เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 แม่นางน้อยผู้น่ารักหานอวิ๋นจือ

บทที่ 34 แม่นางน้อยผู้น่ารักหานอวิ๋นจือ

บทที่ 34 แม่นางน้อยผู้น่ารักหานอวิ๋นจือ


บทที่ 34 แม่นางน้อยผู้น่ารักหานอวิ๋นจือ

"พวกเจ้าคงซื้อกันมาหมดแล้วสินะ?" ชิงเหวินส่ายหน้าพลางถอนหายใจ

"ท่านนักพรต สรุปมันหมายความว่ายังไงกันแน่?! เลิกอมพะนำเสียทีเถอะ!"

หูผิงกูร้อนใจจนเริ่มโมโห นางอุตส่าห์ควักเงินก้อนโตถึงหกก้อนหินวิญญาณจ่ายไปเชียวนะ!

"ไม่ต้องกังวลไป ถือซะว่าพวกเจ้าซื้อบทเรียนก็แล้วกัน หลังจากอาตมาบอกความจริงไปแล้ว ห้ามคิดไปแก้แค้นคนขายเด็ดขาด และห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเชียว

ดูให้ดีๆ นี่น่าจะเป็นยันต์แบบเดียวกับที่พวกเจ้าซื้อมา"

ชิงเหวินใช้นิ้วคีบยันต์กระสุนน้ำที่วาดด้วยชาดบนกระดาษยันต์สีเหลืองขึ้นมาแสดงให้ทุกคนดู

มืออีกข้างทำเคล็ดมือร่ายเวท ผ่านไปสองอึดใจ ลูกน้ำลูกหนึ่งก็ก่อตัวขึ้น

"อานุภาพของวิชากระสุนน้ำที่อาตมาใช้ออก จะเทียบเท่ากับอานุภาพของยันต์กระสุนน้ำทั่วไป"

สิ้นเสียง ชิงเหวินก็กระตุ้นยันต์ในมือ ลวดลายบนยันต์สว่างวาบขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนที่ลูกน้ำขนาดเล็กกว่าเมื่อครู่หลายส่วนจะก่อตัวขึ้นมา

คราวนี้ทุกคนต่างเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ยันต์ราคาถูกพวกนี้มีอานุภาพอ่อนด้อยกว่ายันต์ทั่วไปมากโข

"ดีล่ะ! กล้าหลอกลวงแม่เฒ่าอย่างข้า ต้าลี่ ไปกับข้า ไปถล่มร้านลับนั่นให้เละ!"

หูผิงกูเสียดายหินวิญญาณจนลืมคำเตือนของชิงเหวินไปเสียสนิท นางลากแขนสามีทำท่าจะพุ่งออกไป

"พี่น้องเฮยจินเฮยมู่ รีบห้ามพวกเขาเร็ว! คนที่หลงกลไม่ได้มีแค่สองผัวเมียนี่หรอก คนที่มารู้ตัวทีหลังก็มีไม่น้อย แต่ทำไมจนป่านนี้ถึงยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย? พวกเจ้าไม่ลองตรองดูหน่อยรึ?"

สองพี่น้องเฮยจินเฮยมู่เองก็ซื้อยันต์ราคาถูกมาเหมือนกัน ลำพังแค่ข่มความโกรธของตัวเองไว้ได้ก็เก่งแล้ว จึงไม่มีกะจิตกะใจจะไปห้ามใคร

ในสถานการณ์คับขัน ชิงเหวินรีบหยิบยันต์ออกมาอีกสองแผ่น แล้วนำมาต่อกันแบบหัวชนท้าย

"หนึ่งตวัดเป็นสองยันต์!"

หลวงจีนน้อยขู่ซางที่สีหน้าเรียบเฉยมาตลอดเบิกตากว้าง ร้องอุทานออกมา

"ทุกคนคงเข้าใจแล้วสินะ ปรมาจารย์นักเขียนยันต์ระดับนี้ มีแต่เจ็ดสำนักใหญ่เท่านั้นที่ชุบเลี้ยงไหว

เฮ้อ พวกเราผู้ฝึกตนอิสระคงทำได้แค่กัดฟันกลืนเลือดลงท้องไป"

ชิงเหวินถอนหายใจพลางส่ายหน้า

"ต้องยอมจบเรื่องแค่นี้จริงๆ หรือ?! น้องชายหวง เจ้าจะไปไหน?" หูผิงกูทรุดนั่งลงอย่างหมดแรง

"กลับไปนอน!" หวงเสี้ยวเทียนทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะกระแทกประตูเดินออกไป

ฮั่นลี่นั่งจิบชาเงียบๆ ทำตัวจืดจางไร้ตัวตน แต่กลับเก็บทุกถ้อยคำสนทนาของกลุ่มชิงเหวินเข้าหูไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว ในใจครุ่นคิดว่า

"การหลอกลวงชิงดีชิงเด่นในโลกผู้ฝึกเซียน กฎปลาใหญ่กินปลาเล็กนี้ช่างอันตรายยิ่งกว่ายุทธภพทางโลกเสียอีก!

อีกทั้งนักพรตชิงเหวินผู้นี้ ดูเหมือนจงใจชักนำให้ทุกคนเกลียดชังเจ็ดสำนักใหญ่ ไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อันใดกันแน่ ต้องระวังตัวไว้บ้างแล้ว"

......

แสงโคมไฟเริ่มสว่างไสว ลั่วหงยืนอยู่หน้าแผงลอยแห่งหนึ่ง พินิจมองเด็กสาวน่ารักผู้หนึ่งอย่างละเอียด

นางสวมชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีเขียวอ่อน ผิวพรรณขาวผ่อง คิ้วดั่งใบหลิว นัยน์ตาดั่งหงส์ ฟันขาวสะอาดดั่งเปลือกหอย ริมฝีปากแดงระเรื่อดั่งแต้มชาด ดวงตากลมโตคู่นั้นพอสบเข้ากับสายตาของลั่วหง ก็รีบหลบวูบราวกับกระต่ายน้อยที่ตื่นตระหนก ช่างดูบอบบางน่ารักเสียจริง

เมื่อมองดูสินค้าที่วางอยู่บนแผง ล้วนเป็นยันต์กระจัดกระจาย วัตถุวิญญาณระดับต่ำนานาชนิด และคัมภีร์ 'เคล็ดเปลี่ยนวสันต์' ฉบับสมบูรณ์อีกหนึ่งเล่ม

ไม่ผิดแน่ เด็กสาวผู้นี้คือหานอวิ๋นจือ

ขณะที่ลั่วหงกำลังพิจารณาหานอวิ๋นจือ แม่นางน้อยเองก็แอบลอบมองเขาเช่นกัน

ทำไมคนคนนี้ถึงเอาแต่จ้องข้าอยู่ได้?

ว้าย ศิษย์สำนักหวงเฟิงกู่คนนี้หน้าตาก็ดีแท้ๆ แต่ทำไมถึงแต่งตัวได้สำส่อนนัก สาบเสื้อเปิดกว้างจนเห็นหน้าอกหมดแล้ว

ชั่วพริบตาที่สบตากัน หานอวิ๋นจือสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนที่ยากจะเอ่ย นางรีบหลบสายตาด้วยความตื่นตระหนก แต่แล้วก็รู้สึกเสียใจภายหลัง

ท่านพี่กับข้าอยากจะผ่านด่านงานชุมนุมเซียน จำเป็นต้องใช้หินวิญญาณซื้อโอสถมาเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญ คนผู้นี้ดูท่าทางร่ำรวยไม่เบา บางที... ข้าอาจจะต้องยอมเสียสละเล็กๆ น้อยๆ

หานอวิ๋นจือกำชายเสื้อแน่น ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นหมายจะทักทายลั่วหง แต่พอหันไปกลับพบว่าลั่วหงวิ่งไปที่แผงข้างๆ เสียแล้ว และกำลังคุยกับพ่อค้าหนุ่มเจ้าของแผงอย่างถูกคอ ข้อมือขาวผ่องที่ยกค้างไว้จึงได้แต่วางลงด้วยความเก้อเขิน

ความรู้สึกอับอายปนโมโหแล่นพล่านขึ้นมาในใจ นางบ่นอุบอิบเสียงเบาว่า

"ฮึ! เจ้าคนบ้ากาม!"

อีกด้านหนึ่ง ลั่วหงไม่ได้รับรู้ถึงความในใจของหานอวิ๋นจือเลยแม้แต่น้อย เขาแค่อยากจะไล่พ่อค้าหนุ่มตรงหน้าไปให้พ้นๆ แล้วยึดทำเลนี้ไว้นั่งรอเหยื่อ ก็เท่านั้น

แน่นอนว่าลั่วหงไม่ใช่พวกใช้อำนาจบาตรใหญ่แย่งชิงของชาวบ้าน เขาพยายามจะใช้วิธีที่ถูกต้องตามครรลองธรรม อย่างเช่น... เหมาสินค้าของเจ้าของแผงให้เกลี้ยง

กวาดตามองแวบเดียว สินค้าบนแผงนี้ล้วนเป็นผลไม้วิญญาณระดับต่ำหลากหลายชนิด ลั่วหงรู้จักเกือบหมด มีเพียงผลไม้ทรงกลมชนิดหนึ่งที่มีจำนวนมากที่สุด ผิวเปลือกมีสีสันผสมปนเปดูอัปลักษณ์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

เขาหยิบขึ้นมาลูกหนึ่งแล้วดมดู พบว่ามีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ

พอลอกเปลือกออกก็เผยให้เห็นเนื้อผลไม้สีขาวนวลแน่นขนัด ลั่วหงลองกัดไปคำหนึ่ง กลิ่นหอมของนมก็อบอวลไปทั่วปาก รสชาติชวนให้ติดใจ

อร่อย!

ลั่วหงเคี้ยวตุ้ยๆ สองสามคำก็กลืนผลไม้ที่เหลือลงท้อง แล้วหยิบลูกใหม่ขึ้นมาอย่างยังไม่จุใจ

"สหายเต๋าท่านนี้ช้าก่อน!"

เจ้าของแผงเป็นเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนชาวไร่ชาวนามากกว่าผู้ฝึกเซียน ตอนนี้กำลังมองลั่วหงด้วยสีหน้าลำบากใจ

"ทำไม? กลัวข้าไม่มีปัญญาจ่ายหินวิญญาณรึ?" ลั่วหงยัดผลไม้เข้าปากเคี้ยวกลืนลงไปอีก พลางเลียริมฝีปากถาม

ตายจริง คนคนนี้เป็นถึงศิษย์สำนักใหญ่แท้ๆ แต่กลับมารังแกผู้ฝึกตนอิสระ นิสัยแย่จริงๆ โชคดีนะที่ข้าไม่ไปยุ่งกับเขา

หานอวิ๋นจือรีบขยับตัวหนีไปด้านข้างอีกสองก้าว กลัวว่าลั่วหงจะหันมาสนใจนางเข้าอีก

"ศิษย์พี่ท่านนี้เข้าใจผิดแล้ว ผลห้าธาตุพวกนี้ไม่มีราคาค่างวดอะไรหรอกขอรับ ต่อให้ศิษย์พี่กินจนหมด ผู้น้อยก็ไม่เสียดาย

ที่เมื่อครู่ต้องรีบห้าม ก็เพราะว่าผลห้าธาตุนี่แม้จะรสชาติดีเยี่ยม แต่หากกินมากไปจะทำให้ระดับพลังบำเพ็ญเสียหายได้ขอรับ"

พ่อค้าหนุ่มรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

"ระดับพลังบำเพ็ญเสียหาย? เสียหายยังไง?" ลั่วหงไม่เห็นรู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ ในร่างกาย

"ในผลห้าธาตุมีปราณวิญญาณห้าธาตุที่ยุ่งเหยิงปะปนอยู่ หากผู้ฝึกเซียนกินเข้าไปมากเกินไป จะทำให้พลังเวทในร่างกายเกิดสิ่งเจือปนได้ขอรับ"

"แล้วต้องกินเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่ามากเกินไป?" น้ำเสียงของลั่วหงเริ่มร้อนรน

"วันละลูกก็ถือว่าไม่มากขอรับ"

พ่อค้าหนุ่มตอบด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย

"คิกคิก"

หานอวิ๋นจือแอบหัวเราะอยู่ข้างๆ รู้สึกว่าลั่วหงทำตัวเองแท้ๆ สมน้ำหน้า

"เยี่ยม เยี่ยมมาก เจ้ามีผลห้าธาตุนี่อยู่เท่าไหร่? ว่าราคามาเลย ข้าเหมาหมด"

ลั่วหงกลับดีใจกับสรรพคุณของผลห้าธาตุเสียอย่างนั้น วันหน้าหากเขาเกิดทำพลาดตอนทะลวงคอขวดพลังยุทธ์ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหาวิธีแก้ทางไม่ได้แล้ว

"หา? ศิษย์พี่ ท่านพูดจริงหรือขอรับ?" พ่อค้าหนุ่มเป็นคนซื่อ เขาตามความคิดของลั่วหงไม่ทันเลยสักนิด

"แน่นอน! น้องชายข้าถูกชะตากับเจ้านัก เจ้าเตรียมของอะไรมาแลกเปลี่ยนอีกก็เอาออกมาให้หมดเลย! ข้าเป็นถึงศิษย์สำนักหวงเฟิงกู่ ไม่มีทางทำเรื่องหลอกลวงผู้ฝึกตนอิสระให้เสื่อมเสียชื่อเสียงสำนักหรอก"

ลั่วหงเงยหน้ากระดกสุราหยกมังกร พูดยืดอกอย่างใจป้ำ

"ได้เลยขอรับ! ผู้น้อยเชื่อใจศิษย์พี่ ผลจูร้อยปีสองลูกนี้ คือของที่ผู้น้อยตั้งใจนำมาแลกเปลี่ยนในงานชุมนุมครั้งนี้จริงๆ ไม่ทราบว่าศิษย์พี่มีอะไรจะมาแลกกับผู้น้อยได้บ้าง?"

พ่อค้าหนุ่มช่างไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเอาเสียเลย ลั่วหงรับประกันแค่นิดหน่อย เขาก็ควักของดีก้นหีบออกมาโชว์แล้ว

"ผลจูจริงๆ ด้วย!"

"แถมอายุร้อยปีขึ้นไปอีก หายากมากนะนั่น!"

คลื่นพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากผลจูเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ฝึกตนอิสระโดยรอบ

สมุนไพรวิญญาณมีหลากหลายชนิด สรรพคุณทางยาก็แตกต่างกันไป แต่ผลจูนั้นนับเป็นสมุนไพรระดับต่ำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้เพิ่มพูนระดับพลังบำเพ็ญ

ไม่ต้องผ่านการหลอมกลั่น แค่กินเข้าไปตรงๆ ก็ได้รับฤทธิ์ยาเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ไม่เลวเลย อายุแค่ร้อยปีแต่มีฤทธิ์ยาถึง 30 หน่วย แรงกว่าโอสถผสานปราณขั้นหนึ่งเสียอีก มิน่าพวกผู้ฝึกตนอิสระถึงได้ตาโตเท่าไข่ห่านกันขนาดนี้

ลั่วหงแอบค่อนขอดในใจ

----------

จบบทที่ บทที่ 34 แม่นางน้อยผู้น่ารักหานอวิ๋นจือ

คัดลอกลิงก์แล้ว