- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1494 (616) กันไว้ดีกว่าแก้ (ตอนฟรี)
บทที่ 1494 (616) กันไว้ดีกว่าแก้ (ตอนฟรี)
บทที่ 1494 (616) กันไว้ดีกว่าแก้ (ตอนฟรี)
บทที่ 1494 (616) กันไว้ดีกว่าแก้
การได้อัดทานากะ อิจิโร่ และคาวาโกะ แน่นอนว่ามันทำให้รู้สึกสะใจ แต่สำหรับจี้เฟิงแล้ว แค่นี้มันยังไม่พอ
คนญี่ปุ่นพวกนี้โอหังเกินไป วันนี้เป็นเพียงบทเรียนราคาแพงบทหนึ่ง เพื่อให้พวกมันรู้ว่าคนจีนไม่ใช่คนที่จะมารังแกกันได้ง่ายๆ และประเทศจีนก็ไม่ใช่สถานที่ที่พวกมันจะมาทำอะไรตามใจชอบได้
แต่ทว่านิสัยของคนญี่ปุ่นนั้นมักจะแก้ไม่หาย ถ้าไม่ตบให้เข็ดหรือทำให้เจ็บจนฝังรากลึก พวกมันก็ไม่มีวันจำ
ทำลายซูมิดะกรุ๊ปให้ย่อยยับ! นี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้พวกมันเจ็บจนจำขึ้นใจ!
“จี้เฟิงเย็นนี้ไปดื่มกันสักหน่อยไหม?” ฮั่นจงถามยิ้มๆ “ถือว่าฉลองที่ได้สั่งสอนพวกญี่ปุ่นนั่นสักหน่อย”
“ก็ดีนะเดี๋ยวชวนหยูซวนด้วย แล้วนี่เล่ยเล่ยก็มาพอดี ไปด้วยกันให้หมดเลย!” จี้เฟิงพยักหน้ายิ้มตอบ
“ถงเล่ยก็มาเหรอ?” ฮั่นจงหัวเราะ “งั้นก็เยี่ยมเลย ไปกันหลายคนยิ่งครึกครื้น”
“แต่ว่าตอนนี้ยังไปกินข้าวไม่ได้หรอกนะ” จี้เฟิงเอ่ยขัด “งานด้านการรักษาความปลอดภัยของบริษัทต้องเข้มงวดขึ้น วันนี้พวกญี่ปุ่นทำให้เราตระหนักได้ว่า ถ้าพวกมันยังมีคนแอบแฝงอยู่ในบริษัทอีกล่ะ...”
สีหน้าของฮั่นจงและหลี่ซินเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที ทั้งคู่พยักหน้าเห็นด้วย
มันมีความเป็นไปได้จริงๆ ที่คนพวกนั้นจะอาศัยช่วงชุลมุนลอบเข้ามาในเถิงเฟยกรุ๊ป ทุกคนมักคิดว่ากลางวันแสกๆคงไม่มีโจรที่ไหนกล้าเข้า แต่ความจริงแล้วยิ่งประมาทแบบนี้แหละที่ยิ่งอันตราย
“เพื่อความชัวร์รีบสั่งคน ตรวจเช็กอาคารสำนักงานของเถิงเฟยกรุ๊ปทั้งหมด อ้อ...บอกไปว่ามีหนูระบาดในตึก เลยต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่!” จี้เฟิงสั่งการ
“ไม่มีปัญหา!” ฮั่นจงพยักหน้า
หลี่ซินเสริมว่า “งั้นผมรับผิดชอบฝั่งเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์เอง ผมคุ้นหน้าพนักงานที่นี่ดี ถ้ามีคนแปลกหน้าหลุดเข้ามา ผมจำได้แน่นอน”
“ได้ งั้นฉันรับผิดชอบฝั่ง สำนักงานใหญ่เถิงเฟยกรุ๊ปเอง” ฮั่นจงกล่าว
จี้เฟิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เอาแบบนี้ เดี๋ยวฉันไปหาเหล่าอี้ ให้พวกเขามาร่วมด้วย แต่ต้องตกลงกันก่อนว่าตอนนี้เราแค่สงสัย ยังไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน เพราะฉะนั้นไม่ต้องทำเรื่องใหญ่โตจนพนักงานแตกตื่น”
“เข้าใจแล้ว!” ฮั่นจงพยักหน้า
“งั้นเริ่มลงมือเลย อันดับแรกเช็กวิดีโอวงจรปิดตามทางเข้าออกทั้งหมด ถ้าเห็นใครหน้าไม่คุ้นต้องตามตัวออกมาให้ได้!” จี้เฟิงกล่าว “พวกนายสองคนแยกย้ายไปที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของตัวเองได้เลย เริ่มได้!”
แม้สำนักงานใหญ่เถิงเฟยกรุ๊ปกับเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์จะอยู่พื้นที่เดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติคือแยกส่วนกัน สำนักงานใหญ่มีแผนกของตัวเอง เช่น แผนกรักษาความปลอดภัย (Security Department) ส่วนเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์ก็มีหน่วยรปภ. (Guard Division) ของตัวเอง การจัดการแยกจากกันโดยสิ้นเชิง
ดังนั้นสำนักงานใหญ่และบริษัทลูกอย่างเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นสองส่วนที่ทำงานเป็นอิสระต่อกัน ฮั่นจงและหลี่ซินแยกย้ายกันไปตรวจสอบทันที ว่ามีใครลอบเข้ามาในบริเวณบริษัทหรือไม่ หากไม่ใช่พนักงานก็ต้องตรวจสอบเส้นทางเดินว่าไปที่ไหนบ้าง หากใครระบุตัวตนไม่ได้หรือพฤติกรรมน่าสงสัย ก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
ไม่นานจี้เฟิงก็มาถึงแผนกรักษาความปลอดภัยของเถิงเฟยกรุ๊ป แต่พบว่ามีรปภ. เฝ้าเวรอยู่แค่สองคน
จี้เฟิงสอบถามจนได้ความว่าอี้ซิงเฉินและหลิวซินกำลังพาลูกน้องไปฝึกซ้อม ที่นี่จึงเหลือคนเฝ้าเวรแค่สองคน และอีกสองคนอยู่ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิด
จี้เฟิงเดินไปยังห้องกิจกรรมของแผนก เพื่อให้มีพื้นที่ฝึกซ้อมเพียงพอ ฮั่นจงจึงยกชั้นหนึ่งทั้งชั้นให้เป็นลานฝึกซ้อม เนื่องจากสถานที่กว้างขวาง ปกติอี้ซิงเฉินนอกจากจะพาคนในทีมรบพิเศษของเขาฝึกที่นี่แล้ว ยังมักจะดึงรปภ. คนอื่นๆในบริษัท มาฝึกระเบียบวินัยแบบทหารด้วย
ตอนนี้ก็เช่นกันอี้ซิงเฉินและทีมงาน กำลังฝึกสอนเหล่ารปภ. อยู่
“เหล่าอี้!” จี้เฟิงเดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มพลางมองบรรยากาศการฝึกที่คึกคัก “คุณเกณฑ์รปภ. มาที่นี่หมดแบบนี้ ข้างนอกจะมีคนพอเหรอ?”
“บอส!” อี้ซิงเฉินเห็นจี้เฟิงก็รีบลุกขึ้นทันที “ทำไมมาที่นี่ได้ล่ะครับ? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” ปกติจี้เฟิงไม่ค่อยมาเถิงเฟยกรุ๊ปบ่อยนัก ถ้ามาแสดงว่าต้องมีธุระต้องจัดการ
“ข้างนอกน่ะวุ่นวายจะตาย แต่พวกคุณกลับมาคึกคักกันอยู่ที่นี่” จี้เฟิงพูดติดตลก “เหล่าอี้พาคนออกไปหน่อย มีงานต้องทำ”
“เกิดปัญหาขึ้นงั้นหรือ?” อี้ซิงเฉินถามทันที เมื่อพูดถึงเรื่องงาน สีหน้าของอี้ซิงเฉินก็ขรึมลงทันที การที่จี้เฟิงมาหาด้วยตัวเองแสดงว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา
จี้เฟิงโบกมือยิ้มๆ “ไม่ต้องเครียดขนาดนั้น ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอก ฉันแค่กังวลว่าจะมีใคร อาศัยช่วงชุลมุนลอบเข้ามาในบริษัท...” เขาเล่าเหตุการณ์ที่พวกซูมิดะกรุ๊ปมาเยือนให้ฟังคร่าวๆ โดยเน้นย้ำว่าพวกญี่ปุ่นอาจจะมีเจตนาร้าย นี่เป็นการตรวจสอบเพื่อกันไว้ดีกว่าแก้ ไม่ได้แปลว่ามีคนลอบเข้ามาจริงๆเสมอไป
อี้ซิงเฉินจึงเบาใจลงบ้าง “เรื่องนี้จัดการไม่ยาก เริ่มจากเช็กวงจรปิดก่อน ถ้ามีคนแปลกหน้าเราจะได้มีเป้าหมาย แต่ถ้าไม่มีก็ถือว่าดีไป!”
“แต่ถ้าพวกมันซ่อนตัวมาในรถ กล้องจะเห็นไหม?” จี้เฟิงขมวดคิ้วถาม
อี้ซิงเฉินหัวเราะ “วางใจได้เลย ตามทางเข้าอาคารและโรงงานทุกจุดมีกล้องวงจรปิด และแต่ละจุดไม่ได้มีแค่ตัวเดียว จำตอนที่ผมขออนุมัติงบซื้ออุปกรณ์ได้ไหม? นั่นก็เพื่อติดตั้งกล้องให้ครบทุกมุมนี่แหละ”
จี้เฟิงจึงคลายกังวล “โอเค งั้นก็รีบส่งคนไปเช็กเลย”
“ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!” อี้ซิงเฉินพยักหน้า
“บอส!” “บอสครับ...” ในตอนนั้นเอง กัวเถาและหลิวเจ๋อจุนก็เดินเข้ามาหา โดยเฉพาะเหยาจื่อเจี้ยนที่เดินยิ้มหน้าบานพลางทำท่าชูสองนิ้วคีบบุหรี่เพื่อส่งซิก “บอสครับ ของพิเศษล่ะ?”
“ไอ้เจ้านี่...” จี้เฟิงอดขำไม่ได้ “ในหัวนายมีแต่ของพิเศษของฉันหรือไง?” เหยาจื่อเจี้ยนหัวเราะแหะๆ
พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับจี้เฟิงมาก ไม่เหมือนเจ้านายกับลูกน้อง แต่เหมือนเพื่อนพ้องที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน บทสนทนาจึงเป็นไปอย่างสบายๆ จี้เฟิงหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “ที่ฉันเหลือแค่สองซองนะ แบ่งๆ กันเอาเองแล้วกัน!”
“เฮ่! มีก็ดีกว่าไม่มีครับ!” เหยาจื่อเจี้ยนยิ้มกว้าง
“บอส!” หลิวซินเดินเข้ามาสมทบ เขาใส่เสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้า มีผ้าขนหนูพาดคอพลางเช็ดเหงื่อไปด้วย “ทำไมมาที่นี่ตอนนี้ล่ะครับ?”
จี้เฟิงขำ “ดูเหมือนฉันจะมาที่นี่น้อยไปจริงๆ ทุกคนถึงถามคำถามเดียวกันหมดเลย...” ทุกคนพากันหัวเราะร่วน
ในขณะที่เหล่าทหารคนอื่นๆยังคงฝึกรปภ. ต่อไป ฝั่งนี้ก็พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน รปภ.บางคนชะโงกหน้ามาดูด้วยความสงสัย เลยโดนดุไปตามระเบียบ กัวเถาและหลิวซินไม่ได้เจอจี้เฟิงมาพักใหญ่แล้ว ทุกคนเคยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจึงรู้สึกสนิทใจมาก
จี้เฟิงเองก็ไม่มีธุระที่ไหนต่อ จึงนั่งคุยกับพวกเขาอยู่ที่โซนพักผ่อนพักใหญ่
เรื่องการตรวจค้นข้างนอกเขาไม่ห่วงเลย เพราะมีอี้ซิงเฉินลงมือเองย่อมไม่มีพลาด อีกอย่างรปภ.หลายคนจี้เฟิงก็ไม่รู้จัก ถ้าเขาออกไปเดินตรวจเองอาจจะยิ่งทำให้วุ่นวายเปล่าๆ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงช่วงเย็น อี้ซิงเฉินก็กลับมารายงาน เขาบอกจี้เฟิงว่าไม่พบบุคคลที่น่าสงสัยใดๆ
หลังจากนั้นฮั่นจงและหลี่ซินก็กลับมาเช่นกัน ทั้งคู่บอกว่าได้ตรวจสอบวิดีโอวงจรปิด ร่วมกับฝ่ายการตลาดและพนักงานต้อนรับอยู่นานหลายชั่วโมง คนแปลกหน้าที่แวะเวียนเข้ามาทุกคนสามารถระบุตัวตนและจุดประสงค์การมาได้ทั้งหมด ไม่มีอะไรผิดปกติ
จี้เฟิงจึงเบาใจลงเมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดขนาดนี้ แล้วไม่พบอะไรก็แสดงว่าความเสี่ยงมีน้อยมาก
ดีแล้ว! จี้เฟิงประกาศทันทีว่า พนักงานคนไหนที่มีส่วนร่วมในการตรวจค้นในวันนี้ ให้หัวหน้าแผนกพาออกไปปาร์ตี้ได้เลย โดยบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
หลังจากนั้นจี้เฟิงและพวกพ้องก็ไปรวมตัวกินเลี้ยงกันเช่นกัน แน่นอนว่ามีถงเล่ย เซียวหยูซวน ไป๋จู เสี่ยวอิง และหานเซิ่น มาร่วมด้วย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ฮั่นจงเป็นคนมีอารมณ์ขันและพูดจาตรงไปตรงมา ส่วนหลี่ซินก็มีความรู้กว้างขวางและมีความคิดเห็นที่ลึกซึ้ง
พวกเขาทั้งหมดล้วนไม่ธรรมดา
..........
เวลาผ่านไปสามสี่วันนับจากเกิดเรื่องกระทบกระทั่งกับซูมิดะกรุ๊ป จากข้อมูลที่ได้รับกลุ่มบริษัทซูมิดะ ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆเพิ่มเติม หลังจากถูกอัดไปคราวนั้น
จี้เฟิงจึงรู้ว่าคราวนี้พวกซูมิดะกรุ๊ป คงต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยโอหังของคนญี่ปุ่น ป่านนี้เรื่องคงดังกระฉ่อนไปทั่ว หรือแม้กระทั่งสถานทูตญี่ปุ่นส่งจดหมายทางการทูตมาแล้ว แต่นี่กลับสงบเงียบผิดปกติ
คราวนี้ชาวญี่ปุ่นไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยอมรับความจริง!
“นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น!” จี้เฟิงรำพึงกับตัวเองพลางนึกถึงหน้าทานากะ อิจิโร่ , อิโนะอุเอะ เฮจิ และคาวาโกะ รวมถึงท่าทางและคำพูดที่พวกเขาเหยียดหยามอุตสาหกรรมจีน ทำให้จี้เฟิงถึงกับยิ้มเย็น
“อุตสาหกรรมจีนจะไม่ล้าหลังตลอดไป ฉันเชื่อมั่นว่าในอนาคตอันใกล้ จีนจะไม่ใช่แค่ฝ่ายที่คอยวิ่งไล่ตามญี่ปุ่น แต่จะเป็นฝ่ายที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องแหงนหน้ามอง ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมเท่านั้น แต่รวมถึงอุตสาหกรรมทุกแขนงที่ฉันสามารถเข้าไปแตะต้องได้ด้วย!” จี้เฟิงคิดอย่างแน่วแน่
Rrrrr...
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของจี้เฟิง เขาหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นฉินซูเจี๋ยโทรมา
จี้เฟิงยิ้มบางๆ แล้วกดรับสายทันที “ซูเจี๋ย ว่าไงครับ?”
“จี้เฟิงมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อยค่ะ คุณพอจะมีเวลาไหม?” เสียงของฉินซูเจี๋ยแว่วมาตามสาย น้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นน้ำเสียงที่เหมือนภรรยากำลังคุยกับสามี อ่อนหวานและเป็นกันเอง
“ว่ามาเลย!” จี้เฟิงตอบสั้นๆอย่างได้ใจความ ต่อให้ตอนนี้เขาไม่ยุ่ง แต่ถ้าฉินซูเจี๋ยโทรมาขอให้ช่วย เขาก็ต้องหาเวลาไปให้ได้อยู่ดี
….จบบทที่ 1494~