เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 84 ปราสาท (อ่านฟรี)

ตอนที่ 84 ปราสาท (อ่านฟรี)

ตอนที่ 84 ปราสาท (อ่านฟรี)


แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ สายเลือดแห่งมังกร

ตอนที่ 84 ปราสาท

โทไบอัส สเนป กลายเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดตลอด 2 วันที่ผ่านมา เขาโคตรรวยจนอยากซื้ออะไรก็ซื้อ บางทีอาจจะได้บ้านหลังใหม่แล้วทำตัวเป็นเสือนอนกินไปยาวๆ

แต่คนขี้เมามักจะหมกมุ่นอยู่กับของมึนเมาอยู่ดี อันที่จริงเขาเพิ่งเช่าอพาร์ทเมนต์เล็กๆ ในร้านเหล้าเท่านั้นเลย ทำตัวเป็นสิงโตนอนรออยู่โพลงกระต่าย

เขาจะได้ซื้อเหล้าทุกวัน ดื่มมันแทนน้ำเปล่า ถึงขนาดนอนอาบแช่เหล้าเพื่อตอบสนองรสนิยมพิลึกๆ ขอตัวเอง เขามีความสุขที่ทิ้งครอบครัวไว้ข้างหลังและอวยพรให้แม็กนัสทุกครั้งที่ดื่ม

แต่ความสุขของเขาอยู่ได้ไม่นานก็จบลงเมื่อตำรวจมาเคาะประตูบ้าน พวกเขาค้นอพาร์ตเมนต์ของเขาและพบเงินสดจำนวนมาก เห็นได้ชัดว่าน่าสงสัย

ดังนั้นพวกเขาจึงตรวจสอบ และพบว่ามันเป็นเงินของธนาคาร เป็นตัวเลขชุดเดียวกับเงินสดที่โทไบอัสมี มันเป็นชุดตัวเลขที่ยังไม่ได้ออก

เขาจึงถูกควบคุมตัว แม้ว่าเขาจะพยายามบอกว่ามันไม่ใช่เงินของเขา แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ เขาถูกจับได้คาหนังคาเขาแถมมีหลักฐานเพียงพอที่จะจับเขาเข้าคุก ธนาคารไม่ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเลย คงเพราะพวกเขาละอายใจเกินไป พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าธนาคารโดนปล้นไปตอนไหน ตั้งแต่นั้นมา โทไบอัส สเนป ก็หายสาปสูญไปจากสายตาชาวโลก

...

แม็กนัสได้ส่งจดหมายถึงตำรวจในวันที่เขาแฮ็บเงินจากธนาคาร เขารู้สึกไม่ดีที่จะปล้นชาวบ้านคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ดังนั้นเขาจึงฝากเงิน 1 ล้านในบัญชีของตัวเองที่นั่นไว้ก่อน แบบนี้ก็เหมือนเขาเอาเงินของตัวเองไปสร้างเรื่องแค่นั้น

แต่เขาไม่รู้แล้วว่าต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับโทไบอัส เพราะเขากำลังจะไปปราสาทของเขาแล้ว มันอยู่ไกลมากบนชายฝั่งตะวันตกของสหราชอาณาจักร

ต่อให้พวกเขาบินไปก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อไปถึงที่นั่น ไปถึงก็หาตำแหน่งฝั่งที่ว่าไม่เจอ แม็กนัสจึงถามกับรูปภาพเมอร์ลิน

เมอร์ลินเปล่งเสียงอย่างรวดเร็ว “ฮ่าฮ่า แน่นอน เจ้าย่อมหาไม่เจออยู่แล้ว มันเป็นปราสาทของข้านะ นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่ชายฝั่งหรอกนะ แต่เป็นเกาะทั้งเกาะที่อยู่ทางตะวันตกของแผ่นดินใหญ่ทางตอนเหนือ แล้วข้าได้ลงคาถาไว้อย่างเต็มที่ทำให้ไม่เคยมีผู้ใดรู้ว่ามีอยู่

“เดินตามชายฝั่งไปจนเจ้าจะเริ่มรู้สึกซ่าในหัว จากนั้นเจ้าก็เลี้ยวซ้ายข้ามทะเล ไม่ช้า เจ้าก็จะเข้าสู่พื้นที่คุ้มครองที่ลงคาถาเอาไว้ นอกจากนี้ จะดีกว่าถ้าเจ้าเข้าไปก่อน มีเพียงโลหิตของเจ้าจึงจะทำให้เจ้ามองเห็นเกาะ แต่คนอื่นมองไม่เห็น มันเหมือนกับคาถาฟิเดลลิอัสแต่ทรงพลังกว่าและดีกว่ามาก”

เพราะงั้นแม็กเลยทำตามคำสั่ง จากนั้นก็ให้บ็อบบี้ย้ายไปนั่งบนไม้กวาดของรักนาร์ พวกภาพเหมือนเมอร์ลินกับอาเธอร์ยังต้องการให้ออกมาดูพร้อมกับเขาด้วย

หลังจากเดินทางไปทางเหนือตามแนวชายฝั่ง ในที่สุด แม็กนัสก็รู้สึกเสียวแปร๊บในหัว จากนั้นเขาเลี้ยวซ้าย เขาบินต่อไปอีกหลายสิบกิโลเมตร หลังจากผ่านไปกว่าชั่วโมง ในที่สุดเขาก็รู้สึกแปลกๆ ราวกับมีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้าเขา

เขาเตือนเพื่อนของเขาว่า "หยุดก่อน! รอฉันที่นี่แหละ"

เขารู้ว่าที่นี่แหละเป้าหมาย เขามุ่งหน้าไปยังบาเรียอย่างตื่นเต้น เขารู้สึกราวกับว่าเขากำลังผ่านกำแพงที่มองไม่เห็น เขารู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างสแกนเขา ในไม่ช้า ความรู้สึกเสียวแปร๊บในหัวของเขาก็กลายเป็นเสียงนกร้องอย่างมีความสุข

"อย่าบอกนะว่า...เกาะนี้มีความรู้สึกน่ะ?" เขาถามภาพของเมอร์ลิน

"หึหึ ทั้งใช่และไม่ใช่ อย่างดีสุด มันแค่มีการรับรู้ประมาณหนึ่งส่วนสี่ของความรู้สึกเท่านั้น มันไม่เข้าใจความรู้สึกที่ซับซ้อน มันแค่คล้ายมีชีวิตอยู่ในทางใดทางหนึ่ง ไปต่อเถอะ อีกไม่นานก็จะเจอเกาะแล้ว” เมอร์ลินเองก็ดูตื่นเต้นพอๆ กับแม็กนัส

แม็กนัสไม่หยุด เขาทำให้ไม้กวาดของเขาเร็วขึ้น ในที่สุดเขาก็เห็นบางอย่างที่ขอบฟ้า มีจุดดำหลายร้อยจุด

เขาเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ แล้วได้แต่อึ้งตะลึง ตลอดแนวชายฝั่งมีภูเขาลูกเล็กๆ ในระยะเท่าๆ กัน บนภูเขาแต่ละลูกมีรูปปั้นหินขนาดมหึมาสวมชุดเกราะและถือหอก

"โว้ววววว!... พวกมันสุดยอดมาก" แม็กนัสตะโกนด้วยความตื่นเต้น

*ชู่วววววววว...*

ทันทีที่แม็กนัสไปถึงชายฝั่ง รูปปั้นทั้งหมดก็คุกเข่าราวกับกำลังทำความเคารพกษัตริย์

“พวกมันเคลื่อนไหวได้ด้วย?” เขาถาม.

เมอร์ลินตอบว่า “แน่นอน ข้าเรียนรู้มาจากการรักษาการณ์ที่ฮอกวอตส์อย่างหนัก แล้วก็เพิ่มเวทมนตร์เฉพาะตัวของข้าเองไปด้วย เหล่าเซนติเนลที่เจ้าเห็นคือผู้พิทักษ์เกาะแห่งนี้ เป็นปราการแนวป้องกันด่านแรก แล้วอย่าได้ดูเบาสิ่งนี้ พวกมันสามารถขว้างหอกด้วยความเร็วเสียง และตราบใดที่ตัวพวกมันติดอยู่กับพื้น พวกมันก็สามารถเรียกหอกเพิ่มได้เรื่อยๆ”

แม็กนัสทึ่งพวกเขา "นี่... น่าทึ่งมาก คุณเป็นอัจฉริยะ เมอร์ลิน"

“โฮ่ ข้าดีใจที่เจ้าสังเกตเห็น” เมอร์ลินตอบกลับอย่างประชดประชัน

"ข้าพนันได้เลยว่าข้าสามารถเอาชนะพวกมันได้ด้วยดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ของข้า" อาเธอร์ก็เปล่งออกมาเช่นกัน

“แหงฃ่ะ เจ้าทำได้ มันเป็นดาบที่ลงเวทมนตร์ ประเภทเดียวกับเจ้านั่นนั่นแหละ” เมอร์ลินพูดกลับ

แต่แม็กนัสไม่สนใจการทะเลาะวิวาทของพวกเขา เขาวนกลับไปตามเพื่อนของเขามา จากนั้นเขาก็แสดงให้พวกเขาเห็นเซนติเนล พวกเขาก็มองดูด้วยความกลัวเช่นกัน

"เกาะนี้ใหญ่ขนาดไหนเนี่ย?" บ๊อบบี้ถาม

แม็กนัสไม่รู้ เขาจึงหันไปหาเมอร์ลิน เมอร์ลินตอบว่า "อืม... รัศมีประมาณ 200 กิโลเมตรจากจุดศูนษ์กลาง"

ใหญ่แท้...” รักนาร์อุทาน

"บินต่อไปที่ปราสาทเถอะ ยังมีจานหลักรออยู่" อาเธอร์สะกิด

แม็กนัสตั้งหน้าตั้งตารอดูว่าปราสาทจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เนื่องจากเขาได้ยินเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของมัน เขาจึงอยากเห็นมัน และตอนนี้ ความคาดหวังของเขาก็พุ่งขึ้นทะลุท้องฟ้า เพราะเพียงแค่เซนติเนลก็ประทับใจเขามากแล้ว

เมื่อพวกเขาบินผ่านไปเรื่อยๆ พวกเขาเห็นความหลากหลายมากมายในสภาพแวดล้อมบนเกาะ มีภูเขาสูง มีทะเลทรายเล็กๆ มีป่าและทุ่งหญ้า มันเหมือนมีสภาพแวดล้อมของทุกที่บนโลก

"โว้ววววว... รูปปั้นทั้งสองนี้คืออะไรหรอครับ?" แม็กนัสถาม ข้างหน้าเขาคือหุบเขาขนาดใหญ่ ด้านข้างมีรูปปั้นขนาดยักษ์ 2 ตัวซึ่งดูเหมือนคนถือไม้เท้ายักษ์

เมอร์ลินอธิบายอีกครั้ง "นี่คือทางผ่านพ่อมด นอกเหนือจากจุดนี้บนเกาะ เวทมนตร์ทั้งหมดที่มีจุดประสงค์ไม่ดีจะถูกป้องกัน หากเจ้าพยายามทำมัน ทั้งสองจะส่งบทลงโทษที่รุนแรงต่อเจ้า แต่ไม่นับเจ้าเพราะเจ้าเป็นเจ้านาย”

"มันสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเรื่องเวทมนตร์แกล้งกันขำๆ กับเวทมนตร์ที่เลวร้ายจริงๆ ได้ไหมครับ?" รักนาร์ถาม

“แน่นอนว่าทำได้ มิฉะนั้นข้าคงตายเร็วกว่านี้อีกเพราะชอบแกล้งอาเธอร์” เมอร์ลินตอบติดตลก

แม็กนัสและคนที่เหลือเดินผ่านแขนของพ่อมดที่ยกขึ้น พวกเขารู้สึกราวกับว่าพวกเขาเพิ่งถูกปกคลุมด้วยชั้นของเวทมนตร์จากจุดนั้น

พวกเขาเห็นภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงหลากหลายอีกครั้ง แต่สิ่งสำคัญทั้งหมดคือพื้นที่สีเขียวบนเนินเขาเป็นส่วนใหญ่

พวกเขาใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการเข้าถึงใกล้กับจุดศูนย์กลาง มองดูจากระยะไกล พวกเขาเห็นที่ราบสูงขนาดยักษ์ มีรูปร่างเป็นวงกลมตราบเท่าที่พวกเขามองเห็น เมื่อเข้าไปใกล้ๆ พวกเขาพบว่าไม่ใช่ที่ราบสูง แต่เป็นสิ่งที่คล้ายกับที่เห็นบนชายฝั่ง

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น กำแพงขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นจากภูเขาที่แปรเปลี่ยน กำแพงทั้งหมดมียอดเขาหลายยอด และแต่ละยอดมีเซนติเนลขนาดยักษ์ถือดาบอยู่ใกล้หน้าอก ถืออยู่ในท่าทางของอัศวิน ภูเขาแต่ละลูกที่รองรับเซนติเนลก็ถือเป็นปราสาทในตัวเองเช่นกัน

“พวกนี้เรียกว่าอะไรหรอครับ?” สเนปสงสัย

คราวนี้อาเธอร์ตอบว่า "ทั้งหมดนี้เรียกว่า โฮมเซนติเนล เช่นเดียวกับที่อยู่บนชายฝั่ง พวกมันมีไว้เพื่อปกป้องส่วนในของเกาะ พวกมันต่อสู้ได้ดีมาก พวกมันทั้งหมดมีทักษะการต่อสู้ไม่ต่างจากข้า”

แม็กนัสมองรูปปั้นแต่ละตัวด้วยดวงตาเป็นประกาย เจ้ายามยักษ์แต่ละตัวนั้นมีพลังเหมือนอาเธอร์ที่สามารถตัดภูเขาได้

"ทำไมท่านถึงต้องทำพวกเหล่านี้ทั้งหมดล่ะครับ? ท่านต้องการปกป้องเกาะนี้จากใครกัน?” บ็อบบี้ถาม

ทุกคนสงสัยเหมือนกันเมื่อได้ยินคำถาม

เมอร์ลินโวยวาย “หึ แล้วลูกผู้ชายจะมีความทะเยอทะยานบ้างไม่ได้เลยรึ? ข้าแค่อยากสร้างสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับตัวข้าเอง... ข้าเลยลงแรงไปเยอะหน่อย ถึงกระนั้นก็เถอะ ในช่วงเวลานั้นก็มีสัตว์วิเศษมืดที่ดุร้ายและน่ากลัวก็แพร่หลายอยู่มาก ก็นะของมันจำเป็นต้องมี”

“อีกอย่าง พวกเซนติเนลเหล่านี้ไม่มีตนไหนสามารถออกจากเกาะได้ ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงเพื่อความปลอดภัยในบ้าน” อาร์เธอร์กล่าวเสริม

“เอาหล่ะ...ไว้ค่อยถามกันทีหลัง โฮมเซนติเนลพวกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของพื้นที่ปราสาทหลัก เข้าไปอีกนิดเดียวก็จะเห็นจานหลักแล้ว” เมอร์ลินยืนกรานให้พวกเขาเดินทางต่อ

ขบวนคณะนี้มีแม็กนัสเป็นผู้นำ ณ ที่ตรงนี้ภูมิประเทศเป็นสีเขียวชอุ่ม มีทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และภูเขามากมายล้อมรอบ

และแล้ว ในที่สุด แม็กนัสก็มาถึงซุ้มโค้งขนาดใหญ่ มองดูจากระยะไกล เขาสามารถมองเห็นโครงสร้างบางอย่างได้ นั่นน่าจะเป็นกรวยของสิ่งก่อสร้างแน่นอน

แต่เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้ หน้าผากของพวกเขาก็เริ่มมีเหงื่อซึมออกมา ขนาดของสิ่งก่อสร้างนี้เกินความฝันของพวกเขาไปเยอะ พวกเขาเคยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะขนาดของฮอกวอตส์ แต่ที่นี่ ด้านหน้าของอาคารหลังนี้ ซึ่งอาจเป็นปราสาทไม่สิเมืองในปราสาท ฮอกวอตส์ดูเหมือนบ้านหลังน้อยไปเลย

มีกำแพงล้อมรอบรอบพื้นที่ทั้งหมด จากนั้นก็มีปราสาทซึ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นภูเขาหรือแค่สิ่งก่อสร้าง แต่พวกเขารู้สึกว่าเป็นอย่างหลัง

จุดสูงสุดของปราสาทนั้นสูงพอๆ กับภูเขาที่สูงที่สุดในบริเวณรอบๆ และภูเขาเหล่านั้นก็มีหิมะอยู่ด้านบนจริงๆ ขนาดรอบตัวปราสาทก็ยังมีเมฆปกคลุมอยู่ มีผนังสีขาวและหลังคาสีส้ม มีสิ่งก่อสร้างมากมายที่แม็กนัสประเมินว่าเมืองใหญ่ๆ ก็สามารถสร้างขึ้นได้ในนั้น

"นี่ มัน บ้า ไป แล้ว!..." แม็กนัสอุทาน ขนาดมันเป็นอะไรที่บ้ามากไม่ใช่แค่ใหญ่โตมโหราฬบานตะไท มันยังสวยงามและได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..." อาเธอร์เริ่มหัวเราะด้วยความภูมิใจ

“อา ข้าว่าเราคงทำเกินไปหน่อย” เมอร์ลินพึมพำขณะที่ลูบเคราของเขา

“ปราสาทนี้ชื่ออะไรหรอครับ?” รักนาร์ถาม

ในที่สุดอาเธอร์ก็เปิดเผย "ยินดีต้อนรับสู่คาเมลอตที่แท้จริง ทั้งตัวเกาะและปราสาทก็เรียกอย่างนั้น"

แม็กนัสพยักหน้า มันสมเหตุสมผลแล้ว อะไรจะดีไปกว่าคำว่าคาเมลอตล่ะ

"แล้วมีใครอาศัยอยู่ที่นี่ไหมครับ?" แม็กนัสถาม

"ทำไมเจ้าไม่ลองดูด้วยตัวเองล่ะ ถึงยังไงตอนนี้เจ้าก็เป็นเจ้าของมันอยู่ดี" เมอร์ลินตอบด้วยรอยยิ้ม

แม็กนัสพุ่งเข้าไปที่ประตูทางเข้าอย่างตื่นเต้น เขาต้องการเดินไปยังจุดสูงสุดของปราสาท สัมผัสทุกสิ่งที่มีให้ แต่ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในประตูเขตแดน เขาก็เห็นการเคลื่อนไหวบางอย่าง

_____________________________

เพจแปลถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

เหล่าเซนติเนล

ทางผ่านพ่อมด

กำแพงโฮมเซนติเนล

ปราสาทคาเมลอต

จบบทที่ ตอนที่ 84 ปราสาท (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว