- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1542 (664) หยูซวนอยากมีลูกแล้วเหรอ? (ตอนฟรี)
บทที่ 1542 (664) หยูซวนอยากมีลูกแล้วเหรอ? (ตอนฟรี)
บทที่ 1542 (664) หยูซวนอยากมีลูกแล้วเหรอ? (ตอนฟรี)
บทที่ 1542 (664) หยูซวนอยากมีลูกแล้วเหรอ?
ในที่สุดเหยาเหยาก็ถูกเซียวหยูซวนพาไปนอน หลังจากนั้นก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กหญิงตัวน้อยไม่ได้งอแง ทุกอย่างสงบเรียบร้อยดี
จี้เฟิงโอบกอดถงเล่ยพลางนอนคุยเล่นกันบนเตียง
“จี้เฟิงเมื่อวันก่อนลุงรองโทรมาหา บอกว่าถ้านายพอมีเวลาว่างก็ให้ไปเที่ยวที่บ้านบ้างนะ” ถงเล่ยพิงอกจี้เฟิงพลางซบหน้าลงข้างลำคอของเขาแล้วเอ่ยเสียงเบา
“อืม ถ้าว่างแล้วฉันจะไปนะ” จี้เฟิงพยักหน้าตอบ
“จี้เฟิงนายว่าลุงรองกำลังเจอแผนการร้ายหรือปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่า?” ถงเล่ยถาม “ปกติเวลาเขาโทรหาฉัน ส่วนใหญ่ก็จะถามแค่เรื่องงานกับเรื่องความเป็นอยู่ น้ำเสียงก็ดูอ่อนโยนดี แต่ครั้งนี้เขากลับดูเหมือนกำลังพยายามปกปิดอะไรบางอย่างอยู่...”
“หึๆ...” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เขาโอบกอดร่างนุ่มนิ่มเนียนละเอียดของถงเล่ยให้แน่นขึ้นพลางยิ้มกล่าวว่า “วางใจเถอะสิ่งที่ลุงรองพยายามเก็บไว้น่ะ น่าจะเป็นความดีใจมากกว่า”
“ความดีใจ?” ถงเล่ยถามอย่างสงสัย “ทำไมล่ะ? จี้เฟิงนายรู้อะไรมาหรือเปล่า?”
“ฉันแค่เดาเอาจากหลายๆอย่างน่ะ รายละเอียดจริงๆยังไม่รู้หรอก! แต่ที่แน่ๆคือลุงรองไม่ได้เจอเรื่องเดือดร้อนแน่นอน” จี้เฟิงยิ้ม “ลองคิดดูสิถ้าเป็นเรื่องที่แม้แต่ระดับลุงรองยังมองว่าลำบาก เธอคิดว่าเขามาบอกเธอแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? มีแต่จะทำให้เธอพลอยเครียดไปด้วยเปล่าๆ!”
ถงเล่ยพยักหน้าตาม จี้เฟิงพูดถูกถ้าเธอจะช่วย ก็คงต้องไปหาพ่อ ซึ่งมันไม่สู้ให้ลุงรองไปหาพ่อเองโดยตรงจะดีกว่าเหรอ
ไม่อย่างนั้นพ่อจะคิดยังไง? ‘นายยอมฝากเรื่องผ่านลูกสาวฉัน แต่ไม่ยอมมาหาฉันด้วยตัวเอง เห็นเป็นคนอื่นคนไกลขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่เห็นฉันเป็นญาติหรือไง?’ แบบนั้นจะยิ่งทำให้พ่อเกิดความเข้าใจผิดในใจเปล่าๆ
“แล้วทำไมถึงบอกว่าเป็นความดีใจล่ะ?” ถงเล่ยถามอย่างใคร่รู้ “ในเมื่อไม่ใช่เรื่องลำบาก ก็ต้องเป็นเรื่องดีใจอย่างนั้นเหรอ?”
“ถูกต้อง!” จี้เฟิงพยักหน้ายิ้ม
คนเป็นข้าราชการถึงระดับเจิ้งหยวนซานแล้ว โดยปกติมักจะไม่แสดงความดีใจหรือโกรธออกมาให้เห็นง่ายๆ ต่อให้มีความรู้สึกปรากฏบนใบหน้า ก็เดาได้เลยว่านั่นคือการเสแสร้ง
ในเมื่อตอนนี้เจิ้งหยวนซานไม่ได้มีปัญหา แถมยังต้องสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ แสดงว่าต้องเป็นเรื่องน่ายินดีแน่นอน
ความจริงก่อนหน้านี้ จี้เฟิงได้โทรศัพท์ไปปรึกษากับอาสองเรื่องจุดยืนและทัศนคติของเจิ้งหยวนซานมาแล้วครั้งหนึ่ง
จี้เฟิงเล่าพฤติกรรมที่ผ่านมาของเจิ้งหยวนซานให้ฟังทั้งหมด รวมถึงท่าทีและการจัดการคดีของเจิ้งหยูซิ่วกับลูกพี่ลูกน้องของเธอด้วย
แม้ตอนนั้นอาสองจะพูดเพียงประโยคเดียวว่า “อาเข้าใจแล้ว ตั้งใจเรียนหนังสือไปเถอะ!” แล้วก็วางสายไป
แต่จี้เฟิงรู้ดีว่าแค่คำว่าอาเข้าใจแล้วนั้นก็เพียงพอแล้ว เรื่องที่เหลืออาสองย่อมต้องจัดการให้อย่างเหมาะสมแน่นอน และการพิจารณาของอาสองย่อมรอบคอบยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีก
พอถงเล่ยบอกว่าเจิ้งหยวนซานโทรมา จี้เฟิงจึงนึกออกทันทีว่า เกรงว่าอาสองคงจะจัดสรรตำแหน่งหรือทางไปในอนาคตให้กับเจิ้งหยวนซานเรียบร้อยแล้ว และตำแหน่งนั้นเจิ้งหยวนซานเองก็น่าจะพอใจมากเสียด้วย
เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากจี้เฟิง ถงเล่ยถึงได้เบาใจลง
ถงเล่ยรู้สถานการณ์ภายในบ้านของลุงรองดี ทางตระกูลเจิ้งมองว่าเขาเป็นคนอกตัญญูที่ลืมบรรพบุรุษ ถึงขั้นหนีไปนับถือคนตระกูลถงเป็นบรรพบุรุษแทนถือว่าเป็นลูกทรพี
ส่วนในตระกูลถงลุงรองเองก็คงจะมีความลำบากใจอยู่บ้าง เพราะยังไงเขาก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณตา แม้คนในตระกูลถงจะปฏิบัติกับเขาเหมือนญาติสนิท แต่ในใจลุงรองเองก็ยากจะบอกได้ว่าไม่ได้คิดอะไร...
ด้วยเหตุนี้ถงเล่ยจึงคอยปกป้องลุงรองคนนี้มาโดยตลอด
“จี้เฟิงวันนี้พี่หยูซวนดูแปลกๆไปหน่อย นายสังเกตเห็นไหม?” ถงเล่ยถามขึ้นมาทันควัน
“แปลกไป?” จี้เฟิงชะงัก
“เธออาจจะอยาก... มีลูก!” ถงเล่ยกล่าว
จี้เฟิงถึงกับอึ้งไปทันที
“นายน่าจะเห็นแล้วนะ พี่หยูซวนรักเหยาเหยามาก ออกจะตามใจจนเกินไปด้วยซ้ำ” ถงเล่ยว่า
“นั่นก็ปกติไม่ใช่เหรอ เหยาเหยาเป็นเด็กน่ารัก ใครเห็นก็ต้องเอ็นดูทั้งนั้นแหละ” จี้เฟิงตอบ
“แต่สายตาที่พี่หยูซวนมองเหยาเหยามันไม่ปกติ ตอนเธอกลับมาจากที่ทำงานแล้วเห็นเหยาเหยา ตาเธอเป็นประกายขึ้นมาเชียวล่ะ” ถงเล่ยเอ่ย “นี่นายดูไม่ออกจริงๆเหรอ?”
จี้เฟิงเงียบไป
ความจริงเขาก็สังเกตเห็นเหมือนกันว่าเซียวหยูซวนรักเหยาเหยามาก โดยเฉพาะเวลาเหยาเหยาเล่นสนุก เซียวหยูซวนมักจะมองด้วยสายตาที่ดูเหม่อลอยเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ตอนนั้นจี้เฟิงไม่ได้คิดไปถึงขั้นนี้ แต่พอฟังถงเล่ยพูดเขาก็เริ่มรู้สึกว่าบางทีมันอาจจะเป็นไปได้จริงๆ
หยูซวน...อาจจะอยากมีลูกจริงๆก็ได้!
“อะแฮ่ม...” จี้เฟิงกระแอมเล็กน้อยแล้วเอ่ยแบบแบ่งรับแบ่งสู้ “คือว่า...หยูซวนอาจจะแค่ชอบเด็กเฉยๆก็ได้ ไม่ได้แปลว่าเธออยากจะมีลูกเองซะหน่อย...”
“ฉันไม่ถือนะ!” ถงเล่ยโพล่งออกมา
“...ฮะ?” จี้เฟิงตั้งตัวไม่ติด ได้แต่จ้องมองถงเล่ยตาค้าง “เล่ยเล่ยเมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?”
“นายนี่น๊า~~” ถงเล่ยปรายตาค้อนใส่เขาแวบหนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปซบในอ้อมกอดเขาให้แน่นขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเบา “ตอนนี้พวกเราก็กินอยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน แถมยัง... นายว่าแบบนี้มันต่างอะไรกับครอบครัวเดียวกันล่ะ? พี่หยูซวนอายุมากกว่าฉัน เธอเองก็ต้องมีคำตอบให้ทางบ้านของเธอบ้างนะ”
จี้เฟิงเงียบไปทันทีเขารู้ว่าสิ่งที่ถงเล่ยพูดนั้นถูกต้อง แต่ประเด็นสำคัญคือ...
“บางทีพี่หยูซวนอาจจะสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อตบตาคุณลุงเซียวกับคุณป้าได้ ถือเป็นการให้คำตอบกับทางนั้นไป” ถงเล่ยขยับตัวเล็กน้อยพลางกระซิบ “แต่ว่านายไม่คิดว่านายควรจะมีคำตอบให้พี่หยูซวนบ้างเหรอ?”
“คำ... คำตอบอะไร?” จี้เฟิงถามตะกุกตะกัก
“ในใจนายก็รู้ดีอยู่แล้ว ยังจะมาทำเป็นไขสืออยู่อีกเหรอ?” ถงเล่ยอดไม่ได้ที่จะทุบอกจี้เฟิงเบาๆอย่างงอนๆ “ใช่ว่านายจะไม่รู้ใจพี่หยูซวนเสียหน่อย นายก็เห็นแล้วว่าเวลาพี่หยูซวนมองเหยาเหยา สายตาเธอจะดูเหม่อๆไปเลย เธอต้องเผลอคิดว่าเหยาเหยาเป็นลูกของตัวเองแน่ๆ... นายยังจะทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอยู่อีกเหรอ?”
“ปะ... เปล่า ไม่ใช่ คือว่า...” จี้เฟิงพูดไม่ออก ในใจมีคำพูดมากมายแต่กลับติดอยู่ที่ลำคอ โดยเฉพาะการที่ถงเล่ยมาพูดเรื่องนี้กับเขา ยิ่งทำให้อารมณ์ในใจพลุ่งพล่านจนลำดับความคิดที่เคยเฉียบคมกลายเป็นสับสนวุ่นวาย เห็นได้ชัดว่าเขาตื่นเต้นขนาดไหน
นี่เป็นครั้งแรกที่จี้เฟิงรู้สึกประหม่าได้ถึงขนาดนี้ เพราะเขารู้ดีว่าถงเล่ยหมายความว่าอย่างไร ความจริงก็เป็นอย่างที่ถงเล่ยว่า เขาเองก็เห็นสายตาแบบนั้นของเซียวหยูซวนเหมือนกัน แม้เธอจะพยายามปกปิดมันไว้ แต่ความรู้สึกที่แสดงออกมาโดยสัญชาตญาณนั้นย่อมปิดไม่มิด
ยิ่งต่อหน้าจี้เฟิงและถงเล่ยที่รู้จักตัวตนของเธอดีที่สุด การปกปิดของเธอยิ่งล้มเหลวไม่เป็นท่า
ถ้าเป็นคนอื่นเห็นสายตาของเซียวหยูซวน ก็คงคิดแค่ว่าเธอรักยัยหนูเหยาเหยามาก รักจากใจจริงเพราะเด็กคนนี้น่ารัก ฉลาดและมีไหวพริบ
แต่จี้เฟิงและถงเล่ยเข้าใจดีว่า สาเหตุที่เซียวหยูซวนมีสายตาแบบนั้น นอกจากความรักที่มีต่อเหยาเหยาแล้ว เธอยังมีความคิดอื่นแฝงอยู่...
เธออยากมีลูก!
อย่างน้อยในชั่วพริบตานั้น ความคิดนี้ต้องผุดขึ้นมาในหัวเธอแน่นอน
เพียงแต่เธอรีบซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็วและไม่ได้พูดออกมา
จี้เฟิงอยู่กินกับเซียวหยูซวนมานานขนาดนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีมากจนเรียกได้ว่ารู้จักกันจนไม่รู้จะรู้จักยังไงแล้ว บ่อยครั้งที่แค่อีกฝ่ายแสดงแววตาออกมาแวบเดียว อีกฝ่ายก็เข้าใจถึงก้นบึ้งของหัวใจได้ทันที
ในสภาพแบบนี้จี้เฟิงจะไม่รู้ความหมาย ในสายตาของเซียวหยูซวนได้อย่างไร?
ในแววตานั้นมีความรัก มีความเอ็นดูจนแทบจะถวายชีวิตให้ แต่ในขณะเดียวกัน มันยังแฝงไปด้วยความ... ถวิลหาหรือจะเรียกว่าความใฝ่ฝันก็ได้!
จี้เฟิงมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง!
แต่ประเด็นคือต่อให้เขาจะดูออก แต่ตอนนี้มันก็ลำบากที่จะเอ่ยถึง
ส่วนสาเหตุนั้น...
“จี้เฟิงฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ตอนนี้พี่หยูซวนอยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้หญิงที่จะมีลูก ถ้าปล่อยให้ช้าไปอีกสักสองสามปีหรือสี่ห้าปี การจะมีลูกก็จะกลายเป็นเรื่องยาก แถมความเสี่ยงยังสูงขึ้นมากด้วย...” ถงเล่ยกระซิบที่ข้างหูจี้เฟิง
“เธอไปศึกษาเรื่องพวกนี้มาด้วยเหรอ?” จี้เฟิงถามด้วยความประหลาดใจ
เพียะ!
ถงเล่ยทุบเขาไปทีหนึ่งพลางดุอย่างงอนๆ “ห้ามเฉไฉ ห้ามเปลี่ยนเรื่อง ฟังฉันพูดให้จบก่อน!”
จี้เฟิงหัวเราะแห้งๆ ความจริงเขาก็ตั้งใจจะเบี่ยงประเด็นนั่นแหละ แต่การที่ผู้หญิงจะรู้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตกใจ
“จี้เฟิงตั้งใจฟังฉันนะ!” ถงเล่ยขมวดคิ้วมุ่น
จี้เฟิงรีบยิ้มประจบ “จ้ะๆ ฉันตั้งใจฟังอยู่”
ปกติถงเล่ยแทบไม่เคยโกรธและไม่ชอบโมโหใคร แต่จี้เฟิงรู้ดีว่าแค่เธอขมวดคิ้วนิดเดียว นั่นแสดงว่าเธอเริ่มไม่พอใจแล้ว
เห็นได้ชัดว่าถงเล่ยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
แต่สิ่งที่จี้เฟิงกังวลก็คือการที่ถงเล่ยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แหละ ไม่อย่างนั้นเขาจะเครียดขนาดนี้ไปทำไม?
“...แม้ภายนอกพี่หยูซวนจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่นายดูตอนที่เธออุ้มเหยาเหยาไปพักผ่อนสิ ท่าทางแบบนั้นน่ะ นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?” ถงเล่ยถาม
“เข้าใจ แต่ว่า...” จี้เฟิงยิ้มขมขื่นพลางส่ายหน้า
“เพราะฉันใช่ไหมล่ะ?” ถงเล่ยถาม
น้ำเสียงของเธอราบเรียบมาก แต่จี้เฟิงกลับสะดุ้งเฮือก หันไปมองเธอด้วยความตกตะลึง
“ฉันรู้ว่านายไม่ใช่คนไร้น้ำใจ ถ้าทำได้นายก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อฉันและพี่หยูซวน” ถงเล่ยเอ่ยเสียงเบา
“หึหึ...” จี้เฟิงยิ้มกว้างโดยไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ แต่ในความเป็นจริงเขาก็รู้ดีว่าถ้าจำเป็น เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อพวกเธอจริงๆ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอาแต่พูด การกระทำต่างหากคือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด
“แต่นายไม่อยากให้พวกเราเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อกันเพราะเรื่องลูกใช่ไหมล่ะ?” ถงเล่ยถามจี้เฟิงต่อ
จี้เฟิง “......”
เดิมทีเขาตั้งใจจะพูดปลอบใจถงเล่ยว่า ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก ความสัมพันธ์ของเธอกับหยูซวนดีจะตายไป ฉันเชื่อใจอยู่แล้วว่าพวกเธอจะไม่มีความคิดแย่ๆต่อกัน พวกเธอต่างก็ใจกว้าง... และคำพูดไร้สาระอื่นๆอีกมากมาย
แต่พอคำพูดเหล่านั้นมาถึงริมฝีปาก เขากลับกลืนมันลงไป
เพราะนี่คือสิ่งที่เขากังวลใจที่สุดจริงๆ ถ้าเกิดเรื่องลูกกลายเป็นชนวนที่ทำให้ถงเล่ยและเซียวหยูซวน เกิดความรู้สึกขุ่นเคืองต่อกัน ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะคลี่คลายมันได้...
....จบบทที่ 1542~