- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 199 ปะทะเดือดปีศาจยักษ์
บทที่ 199 ปะทะเดือดปีศาจยักษ์
บทที่ 199 ปะทะเดือดปีศาจยักษ์
เมื่อเห็นปีศาจโบราณได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นร่างขาดครึ่งท่อน หยวนเหยามีสีหน้ายินดีปรีดา รู้สึกว่าหากพวกเขาสามคนร่วมมือกันตอนนี้ ย่อมสามารถต้านทานปีศาจตนนี้ได้
ทว่า ปีศาจจอมพลังกระแทกหมัดทั้งสี่เข้าหากัน แสงสีเลือดเข้มข้นกลุ่มใหญ่ก็ระเบิดออกมา ร่างครึ่งท่อนของเขาขยายขนาดขึ้นด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว จนสูงใหญ่ถึงประมาณห้าสิบจั้งจึงหยุดลง
ทันใดนั้น ปีศาจจอมพลังคำรามลั่นพร้อมกางแขนทั้งสี่ออก เกราะดำที่คลุมกายระเบิดออก กลายเป็นภูตบินคร่าวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วน บินวนเวียนอยู่เหนือศีรษะ
แม้จะเป็นเวลากลางวันแสกๆ แต่ลั่วหงและอีกสองคนกลับรู้สึกว่าฟ้าดินมืดมน เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย
"นิมิตฟ้าดิน!"
ในสภาพบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ ปีศาจตนนี้ยังสามารถใช้อิทธิฤทธิ์ท้าทายสวรรค์ขนาดนี้ได้อีก ฮั่นลี่ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
"ศิษย์น้องฮั่น เจ้ารีบพาแม่นางหยวนหนีไป!"
ลั่วหงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สะบัดแขนเสื้อขว้างป้ายหินสีเหลืองหม่นออกไป
การอาสาอยู่รั้งท้ายไม่ได้เป็นเพราะลั่วหงอยากทำตัวเป็นฮีโร่ แต่เมื่อเห็นภูตบินคร่าวิญญาณจำนวนมหาศาล เขาก็เข้าใจทันทีว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายคือกลองระฆังมารในมือเขานั่นเอง
ใครก็หนีได้ แต่เขาหนีไม่ได้!
ฮั่นลี่รับป้ายหินมาดู ก็เข้าใจเจตนาของศิษย์พี่ลั่วทันที แต่พอนึกถึงไข่มุกฟ้าครามของตน เขาขบฟันแน่น แล้วโยนป้ายหินต่อไปให้หยวนเหยา
"แม่นางหยวน เจ้ารีบถอยไปให้ห่างสักสองร้อยลี้ ฮั่นผู้นี้จะอยู่ช่วยศิษย์พี่อีกแรง!"
สีหน้าของหยวนเหยาเปลี่ยนไปมา แสดงความลังเลใจอย่างที่สุด แต่โชคดีที่อายุจริงของนางไม่ได้ดูเด็กเหมือนหน้าตา ประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้นางไม่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล จนตัดสินใจผิดพลาด
นางมองลั่วหงที่พุ่งเข้าหาปีศาจยักษ์เทียมฟ้าด้วยสายตาลึกซึ้งแวบหนึ่ง แล้วหันหลังบินหนีจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
แม้ลั่วหงจะถือไข่มุกสยบสมุทรบินพุ่งเข้าหาปีศาจจอมพลัง แต่สัมผัสเทวะของเขาก็ยังจับตาดูความเคลื่อนไหวของฮั่นลี่และหยวนเหยา
การที่ฮั่นลี่เลือกอยู่ช่วยทำให้เขาแปลกใจและซาบซึ้งใจอยู่บ้าง ส่วนการจากไปของหยวนเหยาก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแย่ ตรงกันข้าม ถ้าไม่มีใครหนีไปเลย เขาคงปวดหัวน่าดู
ปีศาจจอมพลังไม่ได้คิดจะขัดขวางหยวนเหยาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งทำให้ลั่วหงมั่นใจว่าตนเองคือเป้าหมาย
"หนีไม่พ้น ก็มีแต่ต้องสู้ตาย!"
ลั่วหงเผยสีหน้าเด็ดเดี่ยว ตำราหยกทองคำในวิญญาณดั้งเดิมคือไม้ตายของเขา หากเขามีระดับการบำเพ็ญเพียรขอบเขตแปลงเทพ ไม่แน่ว่าอาจใช้สมบัตินี้ผนึกปีศาจตนนี้ได้ทันที แต่เขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมแกน ดังนั้นจึงต้องวางแผนสักหน่อย
ปีศาจจอมพลังที่สูญเสียกายมารไปครึ่งท่อนกำลังโกรธจัด จิตใจมุ่งแต่จะฆ่าลั่วหงผู้เป็นต้นเหตุ แล้วกระชากวิญญาณออกมาทรมานสักพันปีหมื่นปี
แขนมารทั้งสี่ข้างที่ยาวหลายสิบจั้งเหวี่ยงวาด พายุหมุนหอบเอาภูตบินคร่าวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งเข้าล้อมกรอบลั่วหงจากทุกทิศทุกทาง
ฮั่นลี่กำลังจะเข้าไปสมทบกับศิษย์พี่ลั่ว ก็เห็นเงาภูตผีจำนวนมหาศาลถาโถมเข้มาดุจคลื่นยักษ์ กลืนกินร่างของลั่วหงไปในพริบตา
ยังไม่ทันที่ฮั่นลี่จะเป็นห่วง แสงสีเงินที่ทำให้วิญญาณดั้งเดิมของเขารู้สึกเจ็บแปลบ ก็แทงทะลุลูกบอลภูตผีที่เกิดจากภูตบินคร่าวิญญาณออกมา
วินาทีถัดมา ลูกบอลภูตผีที่ล้อมลั่วหงอยู่ก็ระเบิดกระจาย ภูตบินคร่าวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนสลายกลายเป็นเถ้าธุลีภายใต้เนตรวิญญาณเงินที่ลั่วหงใช้ออกสุดกำลัง
ฮั่นลี่รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที เร่งความเร็วบินเข้าไปช่วย
ทางด้านลั่วหงเพิ่งจะฝ่าวงล้อมของภูตบินคร่าวิญญาณออกมาได้ ก็เห็นฝ่ามือขนาดยักษ์ตบลงมาจากเหนือหัวด้วยความเร็วสูง
ท่าทางเหมือนกำลังจะตบแมลงวันไม่มีผิด
ลั่วหงสีหน้าไม่เปลี่ยน กำลังจะใช้วิชาตอบโต้ ก็ได้ยินเสียงหึ่งๆ ดังมาจากด้านหลัง
แมลงปีกแข็งสีทองและเงินจำนวนนับไม่ถ้วนบินผ่านร่างลั่วหงไป พุ่งตรงไปยังฝ่ามือยักษ์ของปีศาจจอมพลัง
"ศิษย์น้องฮั่น ระวังตัวด้วย!"
ลั่วหงเตือนโดยไม่หันกลับไปมอง แล้วบินพุ่งเข้าหาปีศาจจอมพลังต่อไป
แขนมารที่กดทับลงมาตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยแมลงสีทองและเงิน พวกมันกัดกินเลือดเนื้อของปีศาจจอมพลังอย่างบ้าคลั่ง
ตอนแรกปีศาจจอมพลังไม่ได้ใส่ใจ ไม่สนใจแมลงวิญญาณเหล่านี้ ตั้งใจจะบดขยี้ลั่วหงให้ตายคามือ แต่พริบตาต่อมา ความเจ็บปวดก็แล่นริ้วไปทั่วแขน
แมลงวิญญาณสีทองเงินพวกนี้ ถึงกับกัดกินกายมารของเขาเข้า!
แม้ความเร็วจะช้ามาก แต่จำนวนแมลงมีไม่น้อย กายมารคือรากฐานสำคัญของปีศาจจอมพลัง ในเมื่อหายไปครึ่งท่อนแล้ว เขาไม่อยากสูญเสียมันไปมากกว่านี้
ดังนั้น เขาจึงหยุดโจมตี กำหมัดแน่นแล้วระเบิดแรงสั่นสะเทือนออกมา สลัดแมลงสีทองและเงินให้ร่วงหล่นลงมา
ทว่า แมลงที่ร่วงลงมาเพียงครู่เดียวก็ฟื้นตัว สะบัดหัวที่มึนงง แล้วพุ่งกลับขึ้นไปกัดกินด้วยความดุร้ายยิ่งกว่าเดิม สร้างความเจ็บปวดให้ปีศาจจอมพลังหนักหน่วงขึ้น
เมื่อตระหนักถึงความร้ายกาจของแมลงกินทอง ปีศาจจอมพลังจึงใช้แสงเทพผนึกโลหิตห่อหุ้มแขนข้างนั้นไว้ แล้วหันความสนใจกลับมาที่เป้าหมายหลัก
แขนมารสองข้างตะปบเข้ามาพร้อมกันจากซ้ายขวา เสียงลมหวีดหวิวข้างหูลั่วหง ร่างกายถูกบีบอัดจนเจ็บปวด ทำให้รู้ว่าพลังของอีกฝ่ายหลังจากใช้วิชานิมิตฟ้าดินนั้นมหาศาลเกินจินตนาการ หากโดนเข้าไปเต็มๆ ต่อให้มีไข่มุกสยบสมุทรรับไว้ ก็คงไม่รอดแน่
เขาขยับจิตเพียงนิด ถุงหมื่นสมบัติก็เปิดออก ปล่อย "กระแสน้ำ" ที่เชี่ยวกรากออกมา ฝูงมดบินหุ่นเชิดโลหิตขนาดมหึมาบินออกมา แยกเป็นสองสายพุ่งเข้าใส่แขนมารทั้งสองข้าง
ทันทีที่มดบินหุ่นเชิดโลหิตปรากฏตัว ปีศาจจอมพลังก็มีสีหน้าตกตะลึงวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโกรธจัด
เพราะรู้ถึงอานุภาพของวิชาตนเอง เขาจึงไม่พยายามฆ่ามดบินหุ่นเชิดโลหิตที่กำลังกัดกินแขนทั้งสองข้าง แต่กลับง้างแขนที่สี่ขึ้น โคจรเคล็ดพลังมารจอมพลัง
ท่ามกลางปราณมารที่เดือดพล่าน กลิ่นอายของปีศาจจอมพลังพุ่งขึ้นถึงขีดสุด แต่บาดแผลที่หน้าอกและท้องซึ่งเกิดจากการใช้วิชาลับก็เริ่มฉีกขาด เลือดมารสาดกระเซ็นออกมาเป็นสาย
ลั่วหงถูกแรงดูดมหาศาลพันธนาการ ร่างกายพุ่งเข้าไปหาหมัดของปีศาจจอมพลังที่ง้างรออยู่ แต่ใบหน้าของเขากลับไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
หึ ที่แท้มันจะกระทบกระเทือนบาดแผล มิน่าถึงเพิ่งจะงัดท่านี้ออกมาใช้ตอนนี้
ในบรรดาผู้ฝึกตนโลกมนุษย์ คนที่เข้าใจเคล็ดพลังมารจอมพลังที่สุดก็คือลั่วหง เขารอจังหวะที่ปีศาจจอมพลังจะใช้ท่านี้อยู่ตลอด
เวลานี้ แขนมารสามข้างถูกตรึงไว้ อีกข้างใช้วิชาลับกายา เรียกได้ว่าเปิดช่องว่างเต็มที่ ดีกว่าจังหวะที่ลั่วหงคาดการณ์ไว้มากนัก
ด้วยแรงดูด ลั่วหงบินเข้ามาจนเกือบประชิดตัวปีศาจจอมพลังแล้ว แต่เขากลับหลับตาลง ราวกับยอมแพ้และเตรียมตัวตาย
"ศิษย์พี่ลั่ว ท่านมีแผนอะไรกันแน่?"
ฮั่นลี่จ้องมองลั่วหงจากระยะไกล เขาเชื่อมาตลอดว่าศิษย์พี่ลั่วมีวิธีรับมือปีศาจตนนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่พยายามบุกฝ่าเข้าไปประชิดตัวขนาดนี้
และก็เป็นดั่งที่คาด เมื่อลั่วหงลืมตาโพลงขึ้น ป้ายหยกที่เปล่งแสงสีขาวนวลก็ปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผากของเขา
เพียงเสี้ยววินาที พลังเวททั่วร่างของลั่วหงก็ถูกป้ายหยกดูดกลืนไปจนเกือบหมด
"ไป!"
ลั่วหงชี้มือนิ้วเดียว ป้ายหยกพุ่งออกไปดุจดาวตก ลอยอยู่เหนือศีรษะปีศาจจอมพลัง ทันใดนั้นอักขระสีเงินนับไม่ถ้วนก็โปรยปรายลงมา ตามด้วยภาพเงาของแท่นบูชาหยกเขียวขนาดยักษ์ที่ก่อตัวขึ้น แล้วกดทับลงมาดุจฟ้าถล่ม!
ในเวลาเดียวกัน โซ่แสงสีเงินขนาดใหญ่หลายเส้นก็ปรากฏขึ้นพันธนาการร่างของปีศาจจอมพลังไว้ และเชื่อมต่อกับภาพเงาแท่นบูชาหยกเขียวที่กำลังตกลงมา
ทันทีที่โซ่แสงสีเงินปรากฏ ปราณมารที่เดือดพล่านรอบตัวปีศาจจอมพลังก็แตกซ่าน วิชาลับที่กำลังใช้ถูกขัดจังหวะ ร่างกายสั่นสะท้าน กระอักเลือดมารออกมา กลิ่นอายอ่อนลงไปสามส่วน
นี่คือสิ่งที่ลั่วหงวางแผนไว้
วิชามารมักมีการตีกลับได้ง่าย ยิ่งเคล็ดพลังมารจอมพลังที่เป็นวิชาลับกายาอันทรงพลังที่เพิ่มพละกำลังได้หลายเท่า ผลของการตีกลับย่อมรุนแรงมหาศาล
กายมารของปีศาจจอมพลังแข็งแกร่งเกินไป ลั่วหงรู้ดีว่าตัวเขาและฮั่นเหล่าม๋อในตอนนี้ไม่มีทางทำอันตรายมันได้จริงๆ วิธีเดียวคือทำให้มันทำร้ายตัวมันเอง
เมื่อจิ้นจื้อผนึกที่ผู้ฝึกตนโบราณทิ้งไว้ในตำราหยกทองคำทำงาน ปีศาจจอมพลังก็ไม่ออมมืออีกต่อไป คำรามลั่นพร้อมกับแสงเทพผนึกโลหิตที่พุ่งออกมาต้านทานโซ่แสงสีเงินที่พันธนาการร่าง โดยไม่สนใจเลือดมารที่พุ่งกระฉูดออกจากบาดแผลที่เอว ยกแขนทั้งสี่ขึ้นเหนือหัว
"ตูม!" เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นปราณวิญญาณสีเขียวขนาดยักษ์แผ่ขยายออกไป ปีศาจจอมพลังสามารถยันภาพเงาแท่นบูชาหยกเขียวที่กดทับลงมาเอาไว้ได้แบบหวุดหวิด
แรงสั่นสะเทือนนี้ทำให้แมลงกินทองและมดบินหุ่นเชิดโลหิตที่เกาะอยู่บนแขนมารร่วงกราวลงมาราวกับสายฝน
ลั่วหงไม่มีเวลาสนใจมดบินหุ่นเชิดโลหิต หลังจากส่งป้ายหยกออกไป เขาก็รีบกินน้ำนมวิญญาณหมื่นปีหนึ่งหยด ทำให้แกนทองคำที่แห้งเหือดกลับมาเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็ว
เขามองดูปีศาจจอมพลังต้านทานภาพเงาแท่นบูชาหยกเขียวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แม้ปีศาจจอมพลังจะดูเสียเปรียบ ถูกกดจนขยับไม่ได้และเลือดไหลไม่หยุด แต่ลั่วหงรู้ดีว่าพลังชีวิตของปีศาจโบราณพวกนี้อึดแค่ไหน ต่อให้ยันกันแบบนี้สักวันสองวันมันก็ทำได้สบายๆ
ส่วนภาพเงาแท่นบูชาหยกเขียว แม้จะเป็นจิ้นจื้อผนึกของผู้ฝึกตนโบราณและยืมพลังจากสมบัติล้ำค่าอย่างตำราหยกทองคำ แต่คนที่ควบคุมมันก็แค่ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมแกนระยะกลาง
ลั่วหงรู้ดีว่าด้วยพลังเวทของตน ต่อให้มีน้ำนมวิญญาณหมื่นปีช่วย ก็ไม่มีทางยื้อสู้กับกายมารระดับเหนือโลกมนุษย์ของปีศาจจอมพลังได้
ดังนั้น เขาจึงโคจรพลังเวทที่เพิ่งฟื้นฟู ยิงลำแสงสายหนึ่งเข้าไปในกลุ่มแสงสีขาวนวลเหนือภาพเงาแท่นบูชาหยกเขียว
เมื่อได้รับลำแสงนี้ ภาพเงาแท่นบูชาหยกเขียวก็เกิดการเปลี่ยนแปลง หลุมดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นภายใน ฝ่ามือของปีศาจจอมพลังที่ยันฐานแท่นบูชาอยู่ค่อยๆ จมลงไปในนั้น
โซ่แสงสีเงินเหล่านั้นก็ยืดเข้าไปในหลุมดำ พยายามดึงร่างของเขาให้เข้าไปข้างใน
หลุมดำนี้คือประตูมิติที่ลั่วหงเปิดขึ้นโดยเชื่อมต่อจิ้นจื้อในป้ายหยกเข้ากับจิ้นจื้อในวิหารสวรรค์
เดิมทีประตูนี้จะเปิดออกหลังจากผนึกปีศาจตนนี้เสร็จสิ้น เพื่อส่งแท่นบูชาหยกเขียวที่สมบูรณ์กลับไปยังวิหารสวรรค์
แต่ในเมื่อลั่วหงผนึกปีศาจจอมพลังไม่ได้ เพื่อรักษาชีวิต ก็มีแต่ต้องส่งมันกลับไปที่วิหารสวรรค์ เพื่อให้เขาและฮั่นเหล่าม๋อมีโอกาสหนี
พอประตูมิติเปิดออก ปีศาจจอมพลังก็รู้ทันทีว่าท่าไม่ดี ในความทรงจำของเขา กลองระฆังมารคือกุญแจสำคัญในการทำลายผนึกวิญญาณมาร ในอดีตกว่าจะสร้างอาวุธมารสองชิ้นนี้ขึ้นมาได้ ต้องสังเวยเผ่าพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ไปไม่รู้เท่าไหร่ ตอนนี้ไม่มีทางสร้างใหม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นจะทำหายไม่ได้เด็ดขาด
ความคิดแล่นเร็ว ปีศาจจอมพลังผ่อนแรงต้านทานจิ้นจื้อผนึกลงกะทันหัน ทำให้ร่างของเขาจมลงไปในภาพเงาแท่นบูชาหยกเขียวอย่างรวดเร็ว แก้มทั้งสองพองลม แล้วพ่นก้อนเลือดออกมาจากปาก
ก้อนเลือดนี้พุ่งเร็วมาก และระเบิดออกกลางทาง กลายเป็นม่านเลือดผืนใหญ่ ห่อหุ้มร่างลั่วหงไว้โดยที่เขาไม่มีโอกาสหลบหลีก
ปีศาจจอมพลังแสยะยิ้มอำมหิต อ้าปากสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ม่านเลือดที่ห่อหุ้มลั่วหงก็ลอยลิ่วตรงเข้าปากอันกว้างใหญ่ของเขาไปทันที
----------