เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1520 (642) สถานการณ์ที่ตึงเครียด (ตอนฟรี)

บทที่ 1520 (642) สถานการณ์ที่ตึงเครียด (ตอนฟรี)

บทที่ 1520 (642) สถานการณ์ที่ตึงเครียด (ตอนฟรี)


บทที่ 1520 (642) สถานการณ์ที่ตึงเครียด

เหตุการณ์ที่ราวกับละครตลกฉากนี้จบลงท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะและการส่ายหน้าของผู้คน แต่ทว่าทุกคนที่ได้เห็นเหตุการณ์ในวันนี้ย่อมไม่ลืมเลือนมันไปได้ง่ายๆ

เมื่อมีอำนาจวาสนา อย่าได้เที่ยวรังแกใครตามใจชอบ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูบ้าง บางทีเรื่องราวอาจจะมีทางออกที่ดีกว่านี้

โดยเฉพาะบรรดาผู้ปกครองนักเรียนในที่แห่งนี้ ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นคนมีฐานะร่ำรวย และบางคนก็มีอิทธิพลอยู่บ้าง สำหรับพวกเขาแล้ว ภาพที่เห็นในวันนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่หาจากไหนไม่ได้

พวกเขาจะไม่มีวันลืมเลยว่า การผยองจองหองเกินขอบเขตนั้น สุดท้ายแล้วจะมีจุดจบเป็นเช่นไร

บางทีชาวบ้านธรรมดาอาจไม่มีกำลังพอจะเล่นงานคุณ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะจัดการคุณไม่ได้ เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ

จี้เฟิงเองก็ไม่คิดว่า การกระทำของเขาในวันนี้จะกลายเป็นการสอนบทเรียนให้ผู้คนมากมายโดยไม่ตั้งใจ และยังทำให้เด็กๆ หลายคนจดจำไว้เป็นตัวอย่าง ซึ่งถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึงทีเดียว

ในเวลานี้เขาได้นั่งแท็กซี่มาที่ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมกับชิวเผิงเฟยและเป่ยจ้วงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“คุณชายจี้ พี่เป่ย แล้วก็พี่สะใภ้ เชิญนั่งครับ!”

เมื่อมาถึงห้องวีไอพีในร้านอาหาร ชิวเผิงเฟยก็เชื้อเชิญทุกคนด้วยรอยยิ้ม “คุณชายจี้ พวกเราคนกันเอง ผมคงไม่ต้องรับรองอะไรคุณมาก ผมขอเน้นดูแลพี่สะใภ้เป็นหลักนะ อย่าถือสากันล่ะ!”

“หึๆ!” จี้เฟิงหัวเราะเบาๆ

ถงเล่ยเองก็เม้มปากยิ้ม เธอรู้ดีว่าชิวเผิงเฟยแค่ล้อเล่น จึงไม่ได้ถือสาอะไร

แต่กลับมีใครบางคนที่ไม่พอใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“คุณอาคะ แล้วหนูล่ะ!” เหยาเหยารีบท้วงขึ้นมาทันที “หนูก็เป็นแขกเหมือนกันนะ คุณอาต้องมีมารยาท ต้องต้อนรับแขกด้วยสิคะ!”

เหงื่อตก!

ชิวเผิงเฟยรู้สึกเขินอายขึ้นมาทันที ไม่คิดว่าจะถูกเด็กหญิงตัวเล็กๆสั่งสอนเข้าให้ นี่เขาเป็นคนไม่มีมารยาทขนาดนั้นเลยเหรอ?

“เอ่อ... อาผิดไปแล้วจ้ะ” ชิวเผิงเฟยรีบยอมรับผิดทันควัน “คุณหนูเหยาเหยาสุดสวย เชิญนั่งด้วยครับ!”

“ขอบคุณค่า~!”

เหยาเหยาทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย พยักหน้าหงึกๆแล้วพูดว่า “แบบนี้ถึงจะถูกค่ะ คุณครูไม่ได้สอนเหรอคะ?”

เหงื่อตกอีกรอบ! ถูกเด็กสั่งสอนเข้าให้อีกแล้ว!

ชิวเผิงเฟยยอมจำนนอย่างหมดรูป “เหยาเหยาอาผิดไปแล้วจริงๆ ยกโทษให้อาได้ไหมจ๊ะ?”

“อืม... ก็ได้ค่ะ หนูยกโทษให้!” เหยาเหยาพยักหน้า “คุณอาต้องจำไว้เป็นบทเรียนนะคะ”

“ครับๆๆ!” ชิวเผิงเฟยรีบพยักหน้าหงึกหงัก

“เหยาเหยาพูดถูกครับคุณอา คุณอาต้องจำไว้เป็นบทเรียนนะ!” เป่ยเสี่ยวหู่ช่วยเสริมอยู่ข้างๆ อีกคน

“ไอ้ลูกชาย พูดอะไรน่ะ!” เป่ยจ้วงรีบดุลูกทันที

คำพูดบางคำเหยาเหยาพูดได้ แต่คนอื่นพูดไม่ได้ เพราะที่ชิวเผิงเฟยไม่โกรธเวลาเหยาเหยาพูดแบบนั้น ก็เพราะเห็นแก่หน้าจี้เฟิงนั่นเอง

“พี่เป่ย!”

ชิวเผิงเฟยโบกมือแล้วพูดว่า “เด็กก็พูดตามประสาเด็ก พี่จะเครียดไปทำไม ทำแบบนี้ก็หมดสนุกกันพอดี พวกเรามาอยู่ด้วยกันก็คือเพื่อนกัน พี่เกร็งเกินไปแล้วหรือเปล่า?”

เป่ยจ้วงพยักหน้ายิ้มๆ ในใจรู้สึกผ่อนคลายลงมาก

แต่เมื่อหันไปมองเหยาเหยากับเป่ยเสี่ยวหู่อีกที ทั้งคู่ก็นั่งคุกเข่าอยู่บนเก้าอี้กระซิบกระซาบอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ ท่าทางแก่นเซี้ยวไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้ผู้ใหญ่พากันอมยิ้มอย่างเอ็นดู

“พี่เป่ยบริษัทก่อสร้างต้าถูของพี่ หลักๆคือทำเกี่ยวกับงานก่อสร้างใช่ไหมครับ?” จี้เฟิงเอ่ยถามขึ้นยิ้มๆ ในเมื่อมาทานข้าวด้วยกัน คำพูดของเด็กๆก็เป็นเพียงสีสันสร้างเสียงหัวเราะ แต่เรื่องพูดคุยจริงๆย่อมเป็นเรื่องระหว่างผู้ใหญ่

ทว่าสิ่งที่จี้เฟิงคาดไม่ถึงคือ เป่ยจ้วงกลับส่ายหน้าแล้วตอบว่า “เฮ้อ! พูดแล้วก็น่าอายครับ จริงๆ แล้วบริษัทก่อสร้างของผมเพิ่งเริ่มทำมาได้ไม่ถึงครึ่งปีเลย ผมเพิ่งเข้าสู่วงการนี้เองครับ”

“อ้าว? แล้วก่อนหน้านี้พี่เป่ยทำธุรกิจด้านไหนเหรอครับ?” ชิวเผิงเฟยถามด้วยความสงสัย

“เมื่อก่อนผมทำธุรกิจเทรดดิ้งเครื่องจักรกลหนักครับ เพราะต้องติดต่อกับพวกเจ้าของโปรเจกต์ก่อสร้างบ่อยๆ ต่อมาเลยร่วมหุ้นกับคนอื่นหันมาทำก่อสร้างเองเลย!” เป่ยจ้วงยิ้มตอบ

“เครื่องจักรกลหนักเหรอ?”

ใจของจี้เฟิงกระตุกวูบขึ้นมาเล็กน้อย จึงอดไม่ได้ที่จะถามต่อ “เป็นเครื่องจักรประเภทไหนครับ? ที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างหรือเปล่า?”

“ใช่ครับ พวกรถขุด รถแบคโฮ แล้วก็รถบรรทุกงานวิศวกรรมพวกนั้นแหละครับ” เป่ยจ้วงกล่าว

“งานนั้นก็น่าจะกำไรดีนะครับ!” ชิวเผิงเฟยขมวดคิ้วสงสัย “ผมรู้จักคนทำธุรกิจด้านนี้อยู่หลายคน ทุกคนก็ไปได้สวยกันทั้งนั้น ทำไมพี่เป่ยถึงเลิกทำล่ะครับ?”

“ตอนนี้พี่เป่ยก็ทำธุรกิจได้ไม่เลวนะครับ” จี้เฟิงกล่าวเสริมยิ้มๆ

ในสภาพแวดล้อมของประเทศตอนนี้ การสร้างชื่อเสียงในตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีเงินทุนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พวกที่ชอบใช้กลยุทธ์ "จับเสือมือเปล่า" ส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกลูกหลานข้าราชการระดับสูง ซึ่งกฎเกณฑ์นี้ใช้ไม่ได้กับคนอย่างเป่ยจ้วง นั่นหมายความว่า จริงๆแล้วเป่ยจ้วงก็เป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยพอตัว

เป่ยจ้วงส่ายหน้าแล้วยิ้มขื่นๆ “คุณชายจี้ชมเกินไปแล้วครับ จริงๆ แล้วผมอยู่ในวงการนั้นต่อไปไม่ไหวแล้วต่างหาก ถึงได้ต้องย้ายฝั่ง ไม่อย่างนั้นใครจะอยากเปลี่ยนอาชีพกะทันหันแบบนี้กันล่ะครับ”

จี้เฟิงพยักหน้าเบาๆ มันก็จริงการเปลี่ยนสายอาชีพ ย่อมหมายถึงการต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่

ทุกคนย่อมอยากทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดและรัก ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ คงไม่มีใครอยากทิ้งอาชีพเดิม

“สาเหตุหลักมาจากเครื่องจักรของญี่ปุ่นที่เข้ามาตีตลาดอย่างหนักน่ะครับ!” เป่ยจ้วงกล่าวพลางทอดถอนใจ

จี้เฟิงเลิกคิ้วขึ้นทันที “เครื่องจักรญี่ปุ่นเหรอ?”

ทำไมอยู่ดีๆถึงวกกลับมาเรื่องญี่ปุ่นอีกแล้วล่ะ?

เป่ยจ้วงอธิบายว่า “เมื่อก่อนผมเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรแบรนด์ในประเทศ พูดตรงๆก็คือพวกที่เราเรียกว่าแบรนด์โนเนมนั่นแหละครับ แน่นอนว่าถ้าเทียบกับแบรนด์ต่างชาติมันดูด้อยกว่า แต่ในประเทศเราแบรนด์พวกนี้ก็ถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ระดับแนวหน้าแล้วนะครับ”

จี้เฟิงและชิวเผิงเฟยพยักหน้าพร้อมกัน เรื่องนี้เป็นความจริง อุตสาหกรรมหนักในประเทศส่วนใหญ่เป็นรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ แต่ผู้คนกลับไม่ค่อยเชื่อมั่นในแบรนด์ในประเทศ โดยเฉพาะเครื่องจักรพวกนี้มีราคาแพงมาก เครื่องเดียวอาจมีราคาสูงถึงหนึ่งล้านหยวน บางรุ่นอาจจะแพงกว่านั้นมหาศาล

ในสถานการณ์แบบนี้ เจ้าของบริษัทก่อสร้างส่วนใหญ่จึงมักจะเลือกแบรนด์ต่างชาติมากกว่า

“เครื่องจักรญี่ปุ่นขายดีในบ้านเรามากเลยเหรอครับ?” ชิวเผิงเฟยถาม

จี้เฟิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ดูท่าคุณจะไม่เคยศึกษาข้อมูลด้านนี้เลยนะ โชคดีที่ตรงนี้ไม่มีคนนอก ไม่อย่างนั้นพูดออกไปคงโดนเขาหัวเราะเยาะตาย!”

“แฮะๆ!” ชิวเผิงเฟยหัวเราะแห้งๆ เขาไม่เคยสนใจอุตสาหกรรมนี้จริงๆนั่นแหละ

“ความนิยมของเครื่องจักรญี่ปุ่นในประเทศเราน่ะเหรอ... อืม จะอธิบายยังไงดีล่ะ เอาเป็นว่าให้นึกถึงความนิยมของรถยนต์ต่างชาติในบ้านเราดูสิ แล้วคุณจะเข้าใจเอง!” จี้เฟิงกล่าว

“ห๊า!” ชิวเผิงเฟยถึงกับอึ้ง “โหดขนาดนั้นเลย?”

สถานการณ์การขายรถยนต์ต่างชาติในประเทศเป็นอย่างไรนั้นดูได้ไม่ยาก แค่ไปยืนข้างถนนเพียงครึ่งชั่วโมง สังเกตรถที่วิ่งผ่านไปมาดูว่ามีแบรนด์ในประเทศกี่คัน แบรนด์ต่างชาติกี่คัน และมูลค่ารวมของทั้งสองฝั่ง ฝั่งไหนสูงกว่ากัน

มันเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง!

ชิวเผิงเฟยคิดไม่ถึงเลยว่า เครื่องจักรกลหนักของญี่ปุ่น จะมียอดขายถล่มทลายในประเทศจีนถึงเพียงนี้!

“มันโหดขนาดนั้นแหละ!” จี้เฟิงพยักหน้า แล้วถามต่อว่า “พี่เป่ย แต่ผมยังมีข้อสงสัย เครื่องจักรกลหนักของญี่ปุ่น มีผลกระทบต่อเครื่องจักรในประเทศเรา ถึงขนาดนั้นจริงๆหรือครับ?”

“ใช่ครับ!”

เป่ยจ้วงพยักหน้า “บริษัทอื่นผมไม่แน่ใจนะ แต่แบรนด์ที่บริษัทผมเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายตอนนั้น ถือว่าอยู่ระหว่างเกรดหนึ่งกับเกรดสองในประเทศ แต่ยอดขายในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ลดลงทุกปี และมันไม่ใช่ปัญหาจากกลยุทธ์การตลาดของเราด้วย จนสุดท้ายเหลือแค่ลูกค้าเก่าแก่ไม่กี่เจ้าที่ยังยอมใช้สินค้าของเรา ส่วนลูกค้ารายอื่นเขาบอกกับเราตรงๆเลยว่า สินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดี ปัญหาน้อย แถมราคาก็ไม่ได้แพงโดดจนเกินไป พวกเขาก็เลยต้องเลือกของญี่ปุ่น!”

จี้เฟิงพยักหน้าพลางนิ่งเงียบไป

ต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรมของญี่ปุ่น มีอิทธิพลอย่างมหาศาลในประเทศจีนจริงๆ

ในวินาทีนี้จี้เฟิงพลันนึกถึงคาวาโกะแห่งซูมิดะกรุ๊ปขึ้นมา วันนั้นที่เธอพูดจาโอ้อวดไว้ที่เถิงเฟยกรุ๊ป แม้ในใจจี้เฟิงจะให้ความสำคัญกับคำพูดนั้นแล้ว แต่เขาก็ยังแอบคิดว่าเธอพูดจาเกินจริงไปบ้าง

ทว่าตอนนี้เมื่อได้ยินจากปากของเป่ยจ้วง เขาถึงได้รู้ว่าเรื่องราวมันร้ายแรงกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก!

“ถ้าอย่างนั้นหมายความว่า ตอนนี้บริษัทเครื่องจักรกลหนักรายอื่นๆในประเทศ ก็น่าจะโดนผลกระทบหนักไม่แพ้กันใช่ไหมครับ?” จี้เฟิงขมวดคิ้วถาม

เป่ยจ้วงพยักหน้า “จากที่ผมทราบมา เป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ!”

“พวกไอ้หนูผีพวกนั้นเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?” ชิวเผิงเฟยถามอย่างข้องใจ

“ใช่ครับ สิ่งที่มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมในจีนมากที่สุดมีอยู่สองแห่ง หนึ่งคือญี่ปุ่น สินค้าของเขามีราคาที่ดึงดูดใจ และต้องยอมรับว่าคุณภาพของเขาดีจริง” เป่ยจ้วงกล่าว “ส่วนแห่งที่สองคือเยอรมนี คนเยอรมันทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบและจริงจังมาก คุณภาพสินค้าของเขาดีกว่าญี่ปุ่นเสียอีก แต่ราคาก็แพงกว่าญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ดังนั้นยอดขายของญี่ปุ่นจึงดีกว่า! แน่นอนว่าผมหมายถึงพวกเครื่องจักรกลหนักนะครับ”

“เฮ้อ...!”

จี้เฟิงพยักหน้า “คิดไม่ถึงเลยว่าสถานการณ์จะเลวร้ายถึงขนาดนี้!”

ตอนนี้จี้เฟิงแทบจะมั่นใจได้เลยว่า กรณีที่บริษัทของเป่ยจ้วงต้องปิดตัวลง จนต้องเปลี่ยนสายอาชีพนั้นไม่ใช่กรณีเดียวแน่ๆ นี่ขนาดแค่ในเจียงโจว ยังมีบริษัทแบบนี้ปิดตัวลง หรือถึงขั้นล้มละลายในที่อื่นๆอีกแน่นอน!

จริงๆแล้วที่เป่ยจ้วงพูดมาเป็นเพียงแค่เครื่องจักรกลหนักเท่านั้น ในด้านอื่นๆเช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ ผลกระทบจากแบรนด์ต่างชาติ ยิ่งรุนแรงกว่าเสียอีก ภายนอกอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าลองพิจารณาดูให้ดีจะเห็นความน่ากลัวของมัน

ปัจจุบันมีการร่วมทุนเกิดขึ้นมากมายในประเทศจีน และแบรนด์รถยนต์ชื่อดังบางแบรนด์ ก็เริ่มผลิตสินค้าในประเทศไม่น้อยแล้ว...

ความจริงแล้วในการร่วมมือแบบนี้ ฝ่ายจีนเสียเปรียบอย่างมหาศาล ภายนอกดูเหมือนเป็นการร่วมมือกัน แต่สุดท้ายจีนกลับกลายเป็นเพียง ‘ลูกจ้าง’ ให้เขาเท่านั้น!

ตัวอย่างเช่น รถยนต์ยี่ห้อดังบางรุ่น แม้จะดูเหมือนผลิตในประเทศ แต่เครื่องยนต์กลับถูกส่งตรงมาจากต่างประเทศ สิ่งที่ผลิตในจีนได้เป็นเพียงแค่โครงรถ หรืออย่างมากก็แค่คัสซีเท่านั้น

หากเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต ประเทศจีนอาจจะไม่เหลือเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นของตัวเองเลยด้วยซ้ำ!

เมื่อถึงเวลานั้น อุตสาหกรรมของจีน คงถึงกาลล่มสลายอย่างแท้จริง!

“อุตสาหกรรมญี่ปุ่น...” จี้เฟิงทวนคำในปากเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ดี! ดีมาก!”

“พี่เป่ยถ้ามีโอกาส พี่เคยคิดอยากจะกลับมาทำอุตสาหกรรมเครื่องจักรอีกครั้งไหมครับ?” จี้เฟิงเอ่ยถามขึ้นมาทันที

“หือ?”

เป่ยจ้วงชะงักไป เขาไม่คาดคิดว่าจี้เฟิงจะถามคำถามนี้

“ฮ่าๆ ผมก็แค่ถามไปงั้นแหละ อย่าใส่ใจเลยครับ!” จี้เฟิงโบกมือยิ้มๆ “พวกเราดื่มกันเถอะ อย่าคุยเรื่องนี้อีกเลย

....จบบทที่ 1520~

จบบทที่ บทที่ 1520 (642) สถานการณ์ที่ตึงเครียด (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว