อมโหดร้ายทารุณ การที่พวกเขาหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว เกรงว่าจะไม่ใช่แผนที่ดี
"เวินเทียนเหรินเตรียมตัวมาดี รับมือยากจริงๆ แต่พวกเราก็มีหนอนบ่อนไส้อยู่ เพียงแค่ต้องระวังให้มาก ใครจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุดยังไม่แน่ พวกเราตามขึ้นไป แต่ถ้าไม่ถึงช่วงวิกฤต อย่าเข้าไปใกล้เกินไปนัก!"
หลิงอวี้หลิงขมวดคิ้วเรียว ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
"นายน้อย คนของวังดาราดูเหมือนจะกลัวแล้วขอรับ"
ผู้ฝึกตนวิถีมารผมแดงเห็นกลุ่มของหลิงอวี้หลิงรั้งอยู่ที่ชั้นที่หนึ่งไม่ขยับ กลัวว่าแผนการของเวินเทียนเหรินจะล้มเหลว จึงเอ่ยเตือน
"กลัวสิดี นายน้อยผู้นี้จะได้ไม่ต้องลงมือเอง เมื่อก้าวขึ้นมาบน 【เส้นทางพันจวิน】 นี้แล้ว ก็มีแค่สองจุดจบคือไปถึงยอดหรือความตาย ไม่มีทางเลือกที่สาม หากพวกมันรั้งอยู่ที่ชั้นที่หนึ่งเป็นเวลานาน ก็จะต้องรับแรงกดดันระดับชั้นที่หนึ่งร้อยอย่างกะทันหัน ถึงตอนนั้นตายแน่นอน ฮ่าๆ!"
เวินเทียนเหรินหัวเราะอย่างเบิกบานใจ ครั้งนี้เขาหลอกนายน้อยวังดารามาฆ่าทิ้งได้อย่างง่ายดาย พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคือผู้ที่ถูกลิขิตให้ปกครองทะเลดาวโกลาหล!
เหล่าผู้ฝึกตนวิถีมารต่างหัวเราะประจบสอพลอ เลียแข้งเลียขาจนลั่วหงรู้สึกเลี่ยน
"เอาล่ะ ต่อไป จะเป็นการก้าวเข้าสู่เส้นทางพันจวินของจริงแล้ว เดินพลังเวทให้เต็มที่!"
เสียงหัวเราะของเวินเทียนเหรินหยุดลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ทะยานร่างกระโดดขึ้นสู่ชั้นที่สิบ
ผู้ฝึกตนวิถีมารผมแดงและคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา ปรับลมหายใจและสภาพร่างกาย ก่อนจะกระโดดตามขึ้นไป
ลั่วหงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำทีเป็นรวบรวมพลังเวทตามอย่างผู้ฝึกตนวิถีมารพวกนั้น แล้วกระโดดขึ้นสู่ชั้นที่สิบ
ทันใดนั้น แรงกดดันที่หนักหน่วงกว่าชั้นที่เก้าอย่างเทียบไม่ติดก็กดทับลงมาที่บ่า ลั่วหงกำลังจะแกล้งทำเป็นไหล่ทรุด แต่พอเห็นผู้ฝึกตนวิถีมารผมแดงและคนอื่นๆ ถูกกดจนแทบหลังหัก เขาชะงักไปเสี้ยววินาทีแล้วรีบก้มตัวลงตาม
โชคดีที่ลั่วหงขึ้นมาถึงชั้นที่สิบช้ากว่าพวกเขาหนึ่งก้าว และมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็ว จึงไม่ทำให้เวินเทียนเหรินและคนอื่นๆ สงสัย
"มิน่าล่ะเวินเทียนเหรินถึงบอกว่าหลังชั้นที่สิบคือเส้นทางพันจวินของจริง แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นนี่มันเวอร์เกินไปแล้ว!"
ลั่วหงคิดในใจ
เก้าชั้นแรกแต่ละชั้นน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งพันจิน ชั้นที่เก้าก็แค่เก้าพันจิน ตามหลักเหตุผลชั้นที่สิบควรจะเป็นหนึ่งหมื่นจิน แต่แรงกดดันที่บ่าของลั่วหงตอนนี้กลับพุ่งสูงถึงหนึ่งแสนจิน!
เพิ่มขึ้นสิบเท่าในรวดเดียว!
หากไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน แล้วผลีผลามขึ้นมา จะต้องบาดเจ็บหนักแน่นอน
คาดว่า ที่นี่แหละคือหลุมฝังศพที่เวินเทียนเหรินเตรียมไว้ให้พวกหลิงอวี้หลิง!
ความคิดของลั่วหงแล่นเร็ว เข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้ในทันที
เมื่อถึงชั้นที่สิบ เวินเทียนเหรินไม่ได้นำทีมปีนต่อ แต่กลับนั่งขัดสมาธิลงพร้อมกับเหล่าผู้ฝึกตนวิถีมาร กินยาฟื้นฟูพลังเวท
"ผู้คุ้มกฎลั่ว หนทางข้างหน้ายิ่งยากลำบาก พวกข้าจำเป็นต้องฟื้นฟูพลังเวท แต่พวกวังดาราก็จ้องตะครุบเหยื่ออยู่ข้างหลัง รบกวนเจ้าช่วยคุ้มกันพวกข้าด้วย"
ผู้ฝึกตนวิถีมารผมแดงก่อนจะเข้าฌาน ก็แสยะยิ้มสั่งการ
ลั่วหงหันไปมองเวินเทียนเหริน เห็นเขาไม่ได้เอ่ยคัดค้าน ก็รู้สึกทะแม่งๆ ขึ้นมา แต่ยังคงสีหน้าเรียบเฉย กล่าวว่า
"ในเมื่อเป็นคำสั่งของนายน้อย ข้าน้อยย่อมต้องทำตาม"
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเวินเทียนเหริน หลิงอวี้หลิงและพรรคพวกคอยจับตาดูอยู่ตลอด พอเห็นฝ่ายตรงข้ามจู่ๆ ก็หยุดนั่งสมาธิที่ชั้นที่สิบ ความระมัดระวังก็พุ่งถึงขีดสุด
"นายน้อย เวินเทียนเหรินดูเหมือนจะมั่นใจว่าพวกเราต้องตามขึ้นไปแน่ๆ เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ!"
ผู้คุ้มกฎไป๋ที่ยืนอยู่ที่ชั้นแปด ห่างจากชั้นที่สิบเพียงยี่สิบสามสิบจั้ง ส่งเสียงทางจิตด้วยความกังวล
"คงหนีไม่พ้นเรื่องผนึกเวทของที่นี่ ในเมื่อเป็นบททดสอบของเผ่าปีศาจ จะมาหละหลวมได้อย่างไร ต้องมีกลไกที่บีบให้ผู้ทดสอบต้องปีนขึ้นไปข้างบนแน่ การที่เวินเทียนเหรินกล้านั่งเฝ้าอยู่อย่างสบายใจข้างบน กลไกที่ว่านี้คงอันตรายถึงชีวิตพวกเรา"
หลิงอวี้หลิงไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้ ในเมื่อตกหลุมพรางแล้ว สถานการณ์เช่นนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของนาง ดังนั้นแววตาจึงฉายแววเด็ดเดี่ยว
"การยื้อเวลาไม่เป็นผลดีต่อพวกเรา เขาอยากจะสู้ ก็สู้สิ พวกเราเองก็มีโอกาสชนะ!"
----------