เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1461 (583) คาโต้ผู้ต่ำช้า (ตอนฟรี สวัสดีปีใหม่)

บทที่ 1461 (583) คาโต้ผู้ต่ำช้า (ตอนฟรี สวัสดีปีใหม่)

บทที่ 1461 (583) คาโต้ผู้ต่ำช้า (ตอนฟรี สวัสดีปีใหม่)


บทที่ 1461 (583) คาโต้ผู้ต่ำช้า (ตอนฟรี สวัสดีปีใหม่)

เมื่อจี้เฟิงมาถึงโรงแรมซินอี้ ยังไม่ทันจะจอดรถให้เข้าที่ เขาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในโถงล็อบบี้ผ่านทางหน้าต่างรถ จี้เฟิงจำชายคนนี้ได้ เขาคือบอดี้การ์ดของคาโต้ ตอนที่ไป๋จูแกล้งทำเสียงดังในลานจอดรถใต้ดินวันนั้น เขาเคยเห็นหน้าหมอนี่มาแล้ว

จี้เฟิงแอบหัวเราะเยาะในใจ ทันทีที่คาโต้ได้ยินว่ามีเรื่องเกี่ยวกับเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์เข้าหน่อย ก็ออกอาการจนเก็บไม่อยู่ ถึงขนาดส่งบอดี้การ์ดมานั่งรอรับที่ล็อบบี้เลยทีเดียว

ความกระหายอยากได้เถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์ของคาโต้นั้น ต่อให้เป็นคนตาบอดก็ยังดูออก!

หลังจากจอดรถไว้หน้าโรงแรมเรียบร้อย จี้เฟิงยังไม่รีบลงจากรถ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรหาคาโต้อีกครั้ง

“คุณคาโต้ผมมาถึงหน้าโรงแรมซินอี้แล้วครับ ไม่ทราบว่าผมจะไปพบคุณได้ที่ไหน?” จี้เฟิงถาม

“รออยู่ที่หน้าประตู เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปรับ!” เสียงของคาโต้ดังมาจากปลายสาย

“ได้ครับ!” จี้เฟิงยิ้มบางๆ

จากนั้นเขาก็ลงจากรถ เดินตรงไปยังประตูหน้าโรงแรม ในจังหวะนั้นเอง บอดี้การ์ดของคาโต้ที่นั่งอยู่ในโถงก็ลุกขึ้นเดินตรงออกมาหาทันที จี้เฟิงยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเองว่าเขาจำคนไม่ผิด

เมื่อจี้เฟิงกับบอดี้การ์ดเดินมาเผชิญหน้ากัน ชายคนนั้นจ้องจี้เฟิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “จี้... เฟิง...”

สำเนียงของเขาฟังดูแปร่งหูมาก เห็นได้ชัดว่าเขาจำชื่อจี้เฟิงมาแบบฝืนๆ แต่พูดภาษาจีนไม่ได้เลย

หมอนี่คือคนญี่ปุ่น

“ใช่ ผมเอง!” จี้เฟิงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

“เซิน-ตง-มา...” บอดี้การ์ดพูดออกมาอีกประโยคด้วยน้ำเสียงติดขัดอย่างหนัก

จี้เฟิงเข้าใจความหมายที่เขาต้องการสื่อได้ทันที มันคือ ‘เชิญตามมา’

จี้เฟิงเดินตามบอดี้การ์ดขึ้นลิฟต์ของโรงแรมไปจนถึงห้องพักรับรองของห้องสวีทห้องหนึ่ง

“ชอตโตะ มาเตะ!” บอดี้การ์ดพ่นภาษาบ้านเกิดออกมาคำหนึ่ง

จี้เฟิงฟังออกจึงพยักหน้าเบาๆ คำนี้น่าจะแปลว่า ‘รอสักครู่’ ซึ่งเป็นคำง่ายๆ ที่เขาพอจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง

จากนั้นบอดี้การ์ดก็เดินเข้าไปในห้องนอนด้านใน ปล่อยให้จี้เฟิงยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นด้านนอกเพียงลำพัง เขาเริ่มกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆห้อง

ห้องพักชุดนี้ดูธรรมดามาก หากมองผิวเผินมันช่างไม่สมกับตำแหน่งผู้จัดการเขตประเทศจีนของมิตซูชิตะกรุ๊ปเอาเสียเลย แต่ถ้าพิจารณาถึงสไตล์การทำงานของคนญี่ปุ่น เรื่องนี้ก็พอจะเข้าใจได้

จะว่าไปแล้วหากละทิ้งเรื่องความแค้นระหว่างเชื้อชาติออกไป แล้วมองเปรียบเทียบกันอย่างเป็นกลาง คนญี่ปุ่นมีคุณสมบัติหลายอย่างที่คนจีนควรศึกษา เช่น ความจริงจังในการทำงาน ถ้าจะพูดให้ดูดีก็คือ ‘ความพิถีพิถัน’ แต่ถ้าพูดให้แย่หน่อยก็คือ ‘ความดื้อรั้น’ ทว่าความดื้อรั้นนี่แหละที่ทำให้พวกเขามีจิตวิญญาณแห่งการค้นคว้า ทำงานอะไรต้องทำให้สำเร็จไม่ยอมเลิกรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเรียนรู้

อีกอย่างที่คนจีนควรศึกษาจากคนญี่ปุ่นก็คือ ‘ความมัธยัสถ์’

ยิ่งเป็นคนญี่ปุ่นที่มีความสำเร็จสูง พวกเขาก็ยิ่งไม่สุรุ่ยสุร่าย ซึ่งต่างกับเศรษฐีใหม่หรือผู้มีอิทธิพลในประเทศจีนหลายคนอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะพวกผู้บริหารรัฐวิสาหกิจบางคนในประเทศจีนที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยราวกับอยากจะถลุงงบประมาณทั้งบริษัทให้หมดไปในคราวเดียว

จี้เฟิงเคยอ่านข่าวหนึ่งว่า ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในเมืองหนึ่งไปเที่ยวมาเก๊าเพียงแค่สัปดาห์เดียว แต่กลับเล่นพนันเสียเงินไปเท่ากับกำไรทั้งปีของบริษัท!

กว่าเรื่องจะแดงออกมาก็ผ่านไปครึ่งค่อนปี เพราะหลุมที่ขุดไว้มันใหญ่เกินกว่าจะปกปิดได้ จนสุดท้ายเรื่องจึงถูกเปิดโปง และนำไปสู่การตรวจสอบ จนพบกลุ่มผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่ยักยอกงบประมาณอีกเพียบ

บางคนถึงขนาดเลี้ยงเมียน้อยไว้เป็นโหล บ้างก็มีคฤหาสน์หรูราคาหลักร้อยล้านอยู่ในต่างประเทศ แค่นี้ก็จินตนาการได้แล้วว่าพวก ‘ท่านผู้เฒ่า’ ที่นั่งชูคออยู่บนยอดหอคอยพวกนั้นฟุ่มเฟือยกันขนาดไหน

เมื่อเทียบกับความเรียบง่ายของคนญี่ปุ่นแล้ว คนพวกนี้ทำให้ชาวจีนทุกคนต้องพลอยอับอายไปด้วย

แต่ในทางกลับกัน ยิ่งคนญี่ปุ่นมีคุณธรรมเหล่านี้มากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งเป็นศัตรูที่รับมือได้ยากขึ้นเท่านั้น ซึ่งทำให้จี้เฟิงยิ่งต้องระวังตัว

“แกร็ก!”

ประตูห้องด้านในเปิดออก ดึงจี้เฟิงออกจากภวังค์ความคิด เขาหันไปเห็นคาโต้เดินออกมาพอดี

“คุณคาโต้ สวัสดีครับ!” จี้เฟิงรีบทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

อย่างไรก็ตาม คาโต้ในตอนนี้ไม่ได้มีท่าทางใจดีเหมือนตอนอยู่ที่หลินจิงคลับอีกแล้ว แต่กลับดูมีอำนาจและวางท่าเย่อหยิ่งราวกับผู้ที่อยู่เหนือกว่า

“นายคือผู้ช่วยของหลี่ซินงั้นเหรอ?” คาโต้จ้องจี้เฟิงครู่หนึ่งก่อนจะถามออกไป

“ใช่ครับคุณคาโต้ สวัสดีครับ... สวัสดี...”  จี้เฟิงยิ้มกว้างพลางเดินเข้าไปยื่นมือขอจับมืออย่างกระตือรือร้น “ขออภัยที่มารบกวนกะทันหันนะครับ!”

คาโต้นิ่งไปวินาทีสองวินาทีถึงจะยอมยื่นมือมาจับด้วย แล้วพูดเสียงเรียบว่า “นายมาหาฉัน มีธุระอะไร?”

เขาไม่แม้แต่จะเชื้อเชิญให้นั่ง แต่กลับจ้องจี้เฟิงด้วยสายตาที่เฉียบคม

จี้เฟิงไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีของคาโต้ เขาเพียงยิ้มแล้วตอบว่า “คืออย่างนี้ครับคุณคาโต้ ผมอยากจะร่วมมือกับคุณในนามส่วนตัวน่ะครับ”

“หืม? งั้นเหรอ?”

คาโต้ทำหน้านิ่งไม่แสดงความเห็น ก่อนจะถามต่อ “แล้วนายอยากจะร่วมมือกับฉันยังไงล่ะ?”

จี้เฟิงยิ้มตอบ “ผมสามารถให้ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์แก่คุณได้ ส่วนสิ่งที่ผมต้องการก็คือ... เงินสักก้อนครับ”

“เหลวไหล!”

คาโต้หน้าถอดสีทันที “นายเห็นฉันเป็นคนยังไง? นี่มันเป็นการดูถูกฉันชัดๆ!”

พูดจบคาโต้ก็สะบัดมือของจี้เฟิงทิ้งอย่างแรง ทว่าเขาไม่ทันสังเกตเลยว่า จากจังหวะที่เขาสะบัดมือนั้น ทำให้จี้เฟิงขยับออกห่างได้อย่างง่ายดาย และในระหว่างกระบวนการนั้น จี้เฟิงก็ได้ติดตั้งเครื่องดักฟังไว้บนตัวของคาโต้เรียบร้อยแล้ว

แม้แต่จี้เฟิงเองก็ไม่คิดว่ามันจะราบรื่นขนาดนี้ ทั้งหมดต้องขอบคุณความ ‘ให้ความร่วมมือ’ ของคาโต้แท้ๆ

“คุณคาโต้ หรือว่าคุณไม่สนใจทีวี 3 มิติของเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์แล้ว?” จี้เฟิงแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ใบหน้ายังแสร้งทำเป็นกระวนกระวาย

“ฉันอยากจะร่วมมือกับเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์จริง แต่มันต้องผ่านช่องทางที่ถูกต้อง ต้องมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ใช้วิธีการต่ำช้าแบบนี้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักธุรกิจที่ดีควรทำ!” คาโต้พูดเสียงเข้ม

“คุณคาโต้!”

เมื่อเห็นคาโต้ปฏิเสธ จี้เฟิงก็ ‘ร้อนรน’ ทันที เขาขึ้นเสียงสูงอย่างรีบร้อน “ต่อให้จะเจรจาร่วมมือกัน การได้รู้ข้อมูลเบื้องลึกของอีกฝ่ายไว้ก่อน มันก็มีประโยชน์ไม่ใช่เหรอครับ? ประเทศจีนเรามีคำกล่าวโบราณว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! ผมให้ข้อมูลของเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์แก่คุณได้ โดยเฉพาะความคิดและแผนการของหลี่ซิน ผู้จัดการทั่วไปของเรา ถ้าเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าคุณจะกุมความได้เปรียบในการเจรจาแน่นอน จริงไหมครับ?”

“พอได้แล้ว!”

คาโต้โบกมือห้าม “นายรู้ไหมว่า สิ่งที่นายพูดกับฉันตอนนี้ ถ้าผู้จัดการของนายรู้เข้าล่ะก็ นายจบสิ้นแน่”

“ฟุ่บ!”

จี้เฟิงลุกพรวดขึ้นทันทีพลางตะโกน “คุณคาโต้ นี่คุณข่มขู่ผมเหรอ? ถ้าเป็นแบบนี้ ผมว่าการเจรจาของเรา ก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินต่อแล้ว! ลาก่อน!”

พูดจบ จี้เฟิงก็ทำท่าจะเดินหนีไป

“หึๆ...”

จี้เฟิงกลับได้ยินเสียงหัวเราะของคาโต้ เขาโบกมือให้จี้เฟิงใจเย็นลง “หนุ่มน้อย อย่าใจร้อนไปหน่อยเลย เรื่องแบบนี้มันต้องพูดคุยปรึกษาหารือกันก่อนสิ นั่งลงเถอะ”

“งั้นคุณต้องสัญญากับผมนะว่าจะไม่บอกเรื่องวันนี้ให้ผู้จัดการของผมรู้!” จี้เฟิงพูดด้วยท่าทางลนลาน “และห้ามบอกใครด้วย!”

“นั่นมันขึ้นอยู่กับว่าเราจะคุยกันยังไง!” คาโต้กล่าว “นายอาจจะยังไม่รู้ ห้องชุดในโรงแรมนี้มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ แถมฉันยังให้คนของฉันเปิดเครื่องอัดเสียงไว้ด้วย ทุกคำที่นายพูดและภาพที่นายมาที่นี่ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว นายคิดดูสิ ถ้าฉันส่งหลักฐานพวกนี้ให้ผู้จัดการของนาย...”

“คาโต้! นายมันต่ำช้าเกินไปแล้ว!” จี้เฟิงแสร้งทำเป็นโกรธจัด

“ต่ำช้างั้นเหรอ? ไม่หรอก! ในสนามธุรกิจไม่มีคำว่าต่ำช้าหรือสูงส่ง มีแค่สำเร็จหรือล้มเหลวเท่านั้น!” คาโต้พูดออกมาโดยไม่มีท่าทีละอายใจแม้แต่น้อย ราวกับว่าสิ่งที่ทำเป็นเรื่องปกติ “แน่นอน คนจีนอย่างพวกนายคงไม่มีวันเข้าใจหรอก นั่นคือเหตุผลที่ทั้งเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศจีนตามหลังญี่ปุ่นเราอยู่ไกลลิบ”

“แก...” จี้เฟิงทำท่าโกรธจัด จนชี้หน้าคาโต้ พลางพ่นลมหายใจแรงๆ เหมือนพูดไม่ออก

“ความโกรธแก้ปัญหาไม่ได้หรอกนะ” คาโต้พูดเสียงเรียบ “แต่ถ้านายยอมนั่งลงคุยกันดีๆ บางทีเราอาจจะหาทางออกร่วมกันได้ นายว่าไงล่ะ?”

สีหน้าของจี้เฟิงเปลี่ยนไปมาดูสับสน ทว่าในใจเขากลับรู้สึกทั้งฉุนทั้งขำ คาโต้คนนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอกจริงๆ ดูท่ามันคงกะจะงาบเถิงเฟยอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ ถึงขนาดไม่ยอมปล่อยโอกาสเล็กๆน้อยๆให้หลุดลอยไป

ตอนนี้ดูเหมือนคาโต้จะมองว่าการมาของจี้เฟิงคือ ‘โอกาสทอง’ และสิ่งที่มันต้องการ คงไม่ใช่แค่การร่วมมือธรรมดาๆเสียแล้ว

แต่ก็นะการที่พูดจาต่ำช้าได้หน้าตาเฉยแบบนี้ หนังหน้าต้องหนาในระดับหนึ่งเลยล่ะ

ที่น่าตลกที่สุดคือ จนถึงตอนนี้คาโต้ยังไม่รู้แม้แต่ชื่อจริงๆ ของเขาด้วยซ้ำ แต่มันกลับคิดว่าตัวเองกุมชะตาเขาไว้ได้หมดแล้ว นี่แหละคือจุดอ่อนที่ชัดที่สุดของคนญี่ปุ่นที่หยิ่งผยองและหลงตัวเอง!

“ตามฉันเข้าไปคุยข้างในห้องนอนเถอะ” คาโต้พูดเสียงเรียบโดยไม่สนใจสีหน้าของจี้เฟิง ก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านใน

ทันทีที่คาโต้หันหลัง มุมปากของจี้เฟิงก็กระตุกยิกๆ เกือบจะหลุดขำออกมา แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นบอดี้การ์ดที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาก็รีบปั้นหน้าเครียดขรึมทันทีเพื่อกลั้นหัวเราะไว้

‘เดี๋ยวจะยอมเล่นด้วยสักหน่อย ดูซิว่าแกจะมีลูกไม้รออยู่อีกเท่าไหร่!’ จี้เฟิงคิดในใจ

คาโต้รับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่า นี่คือโอกาสที่จะใช้จี้เฟิงเป็นเครื่องมือ แต่ในขณะเดียวกัน จี้เฟิงเองก็คิดว่านี่คือโอกาสทองเช่นกันที่จะเข้าถึงตัวคาโต้ ตอนนี้ก็ต้องมาดูกันว่าใครจะฉลาดกว่าใคร และใครจะเป็นคนสุดท้ายที่หัวเราะได้ดังกว่า!

‘คาโต้คราวนี้ฉันจะทำให้นายล้มคะมำ จนลุกไม่ขึ้นเลยคอยดู!’ จี้เฟิงประกาศกร้าวในใจ

....จบบทที่ 1461~

++++++++++++++++

สวัสดีค่ะ ไม่ได้คุยกันนานเลยนะคะ… ก่อนอื่นต้องทั้งขอโทษและขอบคุณผู้อ่านทุกๆท่านด้วยค่ะ

ขอโทษที่การแปลล่าช้า มีหยุดไปบ้าง ลงไม่สม่ำเสมอบ้าง ขออภัยจากใจจริงค่ะ  m(_ _)m

แต่ผู้แปลมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผลงานที่ทำออกมาทุกตอนนั้นทำด้วยความตั้งใจ ตรวจสอบทุกตัวอักษรในทุกๆตอนค่ะ และตอนนี้มีตัวช่วยสำคัญเพิ่มเข้ามาอย่างที่ผู้อ่านหลายๆท่านน่าจะทราบดี ดังนั้นการแปลจะรวดเร็วขึ้นค่ะ การลงก็จะสม่ำเสมอและเป็นเวลามากขึ้น และแน่นอนว่า จะผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวดเหมือนเดิมค่ะ

การแปลของเนตรนารีสีชมพูไม่เคยปล่อยผ่านแบบลวกๆเลยค่ะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีจุดผิดพลาดเลยหรอกนะคะ T_T

แฮะๆ…

และขอบคุณ ผู้อ่านทุกๆท่านที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ ยังคงยืนยันคำเดิมค่ะ ว่าแปลจบแน่นอน และจะทำให้ดีขึ้น ไวขึ้น เพราะผู้แปลเองก็อยากแปลเรื่องนี้ให้จบแย่แล้วววว เจ้าผู้แต่งก็น้ำเยอะเกิ๊นนน <(¬0¬)>

สุดท้ายนี้ ไม่มีอะไรจะมอบให้นอกจากคำอวยพรและเปิดให้อ่านฟรีกันในช่วงปีใหม่แก้แฮงค์กันนะคะ

( ̄x ̄;)

ขอให้ปีนี้ เป็นปีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มนะคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ

จบบทที่ บทที่ 1461 (583) คาโต้ผู้ต่ำช้า (ตอนฟรี สวัสดีปีใหม่)

คัดลอกลิงก์แล้ว