เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 จดหมาย​ ​(อ่านฟรี)​

ตอนที่ 35 จดหมาย​ ​(อ่านฟรี)​

ตอนที่ 35 จดหมาย​ ​(อ่านฟรี)​


ดัมเบิลดอร์มาถึงบ้านทรุดโทรมที่สำหรับคนภายนอกไม่รับรู้ว่ามันมีอยู่จริง เนื่องจากมันอยู่ภายใต้คาถาฟิเดลลิอัสเป็นคาถาซ่อนความลับ ซึ่งดัมเบิลดอร์เป็นผู้รักษาความลับแต่เพียงผู้เดียว

แต่ในขณะนั้นมีเพียงน้องชายของเขาเท่านั้น เขามีใบหน้าที่เครียดและเหนื่อยล้า

“ฉันได้คุยกับรัฐมนตรีแล้ว เธอตกลงที่จะหันไปทางอื่น แต่ฉันไม่มีความหวังมากนักว่าเธอจะสามารถดำรงตำแหน่งของเธอได้ ดังนั้นเราต้องดำเนินการโดยเร็ว” ดัมเบิลดอร์เป็นคนเริ่ม

อาเบอร์ฟอร์ธ ดัมเบิลดอร์ น้องชายของอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ยืนขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ “อัลบัส นี่มันเหมือนกรินเดลวัลด์อีกคนหรอ? แล้วทำไมมันถึงเกี่ยวข้องกับนายอีก ฉันเหนื่อยกับเรื่องนี้แล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะไว้ใจนายได้อีกไหม อย่าคิดว่าฉันโง่ ฉันรู้ว่าตัวจริงของเขาเป็นอย่างไร ฉันเห็นเด็กคนนี้ที่ฮอกส์มี้ดหลายครั้งแล้ว”

อัลบัสรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้จากน้องชายของเขาเอง เขารู้สึกเหมือนแก่ขึ้นอีกหลายปี “เขาเป็นแค่เด็ก อาเบอร์ฟอร์ธนายคาดหวังให้ฉันฆ่าเด็กเหรอ? เช่นเดียวกับนักเรียนทั่วไป ฉันให้โอกาสเขาได้เรียนที่ฮอกวอตส์...”

"แต่คุณเห็นเขาเติบโต! นายต้องสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในบุคลิกภาพของเขา แต่นายไม่ได้ทำอะไรเลย!... เพราะอัลบัส เพอร์ซิวาล วูลฟริก ไบรอัน ดัมเบิลดอร์ไม่มีวันผิด ใช่ไหม?

นายก็รู้แต่ไม่กล้ายอมรับ และตอนนี้ดูความยุ่งเหยิงนี้ ผู้บริสุทธิ์กำลังจะตายที่นั่น... คนบริสุทธิ์ อัลบัส..." เขาหุบปากทันทีเมื่อเห็นเสียงคนเข้ามา

“อาเบอร์ฟอร์ธ อย่าเผยเรื่องนี้ให้ใครรู้ ไม่อย่างนั้นมันจะเกิดผลเสียมากกว่าดี” อัลบัสรีบพูด

“ตอนนี้ฉันไม่สนด้วยซ้ำ นายอยากทำอะไรก็ทำเถอะ” เขาพึมพำด้วยความโกรธ

ประตูเปิดออกสมาชิกที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของภาคีเดินเข้า อลาสเตอร์ "แมด-อาย" มู้ดดี้ เพราะเขาสวมดวงตาวิเศษซึ่งเป็นสีน้ำเงินมันเลยทำให้เขาได้รับฉายาว่า "แมด-อาย" ตานี้ทำให้เขามองทะลุอะไรได้หลายอย่างไม่ว่าจะ ไม้ เสื้อคลุมล่องหน และด้านหลังศีรษะ เขาเป็นมือปราบมารที่ดี แต่เพราะเขาจะไม่ค่อยพอใจกับการทำงานของกระทรวง ดังนั้นเขาจึงเข้าร่วมภาคีนี้

ข้างหลังเขามีสมาชิกอีกหลายคน บางคนเป็นคนเก่าแก่ที่ดัมเบิลดอร์รู้จักตั้งแต่สมัยก่อน

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลอยู่ที่นั่นด้วย แต่เธอไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการสั่งการ วันนี้เธอจำเป็นต้องมาที่นี่เพราะต้องถามเรื่องของแม็กนัส

“ดีที่ทุกคนมาที่นี่ กระทรวงจะไม่สร้างปัญหาในขณะที่เราจะต้องประสานงานให้เด็ดขาดในแต่ละการโจมตีของเรา จำไว้ว่าสำหรับโวลเดอมอร์แล้ว ผู้เสพความตายเป็นเพียงสมุนไร้ค่า แต่เราไม่สามารถเสี่ยงชีวิตแบบนั้นได้ จำนวนคนของเราเองก็มีจำกัดอยู่แล้ว” ดัมเบิลดอร์พูดขึ้น

“แล้วเด็กเมอร์ลินคนนั้นล่ะ?” มู้ดดี้ถามทันที

ทุกคนหันมาหาเขาด้วยใบหน้าแปลกๆ รวมถึงดัมเบิลดอร์ด้วย “คุณพูดอะไรน่ะ อลาสเตอร์? แม็กนัสอายุเพียง 11 ขวบ ต่อให้เขาเก่งแค่ไหนเราก็ให้เขามายุ่งไม่ได้ นี่ไม่ใช่สงครามของเขา และเขาควรจะเป็นอนาคตของ โลกเวทมนตร์แห่งอังกฤษ”

มู้ดดี้คำราม "ฮึ่มมม... มอบเด็กนั่นให้ฉันสักหนึ่งเดือน แล้วฉันจะเสกคาถาบางอย่างใส่เขา สุดท้ายเขาจะกลายเป็นนักสู้ที่เก่งกว่ามือปราบมารงี่เง่าทั้งหมด"

มักกอนนากัลโมโหกับความคิดนี้ "ฉันจะไม่ใช้นักเรียนของฉันเป็นเครื่องมือ เขาเป็นนักเรียนของฮอกวอตส์ และเป็นหน้าที่ของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์และกระทรวงที่จะต้องดูแลความปลอดภัยของพวกเขา ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขาฉันจะโทษคุณ”

มู้ดดี้ไม่พอใจและเขาพึมพำอย่างต่ำๆ "เฮ้อ... ตอนนี้สัญชาตญาณความเป็นแม่ของเธอตื่นขึ้นแล้ว... แม่มดแก่"

"พอแล้ว... เรามีเรื่องเร่งด่วนมากกว่าที่จะคุยกันว่าเราควรลากเด็กอายุ 11 ขวบเข้าสู่สงครามหรือไม่" ดัมเบิลดอร์ตะโกนและเริ่มการประชุมต่อ วางแผนที่จะโจมตีผู้เสพความตายที่ไม่ระวังสองสามคน

ณ ลอนดอน,

บ๊อบบี้คิดถึงเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาอย่างที่สุด ทั้งคู่เป็นเหมือนพี่น้องกันตั้งแต่เด็ก พวกเขาไปโรงเรียนด้วยกัน เล่นด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ว่าเขาพึ่งพาแม็กนัสมากเกินไป ตอนนี้เขาอยู่คนเดียวแล้ว

ตอนนี้เขาข้ามชั้น ม.4 ขึ้นมาอยู่ม.5 แล้ว

ที่นี่มันเป็นโรงเรียนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงเพราะโรงเรียนที่เขา เคยเรียนไม่ได้สอนเด็กมัธยมปลาย สิ่งนี้ทำให้เขาประหม่ายิ่งขึ้น เขาเคยได้ยินเรื่องการบูลลี่กันในโรงเรียนพวกนี้ โดยเฉพาะเด็กตัวเตี้ย และเขาก็เตี้ยมากเพราะเขาข้ามจากป.6 และ ม.1 ไปแล้ว ตอนนี้เขาข้ามม.3 ไปแล้วด้วย ดังนั้น ในขณะที่เขาควรจะอยู่ม. 1 แต่เขาอยู่ม.5 ตั้งแต่อายุ 11 ขวบ ขณะที่นักเรียนมัธยมปลายโดยเฉลี่ยอายุ 14 ปีเป็นอย่างน้อย

*ถอนหายใจ* ด้วยใบหน้าที่มุ่งมั่นเข้มแข็ง เขาต้องเตรียมพร้อม

“นายทำได้ บ๊อบบี้” เขาเชียร์ตัวเอง

*ติ๊งต่อง*

เขารีบวิ่งลงไปข้างล่างเพื่อดูว่าใครเป็นแม่ของเขาที่กำลังง่วนอยู่ในครัว

“โอ้ ไคเลอร์ ส่งจดหมายวันนี้เหรอฮะ?” บ๊อบบี้รู้จักผู้ชายคนนี้ บุรุษไปรษณีย์ผู้ซื่อสัตย์ ลูกสาววัย 5 ขวบของเขาประสบอุบัติเหตุทางถนนครั้งใหญ่และเขาไม่มีประกัน ดังนั้น ด้วยความช่วยเหลือจากความรู้ที่แม็กนัสสอน เขาจึงสมัครเข้าร่วมการแข่งขันการสะกดคำและคณิตศาสตร์หลายรายการ เขาชนะการแข่งขันแล้วมอบเงินให้บุรุษไปรษณีย์ เพื่อที่เขาจะได้จ่ายค่ารักษาลูกสาวของเขา

นี่เป็นสิ่งที่แม็กนัสสอนเขา เขาเคยกล่าวไว้ “บ๊อบบี้ ตอนนี้นายจะฉลาดขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉันแน่ใจว่าพื้นฐานของนายแข็งแกร่งแล้ว แต่คนส่วนใหญ่มีความรู้มาพร้อมกับความเย่อหยิ่ง ดังนั้น ฉันอยากให้นายอย่าหยุดถ่อมตัว ช่วยเหลือใครก็ตามที่นายทำได้ จริงๆ แล้วฉันเคยอ่านเรื่องนี้ในหนังสือมันฟังดูดีมาก ฉันเลยจำมันได้”

ไคเลอร์ยิ้มเมื่อเขาได้รับแรงกระตุ้นจากเด็กคนนี้ สำหรับเขา บ๊อบบี้เป็นเหมือนเทวดาตัวน้อย สำหรับผู้ชายที่มีรายได้น้อยพอๆ กับเขา ความช่วยเหลือที่บ๊อบบี้มอบให้ถือเป็นสิ่งที่มาจากสวรรค์

“จริงสิครับลูกกสาวผมเพิ่งเห็นคุณสัมภาษณ์วันนี้นี่เอง คุณเพิ่งข้ามชั้นม.4 หรอครับ? คุณคงต้องฉลาดมาก” ไคเลอร์กล่าว

บ๊อบบี้เกาหัวอย่างงุ่มง่าม “อืม ผมก็เรียนข้ามชั้นตอนป. 6 กับม.1 เหมือนกันฮะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตอนนี้ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงทำให้มันใหญ่โต”

“ลูกสาวของฉันบอกว่าเธออยากจะฉลาดเหมือนคุณสักวันหนึ่ง” เขากล่าวเสริมอย่างตื่นเต้น

บ๊อบบี้พยักหน้า “ก็… คำแนะนำของผมนะ คณิตศาสตร์สำคัญมาก อย่าปล่อยให้เธอเกียจคร้านนะครับ” จากนั้นเขาก็รับจดหมายเดินเข้าบ้านไป เขาอ่านว่ามันมาจากไหน และเพียงแค่ดูที่พื้นผิวของกระดาษ เขาก็รู้ว่ามันมาจากไหน

เขาเดินไปยิ้มไปแล้วเปิดจดหมาย

*แปะ*

ช็อกโกแลตแท่งเล็กๆ หล่นลงมา "บ๊อบบี้ ชิมดูสิ มันวิเศษมาก ช็อกโกแลตที่ดีที่สุดที่ฉันเคยกินมาในชีวิต พวกเขาบอกว่ามันทำมาจากนมของสัตว์วิเศษ"

"ฮ่าฮ่า" เขาอ่านคำแรกแล้วยิ้ม เขาหยิบแท่งขนมขึ้นมาและกินมัน

"อืม รสชาติมันวิเศษมาก ทุกคำที่กัดก็รู้สึกแตกต่าง" เขาพึมพำกับตัวเอง

[ในจดหมาย]

บ็อบบี้ น้องชายฉัน ฉันพบว่าตัวเองอยู่ในปลักโคลนที่แย่กว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก ฉันค้นพบพลังของฉันแล้วรู้ว่าทำไมฉันถึงเห็นรูปนั้นอยู่คนเดียว แต่ฉันไม่สามารถบอกนายได้ในจดหมาย เพราะมันอาจทำให้ชีวิตนายตกอยู่ในอันตราย

แต่รู้ไว้เถอะว่าฉันติดอยู่กับกลุ่มคนเหยียดคนที่ต้องการใช้ฉันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน มีผู้มีอำนาจเบื้องหลังฉันด้วย แต่ตอนนี้ ฉันยังปลอดภัยอยู่ในรั้วโรงเรียน

อีกอย่างฉันก็เจอเพื่อนใหม่ด้วย เขาชื่อรักนาร์ เขาถูกรังแก ฉันเลยรับเขาเข้ามา มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งชื่อเซเวอรัส เขาแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งแต่เขาขี้ระแวง เขาคิดว่าฉันชอบผู้หญิงของเขา ดังนั้นเขาจึงโกรธฉัน เด็กส่วนใหญ่ที่นี่ล้วนแต่เป็นพวกพังๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ฉันยังพบว่าฉันห่วยในวิชาปรุงยา เพราะงั้นนายสบายใจได้ว่าฉันไม่ได้พวกเพอร์เฟ็กไปซะทุกอย่าง ฮิฮิ…

เรื่องนั้นช่างมันก่อน โรงเรียนของนายน่าจะเปิดเทอมแล้ว ฉันรู้ว่านายกำลังไปที่ไหน มันเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กที่ไอคิวสูง นายจะได้พบกับพวกสมองอันชาญฉลาดมากมายที่นั่น พัฒนาตัวเองต่อไป เพราะสิ่งที่ฉันได้ค้นพบเกี่ยวกับมรดกของฉันจะระเบิดสมองของนายเป็นจุนแน่ แต่ในอนาคตฉันต้องการความช่วยเหลือจากนายอีกมาก เพราะฉันรู้ว่าฉันไว้ใจนายได้ ดังนั้น ฉันหวังว่าเมื่อเราไปถึงจุดนั้น เราทั้งคู่จะโคตรเมพ

อีกอย่าง อย่าบอกเรื่องนี้กับแม่ฉันนะ ไม่งั้นเธออาจจะมาที่นี่แล้วฆ่าอาจารย์ใหญ่หนวดเคราหนาของฉัน

นี่พูดจริงนะ... ฮะๆ... อ่ะล้อเล่น ฉันไม่เคยเขียนจดหมายอย่างเป็นทางการ

ขอแสดงความนับถือ คนที่หวดก้นนายตอนประถม

นอกจากนี้ จดหมายฉบับนี้จะระเบิดภายใน 5 วินาที..."

[จดหมายสิ้นสุด]

ทันทีที่เขาอ่านบรรทัดสุดท้าย เขาก็โยนทิ้งทันที แต่ผ่านไป 6 วินาทีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ฮ่าฮ่าฮ่า..." เสียงหัวเราะต่ำๆ ดังขึ้นไม่นานกระดาษก็กลายเป็นขี้เถ้า

บ๊อบบี้หัวเราะ อารมณ์ของเขาดีขึ้นมาก แต่แล้วเขาก็ขมวดคิ้ว “ไอ้เวรเอ๊ย… ทีนี้ฉันก็ต้องมาทำความสะอาดห้องอีกรอบ”

_____________________________

เพจแปลถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

จบบทที่ ตอนที่ 35 จดหมาย​ ​(อ่านฟรี)​

คัดลอกลิงก์แล้ว