เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 146 ออกไป!

บทที่ 146 ออกไป!

บทที่ 146 ออกไป!


บทที่ 146 ออกไป!

“เจิ้งฮ่าวหยู! คุณกล้าพูดจาไร้ยางอายแบบนี้ออกมาได้ยังไง!” ฉินซูเจี๋ยโกรธขึ้นมาทันที

“หากกล้าที่จะพูดโดยไม่คิด ก็ต้องกล้าที่จะยอมรับผลที่จะตามมาด้วย” จี้เฟิงหันไปมองเจิ้งฮ่าวหยูและพูดอย่างเย็นชา ถึงแม้เขาจะได้ยินบทสนทนาระหว่างฉินซูเจี๋ยและจี้ช่าวเหลยทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่จี้เฟิงยังไม่ค่อยเข้าใจนัก และดูเหมือนว่าเจิ้งฮ่าวหยูจะใช้ฉินซูเจี๋ยเป็นหมากในการต่อรองในธุรกิจกับบุคคลอื่นด้วย การกระทำที่ไร้ยางอายของผู้ชายคนนี้มันทำให้จี้เฟิงยากที่จะเชื่อจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดนั้นไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขา เขาจึงนั่งเฉยๆและไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้เจิ้งฮ่าวหยูกลับมาพูดจาดูหมิ่นเขา แล้วทำไมเขาถึงต้องยอมปล่อยให้คนอื่นมาพูดจาใส่ร้ายตัวเองด้วย?

จี้เฟิงทำให้จี้ช่าวเหลยรู้สึกประหลาดใจ ในเจียงโจวไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าเขา แม้ว่าคำพูดนี้จะไม่ได้พูดกับเขาโดยตรง แต่จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าเจิ้งฮ่าวหยูนั้นเป็นเพื่อนของเขา แต่จี้เฟิงยังคงกล้าที่จะพูดจาแบบนี้ต่อหน้าเขา มันเป็นเพราะอะไร?

แต่ฮ่าวหยูไม่แม้แต่จะหยุดคิดหรือสงสัย เขารู้สึกโมโหทันทีที่เห็นว่าจี้เฟิงกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ “ไอ้เด็กปากดี แกรนหาที่ตายเองนะ!”

“ปึง!” ฉินซูเจี๋ยลุกขึ้นยืนและตบโต๊ะด้วยความโกรธ “เจิ้งฮ่าวหยู! คุณมาทำอะไรที่นี่กันแน่?!”

“เหอะๆ” เจิ้งฮ่าวหยูหัวเราะเยาะและพูดอย่างเหยียดหยาม “ฉินซูเจี๋ยทำไมไม่ดูแลไอ้ไก่อ่อนนั่นให้ดีๆหน่อย ปล่อยให้มันมาพูดจาแบบนี้กับฉันได้ยังไง?!”

ฉินซูเจี๋ยมองไปที่เจิ้งฮ่าวหยูอย่างเย็นชา เธอส่ายหัวอย่างช้าๆและพูดว่า  “เจิ้งฮ่าวหยู คุณได้ดูตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าตอนนี้คุณกลายเป็นคนแบบไหนไปแล้ว?!”

“คุณไม่ต้องมากังวลกับสิ่งที่ฉันเป็น อย่าลืมนะว่าเรายังเป็นสามีภรรยากันอยู่ แต่คุณกลับกล้าออกตัวปกป้องชู้ของคุณต่อหน้าสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณอย่างนั้นหรือ?” เจิ้งฮ่าวหยูหัวเราะเยาะและชี้ไปที่จี้เฟิง “เด็กน้อย ศพแกไม่สวยแน่!”

“เจิ้งฮ่าวหยู ถ้าคุณกล้าทำร้ายเพื่อนของฉัน ฉันจะไม่ปล่อยคุณไป!” ฉินซูเจี๋ยรู้สึกโกรธมาก

“เพื่อน? ฮ่าฮ่า~!” เจิ้งฮ่าวหยูหัวเราะเยาะ  “คุณอยากให้เรื่องนี้มันง่ายขึ้นมั้ยล่ะ? คุณแค่ยกเลิกข้อตกลงเรื่องการหย่าของเราและคุณต้องทำสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่พูดถึงหรือมีเรื่องของการหย่าร้างเกิดขึ้นระหว่างเราอีก แล้วฉันก็จะปล่อยไอ้เด็กนั่นไป!”

“ฝันไปเถอะ!” ฉินซูเจี๋ยปฏิเสธอย่างเย็นชา “ฉันอับอายและสุดจะทนกับการที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับคุณ แค่ที่ผ่านมาฉันก็รู้สึกว่าตัวเองทำพลาดมากเกินไปแล้ว แล้วจะให้ฉันทนอยู่กับคนอย่างคุณต่อไปอีกได้ยังไง!”

“ในเมื่อมันเป็นแบบนั้น คุณก็โทษว่าเป็นความผิดของฉันก็แล้วกัน เพราะในอนาคตไอ้เด็กนี่มันอาจถูกรถชนตอนข้ามถนนหรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุอื่นๆก็ได้ใครจะรู้ แล้วเมื่อถึงตอนนั้นคุณก็อย่าหาว่าผมไม่เตือนก็แล้วกัน! หึหึ!” เจิ้งฮ่าวหยูพูดข่มขู่และหัวเราะเยาะ “แต่ถ้าคุณยังยืนยันที่จะหย่าอยู่อีก อย่างน้อยทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของคุณต้องเป็นของผม ถ้าคุณตกลงตามนั้นผมอาจจะพิจารณาปล่อยไอ้เด็กนี่ไปก็ได้!”

“คุณนี่มันหน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ!” ฉินซูเจี๋ยมองเขาด้วยสายตาที่ผิดหวัง “เจิ้งฮ่าวหยู ฉันจะพูดดีๆกับคุณเป็นครั้งสุดท้าย ฉันขอร้องให้คุณออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

“คุณสองคนช่วยใจเย็นๆ นั่งลงดีๆ แล้วค่อยๆคุยกันจะได้ไหม” แม้จี้ช่าวเหลยจะพูดเสียงเบาแต่ใบหน้าจริงจัง ก็ทำให้คนที่ฟังรู้สึกยากที่จะปฏิเสธ

ใบหน้าของเจิ้งฮ่าวหยูอ่อนลงทันที เขาแสดงรอยยิ้มประจบประแจงและนั่งลง “จี้ช่าวเหลย คุณพูดถูก พวกเราควรใจเย็นๆ แล้วนั่งลงพูดคุยกันดีๆ”

“ใครอนุญาตให้คุณนั่ง” จี้เฟิงพูดช้าๆ “เจิ้งฮ่าวหยู ตามที่ผมเข้าใจ สิ่งที่คุณพูดเมื่อครู่คุณหมายความว่าถ้าคุณฉินไม่ทำตามเงื่อนไขของคุณ คุณจะให้ผมประสบอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิต ผมเข้าใจความกล้าดีของคุณถูกต้องหรือเปล่า?”

“เด็กน้อย.. เลิกพูดจาไร้สาระแล้วนั่งหุบปากไปเงียบๆจะดีกว่า เชื่อหรือไม่ว่าฉันสามารถจับนายโยนออกไปข้างนอกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ หรือว่าจะลองมันซะเดี๋ยวนี้เลยดีล่ะ?!” เจิ้งฮ่าวหยูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบหลังจากที่ได้ยินคำพูดไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงของจี้เฟิง ถึงแม้เขาจะเกรงกลัวจี้ช่าวเหลยแต่ไม่มีความจำเป็นใดๆที่เขาจะต้องเกรงกลัวเด็กน้อยอย่างจี้เฟิง

“ไม่เชื่ออ่ะ” จี้เฟิงพูดเบาๆ “แต่ผมเชื่อว่าคนที่จะถูกโยนออกไปข้างนอกคงไม่ใช่ผม แต่น่าจะเป็นคุณ!”

“แกนี่มันวอนตีนดีจริงๆ!” เจิ้งฮ่าวหยูโกรธจนแทบคลั่ง เขาไม่เคยเจอเด็กคนไหนที่ปากดีกล้าต่อล้อต่อเถียงกับเขามาก่อน

จี้เฟิงมองไปที่จี้ช่าวเหลย เขาหยิบบัตรประจำตัวประชาชนของเขาออกมาจากกระเป๋าสตางค์และยื่นให้จี้ช่าวเหลย

จี้ช่าวเหลยขมวดคิ้วทันที เขาลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ยอมรับบัตรประจำตัวของจี้เฟิงมา เมื่อเขาเห็นข้อมูลบนบัตร ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขามองไปที่จี้เฟิงอย่างลึกซึ้งพร้อมกับมีรอยยิ้มอย่างขมขื่นปรากฏขึ้นบนใบหน้า “เจ้าเด็กนี่ นายจำฉันได้นานแล้วใช่มั้ย แล้วยังมีหน้ามานั่งมองพี่ชายตัวเองเฉยๆโดยที่ไม่พูดอะไร สนุกมากล่ะสิ?”

ทุกคนตกใจทันทีเมื่อคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของจี้ช่าวเหลย พวกเขามองไปที่จี้เฟิงและจี้ช่าวเหลยทันทีด้วยแววตาประหลาดใจ

คนที่จี้ช่าวเหลยจะพูดจาอย่างสนิทสนมและเรียกแทนตัวเองว่าพี่ชายเกรงว่าจะมีเพียงสองสามคนเท่านั้นในเจียงโจว

จี้เฟิงชี้ไปที่เจิ้งฮ่าวหยู เขายิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “เขากำลังจะฆ่าผม!”

จี้ช่าวเหลยถอนหายใจและส่ายหัวพร้อมกับมีรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “นายมัน..! เฮ้อ.. นี่มันไม่ต่างจากการที่ให้พี่ชายตบปากตัวเองเลยจริงๆ ฉันจะคิดซะว่าฉันมันโชคร้ายเองที่มาเจอนายในวันนี้..  ฮ่าวหยู! ขอโทษเขาเดี๋ยวนี้!” ในประโยคสุดท้ายน้ำเสียงของจี้ช่าวเหลยนั้นรุนแรงขึ้น

“จี้ช่าวเหลย!” เจิ้งฮ่าวหยูตกใจมาก ทำไมจู่ๆจี้ช่าวเหลยถึงบอกให้เขาไปขอโทษไอ้เด็กเวรนั่น เขากินยาผิดมาหรือเปล่า?

“คุณไม่ได้ยินที่ฉันบอกหรือไง ฉันต้องการให้คุณขอโทษเขา!” ใบหน้าของจี้ช่าวเหลยดุดันขึ้น

จู่ๆเจิ้งฮ่าวหยูก็รู้สึกสั่นสะท้าน ริมฝีปากของเขาสั่นเล็กน้อยแต่สุดท้ายเขาก็เปิดปากและกล่าวออกมาอย่างไม่เต็มใจ “น้องชาย คนเรามันก็เผลอทำเรื่องผิดพลาดกันได้ อย่าถือโทษโกรธกันเลยนะ!”

จี้เฟิงยิ้มมุมปาก “ผมก็กลัวว่าคุณอาจจะทำให้ผมเผลอบ้างเช่นกัน!”

ใบหน้าของจี้ช่าวเหลยสงบนิ่งและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจิ้งฮ่าวหยู เด็กคนนี้คือน้องชายของฉัน ถ้าคุณกล้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ ก็อย่าหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมชั้นจะช่วยอะไรคุณได้ เพราะคุณจะกลายเป็นอาหารปลาในแม่น้ำหวงผู่ด้วยฝีมือของฉัน!”

ใบหน้าของเจิ้งฮ่าวหยูดูบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดเมื่อถูกจี้ช่าวเหลยพูดจาข่มขู่และตำหนิต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดปากโต้เถียงอะไรออกไป ท้ายที่สุดเขาก็ทำได้แค่เพียงผงกศีรษะเบาๆ

“ออกไป!” จี้เฟิงพูดอย่างไม่ไยดี

ทันใดนั้นร่างกายของเจิ้งฮ่าวหยูก็แข็งทื่อ เขามองจี้เฟิงอย่างโกรธแค้นและกัดฟันเดินออกจากห้องไป

จากนั้นจี้เฟิงหันศีรษะไปทางจี้ช่าวเหลยและพูดอย่างจริงจังว่า “คุณฉินเป็นเพื่อนของผม ถ้าเธอมีปัญหาอะไรผมคิดว่าเราควรที่จะปล่อยให้เธอได้แก้ปัญหาด้วยตัวเธอเองก่อนจะดีกว่า”

“ในเมื่อนายว่าอย่างนั้น ฉันจะพูดอะไรได้อีก?” จี้ช่าวเหลยยิ้มอย่างบิดเบี้ยว เขาหันหน้าไปทางฉินซูเจี๋ยแล้วพูดว่า “ซูเจี๋ย ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณยืนยันหนักแน่นได้ขนาดนี้ เป็นเพราะคุณรู้จักกับน้องชายของฉันนี่เอง แต่ไม่ว่ายังไงเรื่องในวันนี้ฉันก็ทำผิดพลาดไปเช่นกัน ฉันไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณ ไว้มีโอกาสฉันจะชดใช้ให้ในภายหลังอย่างแน่นอน!”

ฉินซูเจี๋ยรู้สึกประหลาดใจมาก เขาสามารถทำให้จี้ช่าวเหลยยอมทำตามได้โดยง่าย สรุปว่าชายหนุ่มจี้เฟิงคนนี้เป็นน้องชายของจี้ช่าวเหลยจริงๆหรือ?

“น้องชาย! เราไปหาอะไรดีๆดื่มกันดีกว่า” จี้ช่าวเหลยตบไหล่จี้เฟิงและเดินนำออกไปก่อน

เมื่อได้เห็นสายตาที่ประหลาดใจของฉินซูเจี๋ย อาไห่และคนขับรถหวัง จี้เฟิงจึงทำได้แค่เพียงส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น “ผมเป็นญาติกับจี้ช่าวเหลยก็จริง แต่ก่อนหน้านี้เราไม่เคยเจอกันมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกัน..โดยบังเอิญ  แต่ตอนนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน พี่สาว..ไว้ผมจะติดต่อพี่ในภายหลัง”

ฉินซูเจี๋ยเข้าใจในทันที เธอพยักหน้าด้วยความรู้สึกโล่งใจและพูดว่า “เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง.. พี่สาวคนนี้เป็นหนี้บุญคุณเธอแล้ว และฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆที่มื้ออาหารดีๆต้องถูกทำลายลงเพราะเจิ้งฮ่าวหยู..”

ถึงแม้เธอจะเข้าใจอะไรมากขึ้นแต่ก็ยังมีความสับสนอยู่เล็กน้อยในคำพูดของเธอ แม้แต่ผู้หญิงที่แข็งแกร่งอย่างฉินซูเจี๋ยเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของจี้ช่าวเหลยก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจมาก

จี้เฟิงเข้าใจดีว่าฉินซูเจี๋ยหมายถึงอะไร เขาจึงยิ้มให้ฉินซูเจี๋ยแทนคำตอบ หลังจากที่กล่าวลา คนอื่นๆเรียบร้อย เขาก็เดินออกจากห้องอาหารไป

ทันทีที่จี้เฟิงเดินออกมาจากคลับ เขาก็เห็นจี้ช่าวเหลยและเจิ้งฮ่าวหยูยืนอยู่หน้ารถ BMW x6 สีดำ เจิ้งฮ่าวหยูกำลังพยักหน้าและโค้งคำนับให้จี้ช่าวเหลยด้วยสีหน้าท่าทางขมขื่น ไม่รู้ว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกัน แต่จี้ช่าวเหลยก็มีสีหน้าลำบากใจ เขาพูดพร้อมกับกางมือออกเป็นครั้งคราวแสดงให้เห็นถึงการหมดหนทาง

…จบบทที่ 146~❤️

จบบทที่ บทที่ 146 ออกไป!

คัดลอกลิงก์แล้ว