- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 35 ปัญหาของผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบ
บทที่ 35 ปัญหาของผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบ
บทที่ 35 ปัญหาของผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบ
บทที่ 35 ปัญหาของผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบ
"น้องชายฝึกฝน 'วิชาพื้นฐานธาตุดิน' ใช่หรือไม่?"
ลั่วหงหยิบผลจูขึ้นมาลูกหนึ่งแล้วถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ใช่แล้วขอรับ ผู้น้อยฝึกฝน 'เคล็ดปฐพีหนา' ศิษย์พี่ถามเรื่องนี้คือ... อ๊ะ! นี่มัน!"
พ่อค้าหนุ่มยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นลั่วหงสะบัดแขนเสื้อ ทันใดนั้นบนแผงก็มีกองศิลาวิญญาณธาตุดินปรากฏขึ้น
พอลองนับดูอย่างละเอียด มีถึงยี่สิบก้อน!
"สิบก้อนซื้อผลจูของเจ้า ห้าก้อนซื้อผลไม้วิญญาณอื่นๆ ของเจ้า ส่วนอีกห้าก้อน... เจ้าต้องตอบคำถามข้ามาหนึ่งข้อก่อน"
ลั่วหงพูดอย่างใจเย็น พลางเก็บผลไม้วิญญาณเข้าถุงสมบัติทีละลูก
"ผลจูพวกนี้ผู้น้อยเก็บมาจากป่าลึก ไม่มีอีกแล้วขอรับ!"
พ่อค้าหนุ่มไม่เคยเห็นศิลาวิญญาณมากมายขนาดนี้ในคราวเดียวมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นศิลาวิญญาณธาตุดินที่เหมาะกับเขาที่สุดด้วย
แม้ตอนนี้เขาอยากจะพุ่งเข้าไปกอดกองศิลาวิญญาณพวกนั้นไว้แนบอกใจจะขาด แต่เขาก็ยังไม่ลืมว่ามีห้าก้อนที่ยังไม่ใช่ของเขา
"ใครถามเจ้าเรื่องผลจูกัน ที่ข้าจะถามคือเรื่องผลห้าธาตุพวกนี้ต่างหาก ผลไม้นี้มีผลเสียต่อการบำเพ็ญเพียร คงไม่ใช่เจ้าปลูกเองหรอกกระมัง"
ลั่วหงชูผลห้าธาตุลูกหนึ่งขึ้นมาตรงหน้าพ่อค้าหนุ่ม เพื่อให้เขาเข้าใจว่าตนไม่ได้ล้อเล่น
"เป็นจริงดั่งที่ศิษย์พี่ว่า ผลห้าธาตุพวกนี้ผู้น้อยเก็บมาได้ ปกติจะนำไปขายให้พวกเศรษฐีที่เป็นคนธรรมดา เพื่อแลกทองคำมาใช้จ่ายขอรับ"
พ่อค้าหนุ่มแม้จะไม่รู้จุดประสงค์ของลั่วหง แต่ก็ตอบตามความจริงอย่างหมดเปลือก
"อืม น้องชายเจ้าชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร บ้านช่องอยู่ที่ใด?"
"อ้อ ข้าชื่อจ้าวอวี้ซู่ บ้านอยู่เขาอู้ซาน ยินดีต้อนรับศิษย์พี่มาเป็นแขกขอรับ"
ความใจป้ำที่ลั่วหงแสดงออก ทำให้จ้าวอวี้ซู่คลายความระแวงลง และบอกที่มาที่ไปของตนตามตรง
"ที่ข้าให้ศิลาวิญญาณห้าก้อนนี้ ก็เพื่อให้น้องชายอวี้ซู่ช่วยดูแลต้นวิญญาณที่ออกผลห้าธาตุนี้ให้ข้าหน่อย ผลห้าธาตุหลังจากนี้ก็ช่วยเก็บไว้ให้ข้าด้วย วันหน้าหากมีเวลาข้าจะไปเอาเอง"
"เป็นเช่นนี้นี่เอง ผู้น้อยจะไม่ทำให้ศิษย์พี่ผิดหวังขอรับ"
จ้าวอวี้ซู่ตบหน้าอกที่แน่นตึงรับปาก หลังจากเก็บศิลาวิญญาณเรียบร้อยแล้วก็กล่าวลาลั่วหงไป
เรียบร้อย!
จ้าวอวี้ซู่เพิ่งจะเดินจากไป ลั่วหงก็ยึดแผงของเขา แล้วกำลังจะเอาของออกมาวางทำท่าขายของ ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงสายตาแปลกๆ จากด้านข้าง
พอหันไปมอง ก็พบว่าเป็นหานอวิ๋นจือที่กำลังจ้องเขาด้วยดวงตากลมโตคู่สวย สายตาคู่นั้นดูเหมือนจะแฝงความน้อยใจอยู่ลึกๆ
หือ? ข้าไปทำอะไรให้นางหรือเปล่า?
การเดาใจสตรีเป็นการกระทำที่ไร้ความหมายที่สุด ลั่วหงจึงเลิกสนใจนาง แล้วหยิบยันต์ออกมาวางเรียงบนแผงทีละแผ่น
"ท่านก็จะขายยันต์หรือ?" น้ำเสียงของหานอวิ๋นจือเจือความน้อยเนื้อต่ำใจ
"แม่นาง ข้าไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความลำบากใจให้เจ้า เพียงแต่ของที่เจ้าขายมีมากมายหลายชนิด ข้าคงเลี่ยงได้ยาก"
ลั่วหงชี้ไปที่กองสินค้าสารพัดอย่างบนแผงของหานอวิ๋นจือ ซึ่งดูเหมือนร้านขายของชำขนาดย่อม
"ท่านไม่ต้องมาอธิบายกับข้าหรอก"
หานอวิ๋นจือรู้ดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายผู้อื่น จึงได้แต่สะบัดหน้าหนี ทำเป็นมองไม่เห็นจะได้ไม่รกใจ
ทว่า ผ่านไปไม่นานลั่วหงก็จับได้อีกว่าหานอวิ๋นจือกำลังแอบมองเขาอยู่
แน่นอนว่าหานอวิ๋นจือไม่ได้มองลั่วหง ผู้ฝึกตนชายหน้าตาธรรมดาที่ทำให้นางโมโห แต่กำลังมองยันต์ที่เขาวางขายต่างหาก
ลั่วหงค้นพบว่า ทันทีที่เขาวางยันต์ชนิดเดียวกับที่มีบนแผงของหานอวิ๋นจือ คิ้วของอีกฝ่ายก็จะขมวดเข้าหากัน แต่พอเขาเก็บยันต์แผ่นนั้นกลับคืน อีกฝ่ายก็จะถอนหายใจอย่างโล่งอก
ช่างน่าขันเสียจริง!
ลั่วหงตั้งใจแค่จะแกล้งทำเป็นขายยันต์อยู่แล้ว จึงไม่อยากทำตัวน่ารังเกียจ เขาเลือกวางยันต์ระดับต่ำขั้นกลางสิบกว่าแผ่นที่ไม่ซ้ำกับของหานอวิ๋นจือ แล้วเอนตัวลงนอนบนเก้าอี้โยกอย่างเกียจคร้านเพื่อรอฮั่นเหล่าม๋อมาเยือน
เมื่อเห็นลั่วหงไม่ก่อกวนอีก หานอวิ๋นจือก็วางใจ และหันกลับไปจดจ่อกับการขายของให้เหล่าผู้ฝึกตนอิสระที่เดินผ่านไปมา
ลั่วหงแอบจิบสุราหยกมังกรอีกหนึ่งอึก พลังปราณระเบิดออกในอกและท้องราวกับระเบิดวิญญาณ
เนื่องจากความเผด็จการของลวดลายลับมังกรวิญญาณ ในระหว่างที่มันทำงาน ลั่วหงจะแย่งชิงปราณวิญญาณมาฝึกฝนไม่ได้เลย
เขาจึงเรียกตารางตรวจสอบร่างกายออกมา เพื่อเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลในร่างกายระหว่างที่ลวดลายลับมังกรวิญญาณกำลังทำงาน
ชื่อ ลั่วหง
ขอบเขต กลั่นลมปราณชั้นสิบ (2012/2047)
พลังชีวิต 25
พลังเวท 2012
สัมผัสเทวะ 40
คุณภาพรากวิญญาณ 1
ความแข็งแกร่งของเส้นลมปราณ 35 (ขีดจำกัดแรงดันวิญญาณภายในที่เส้นลมปราณปัจจุบันรับได้)
แรงดันวิญญาณภายใน 26 (กำลังผันผวน)
แรงดันวิญญาณภายนอก 1.5 (คงที่)
ความบริสุทธิ์ของพลังเวท 3.7 (อานุภาพคาถาที่เพิ่มขึ้น = ความบริสุทธิ์ของพลังเวท · 5%)
ระดับการควบคุมพลังเวท 4 (สัมผัสเทวะเป็นตัวกำหนดขีดจำกัด ปัจจุบันถึงขีดจำกัดแล้ว)
ความจุตันเถียน 2012 หน่วยพลังเวท
นับถอยหลังสู่ขั้นสมบูรณ์ของขอบเขตกลั่นลมปราณ 411 วัน (คำนวณจากแรงดันวิญญาณภายในปัจจุบัน)
ความชำนาญวิชา เคล็ดวารีขนาดย่อม ชั้นที่สิบ (989/1024), วิชาผิวน้ำแข็งกระดูกหยก ชั้นที่ห้า (120/1000), ลวดลายลับมังกรวิญญาณ ชั้นที่หนึ่ง (?/?)
คอขวดของเคล็ดวารีขนาดย่อมชั้นที่สิบ ลั่วหงสามารถทะลวงผ่านได้ทุกเมื่อ ที่ยังไม่ทำเพราะหนึ่งคือเสียเวลาไปกับการฝึกฝนลวดลายลับมังกรวิญญาณ และอีกเหตุผลคือตันเถียนของเขาใกล้จะขยายถึงขีดจำกัดแล้ว
แม้จะเพิ่งผ่านคอขวดใหญ่และเล็กมาอย่างละครั้ง แต่การควบคุมอย่างแม่นยำของลั่วหง ทำให้ทุกคอขวดแสดงผลลัพธ์ออกมาได้สูงสุด จนตอนนี้ตันเถียนของเขาขยายใหญ่กว่าเดิมถึงสามส่วน
หากต้องการกอบโกยผลประโยชน์สูงสุดในการทะลวงด่านครั้งต่อไป ลั่วหงจำเป็นต้องเสริมความยืดหยุ่นของตันเถียนให้แข็งแกร่งขึ้นเสียก่อน
ตอนนี้มีอยู่สองวิธี
วิธีแรกคือการกินโอสถสร้างรากฐาน อาศัยฤทธิ์ยาในการชำระล้างไขกระดูกเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย
วิธีที่สอง คือการฝึกฝนวิชาผิวน้ำแข็งกระดูกหยกให้ถึงชั้นที่หก
วิชาผิวน้ำแข็งกระดูกหยกมีทั้งหมดสิบสองชั้น หกชั้นแรกคือบทผิวน้ำแข็ง ซึ่งหมายความว่าถ้าลั่วหงฝึกถึงชั้นที่หก ก็จะถือว่าสำเร็จบทผิวน้ำแข็งขั้นสูง ถึงตอนนั้นทั้งเส้นลมปราณและตันเถียนจะได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล
เพียงแต่เมื่อเทียบกับการฝึกบทผิวน้ำแข็งให้สำเร็จขั้นสูงแล้ว การหาโอสถสร้างรากฐานสักเม็ดยังดูจะง่ายกว่าเสียอีก
เพราะเมื่อฝึกวิชาผิวน้ำแข็งกระดูกหยกมาถึงขั้นที่ลั่วหงเป็นอยู่นี้ โอสถบัวขาวก็ไร้ผลแล้ว ต่อให้แช่น้ำยามากแค่ไหน ความชำนาญก็ไม่กระดิกขึ้นเลยสักนิด
หากอยากจะก้าวหน้าต่อไป จำเป็นต้องกินโอสถบัวสวรรค์เท่านั้น!
ความจริงลั่วหงเคยตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรถึงจะก้าวข้ามข้อจำกัดที่ว่าการฝึกวิชาผิวน้ำแข็งกระดูกหยกจำเป็นต้องพึ่งพาโอสถไปได้?
ก่อนจะไขปัญหานี้ ลั่วหงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการฝึกกายาคืออะไร และการฝึกกายาแท้จริงแล้วฝึกที่ส่วนไหนของผู้ฝึกเซียน?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การฝึกกายาคือวิธีการหนึ่งที่ผู้ฝึกเซียนใช้พลังภายนอกมาเปลี่ยนแปลงร่างกายของตน
จากการวิจัยอักษรเงินตลอดสามปี ลั่วหงมั่นใจว่าอักษรเงินไม่ได้มีอยู่แค่ในเส้นลมปราณเท่านั้น แต่พวกมันกระจายอยู่ทั่วทุกส่วนของร่างกายมนุษย์
กล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวะภายใน ฯลฯ ทุกส่วนของร่างกายมนุษย์ล้วนมีอักษรเงินที่สอดคล้องกันดำรงอยู่
สาเหตุที่ลั่วหงคุ้นเคยกับอักษรเงินในเส้นลมปราณมากที่สุด ก็เพราะพวกมันถูกใช้งานบ่อยที่สุดในการบำเพ็ญเพียร และสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุด
ก่อนหน้านี้ตอนที่วิชาผิวน้ำแข็งกระดูกหยกของลั่วหงทะลวงผ่านชั้นที่ห้า ลั่วหงคุ้นเคยกับอักษรเงินในเส้นลมปราณเป็นอย่างดี เขาจึงสังเกตเห็นทันทีว่าเมื่อวิชาเลื่อนระดับ อักษรเงินในเส้นลมปราณไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนขึ้นมาก แต่รูปแบบการเรียงตัวก็เปลี่ยนแปลงไปในระดับหนึ่งด้วย
ถ้าหากเปรียบว่าอักษรเงินคือวิวัฒนาการของกฎเกณฑ์ เปรียบเสมือน 'โค้ดพื้นฐาน' ของโลกมนุษย์ การฝึกกายาก็คือการเขียนโค้ดเหล่านี้ขึ้นใหม่ เพื่ออัประดับประสิทธิภาพของระบบให้ดียิ่งขึ้น
ดังนั้นในทางทฤษฎี ขอเพียงลั่วหงอนุมานการเปลี่ยนแปลงของอักษรเงินที่จะเกิดขึ้นในชั้นที่หกของวิชาผิวน้ำแข็งกระดูกหยกได้ และสามารถคัดลอกเลียนแบบออกมาได้เหมือนต้นฉบับ เขาก็จะสามารถสำเร็จวิชาลับนี้ได้อย่างง่ายดาย
----------