เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 141 แร่หินหยกที่ราคาสูง

บทที่ 141 แร่หินหยกที่ราคาสูง

บทที่ 141 แร่หินหยกที่ราคาสูง


บทที่ 141 แร่หินหยกที่ราคาสูง

“คุณจี้ คุณจะตัดแร่หินที่นี่เลยหรือเปล่าคะ?” เมื่อจี้เฟิงดำเนินการทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉินซูเจี๋ยก็ไม่ต้องหันไปมองที่อู๋ฉางฉุนที่พยายามจะชวนเธอคุยและภรรยาที่กำลังทำหน้าตาเบื่อหน่ายของเขา เธอจึงใช้วิธีการหลีกเลี่ยงโดยการพูดคุยสอบถามจี้เฟิงโดยตรง

จริงๆแล้วสำหรับฉินซูเจี๋ย เงินหนึ่งล้านนั้นไม่ถือว่ามากเกินไปเพราะด้วยความแข็งแกร่งของบริษัทของเธอ แม้ว่าจี้เฟิงจะไม่สามารถคืนเงินจำนวนนี้ได้นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา รู้หรือไม่ว่าคาดิแลคที่ฉินซูเจี๋ยมีอยู่นั้นมีราคามากกว่าหนึ่งล้านหยวนเสียอีก

ดังนั้นฉินซูเจี๋ยจึงให้ความสำคัญกับหินที่จี้เฟิงเพิ่งซื้อมามากกว่า

“แร่หิน? นี่ไม่ได้เรียกว่าหินหยกหยาบงั้นหรือ?” จี้เฟิงประหลาดใจเล็กน้อย จากที่เขาหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตรวมถึงแหล่งข้อมูลอื่นๆ เขาพบว่าหินส่วนใหญ่ที่มีหยกก่อตัวอยู่ภายในจะเรียกว่าหินหยกหยาบและเมื่อเขาได้ยินคำว่า ‘แร่หิน’ จากปากของฉินซูเจี๋ยเขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ

ฉินซูเจี๋ยยิ้มออกมาทันที “ดูเหมือนว่าคุณจี้จะยังไม่ค่อยเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้เท่าไหร่นัก หินหยาบที่คุณจี้กล่าวถึงก็มีเช่นกัน แต่ก็ค่อนข้างหายาก มีบางส่วนสำหรับคนที่อยู่ในวงการนี้จะเรียกว่าแร่หินหรือไม่ก็หินหยกดิบ แน่นอนว่ามันก็เป็นเพียงแค่ชื่อเรียกที่แตกต่างกันเท่านั้นดังนั้นมันจึงไม่ใช่ปัญหาตราบใดที่ความหมายถูกต้อง”

เมื่อจี้เฟิงได้ฟังคำอธิบายของฉินซูเจี๋ย หัวใจของเขาก็เต้นตูมตามด้วยความอับอาย ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

เหตุผลที่เขารู้สึกอับอายไม่ใช่อะไร แต่นั่นเป็นเพราะพวกคำเรียกต่างๆ อย่างแร่หินและหินหยกดิบ จี้เฟิงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหินหยกหยาบหรือหยกเจไดต์เป็นสิ่งที่หาได้ยากและยังมีชื่อเรียกอื่นๆอีก

ถึงจี้เฟิงจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับหินหยกดีมากนักแต่เขาก็รู้ดีว่าสิ่งที่ฉินซูเจี๋ยพูดนั้นเป็นความจริงและเห็นได้ชัดว่าฉินซูเจี๋ยพยายามพูดอธิบายเพื่อรักษาหน้าของเขาไว้โดยการบอกว่าหินหยกหยาบนั้นเรียกได้เช่นกันเพียงแต่จะหาได้ยากกว่า ด้วยคำอธิบายเหล่านี้จี้เฟิงจึงพอจะเดาได้ว่าฉินซูเจี๋ยเป็นผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการหยกอย่างแท้จริง แล้วมันจะไม่กลายเป็นเรื่องตลกได้อย่างไรที่เขาทำตัวราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญต่อหน้าคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ!

“ฮ่าฮ่า..!”

จี้เฟิงหัวเราะแห้งๆก่อนที่จะพูดว่า “คุณฉิน หินหยาบก้อนนี้มันมีขนาดใหญ่เกินไป ผมไม่สามารถขนย้ายมันกลับไปได้ด้วยตัวเอง ผมเลยตั้งใจว่าจะตัดหินหยาบก้อนนี้ที่นี่เลย แต่ผมได้ใช้เงินทั้งหมดที่มีไปกับหินหยาบก้อนนี้แล้ว ถ้าครั้งนี้ผมแพ้พนัน ผมเกรงว่าจะจ่ายเงินที่เป็นหนี้คุณไม่ได้!”

ทันทีที่คำพูดนี้ออกจากปากจี้เฟิง ฉินซูเจี๋ยจ้องมองไปที่จี้เฟิงเพื่อหาความหมายที่ลึกซึ้งจากคำพูดของเขา เธอเชื่อว่าสิ่งที่จี้เฟิงพูดเป็นความจริงทุกประการ เพราะเขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกเธอในเรื่องนี้ ถึงแม้เธอจะเคยมั่นใจว่าคงจะไม่มีใครกล้าพอที่จะมางานแสดงสินค้านี้ด้วยเงินเพียงหลักหมื่นหยวน อย่างไรก็ตามจากคำบอกเล่าของจี้เฟิง แร่หินก้อนนี้มีราคาสามล้านหยวนและก่อนหน้านี้จี้เฟิงได้ขายหยกเนื้อน้ำได้ชิ้นหนึ่งซึ่งมีมูลค่าราวๆหนึ่งล้านเจ็ดแสนหยวน นั่นหมายความว่าในความเป็นจริง จี้เฟิงมาที่งานแสดงสินค้านี้ด้วยเงินติดตัวเพียงหลักหมื่นหยวนเท่านั้น!

คนที่มีเงินเพียงหลักหมื่นหยวนกล้าที่จะซื้อแร่หินหรือหินหยกดิบในราคาหลักล้านหลังจากที่ชนะเดิมพันเพียงครั้งเดียว เขาโลภกับผลกำไรมหาศาลจากครั้งแรกหรือเขามีความมั่นใจในการซื้อแร่หินก้อนนี้จริงๆ?

เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่สงบนิ่งของจี้เฟิง ฉินซูเจี๋ยก็ยิ้มออกมาทันที ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าจี้เฟิงไปได้ความมั่นใจมาจากไหนแต่เธอก็แน่ใจว่านี่เป็นความมั่นใจของจี้เฟิงจริงๆไม่ใช่แค่ความโลภจากการชนะพนันหินครั้งก่อน

เมื่ออู๋ฉางฉุนที่ยืนอยู่ข้างๆและได้ยินที่จี้เฟิงพูด เขาก็แทบจะกระอักเลือด เขาอยากจะตะโกนด่าออกมาทันทีเมื่อได้ยิน แต่เขาก็ทำได้แค่เพียงก่นด่าและสาปแช่งจี้เฟิงอยู่ในใจ “ไอ้เด็กเปรต มึงมีเงินแค่หนึ่งล้านหยวนแต่กลับกล้ามาประมูลหินหยาบราคาสามล้านแข่งกับกู แถมยังประมูลอย่างไม่ยอมแพ้ เพียงเพราะมีปัญหากันก่อนหน้านี้มึงเลยทำกับกูแบบนี้สินะ!”

และนอกจากนี้เพราะการประมูลแบบลักไก่ของจี้เฟิง และการเสนอราคาที่ยั่วยุความต้องการของอู๋ฉางฉุน จึงทำให้อู๋ฉางฉุนต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึงสองสามล้านหยวน!

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้อู๋ฉางฉุนก็ยิ่งจ้องเขม็งไปที่จี้เฟิงด้วยแววตาอาฆาตแค้น ความเกลียดชังที่รุนแรงทำให้อกของเขาแทบระเบิดจนอยากจะฆ่าจี้เฟิงให้ตายในครั้งเดียว เงินสองสามล้านหยวนถึงแม้มันจะไม่ได้ทำให้เขาถึงกับล้มละลาย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องดีที่จะต้องเสียไปโดยไม่จำเป็นอย่างแน่นอน และถ้ามีเหตุการณ์ทำให้เขาต้องเสียเงินมากกว่านั้นอีกเพียงไม่กี่ล้านหยวนมันก็สามารถทำให้บริษัทของเขาต้องพบกับความยากลำบากได้

อย่างไรก็ตามไม่ว่าอู๋ฉางฉุนจะเกลียดชังจี้เฟิงมากแค่ไหนแต่เขาก็ยังไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะมีฉินซูเจี๋ยอยู่ที่นี่ด้วย และจากสถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างจี้เฟิงและฉินซูเจี๋ยจะค่อยข้างดี อู๋ฉางฉุนจึงทำได้แค่เพียงกลืนความโกรธของเขาลงท้องไป แต่เขาก็ไม่สามารถซ่อนดวงตาที่ฉายความอาฆาตมาดร้ายที่มีต่อจี้เฟิงได้

“คุณฉิน ผมต้องการผ่าแร่หินก้อนนี้ที่นี่เลย” จี้เฟิงไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องสนใจอู๋ฉางฉุน เขาเพียงพูดคุยกันฉินซูเจี๋ยเพื่อจัดการธุระของเขาต่อ

“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็ง่ายนิดเดียว” ฉินซูเจี๋ยยิ้มเล็กน้อย จากนั้นเธอก็กวักมือเรียกพนักงานบริการที่อยู่ไม่ไกล

พนักงานบริการวิ่งเหยาะๆมาทันทีและถามอย่างสุภาพว่า “คุณฉิน มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าครับ?”

ฉินซูเจี๋ยกล่าวว่า “ไปหารถเข็นและส่งแร่หินนี้ไปยังที่ที่มีเครื่องตัดหิน”

จี้เฟิงตระหนักได้ในทันทีว่าในงานแสดงสินค้านี้หากลูกค้าต้องการที่จะตัดแร่หินหรือหินหยาบเหล่านี้ จะมีพนักงานและรถเข็นไว้คอยบริการช่วยขนส่งแร่หินหรือหินหยาบเหล่านี้ไปยังจุดที่มีเครื่องตัดหินโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

“ดูเหมือนว่ายังมีอะไรให้ฉันต้องเรียนรู้อีกมาก!” จี้เฟิงแอบพูดอยู่ในใจ

พนักงานบริการรีบเข็นรถเข็นมา มันเป็นรถเข็นคันเล็กๆที่มีล้อเลื่อนสี่ล้ออยู่ใต้แผ่นเหล็กหนาและมีราวจับสูง เนื่องจากพื้นในลานโกดังเป็นคอนกรีตทั้งหมดมันจึงเป็นเรื่องที่สะดวกมากที่จะดันขึ้น

“คุณฉิน รบกวนคุณมากับผมได้มั้ยครับ ถ้าหากตัดแร่หินแล้วมีเนื้อหยกที่ตรงกับความต้องการของคุณ ผมจะได้ขายให้คุณโดยตรงทันที แต่ถ้าตัดออกมาแล้วไม่มีหยกอย่างที่คิด ผมจะหาเงินมาคืนคุณด้วยวิธีอื่นแทน”  จี้เฟิงพูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าจะคืนเงินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จากแร่หินก้อนนี้ ไม่เช่นนั้นทุกคนคงจะต้องเกิดความสงสัยในเรื่องนี้อย่างแน่นอน จี้เฟิงจึงพูดแบบแบ่งรับแบ่งสู้ให้ดูว่าเป็นเรื่องของการเสี่ยงโชคจริงๆ

ฉินซูเจี๋ยยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “คุณจี้ ฉันว่ามันน่าเบื่อถ้าเราเอาแต่พูดถึงเรื่องเงินตลอดเวลา”

จี้เฟิงยิ้มและพยักหน้า เขาแอบรู้สึกชื่นชมฉินซูเจี๋ยอยู่ในใจ ไม่ว่าสิ่งที่เธอพูดจะเป็นความรู้สึกจริงๆหรือแค่พูดเป็นมารยาท แต่แค่ทัศนคติที่ดีของเธอก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วยรู้สึกดี และเธอก็เป็นนักธุรกิจที่ใจกว้างมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอได้เป็นเจ้าของบริษัทจิวเวลรี่ที่ใหญ่โต

............

“ที่รัก พวกเราจะไปตัดแร่หินกันเลยมั้ย?” เมื่อเห็นว่าจี้เฟิงและคนอื่นๆหายไป ฮูซู่ฉินก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบถามสามีของเธอ แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่มืดมนของสามี เธอก็เริ่มรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของพวกเธอจะผิดหรือเปล่า

“แน่นอน!” อู๋ฉางฉุนตะคอกอย่างเย็นชาและพูดด้วยความโกรธ “ไอ้เด็กโง่นั่นมันซื้อหินหยาบทั้งๆที่ไม่มีลักษณะภายนอกใดๆที่บ่งบอกว่ามีหยกอยู่ข้างในเลย ดังนั้นหินก้อนนั้นจะต้องไม่มีหยกอยู่ภายในอย่างแน่นอน แต่มันก็ยังกล้าที่จะเดิมพันกับแร่หินน่าเกลียดก้อนนั้น แต่นั่นไม่ใช่กับแร่หินที่เราซื้อ หินของเรามีลักษณะที่ดีมาก ดังนั้นพวกเราควรที่จะไปตัดหินในตอนนี้ด้วยเลย!”

ส่วนฮูซู่ฮุ่ยที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆมาพักใหญ่ๆ กำลังจ้องมองไปที่ด้านหลังของจี้เฟิงด้วยความงุนงงและสับสน

เธอเพิ่งเลิกกับจี้เฟิงได้เพียงแค่ปีเดียว แต่เด็กผู้ชายที่เธอคบหาในตอนนั้นเป็นเพียงแค่เด็กผู้ชายที่ไม่รู้แม้แต่หัวนอนปลายเท้าของตัวเอง เขามีเพียงแม่ที่มีอาชีพขายผักจนๆเลี้ยงดูมา ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็เป็นแค่เด็กผู้ชายที่ไร้ความสามารถอย่างที่สุด แต่ตอนนี้เขากลับดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จี้เฟิงคนนี้ดูมีความมั่นใจและมีสีหน้าที่สุขุม แถมเขายังพูดคุยกับประธานฉินผู้หญิงที่โดดเด่นและสง่างามด้วยท่าทีสงบนิ่ง การสนทนาด้วยความรู้สึกเท่าเทียมกันแบบนี้มันคืออะไร?

แม้แต่เรื่องที่จี้เฟิงใช้วิธีการเล็กน้อยเพื่อหลอกล่อทำให้พี่เขยของเธอที่ดูเหมือนจะมีอำนาจล้นเหลือต้องเสียเงินเพิ่มอีกหลายล้าน บางทีพี่สาวของเธอฮูซู่ฉินอาจจะยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ แต่ฮูซู่ฮุ่ยนั้นเริ่มที่จะเอะใจและเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น

ตอนนี้จี้เฟิงคนที่เป็นแค่เด็กผู้ชายยากจนขี้อายและด้อยค่าได้เปลี่ยนไปแล้วหรือ? ฮูซู่ฮุ่ยรับไม่ได้กับความคิดเช่นนี้ในหัวของเธอ สาเหตุที่เธอเลิกกับเขาเพราะเธอรู้ดีว่าไม่มีทางที่เธอจะมีอนาคตร่วมกันกับคนที่ต่ำต้อยกว่าเธอและเป็นได้เพียงแค่ขยะ แต่ตอนนี้จี้เฟิงนั้นเปลี่ยนไปมากเขากลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวที่ดูสุขุมนุ่มลึกอย่างกะทันหันได้อย่างไร? แล้วถ้าเธอยอมรับว่าสิ่งที่เธอเห็นและคิดอยู่เป็นเรื่องจริง จะไม่เท่ากับว่าเธอนั้นโง่และมีปัญหาในการมองคนงั้นหรือ?

“เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่น่าสงสารก็เป็นได้แค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าเท่านั้น ไม่ว่าจะรู้จักคนระดับสูงซักกี่คน ก็ไม่มีวันเปลี่ยนความจริงในเรื่องนี้ได้!” ฮูซู่ฮุ่ยเชื่อในสิ่งนี้

“พี่เขยเราไปตัดหินกันเถอะ ฉันอยากเห็นหยกข้างในหินของพี่เขยแล้ว!” ฮูซู่ฮุ่ยก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วพูดเบาๆ เธอต้องการให้พี่เขยของเธอและจี้เฟิงตัดหินหยาบที่ร้านเดียวกันถ้าเป็นไปตามที่พี่เขยของเธอบอก มีความเป็นไปได้สูงมากที่การพนันหินหยาบของจี้เฟิงจะพบกับความล้มเหลว เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอก็อยากจะเห็นมันด้วยตาของตัวเองว่าจี้เฟิงจะสามารถทำเงินก้อนโตได้อย่างไร! ในขณะเดียวกันเรื่องนี้มันก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทางที่เธอเลือกนั้นมันถูกต้องแค่ไหน!

ในเวลานี้จี้เฟิงและฉินซูเจี๋ยได้มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง เนื่องจากงานแสดงสินค้ามีขนาดใหญ่ จึงมีสถานที่ตัดหินหลายแห่งไว้คอยบริการ และสถานที่ที่จี้เฟิงอยู่ในตอนนี้ไม่เหมือนกับครั้งแรก

ในตอนที่จี้เฟิงมาถึง มีคนสองสามคนอยู่ตรงหน้าเขาและการตัดหินหยาบเพิ่งจะเสร็จสิ้น และสิ่งที่ได้คือหยกสีม่วงชิ้นหนึ่งที่มีน้ำหนักสามถึงสี่กิโลกรัม จี้เฟิงเห็นท่าทางที่ดูหดหู่ของคนข้างๆก็รู้ได้ทันทีว่าเขารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ซื้อหินหยาบก้อนนี้เสียเอง

“คุณจี้ ถึงตาคุณแล้ว!” ฉินซูเจี๋ยยิ้ม

จี้เฟิงพยักหน้าและแอบชื่นชมฉินซูเจี๋ยอีกครั้ง สิ่งที่เธอพูดออกมาคือ “ถึงตาของคุณ” แทนที่จะเป็น “ถึงตาของเรา”  ซึ่งหมายความว่าแม้ว่าพวกเขาจะมาตัดหินด้วยกัน แต่ในความเป็นจริงฉินซูเจี๋ยไม่ได้มีความคิดที่จะมีส่วนร่วมหรืออยากได้หินของจี้เฟิงทั้งๆที่มีเงินของเธออยู่ในนั้นด้วย และยังเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าหนึ่งล้านหยวน แต่เธอกลับแบ่งแยกได้อย่างชัดเจนว่ามันคือในส่วนที่จี้เฟิงหยิบยืม และต่อให้เธอพูดว่ามันเป็นหินของพวกเราและต้องการที่จะมีส่วนในหินนี้ จี้เฟิงก็คงจะไม่สามารถพูดอะไรได้

แต่ฉินซูเจี๋ยก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นนักธุรกิจสาวที่ใจนักเลงและตรงไปตรงมามาก

จี้เฟิงและคนไม่กี่คนจากแผนกตัดหิน ช่วยกันขนย้ายแร่หินหยาบของเขาไปยังเครื่องจักรตัดหินทันทีอย่างรู้งาน

ชายวัยกลางคนจากแผนกตัดหินถามว่า “น้องชาย คุณมีแผนจะจัดการกับแร่หินก้อนนี้อย่างไร?”

จี้เฟิงครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาก็หยิบชอล์กจากด้านข้างขีดเส้นบนแร่หินหยาบและพูดว่า “แค่ตัดไปตามนี้ก็พอครับ”

“โอเค!” ชายวัยกลางคนพยักหน้าและสั่งให้พนักงานคนอื่นๆเตรียมดำเนินการตัดแร่หิน

จี้เฟิงไม่คิดที่จะตัดมันด้วยตัวเองอยู่แล้ว เพราะหยกในแร่หินก้อนนี้ใหญ่เกินไป เขามีประสบการณ์ในการตัดหินเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นเพียงหินหยกหยาบก้อนเล็กๆ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ายุ่งกับการตัดหินในครั้งนี้

แต่ชายวัยกลางคนที่ติดตามฉินซูเจี๋ย พยักหน้าเล็กน้อยและพูดกับฉินซูเจี๋ยด้วยเสียงเบาว่า “น้องชายคนนี้มีสายตาที่ดี!”

ฉินซูเจี๋ยรีบถามกลับ “คุณหมายความว่าอย่างไร?”

ชายวัยกลางคนตอบด้วยเสียงเบา “ลักษณะภายนอกของแร่หินก้อนนี้ของคุณจี้ไม่มีอะไรที่จะสามารถบ่งบอกได้เลย  มันเป็นการพนันหินหยกอย่างแท้จริง และแน่นอนว่าการตัดหินแบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะมีอะไรอยู่ข้างใน ดังนั้นถ้าเป็นคนที่ไม่มีความกล้า เขาจะเลือกวิธีตัดหินทีละนิดซึ่งมันจะใช้เวลานานและลำบากมากแล้วถ้าหากยังไม่พบหยกอยู่ข้างในมันอาจจะใช้เวลาสองถึงสามวันเลยทีเดียว แต่หากใครที่ใจร้อนเลือกตัดในส่วนที่มากเกินไปมันอาจจะทำลายเนื้อหยกที่อยู่ข้างในได้!”

ฉินซูเจี๋ยมองไปที่เส้นชอล์กบนแร่หินแล้วพูดว่า “งั้นหมายความว่า ถ้าตัดตามเส้นที่คุณจี้วาดมันจะเป็นความสมดุลระหว่างการตัดทั้งสองแบบ ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดเวลาและการปกป้องหยกที่อยู่ข้างในอย่างดีที่สุดใช่หรือไม่?”

“ถูกต้อง!” ชายวัยกลางคนพยักหน้า

…จบบทที่ 141~❤️

จบบทที่ บทที่ 141 แร่หินหยกที่ราคาสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว