เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 53 คอมพิวเตอร์ = อนาคต (อ่านฟรี)

ตอนที่ 53 คอมพิวเตอร์ = อนาคต (อ่านฟรี)

ตอนที่ 53 คอมพิวเตอร์ = อนาคต (อ่านฟรี)


แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ สายเลือดแห่งมังกร

ตอนที่ 53 คอมพิวเตอร์ = อนาคต

คืนนั้น หลังการฝึกศาสตร์แห่งจิตใจ แม็กนัสเปิดหนังสือวิทยาการคอมพิวเตอร์และเริ่มศึกษามัน ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น วิธีการสื่อสารกับเครื่องจักร คือการใช้ 0 และ 1 มันเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขาแต่น่าตื่นเต้นมาก

แต่เมื่อเขาอ่านพบว่างานวิจัยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอเมริกา เขารู้สึกเศร้าเล็กน้อย ทำไมคนในประเทศของเขาถึงไม่ลงทุนในเรื่องนี้

~ อืม บริษัท Intel นี้น่าสนใจ พวกเขากำลังจะเปิดตัวไมโครโปรเซสเซอร์ตัวแรกของโลก นั่นคือ Intel 4004 ฉันจะซื้อบริษัทนี้ได้ไหม โอ้! พวกเขากำลังจะเปิดเผยในเดือนนี้? เดี๋ยวก่อน การเปิดเผยต่อสาธารณะหมายความว่าอย่างไร...~

แม็กนัสลุกจากเตียงอย่างหงุดหงิดและเดินออกจากหอนอน สเนปกับรักนาร์หลับไปแล้ว ช่วงนี้น่าจะเกือบตี 1 กิจกรรมทั้งหมดในฮอกวอตส์ได้หยุดลง แต่เขาต้องไปห้องสมุด

"นั่นเจ้ากำลังจะไปไหน?" เมอร์ลินถามทันที

"ไปห้องสมุด ผมต้องการหนังสือเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจ" แม็กนัสกล่าวว่า

“งั้นข้าจะตามไปด้วย ยามค่ำคืนของฮอกวอตส์บางครั้งก็อันตรายมาก” เมอร์ลินเตือนแล้วเดินตามเขาผ่านภาพวาดต่างๆ อาเธอร์กำลังหลับอยู่ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ไปด้วย

แม็กนัสแอบออกจากหอนอนแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องสมุด มีกฏห้ามออกไปข้างนอกตอนกลางคืน และอาร์กัส ฟิลช์ ผู้ดูแลก็อยู่ในรอบนี้ด้วย แต่แม็กนัสไม่ได้กังวลมากนักว่าจะมีใครเห็นเขา ที่สุดแล้วตาเฒ่าเคราดกก็เกือบๆ จะเรียกได้ว่าเป็นญาติเขา

เขาปรากฏตัวที่ห้องสมุด มันถูกปิดแต่คาถา Alohamora ทำหน้าที่เปิดมันได้อย่างง่ายๆ เพราะถึงยังไงส่วนที่ถูกจำกัดยังคงถูกปิดด้วยเวทมนตร์ที่แตกต่างกัน เขาเข้าไปในนั้นแล้วเริ่มมองหาหนังสือ

“อืม ไม่นานนักที่ข้าเคยมาที่นี่ ข้าอ่านหนังสือทั้งหมดที่นี่แล้ว ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีประโยชน์ ของดีเหล่านั้นถูกส่งเข้าไปในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่แล้ว” เมอร์ลินบ่นเสียงดัง

"ที่นี่มีหนังสือเกี่ยวกับมักเกิ้ลศึกษาไหม" แม็กนัสถาม

“ไม่รู้สิ ข้าไม่เคยเห็นอะไรเกี่ยวกับมักเกิ้ลที่นี่เลยนอกจากคัมภีร์ไบเบิล” เมอร์ลินพูดจากภาพที่อยู่ใกล้ๆ

“พระเยซูเป็นพ่อมดหรอครับ?” แม็กนัสถาม

"ข้าไม่รู้ ยุคของข้ามีหลังจากการตายของเขานานแล้ว แม้ว่าข้าจะเชื่อในพระเจ้า แต่ข้าคิดว่าครั้งหนึ่งฉันเคยปะทะคารมกับเขา

เขาดูแก่และใจดี” เมอร์ลินตอบ

แม็กนัสผงะ "ว้าว พระเจ้ามีจริงหรือ ฉันควรจะไปโบสถ์ดีไหม"

“ฮ่าฮ่า ข้าไม่คิดว่าเขาจะสนใจเรื่องนั้นจริงๆ จังๆ หรอก การไปโบสถ์เป็นแนวคิดที่มนุษย์สร้างขึ้น เขาแค่บอกให้เราเป็นคนดีไม่ทำบาปก็โอเคแล้ว” เมอร์ลินชี้แจง

แม็กนัสเริ่มมองหาหนังสือบางเล่ม แต่ไม่มีเลย ไม่มีหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจแม้แต่เล่มเดียว ทั้งหมดที่เขาพบเกี่ยวกับสิ่งนั้นคือประวัติของบริษัทพ่อมดแม่มดบางแห่ง

"ผมจะหาหนังสือพวกนั้นได้ที่ไหนในโรงเรียนฮะ" แม็กนัสถาม

"อืมม... สักครู่นะ... ข้าว่ารู้จักสถานที่หนึ่ง ข้าสร้างมันขึ้นมาเอง ดันลืมมันไปได้ยังไง ไปที่ชั้น 7" เมอร์ลินพูดอย่างรวดเร็ว เขาดูค่อนข้างตื่นเต้น

แม็กนัสไม่ได้ถามว่ามันคืออะไรแล้วทำไมถึงไปที่ชั้นเจ็ด เขามีความไว้วางใจมากพอที่เมอร์ลินจะไม่สร้างปัญหาให้เขา

ในไม่ช้า ตามคำบอกของเมอร์ลิน เขาก็มาถึงทางตัน "แล้วไงต่อ?"

“เอาล่ะ ข้าอยากให้เจ้าคิดถึงหนังสือที่เจ้าต้องการ แล้วเดินกลับไปกลับมาหน้ากำแพงนี้ 3 รอบ” เมอร์ลินสั่งเขา

ตอนนี้แม็กนัสไม่แน่ใจนัก “ในที่สุดคุณก็เลอะเลือนแล้วเหรอ? ผมไม่ใช่อาเธอร์นะที่จะโดนหลอกได้ง่ายๆ”

“เฮ้ เจ้ามีเลือดของข้านะไอ้หนู เจ้าไม่สามารถโง่ได้เหมือนเขาหรอก ตอนนี้ทำตามที่ข้าบอก ข้ารับประกันความประหลาดใจ” เมอร์ลินยืนกราน

เห็นความกระตือรือร้นในน้ำเสียงของเมอร์ลิน แม็กนัสทำตามที่ขอ เขาคิดถึงหนังสือการจัดการธุรกิจทุกประเภทและเดินไปรอบหน้ากำแพงสามรอบ

เมื่อเขาเดินครบสามรอบ เขาก็สังเกตเห็นลวดลายต่าง ๆ ปรากฏขึ้นบนผนัง ดูเหมือนว่าจะเป็นประตู เขาเปิดเข้าไปข้างในเขาเห็นห้องสมุดขนาดใหญ่ มันดูทันสมัยด้วยแสงไฟ ดีไซด์โต๊ะและเก้าอี้บางตัว

เมอร์ลินประกาศ "ยินดีต้อนรับสู่ห้องต้องประสงค์ เรียกอีกอย่างว่าห้องมาๆ ไปๆ ซึ่งจะปรากฏขึ้นเมื่อมีคนต้องการมันมากเท่านั้น ห้องควรจะมีความรู้สึกในระดับหนึ่งเพราะมันเปลี่ยนตัวเองให้ เป็นอะไรก็ได้ที่แม่มดหรือพ่อมดต้องการให้เป็นในขณะนั้น แม้ว่าจะมีข้อจำกัด อยู่บ้างก็ตาม เช่น สร้างอาหารไม่ได้"

“เดี๋ยวนะ มันผลิตอะไรก็ได้ที่ผมต้องการ แม้ว่าผมจะไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับมันก็ตามงั้นหรอ” แม็กนัสถาม

"แน่นอน ข้าต้องใช้พลังสมองทั้งหมดของข้าในการคิดแผนภูมิอักษรรูนเพื่อใช้สร้างสถานที่แห่งนี้ ฉันใช้เวลา 4 ปีในการสร้างและอีก 5 ปีเพื่อทำให้สมบูรณ์แบบ” เมอร์ลินตอบ

"เยี่ยมไปเลย ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริง ห้องนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผมกับกลุ่มใหม่ของผม เอาล่ะ เรามาเริ่มอ่านกันเถอะ" เขาพับแขนเสื้อพลางหยิบหนังสือสองสามเล่ม

เขาอ่านมันสองสามชั่วโมงเพื่อทำความเข้าใจคำศัพท์ทางการเงินทั่วไปมากมาย

"อืม… ห้องต้องประสงค์สามารถจัดทำงบการเงินของบริษัทได้หรือเปล่านะ" เขาสงสัยแล้วตัดสินใจลองทำดู

ดังนั้นเขาจึงออกไปและทำขั้นตอนซ้ำอีกครั้ง เขาคิดเกี่ยวกับงบการเงินปี 1970-71 ของ Intel และรายละเอียดการเสนอขายหุ้น จากนั้นเขาก็เปิดประตู ข้างในมีเพียงไฟล์เดียวที่วางอยู่บนพื้น แม็กนัสหยิบมันขึ้นมาและเริ่มอ่านมัน

[ผู้แปล : อันนี้ผู้เขียนน่าจะลืม ผมจำได้ว่าในห้องต้องประสงค์ถ้าอยากได้อะไร แม้จะอยู่ในห้อง มันก็สามารถเสกขึ้นมาได้เลย ไม่จำเป็นต้องออกจากห้อง]

“โอ้ นี่ดูเหมือนจริงมาก อืม เพราะงั้นพวกเขาจึงมีเงินทุนเหลือน้อยเนื่องจากใช้ไปกับการวิจัยทั้งหมดที่จำเป็น ดีแล้วบางทีฉันอาจจะทำข้อตกลงก่อนกำหนดและซื้อหุ้นก้อนโตในบริษัทได้ ตราบใดที่ฉันได้เป็นคณะกรรมการบริหารรวมถึงได้รู้ความก้าวหน้าใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ฉันก็จะได้เปรียบทุกอย่าง” เขาคิด

ดังนั้นเขาจึงปิดทุกอย่างและตัดสินใจเข้านอน เขาจะเขียนจดหมายถึงบ๊อบบี้ในวันรุ่งขึ้น

...

เช้าวันต่อมา แม็กนัสได้รับจดหมายของบ็อบบี้ที่โต๊ะอาหารเช้า เขากะว่าจะเขียนอยู่แล้ว

แม็กนัสอ่านทุกอย่างพลางรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่บ็อบบี้ตัดสินใจ เขาจึงเขียนจดหมายกลับไป

[จดหมาย]

บ๊อบบี้ หยุดกินของหวานได้แล้ว นายกำลังจะแก่แล้วนะ ทำไมนายดูเป็นทางการจัง เดี๋ยวนะ นายเป็นบ๊อบบี้ตัวจริงป่ะเนี่ย? น้องชายของฉันอ้วนท้วมสมบูรณ์นะ เอาบ๊อบบี้ของฉันไปซ่อนไว้ไหน ฉันสาบาน ไม่ว่านายจะเป็นใคร ถ้านายทำอะไรกับเขา ฉันจะให้นายกินชีสเบอร์เกอร์หนึ่งพันชิ้น และทำให้นายอ้วนขึ้นกว่าเจ้าเด็กเวอร์นอนที่ฉันเห็นในสวนสาธารณะอีก

เอาล่ะตอนนี้ขอเข้าหัวข้อหลัก ฉันโค-ตะ-ระ-รวยเลย บ๊อบบี้ เหมือนพวกอภิมหาเศรษฐีเลยล่ะตอนนี้ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำอย่างไรกับความมั่งคั่งมากมายในตอนนี้ ใช่ชัวร์อยู่แล้ว ฉันจะลงทุนแหงล่ะ และไม่ นายไม่ต้องจ่ายคืน ให้นายถือหุ้นใหญ่ในบริษัท เพราะนายคือผู้ก่อตั้ง ฉันเพิ่งอ่านหนังสือที่นายส่งมา ฉันตื่นเต้นมากเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พอฉันกลับไปเราจะทำงานร่วมกัน

แต่มีอีกอย่างนึง การเริ่มต้นบริษัทตั้งแต่ต้นอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้นฉันว่าจะตัดสินใจลงทุนกับ Intel และค่อยๆ กลืนกินบริษัทนั้นในขณะที่นายค่อยๆ เติบโต Intel กำลังจะเผยแพร่ในเร็วๆ นี้ มองหาหนังสือซะนะหากนายไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร ฉันจะคุยกับทนายความที่ฉันรู้จักที่เป็นทั้งพ่อมดและทนายความ เขาจะช่วยนายทุกอย่าง

ตอนนี้ฉันพบวิธีหาหนังสือทุกประเภทมาอ่าน และได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับธุรกิจนี้ เทคโนโลยีคือหนทางสู่อนาคต น้องชายเอ๋ย ก็เลยตัดสินใจนำเงินก้อนนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ฉันจะลงทุนมากมายในบริษัทต่างๆ ทั่วโลก สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ Futuretek Industries ที่นายกำลังสร้าง แค่ให้ฉันเป็นหุ้นส่วนคนที่สองในบริษัทนั้นด้วยอำนาจยับยั้ง เราจะปฏิวัติโลกนี้ บ๊อบบี้

จนกว่าจะถึงเวลานั้น ฉันจะจัดการส่งเงินให้นายสำหรับโครงการส่วนตัวของนาย อาจจะใช้เวลาซักสองสามวันมั้ง เพราะฉันไม่สามารถออกจากโรงเรียนได้ทุกวัน นายสามารถถามพ่อของฉันได้หากต้องการอะไร และสอนพ่อของฉันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย ฉันเห็นความหมายมากมายของคอมพิวเตอร์ในด้านวิศวกรรม นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแม่ ความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดท้องฟ้าไร้ขีดจำกัด

ฉันตื่นเต้นมากเกี่ยวกับอนาคต

คนที่สอนนายขี่จักรยาน

แม็กนัส

[สิ้นสุดจดหมาย]

_____________________________

เพจแปลถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

จบบทที่ ตอนที่ 53 คอมพิวเตอร์ = อนาคต (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว