- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 9 หลี่เสี่ยวหวานเกรงว่าจะเข้าโลงไปเสียแล้ว
บทที่ 9 หลี่เสี่ยวหวานเกรงว่าจะเข้าโลงไปเสียแล้ว
บทที่ 9 หลี่เสี่ยวหวานเกรงว่าจะเข้าโลงไปเสียแล้ว
บทที่ 9 หลี่เสี่ยวหวานเกรงว่าจะเข้าโลงไปเสียแล้ว
เดินออกจากหอถ่ายทอดวิชา ลั่วหงรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน ในหัวเอาแต่ทบทวนว่าตนมีจุดไหนที่พลาดไปหรือไม่
"ประมาทไปแล้ว ข้าคิดว่าสำนักมีกระแสเงินหมุนเวียนเดือนละแสนกว่าศิลาวิญญาณระดับต่ำ คงไม่ใส่ใจความเสียหายแค่หมื่นสองหมื่นก้อน คิดไม่ถึงว่าจะก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้"
ตลอดทาง ลั่วหงเอาแต่ก่นด่าตัวเองว่ายังระมัดระวังไม่พอ แต่พอเขากลับมาถึงฟางหัวหยวน ก็พบว่าหลิวจิงกำลังยืนเฝ้าอยู่ที่ทางเข้าค่ายกลป้องกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นสีหน้าของหลิวจิงดูร้อนรน ไม่ได้โกรธจนผมชี้ตั้ง ลั่วหงคงหันหลังวิ่งหนีไปแล้ว
"อาจารย์อาหลิว มาหาผู้น้อยมีธุระด่วนหรือขอรับ?"
"ศิษย์หลานลั่ว ในที่สุดก็เจอเจ้าเสียที! ข้าถามเจ้า เจ้าพอจะรู้ไหมว่าหลี่เสี่ยวหวานพวกนางไปที่ไหนกัน?"
หลิวจิงไม่พูดพร่ำทำเพลง ถามโพล่งออกมาด้วยสีหน้าคาดหวังทันทีที่เจอหน้า
บรรลัยแล้ว! โอสถมังกรเหลืองของข้าเกรงว่าจะถูกนังหนูหลี่เสี่ยวหวานส่งลงโลงไปแล้วกระมัง!
"ดูเหมือนว่าจะไปสถานที่ที่ชื่อว่าเขาหูวู่ขอรับ"
"เยี่ยม เจ้ารู้จริงๆ ด้วย! แต่เขาหูวู่นี่ข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน หรือว่าจะไม่ได้อยู่ในแคว้นเยว่ ศิษย์หลานหลี่ทำไมถึงไปไกลขนาดนั้น?"
หลิวจิงพบยันต์ฝากเสียงที่เกี่ยวข้องกับลั่วหงในห้องปรุงยาของหลี่เสี่ยวหวาน จึงมาเสี่ยงดวงดูที่ฟางหัวหยวน คิดไม่ถึงว่าจะเจอเรื่องเซอร์ไพรส์เข้าจริงๆ
"เขาหูวู่นั่นก็ไม่แน่ว่าจะอยู่นอกแคว้นเยว่เสมอไปนะขอรับ"
ลั่วหงพยายามนึกย้อนความทรงจำ พึมพำกับตัวเอง
"ศิษย์หลานยังรู้อะไรอีก? รีบบอกมาให้หมดเร็วเข้า! ไฟวิญญาณที่ศิษย์หลานหลี่ทิ้งไว้ในป้ายวิญญาณตอนนี้ริบหรี่เต็มที เราต้องรีบไปหานางให้เร็วที่สุด"
เหมือนจะรู้ตัวว่าท่าทีของตนดูเสียมารยาทไปหน่อย หลิวจิงจึงอธิบายต้นสายปลายเหตุคร่าวๆ เป็นกรณีพิเศษ
"สถานการณ์วิกฤตถึงเพียงนี้เชียวหรือ! น่าเสียดายที่ผู้น้อยเองก็รู้ไม่มาก เพียงแค่ก่อนหน้านี้ได้ยินศิษย์พี่หญิงหลี่คุยกับน้องสาวของนาง ทราบมาว่าพวกนางหาเขาหูวู่เจอจากแผนที่โบราณแผ่นหนึ่ง ผู้น้อยเลยเดาว่าเขาหูวู่นี่น่าจะเป็นชื่อเรียกในสมัยโบราณ"
ลั่วหงย่อมไม่อยากให้โอสถมังกรเหลืองของตนสูญเปล่าไปเฉยๆ จึงบอกสิ่งที่ตนรู้แก่หลิวจิงไปจนหมด
"เป็นเช่นนี้นี่เอง ศิษย์หลานช่วยได้มากจริงๆ ข้าจะไปค้นหาเบาะแสในแผนที่โบราณเดี๋ยวนี้!"
ได้เบาะแสสำคัญ หลิวจิงดีใจยกใหญ่ เตรียมจะเหาะออกไปทันที
"อาจารย์อาหลิวช้าก่อน! ศิษย์พี่หญิงหลี่มีบุญคุณช่วยปรุงยาให้ผู้น้อย พอรู้ว่านางประสบเหตุร้าย ผู้น้อยร้อนใจดั่งไฟเผา หวังว่าจะได้ช่วยออกแรงสักเล็กน้อย ขออาจารย์อาโปรดอนุญาตด้วยเถิด!"
คำพูดนี้ลั่วหงพูดออกมาแบบปุบปับคิดสดๆ ร้อนๆ
ถ้าสำเร็จ ก็จะได้ออกไปจากหวงเฟิงกู่พร้อมกับหลิวจิงชั่วคราว หลบเลี่ยงการตรวจสอบเข้มงวดเรื่องยันต์ด้อยคุณภาพในหุบเขาได้
ถ้าไม่สำเร็จ ก็ยังช่วยปั๊มค่าความประทับใจจากหลิวจิงได้อย่างมหาศาล มีแต่ได้กับได้ไม่มีเสีย
"หายากนักที่ศิษย์หลานจะหนักแน่นในคุณธรรมน้ำมิตรเช่นนี้ ดีมาก งั้นก็ตามข้ามาเถอะ"
คำพูดนี้ของลั่วหงเข้าทางหลิวจิงพอดี หลิวจิงมองเขาด้วยสายตาชื่นชมทันที ผู้ฝึกตนที่เปี่ยมด้วยความเที่ยงธรรมเช่นนี้มีไม่มากนัก แม้ลั่วหงจะเป็นเพียงระดับกลั่นลมปราณ แต่ก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เจอสหายรู้ใจ
ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานระยะกลางของหลิวจิง ความเร็วในการเหาะเหินจึงรวดเร็วมาก เพียงครู่เดียวก็พาลั่วหงมาถึงหอสวรรค์และแผ่นดินที่เก็บรวบรวมข้อมูลภูมิศาสตร์โลกเซียนเอาไว้
เห็นหลิวจิงทำท่าจะตรงขึ้นไปชั้นสองที่เปิดให้เฉพาะศิษย์ระดับสร้างรากฐาน ลั่วหงรีบเรียกเขาไว้
"อาจารย์อาหลิว เขาหูวู่นั้นศิษย์น้องหลี่เป็นคนค้นเจอ พวกเราลองหาจากแผนที่โบราณที่ชั้นหนึ่งกันก่อนเถอะขอรับ"
"อา ข้านี่คิดไปไกลเกินเหตุจริงๆ! โชคดีที่ศิษย์หลานลั่วเตือนสติ"
แม้จะถูกเด็กรุ่นหลังระดับกลั่นลมปราณทักท้วงความผิดพลาด หลิวจิงก็ไม่โกรธเคืองหรือผูกใจเจ็บ กลับกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ ช่างเป็นสุภาพชนผู้สง่างามจริงๆ
ขณะที่กำลังค้นหาอยู่นั้น ก็มีศิษย์ชายหนุ่มรูปงามและชายชราผมขาวโพลนเดินเข้ามาในหอสวรรค์และแผ่นดิน
ทั้งสองคนเป็นผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณเช่นเดียวกับลั่วหง เพียงแต่ศิษย์หนุ่มคนนั้นมีระดับการบำเพ็ญเพียรถึงชั้นสิบ ส่วนชายชรานั้นยิ่งร้ายกาจ ก้าวเข้าสู่ระดับกลั่นลมปราณชั้นสิบสองมาหลายปีแล้ว แม้จะแก่เกินกว่าจะมีหวังสร้างรากฐาน แต่ในหมู่ผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณก็นับว่าเป็นยอดฝีมือ
ทั้งสองคนนี้ต่างรีบรุดมาหลังจากได้รับยันต์สื่อสารของหลิวจิง หลังจากการแนะนำตัวสั้นๆ ลั่วหงก็ทราบสถานะของพวกเขา
ศิษย์หนุ่มมีนามว่าอวี้หยิง ดูออกชัดเจนว่าเป็นห่วงศิษย์พี่หญิงหลี่เสี่ยวหวานเป็นพิเศษ ดูจากภายนอกเขาคือคนที่ร้อนรนที่สุดในบรรดาทั้งสี่คน
ส่วนชายชราผมขาวคือคนในตระกูลสายตรงของตระกูลหลี่ นามว่าหลี่หมิงจิง เป็นปู่เล็กของหลี่เสี่ยวหวาน
ชื่อสถานที่ที่หลี่เสี่ยวชิงหาเจอได้ ย่อมไม่ได้ซ่อนลึกอะไรนัก ไม่นานอวี้หยิงก็เจอแผนที่โบราณที่มีชื่อ "เขาหูวู่" ระบุไว้
"ที่แท้เขาหูวู่ก็คือเขาเสียง พวกเจ้าขึ้นเรือวิญญาณของข้า ข้าจะเร่งความเร็วเต็มที่ สามวันก็น่าจะถึง"
อาวุธวิเศษรูปทรงเรือที่หลิวจิงเรียกออกมาต่างจากลำที่ไปรับลั่วหงเข้าสำนักคราวก่อน ตัวเรือเพรียวยาว ดาดฟ้าเรือไม่กว้าง เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่อาวุธวิเศษที่สร้างมาเพื่อความสบายของผู้โดยสาร
ลั่วหงกระโดดขึ้นไปอย่างไม่ลังเล ไม่มีความกังวลถึงอันตรายในการเดินทางครั้งนี้แม้แต่น้อย
อย่าถาม ถามก็คือมีสมบัติแท้อยู่ ปลอดภัยหายห่วง!
อวี้หยิงและหลี่หมิงจิงรีบตามขึ้นเรือมา ตอนนี้ในใจของอวี้หยิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงว่าศิษย์น้องที่สีหน้าเรียบเฉยผู้นี้จะดูรีบร้อนยิ่งกว่าเขาเสียอีก หรือว่า...
"ศิษย์น้องลั่ว ศิษย์พี่อย่างข้ารู้จักมักคุ้นกับเสี่ยวหวานมาหลายปี ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง แต่ไม่ยักเคยได้ยินนางเอ่ยถึงเจ้ามาก่อน
ทำไมเจ้าถึงได้เป็นห่วงความปลอดภัยของนางขนาดนี้"
ข้าห่วงความปลอดภัยของหลี่เสี่ยวหวานที่ไหนกันเล่า? ข้าห่วงจะหนีไม่ทันต่างหาก!
"ศิษย์หลานลั่วทำไปครั้งนี้ก็เพื่อคำว่า 'คุณธรรมน้ำมิตร' แม้จะต่างจากศิษย์หลานอวี้อยู่บ้าง แต่ความตั้งใจจริงนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้าเลย"
หลิวจิงมองว่าน้ำใจต่อเพื่อนร่วมสำนักของลั่วหงไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าความรักหนุ่มสาวของอวี้หยิง ลั่วหงไม่ควรถูกอวี้หยิงซักไซ้ไล่เลียง จึงออกหน้าพูดแทนด้วยความยุติธรรม
ได้ยินดังนั้น อวี้หยิงก็เผยสีหน้าเข้าใจสามส่วนวางใจเจ็ดส่วน พร้อมกับส่งยิ้มปริศนาให้ลั่วหง
ลั่วหงไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของอวี้หยิง เขาไม่เข้าใจว่าอวี้หยิงที่เมื่อครู่ยังมีท่าทีเป็นศัตรูกับเขาเล็กน้อย ทำไมพริบตาเดียวถึงทำท่าทางสนิทสนมขึ้นมาได้
เรือวิญญาณทะยานสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าตรงไปยังเขาเสียงภายใต้การควบคุมของหลิวจิง
เวลานี้ หลี่หมิงจิงที่เงียบมาตลอดก็หยิบป้ายหยกออกมาสี่แผ่น แล้วกล่าวกับอีกสามคนที่เหลือ
"เขาเสียงกว้างใหญ่ไพศาล กินพื้นที่นับพันลี้ จะหาตัวนังหนูหวานให้เจอจำเป็นต้องพึ่งการตรวจจับกลิ่นอายจากป้ายวิญญาณ
ชายชราผู้นี้จะอาศัยช่วงเวลาเดินทางสามวันนี้แบ่งไฟวิญญาณในป้ายวิญญาณออกเป็นสี่ส่วน หลอมสร้างเป็นอาวุธวิเศษค้นหาคนชั่วคราว ขอสหายน้อยทั้งสองช่วยคุ้มกันด้วย"
"ผู้น้อยยินดีทุ่มสุดตัว!" อวี้หยิงรีบเสนอตัวทันที
ลั่วหงแม้จะรับปาก แต่ก็ไม่ได้กระตือรือร้นเท่าอวี้หยิง เขานั่งขัดสมาธิ สายตามองตรงไปข้างหน้าพลางคิดเรื่องของตัวเอง
การเข้าร่วมทีมช่วยเหลือหลี่เสี่ยวหวานที่ภายนอกดูสมัครใจแต่ความจริงถูกสถานการณ์บังคับในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะต้องเผชิญกับการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับผู้ฝึกตนเป็นครั้งแรก
แม้หลิวจิงจะเป็นคนนิสัยไว้ใจได้ แถมยังมีไม้ตายก้นหีบอย่างสมบัติแท้ แต่โอกาสเกิดเหตุไม่คาดฝันก็ยังมีอยู่ ดังนั้นข้าจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด จะเอาความปลอดภัยของตัวเองไปฝากไว้ในมือคนอื่นทั้งหมดไม่ได้
มือกดทับถุงสมบัติที่เอว ลั่วหงปรายตามองหลี่หมิงจิงที่กำลังจดจ่ออยู่กับการแบ่งไฟวิญญาณ และอวี้หยิงที่ยืนทำหน้าเคร่งขรึมอยู่ข้างๆ ทีละคน
ยุ่งยากนิดหน่อยแฮะ ข้าต้องวางแผนให้รอบคอบเสียแล้ว
ลั่วหงคิดเช่นนั้นพลางหลับตาลง
-----