เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1542 (664) หยูซวนอยากมีลูกแล้วเหรอ? (ตอนฟรี)

บทที่ 1542 (664) หยูซวนอยากมีลูกแล้วเหรอ? (ตอนฟรี)

บทที่ 1542 (664) หยูซวนอยากมีลูกแล้วเหรอ? (ตอนฟรี)


บทที่ 1542 (664) หยูซวนอยากมีลูกแล้วเหรอ?

ในที่สุดเหยาเหยาก็ถูกเซียวหยูซวนพาไปนอน หลังจากนั้นก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กหญิงตัวน้อยไม่ได้งอแง ทุกอย่างสงบเรียบร้อยดี

จี้เฟิงโอบกอดถงเล่ยพลางนอนคุยเล่นกันบนเตียง

“จี้เฟิงเมื่อวันก่อนลุงรองโทรมาหา บอกว่าถ้านายพอมีเวลาว่างก็ให้ไปเที่ยวที่บ้านบ้างนะ” ถงเล่ยพิงอกจี้เฟิงพลางซบหน้าลงข้างลำคอของเขาแล้วเอ่ยเสียงเบา

“อืม ถ้าว่างแล้วฉันจะไปนะ” จี้เฟิงพยักหน้าตอบ

“จี้เฟิงนายว่าลุงรองกำลังเจอแผนการร้ายหรือปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่า?” ถงเล่ยถาม “ปกติเวลาเขาโทรหาฉัน ส่วนใหญ่ก็จะถามแค่เรื่องงานกับเรื่องความเป็นอยู่ น้ำเสียงก็ดูอ่อนโยนดี แต่ครั้งนี้เขากลับดูเหมือนกำลังพยายามปกปิดอะไรบางอย่างอยู่...”

“หึๆ...” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เขาโอบกอดร่างนุ่มนิ่มเนียนละเอียดของถงเล่ยให้แน่นขึ้นพลางยิ้มกล่าวว่า “วางใจเถอะสิ่งที่ลุงรองพยายามเก็บไว้น่ะ น่าจะเป็นความดีใจมากกว่า”

“ความดีใจ?” ถงเล่ยถามอย่างสงสัย “ทำไมล่ะ? จี้เฟิงนายรู้อะไรมาหรือเปล่า?”

“ฉันแค่เดาเอาจากหลายๆอย่างน่ะ รายละเอียดจริงๆยังไม่รู้หรอก! แต่ที่แน่ๆคือลุงรองไม่ได้เจอเรื่องเดือดร้อนแน่นอน” จี้เฟิงยิ้ม “ลองคิดดูสิถ้าเป็นเรื่องที่แม้แต่ระดับลุงรองยังมองว่าลำบาก เธอคิดว่าเขามาบอกเธอแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? มีแต่จะทำให้เธอพลอยเครียดไปด้วยเปล่าๆ!”

ถงเล่ยพยักหน้าตาม จี้เฟิงพูดถูกถ้าเธอจะช่วย ก็คงต้องไปหาพ่อ ซึ่งมันไม่สู้ให้ลุงรองไปหาพ่อเองโดยตรงจะดีกว่าเหรอ

ไม่อย่างนั้นพ่อจะคิดยังไง? ‘นายยอมฝากเรื่องผ่านลูกสาวฉัน แต่ไม่ยอมมาหาฉันด้วยตัวเอง เห็นเป็นคนอื่นคนไกลขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่เห็นฉันเป็นญาติหรือไง?’ แบบนั้นจะยิ่งทำให้พ่อเกิดความเข้าใจผิดในใจเปล่าๆ

“แล้วทำไมถึงบอกว่าเป็นความดีใจล่ะ?” ถงเล่ยถามอย่างใคร่รู้ “ในเมื่อไม่ใช่เรื่องลำบาก ก็ต้องเป็นเรื่องดีใจอย่างนั้นเหรอ?”

“ถูกต้อง!” จี้เฟิงพยักหน้ายิ้ม

คนเป็นข้าราชการถึงระดับเจิ้งหยวนซานแล้ว โดยปกติมักจะไม่แสดงความดีใจหรือโกรธออกมาให้เห็นง่ายๆ ต่อให้มีความรู้สึกปรากฏบนใบหน้า ก็เดาได้เลยว่านั่นคือการเสแสร้ง

ในเมื่อตอนนี้เจิ้งหยวนซานไม่ได้มีปัญหา แถมยังต้องสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ แสดงว่าต้องเป็นเรื่องน่ายินดีแน่นอน

ความจริงก่อนหน้านี้ จี้เฟิงได้โทรศัพท์ไปปรึกษากับอาสองเรื่องจุดยืนและทัศนคติของเจิ้งหยวนซานมาแล้วครั้งหนึ่ง

จี้เฟิงเล่าพฤติกรรมที่ผ่านมาของเจิ้งหยวนซานให้ฟังทั้งหมด รวมถึงท่าทีและการจัดการคดีของเจิ้งหยูซิ่วกับลูกพี่ลูกน้องของเธอด้วย

แม้ตอนนั้นอาสองจะพูดเพียงประโยคเดียวว่า “อาเข้าใจแล้ว ตั้งใจเรียนหนังสือไปเถอะ!” แล้วก็วางสายไป

แต่จี้เฟิงรู้ดีว่าแค่คำว่าอาเข้าใจแล้วนั้นก็เพียงพอแล้ว เรื่องที่เหลืออาสองย่อมต้องจัดการให้อย่างเหมาะสมแน่นอน และการพิจารณาของอาสองย่อมรอบคอบยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีก

พอถงเล่ยบอกว่าเจิ้งหยวนซานโทรมา จี้เฟิงจึงนึกออกทันทีว่า เกรงว่าอาสองคงจะจัดสรรตำแหน่งหรือทางไปในอนาคตให้กับเจิ้งหยวนซานเรียบร้อยแล้ว และตำแหน่งนั้นเจิ้งหยวนซานเองก็น่าจะพอใจมากเสียด้วย

เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากจี้เฟิง ถงเล่ยถึงได้เบาใจลง

ถงเล่ยรู้สถานการณ์ภายในบ้านของลุงรองดี ทางตระกูลเจิ้งมองว่าเขาเป็นคนอกตัญญูที่ลืมบรรพบุรุษ ถึงขั้นหนีไปนับถือคนตระกูลถงเป็นบรรพบุรุษแทนถือว่าเป็นลูกทรพี

ส่วนในตระกูลถงลุงรองเองก็คงจะมีความลำบากใจอยู่บ้าง เพราะยังไงเขาก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณตา แม้คนในตระกูลถงจะปฏิบัติกับเขาเหมือนญาติสนิท แต่ในใจลุงรองเองก็ยากจะบอกได้ว่าไม่ได้คิดอะไร...

ด้วยเหตุนี้ถงเล่ยจึงคอยปกป้องลุงรองคนนี้มาโดยตลอด

“จี้เฟิงวันนี้พี่หยูซวนดูแปลกๆไปหน่อย นายสังเกตเห็นไหม?” ถงเล่ยถามขึ้นมาทันควัน

“แปลกไป?” จี้เฟิงชะงัก

“เธออาจจะอยาก... มีลูก!” ถงเล่ยกล่าว

จี้เฟิงถึงกับอึ้งไปทันที

“นายน่าจะเห็นแล้วนะ พี่หยูซวนรักเหยาเหยามาก ออกจะตามใจจนเกินไปด้วยซ้ำ” ถงเล่ยว่า

“นั่นก็ปกติไม่ใช่เหรอ เหยาเหยาเป็นเด็กน่ารัก ใครเห็นก็ต้องเอ็นดูทั้งนั้นแหละ” จี้เฟิงตอบ

“แต่สายตาที่พี่หยูซวนมองเหยาเหยามันไม่ปกติ ตอนเธอกลับมาจากที่ทำงานแล้วเห็นเหยาเหยา ตาเธอเป็นประกายขึ้นมาเชียวล่ะ” ถงเล่ยเอ่ย “นี่นายดูไม่ออกจริงๆเหรอ?”

จี้เฟิงเงียบไป

ความจริงเขาก็สังเกตเห็นเหมือนกันว่าเซียวหยูซวนรักเหยาเหยามาก โดยเฉพาะเวลาเหยาเหยาเล่นสนุก เซียวหยูซวนมักจะมองด้วยสายตาที่ดูเหม่อลอยเหมือนตกอยู่ในภวังค์

ตอนนั้นจี้เฟิงไม่ได้คิดไปถึงขั้นนี้ แต่พอฟังถงเล่ยพูดเขาก็เริ่มรู้สึกว่าบางทีมันอาจจะเป็นไปได้จริงๆ

หยูซวน...อาจจะอยากมีลูกจริงๆก็ได้!

“อะแฮ่ม...” จี้เฟิงกระแอมเล็กน้อยแล้วเอ่ยแบบแบ่งรับแบ่งสู้ “คือว่า...หยูซวนอาจจะแค่ชอบเด็กเฉยๆก็ได้ ไม่ได้แปลว่าเธออยากจะมีลูกเองซะหน่อย...”

“ฉันไม่ถือนะ!” ถงเล่ยโพล่งออกมา

“...ฮะ?” จี้เฟิงตั้งตัวไม่ติด ได้แต่จ้องมองถงเล่ยตาค้าง “เล่ยเล่ยเมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?”

“นายนี่น๊า~~” ถงเล่ยปรายตาค้อนใส่เขาแวบหนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปซบในอ้อมกอดเขาให้แน่นขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเบา “ตอนนี้พวกเราก็กินอยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน แถมยัง... นายว่าแบบนี้มันต่างอะไรกับครอบครัวเดียวกันล่ะ? พี่หยูซวนอายุมากกว่าฉัน เธอเองก็ต้องมีคำตอบให้ทางบ้านของเธอบ้างนะ”

จี้เฟิงเงียบไปทันทีเขารู้ว่าสิ่งที่ถงเล่ยพูดนั้นถูกต้อง แต่ประเด็นสำคัญคือ...

“บางทีพี่หยูซวนอาจจะสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อตบตาคุณลุงเซียวกับคุณป้าได้ ถือเป็นการให้คำตอบกับทางนั้นไป” ถงเล่ยขยับตัวเล็กน้อยพลางกระซิบ “แต่ว่านายไม่คิดว่านายควรจะมีคำตอบให้พี่หยูซวนบ้างเหรอ?”

“คำ... คำตอบอะไร?” จี้เฟิงถามตะกุกตะกัก

“ในใจนายก็รู้ดีอยู่แล้ว ยังจะมาทำเป็นไขสืออยู่อีกเหรอ?” ถงเล่ยอดไม่ได้ที่จะทุบอกจี้เฟิงเบาๆอย่างงอนๆ “ใช่ว่านายจะไม่รู้ใจพี่หยูซวนเสียหน่อย นายก็เห็นแล้วว่าเวลาพี่หยูซวนมองเหยาเหยา สายตาเธอจะดูเหม่อๆไปเลย เธอต้องเผลอคิดว่าเหยาเหยาเป็นลูกของตัวเองแน่ๆ... นายยังจะทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอยู่อีกเหรอ?”

“ปะ... เปล่า ไม่ใช่ คือว่า...” จี้เฟิงพูดไม่ออก ในใจมีคำพูดมากมายแต่กลับติดอยู่ที่ลำคอ โดยเฉพาะการที่ถงเล่ยมาพูดเรื่องนี้กับเขา ยิ่งทำให้อารมณ์ในใจพลุ่งพล่านจนลำดับความคิดที่เคยเฉียบคมกลายเป็นสับสนวุ่นวาย เห็นได้ชัดว่าเขาตื่นเต้นขนาดไหน

นี่เป็นครั้งแรกที่จี้เฟิงรู้สึกประหม่าได้ถึงขนาดนี้ เพราะเขารู้ดีว่าถงเล่ยหมายความว่าอย่างไร ความจริงก็เป็นอย่างที่ถงเล่ยว่า เขาเองก็เห็นสายตาแบบนั้นของเซียวหยูซวนเหมือนกัน แม้เธอจะพยายามปกปิดมันไว้ แต่ความรู้สึกที่แสดงออกมาโดยสัญชาตญาณนั้นย่อมปิดไม่มิด

ยิ่งต่อหน้าจี้เฟิงและถงเล่ยที่รู้จักตัวตนของเธอดีที่สุด การปกปิดของเธอยิ่งล้มเหลวไม่เป็นท่า

ถ้าเป็นคนอื่นเห็นสายตาของเซียวหยูซวน ก็คงคิดแค่ว่าเธอรักยัยหนูเหยาเหยามาก รักจากใจจริงเพราะเด็กคนนี้น่ารัก ฉลาดและมีไหวพริบ

แต่จี้เฟิงและถงเล่ยเข้าใจดีว่า สาเหตุที่เซียวหยูซวนมีสายตาแบบนั้น นอกจากความรักที่มีต่อเหยาเหยาแล้ว เธอยังมีความคิดอื่นแฝงอยู่...

เธออยากมีลูก!

อย่างน้อยในชั่วพริบตานั้น ความคิดนี้ต้องผุดขึ้นมาในหัวเธอแน่นอน

เพียงแต่เธอรีบซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็วและไม่ได้พูดออกมา

จี้เฟิงอยู่กินกับเซียวหยูซวนมานานขนาดนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีมากจนเรียกได้ว่ารู้จักกันจนไม่รู้จะรู้จักยังไงแล้ว บ่อยครั้งที่แค่อีกฝ่ายแสดงแววตาออกมาแวบเดียว อีกฝ่ายก็เข้าใจถึงก้นบึ้งของหัวใจได้ทันที

ในสภาพแบบนี้จี้เฟิงจะไม่รู้ความหมาย ในสายตาของเซียวหยูซวนได้อย่างไร?

ในแววตานั้นมีความรัก มีความเอ็นดูจนแทบจะถวายชีวิตให้ แต่ในขณะเดียวกัน มันยังแฝงไปด้วยความ... ถวิลหาหรือจะเรียกว่าความใฝ่ฝันก็ได้!

จี้เฟิงมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง!

แต่ประเด็นคือต่อให้เขาจะดูออก แต่ตอนนี้มันก็ลำบากที่จะเอ่ยถึง

ส่วนสาเหตุนั้น...

“จี้เฟิงฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ตอนนี้พี่หยูซวนอยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้หญิงที่จะมีลูก ถ้าปล่อยให้ช้าไปอีกสักสองสามปีหรือสี่ห้าปี การจะมีลูกก็จะกลายเป็นเรื่องยาก แถมความเสี่ยงยังสูงขึ้นมากด้วย...” ถงเล่ยกระซิบที่ข้างหูจี้เฟิง

“เธอไปศึกษาเรื่องพวกนี้มาด้วยเหรอ?” จี้เฟิงถามด้วยความประหลาดใจ

เพียะ!

ถงเล่ยทุบเขาไปทีหนึ่งพลางดุอย่างงอนๆ “ห้ามเฉไฉ ห้ามเปลี่ยนเรื่อง ฟังฉันพูดให้จบก่อน!”

จี้เฟิงหัวเราะแห้งๆ ความจริงเขาก็ตั้งใจจะเบี่ยงประเด็นนั่นแหละ แต่การที่ผู้หญิงจะรู้เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตกใจ

“จี้เฟิงตั้งใจฟังฉันนะ!” ถงเล่ยขมวดคิ้วมุ่น

จี้เฟิงรีบยิ้มประจบ “จ้ะๆ ฉันตั้งใจฟังอยู่”

ปกติถงเล่ยแทบไม่เคยโกรธและไม่ชอบโมโหใคร แต่จี้เฟิงรู้ดีว่าแค่เธอขมวดคิ้วนิดเดียว นั่นแสดงว่าเธอเริ่มไม่พอใจแล้ว

เห็นได้ชัดว่าถงเล่ยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

แต่สิ่งที่จี้เฟิงกังวลก็คือการที่ถงเล่ยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แหละ ไม่อย่างนั้นเขาจะเครียดขนาดนี้ไปทำไม?

“...แม้ภายนอกพี่หยูซวนจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่นายดูตอนที่เธออุ้มเหยาเหยาไปพักผ่อนสิ ท่าทางแบบนั้นน่ะ นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?” ถงเล่ยถาม

“เข้าใจ แต่ว่า...” จี้เฟิงยิ้มขมขื่นพลางส่ายหน้า

“เพราะฉันใช่ไหมล่ะ?” ถงเล่ยถาม

น้ำเสียงของเธอราบเรียบมาก แต่จี้เฟิงกลับสะดุ้งเฮือก หันไปมองเธอด้วยความตกตะลึง

“ฉันรู้ว่านายไม่ใช่คนไร้น้ำใจ ถ้าทำได้นายก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อฉันและพี่หยูซวน” ถงเล่ยเอ่ยเสียงเบา

“หึหึ...” จี้เฟิงยิ้มกว้างโดยไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ แต่ในความเป็นจริงเขาก็รู้ดีว่าถ้าจำเป็น เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อพวกเธอจริงๆ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอาแต่พูด การกระทำต่างหากคือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด

“แต่นายไม่อยากให้พวกเราเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อกันเพราะเรื่องลูกใช่ไหมล่ะ?” ถงเล่ยถามจี้เฟิงต่อ

จี้เฟิง “......”

เดิมทีเขาตั้งใจจะพูดปลอบใจถงเล่ยว่า ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก ความสัมพันธ์ของเธอกับหยูซวนดีจะตายไป ฉันเชื่อใจอยู่แล้วว่าพวกเธอจะไม่มีความคิดแย่ๆต่อกัน พวกเธอต่างก็ใจกว้าง... และคำพูดไร้สาระอื่นๆอีกมากมาย

แต่พอคำพูดเหล่านั้นมาถึงริมฝีปาก เขากลับกลืนมันลงไป

เพราะนี่คือสิ่งที่เขากังวลใจที่สุดจริงๆ ถ้าเกิดเรื่องลูกกลายเป็นชนวนที่ทำให้ถงเล่ยและเซียวหยูซวน เกิดความรู้สึกขุ่นเคืองต่อกัน ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะคลี่คลายมันได้...

....จบบทที่ 1542~

จบบทที่ บทที่ 1542 (664) หยูซวนอยากมีลูกแล้วเหรอ? (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว