เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1495 (617) รับเหยาเหยามาอยู่ที่บ้าน? (ตอนฟรี)

บทที่ 1495 (617) รับเหยาเหยามาอยู่ที่บ้าน? (ตอนฟรี)

บทที่ 1495 (617) รับเหยาเหยามาอยู่ที่บ้าน? (ตอนฟรี)


บทที่ 1495 (617) รับเหยาเหยามาอยู่ที่บ้าน? (ตอนฟรี)

ฉินซูเจี๋ยยังคงมีความลังเลใจอยู่บ้าง เธอรู้ฐานะของจี้เฟิงดี และที่สำคัญคือเธอรู้ซึ้งว่าข้างกายจี้เฟิงไม่ได้มีแค่เธอเพียงคนเดียว แต่ยังมีถงเล่ยและเซียวหยูซวน และไม่แน่ว่าอาจจะมีผู้หญิงคนอื่นที่เธอไม่รู้อีก

ยิ่งไปกว่านั้นจี้เฟิงไม่ได้มีเวลาว่าง มาเดินตามก้นผู้หญิงไปวันๆ เขายังมีงานการสำคัญอีกมากมายที่ต้องทำ

ด้วยเหตุนี้ฉินซูเจี๋ยจึงลำบากใจที่จะเอ่ยปาก เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “คุณพอจะมีเวลาไหมคะ? ถ้าไม่ว่างก็...”

ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบ จี้เฟิงก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน เขายิ้มแล้วพูดว่า “ซูเจี๋ยคุณทำตัวเป็นทางการกับผมมากเกินไปแล้ว พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ มีอะไรที่พูดกันไม่ได้อีกล่ะ? เวลาของผมก็จัดไว้ให้พวกคุณอยู่แล้ว คุณถามแบบนี้แสดงว่ามองผมเป็นคนนอกนะเนี่ย!”

“...อื้ม!” ฉินซูเจี๋ยขานรับอย่างนุ่มนวล แต่ใบหน้ากลับแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

คำว่า ‘เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว’ ของจี้เฟิง ทำให้เธอนึกไปถึงคืนที่เร่าร้อนคราวนั้น จนถึงตอนนี้เธอยังดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความสุขสมที่ซ่านไปถึงกระดูก รวมถึงบรรยากาศที่น่าใจหายใจคว่ำและเย้ายวนใจนั่น...

“บอกมาเถอะ สรุปว่าเรื่องอะไร!” จี้เฟิงอดที่จะยิ้มไม่ได้

ตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก เพราะในเมื่อฉินซูเจี๋ยลังเลขนาดนี้ แสดงว่าต้องไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ขอแค่เธอไม่ได้เป็นอะไรก็พอ

“งั้น... งั้นก็ได้ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ช่วงต้นฤดูหนาวแล้ว ทางโรงเรียนอนุบาลของเหยาเหยา ก็เลยมีโครงการจะจัดทัศนศึกษาในช่วงต้นฤดูหนาวนี้พอดี เพราะถ้าอากาศหนาวกว่านี้ เด็กๆคงจะทำกิจกรรมลำบาก...” ฉินซูเจี๋ยเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก

“หืม?” จี้เฟิงถามต่อ “แล้วทางโรงเรียนจะพาเด็กๆ ไปเที่ยวที่ไหนล่ะ?”

การที่โรงเรียนอนุบาลพาเด็กๆ ออกไปเที่ยวนั้นเป็นเรื่องปกติ บางแห่งถึงขั้นจัดไปต่างประเทศ เพื่อให้เด็กๆได้ไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเด็กต่างชาติด้วยซ้ำ แน่นอนว่าในสายตาผู้ปกครองหลายคนมองว่า นี่คืออีกช่องทางหนึ่งในการหารายได้ของโรงเรียน เพราะไปต่างประเทศทีไร ค่ากินค่าอยู่ค่าเดินทางก็ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น

ความจริงจี้เฟิงคิดว่าการให้เด็กได้เห็นโลกกว้างนั้นเป็นเรื่องดี อีกอย่างโรงเรียนที่จัดไปต่างประเทศได้มักจะมีค่าเทอมที่สูงลิ่ว ซึ่งไม่ใช่ครอบครัวธรรมดาจะส่งลูกหลานไปเรียนได้อยู่แล้ว

ส่วนโรงเรียนของเหยาเหยา ก็แค่จัดทัศนศึกษาทั่วไป ถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยๆ

“ก็แค่ไปสวนพฤกษศาสตร์ค่ะ ไปดูพวกพืชพรรณนอกฤดูกาล แต่ต้องมีผู้ปกครองไปด้วย พอดีฉันต้องไปหยานจิง เลยไม่มีเวลาไปกับลูกน่ะค่ะ...” ฉินซูเจี๋ยพูดด้วยความรู้สึกเกรงใจ “คุณพอจะปลีกเวลาสักวัน พาเหยาเหยาไปเที่ยวหน่อยได้ไหมคะ?”

“คุณจะไปหยานจิงเหรอ?” จี้เฟิงถาม

“ใช่ค่ะ ช่วงนี้ที่หยานจิงจะมีการจัดงานประมูลหินดิบ  ฉันวางแผนจะพาผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ไปตรวจสอบและซื้อสินค้ามาสต๊อกไว้ ไม่อย่างนั้นปีหน้าบริษัทอาจจะขาดแคลนวัตถุดิบได้” ฉินซูเจี๋ยกล่าว “แถมงานนี้ต้องเข้าไปดูตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่อย่างนั้นหินดิบที่มีลักษณะดีๆ อาจจะถูกคนอื่นเลือกตัดหน้าไปก่อน เวลาดันมาประจวบเหมาะกันพอดี ฉันเองก็ปลีกตัวไม่ได้...”

“งานประมูลหินดิบ?” จี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “แบบนี้วันเดียวคุณคงกลับมาไม่ได้หรอกใช่ไหม? แล้วเหยาเหยาล่ะ? คุณหาแม่บ้านที่ไว้ใจได้หรือยัง?”

“ยังเลยค่ะ แม่บ้านถ้าไม่ผ่านการดูใจกันสักพัก ฉันก็ไม่กล้าไว้ใจง่ายๆ อีกอย่างช่วงนี้บริษัทก็ยุ่งมาก ฉันเลยยังไม่ได้เริ่มหาเลย” ฉินซูเจี๋ยตอบ

ความจริงคือหลังจากเหตุการณ์ของป้าจาง เธอไม่กล้าหาแม่บ้านสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว เธอมีความรู้สึกที่ว่า ‘เมื่อเคยโดนงูกัดครั้งหนึ่ง แค่เห็นเชือกก็ยังหวาดผวาไปสามปี’ ช่วงนี้หลังเลิกงานเธอจึงรีบกลับบ้านทันที หากวันไหนเหยาเหยาไม่ได้ไปโรงเรียน เธอก็จะพาลูกไปที่ทำงานด้วย ไม่กล้าปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียวอีกเด็ดขาด

เหตุการณ์คราวนั้นทำเอาเธอขวัญกระเจิงจริงๆ ตอนนั้นป้าจางแค่ขโมยเงิน แต่ถ้าคราวนั้นหล่อนคิดจะทำเรื่องไม่ดีกับตัวเหยาเหยาล่ะ? ต่อให้ไม่มีใครคิดร้าย แต่การปล่อยให้เด็กอย่างเหยาเหยา อยู่บ้านคนเดียวท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นขนาดนี้ เด็กตัวแค่นั้นจะดูแลตัวเองได้อย่างไร?

“ไม่มีแม่บ้าน... แล้วคุณต้องไปหยานจิงนานแค่ไหน?” จี้เฟิงขมวดคิ้วถามอย่างเป็นห่วง

“งานประมูลจัดทั้งหมดครึ่งเดือน แต่ฉันคงไม่อยู่ที่นั่นนานขนาดนั้น อย่างมากที่สุดสักอาทิตย์หนึ่งก็กลับแล้ว” ฉินซูเจี๋ยตอบ

“แล้วเหยาเหยาจะทำยังไง?” จี้เฟิงถามต่อ

“ฉันคุยกับคุณครูของเหยาเหยาไว้แล้วค่ะ ว่าจะให้เธอพักอยู่ที่โรงเรียนก่อนในช่วงนี้ เพราะมีเพื่อนเด็กๆคนอื่นอยู่ด้วย ก็น่าจะโอเคขึ้นหน่อย” ฉินซูเจี๋ยกล่าว

“โรงเรียนอนุบาลอนุญาต ให้เด็กพักอยู่ที่นั่นด้วยเหรอ?” จี้เฟิงขมวดคิ้วถาม

“อื้ม! เด็กบางคนบ้านอยู่ไกล หรือพ่อแม่ติดงานยุ่งมาก ก็จะเอาลูกมาฝากไว้ที่โรงเรียน แล้วค่อยมารับกลับช่วงสุดสัปดาห์” ฉินซูเจี๋ยอธิบาย “ตอนแรกฉันก็กังวลว่าเหยาเหยาจะปรับตัวไม่ได้ แต่คิดว่ามีเด็กคนอื่นอยู่ด้วย เหยาเหยาก็คงจะไม่ดื้อ...”

“คงจะ?” จี้เฟิงส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ผมว่าคุณจัดการแบบนี้มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถึงเหยาเหยาจะดูเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แต่ลึกๆ แล้วยัยหนูคนนี้เขารู้เรื่องทุกอย่างนะ ช่วงที่คุณไม่อยู่เนี่ย เธอคงจะนั่งซึมแน่ๆ... เอาแบบนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง ถ้ายังไงให้เหยาเหยามาอยู่ที่บ้านผมดีกว่า”

“หา?!” ฉินซูเจี๋ยตกใจทันที “ไปอยู่ที่บ้านคุณ? จี้เฟิง... มัน...แบบนี้มันไม่เหมาะสมหรือเปล่า?”

ฉินซูเจี๋ยเริ่มลนลาน การให้เหยาเหยาไปอยู่ที่บ้านจี้เฟิง ก็เท่ากับเป็นการบอกเป็นนัยๆ ให้ถงเล่ยและเซียวหยูซวนรู้ว่ามีตัวตนของเธออยู่ไม่ใช่เหรอ?

“มันไม่เหมาะสมยังไงล่ะ?” จี้เฟิงยิ้ม “วางใจเถอะ เหยาเหยาเป็นลูกบุญธรรมของผม เรื่องนี้พวกเขารู้อยู่แล้ว อีกอย่างเหยาเหยาน่ารักขนาดนี้ ผมเชื่อว่าพวกเขาต้องชอบเธอแน่ๆ”

“หา! พวกเขา... พวกเขารู้กันหมดแล้วเหรอคะ?” ฉินซูเจี๋ยถามอย่างลนลาน

“อื้ม รู้หมดแล้ว” จี้เฟิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“แล้วเรื่อง... เรื่องระหว่างเรา พวกเขารู้ด้วยไหมคะ?” ฉินซูเจี๋ยยิ่งลนลานเข้าไปใหญ่ วินาทีนี้เธอไม่ได้หลงเหลือมาดประธานบริษัทผู้เด็ดขาดเลยแม้แต่นิดเดียว กลับกันเธอดูเหมือนคนที่แอบไปมีชู้แล้วโดนจับได้จนทำอะไรไม่ถูก

“เรื่องระหว่างเรา?” จี้เฟิงถามยิ้มๆ “เรื่องอะไรล่ะ?”

“จี้เฟิงอย่ามาล้อเล่นนะ ฉันจะหัวใจวายตายอยู่แล้วเนี่ย รีบบอกมาเร็วเข้าว่าแฟนคุณรู้เรื่องระหว่างเราหรือเปล่า?” ฉินซูเจี๋ยถาม

“ใจเย็นๆ!” จี้เฟิงหัวเราะออกมา “ถงเล่ยกับเซียวหยูซวนรู้แค่ว่าเหยาเหยาเป็นลูกบุญธรรมของผม ส่วนเรื่องอื่นๆพวกเขาไม่ได้ถาม ส่วนจะรู้หรือเปล่านั้นผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ที่แน่ๆ คือพวกเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา”

“นั่นหมายความว่า พวกเขาอาจจะยังไม่รู้ใช่ไหมคะ?” ฉินซูเจี๋ยถามย้ำ

“ก็น่าจะยังไม่รู้นะ!”

“เฮ้อออ!” ฉินซูเจี๋ยถึงกับพ่นลมหายใจยาวเหยียด เธอตบหน้าอกตัวเองพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆหลายครั้ง ก่อนจะค้อนใส่ “พ่อนักรักตัวน้อย คุณทำเอาฉันตกใจแทบตายรู้ไหม เมื่อกี้ฉันเกือบจะวางสายหนีแล้วเนี่ย”

จี้เฟิงหลุดขำทันที “คุณขวัญอ่อนขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“แน่นอนสิ ก็ฉันไปแบ่งแฟนของคนอื่นเขามา ฉันก็ต้องมีสะดุ้งสะเทือนบ้างสิ!” ฉินซูเจี๋ยพูดอย่างจนใจ

“วางใจเถอะ เล่ยเล่ยกับหยูซวนน่าจะไม่รู้หรอก” จี้เฟิงเกาหัวแก้เก้อ ความจริงเมื่อกี้เขาก็แอบแกล้งเธอไปอย่างนั้นเอง อันที่จริงเขาก็รู้สึกผิดชอบชั่วดีอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเวลาต้องเผชิญหน้ากับเล่ยเล่ยและหยูซวน เขามักจะมีความรู้สึกทั้งผิดและละอายใจปะปนกันไป เชื่อว่าคงไม่ได้ดีไปกว่าฉินซูเจี๋ยเท่าไหร่หรอก

“แบบนั้นก็ดีค่ะ” ฉินซูเจี๋ยถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอคิดครู่หนึ่งแล้วถามต่อว่า “แล้ว... ตอนที่คุณพาเหยาเหยากลับไปบ้าน คุณจะบอกพวกเขาว่ายังไง?”

“ก็บอกว่าลูกบุญธรรมมาพักด้วยสักสองสามวัน มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ!” จี้เฟิงยิ้ม “เอาล่ะ อย่าคิดมากเลย ไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่ทางโรงเรียนของเหยาเหยาจะไปทัศนศึกษาวันไหนนะ?”

“มะรืนนี้ค่ะ ตรงกับช่วงสุดสัปดาห์พอดี” ฉินซูเจี๋ยตอบ

“โอเค งั้นมะรืนนี้ ผมจะไปรับแต่เช้า แล้วพาเธอไปเที่ยวเอง!” จี้เฟิงกล่าว

“ถ้าอย่างนั้นเหยาเหยาต้องดีใจมากแน่ๆ ตอนนี้เธอเอะอะก็พูดถึงแต่คุณ ฉันว่าเดี๋ยวนี้เธอน่าจะรักคุณ มากกว่ารักแม่ตัวเองแล้วมั้งเนี่ย!” ฉินซูเจี๋ยพูดปนหัวเราะ

“ก็เหมือนๆกันแหละ คนกันเองทั้งนั้น!” จี้เฟิงพูดพลางหัวเราะร่า

ฉินซูเจี๋ยอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยสัพเพเหระกันต่ออีกครู่หนึ่ง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แล้วจึงวางสายไป

ต้องรับเหยาเหยามาอยู่ที่บ้าน อาจจะต้องอยู่ด้วยกันราวๆ หนึ่งอาทิตย์!

จี้เฟิงไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้อย่างวู่วาม เขารู้จักงานประมูลหินดิบดี อย่างน้อยเขาก็เคยผ่านประสบการณ์ตรงมาแล้ว การจะไปร่วมงานประมูลหินดิบ ฉินซูเจี๋ยย่อมไม่มีเวลามาดูแลเหยาเหยาด้วยแน่ๆ เวลาที่คนเราเริ่มบ้าคลั่งกับการพนันหินขึ้นมาก็จะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง รอบตัวในงานก็มีแต่ผู้คนมากมาย หากเผลอเพียงนิดเดียวเหยาเหยาอาจจะพลัดหลงไปได้ง่ายๆ

และถ้าจะให้เหยาเหยาไปพักที่โรงเรียนอนุบาล ยัยหนูคนนี้คงอยู่ไม่ไหวแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะแอบร้องไห้ขี้มูกโป่ง พอนึกถึงภาพเด็กน้อยตัวเล็กๆ ขดตัวอยู่บนเตียงนอนของตัวเองแล้วแอบปาดน้ำตา จี้เฟิงก็รู้สึกว่าพาเธอมาอยู่ด้วยที่บ้านน่าจะดีกว่า

เขาเชื่อว่าถงเล่ยและเซียวหยูซวนจะต้องชอบยัยหนูคนนี้แน่ๆ ส่วนเรื่องระหว่างจี้เฟิงกับฉินซูเจี๋ย ในเมื่อก่อนหน้านี้พวกเธอไม่ได้ถาม ตอนนี้ก็คงไม่ถามเช่นกัน จี้เฟิงย่อมรู้จักนิสัยของพวกเธอดี

โดยเฉพาะเซียวหยูซวน คราวก่อนเธอเคยเจอเหยาเหยาแล้ว แถมยังพายัยหนูไปเล่นที่สวนสนุกมาทั้งวันด้วยซ้ำ ดูออกเลยว่าเซียวหยูซวนรักเหยาเหยามาก หรือบางทีเธออาจจะอยากมีลูกแบบนี้เป็นของตัวเองสักคนด้วยซ้ำไป

เหยาเหยาเองก็ชอบเซียวหยูซวนเช่นกัน ดังนั้นการพาเหยาเหยากลับมาที่บ้าน จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

หลังจากนั้นจี้เฟิงก็นำเรื่องนี้ ไปบอกกับเซียวหยูซวนและถงเล่ย ซึ่งทั้งคู่ต่างก็แสดงความแปลกใจ

“เหยาเหยาเหรอ? ลูกบุญธรรมของนายคนนั้นน่ะนะ?” ถงเล่ยถาม

“ยัยหนูนั่นน่ารักมากเลยนะ” เซียวหยูซวนพยักหน้าเห็นด้วย “แต่ว่ายัยหนูยังเล็กขนาดนั้น พอกลับมาที่บ้านแล้ว ใครจะเป็นคนดูแลเธอล่ะ?”

“ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันเถอะ” จี้เฟิงครุ่นคิด... เอาเข้าจริงเขาก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกันว่าใครจะเป็นคนดูแลเหยาเหยา

....จบบทที่ 1495~

จบบทที่ บทที่ 1495 (617) รับเหยาเหยามาอยู่ที่บ้าน? (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว