เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 เพื่อน (อ่านฟรี)

ตอนที่ 34 เพื่อน (อ่านฟรี)

ตอนที่ 34 เพื่อน (อ่านฟรี)


หลังจากคุยกับเมอร์ลินแล้ว พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังคุกใต้ดินสลิธีริน

“นายรู้ไหมว่ารูมเมทเราเป็นใคร” แม็กนัสถาม

แร็กนาร์ปฏิเสธว่า "ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อเช้าฉันตื่นขึ้นมา เขาก็ไปก่อนแล้ว"

“งั้นมาดูกันว่าเป็นใคร” เขาตัดสินใจและเดินไปที่หอพัก

แต่ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในห้องนั่งเล่นรวม พวกเขาได้รับการปรบมือดังลั่นนานกว่าหนึ่งนาทีก็ยังไม่หยุด

ตามที่คาดไว้ ผู้นำของกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ นี้คือลูเซียส เขาก็ปรบมือเช่นกันแต่ช้าดูดีกว่าคนอื่นๆ หน่อย

"นายคือสลิธีรินของแท้ เพนดราก้อน นายได้รับ 60 คะแนนตั้งแต่วันแรก" ลูเซียสพูดพลางเลียแม็กนัส

~ผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรจากฉันกันแน่~ แม็กนัสสงสัย

"จริงๆ แล้ว 55 อีก 5 คะแนนได้รับมาจากแร็กนาร์" แม็กนัสแก้  ทำให้แรกนาร์ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเขา เขาไม่ชอบอยู่ในความสนใจของพวกอสรพิษที่กระหายอำนาจเหล่านี้

“ใช่ คุณโอโรบอส ก็ทำได้ไม่เลวเช่นกัน นักเรียนสลิธีรินทุกคนควรเรียนรู้จากนาย พวกเราเกิดมาเพื่อเป็นชนชั้นสูง อนาคตเราไม่สามารถปล่อยให้บ้านของเราเสียถ้วยได้” ลูเซียสพูดราวกับว่าเขาเป็นผู้นำของบ้าน

“ถ้านายมีความสามารถขนาดนี้ สักวันหนึ่งนายจะได้พบกับคนที่ยอดเยี่ยมมากที่ฉันรู้จัก เขารู้จักนายคอยเฝ้าดูการแสดงของนายอยู่” ลูเซียสพูดทันที

แม็กนัสแค่พยักหน้า แล้วออกไปที่หอพักของเขา ~ใครกันล่ะที่จับตาดูฉันอยู่? *เฮ่อ* อย่างที่คาดไว้ สิ่งต่างๆ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ฉันต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองและสังคมของโลกแห่งเวทมนตร์~

พวกเขาเข้าไปในห้องและในที่สุดก็เห็นว่าใครคือรูมเมทของพวกเขา

"หือ ...เคาะประตูก่อนเข้ามา นั่นเป็นมารยาทพื้นฐาน" สเนปเหว

แม็กนัสหัวเราะเบาๆ “ฉันไม่ต้องเคาะเพื่อเข้าไปในห้องของฉัน ใช่ แถมนั่นก็เป็นเตียงของฉันด้วย”

ใบหน้าของสเนปแดงก่ำด้วยความอับอาย เพื่อรักษาหน้าของเขา เขาชี้ไปที่แร็กนาร์ "ฉันกำลังคุยกับเขา"

แร็กนาร์ผงะ เขาจับหน้าอกแล้วตอบว่า "ฉันหรอ? ฉันก็อยู่ในห้องนี้เหมือนกัน"

แม็กนัสกุมขมับตัวเองแล้วตรงไปที่เตียงของสเนป นั่งลงห่างจากเขาในระยะที่เหมาะสม

“เพื่อน นายมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? หยุดทำท่าทำทางอวดดีแบบนี้ได้แล้ว นายได้อะไรจากการทำเป็นว่าตัวเองดูสูงส่งและยิ่งใหญ่หรือไง? ฉันกำลังเรียนหนังสือของพวกชั้นปีที่ 5 แล้วดูเหมือนว่าฉันจะอยู่ในตระกูลเวทมนตร์ที่มีอายุไล่เลี่ยกับโรงเรียนแห่งนี้

“แต่ฉันก็ไม่ได้ทำตัวหยิ่ง นายรู้ไหมว่าทำไม? เพราะฉันเติบโตมาในครอบครัวที่ต่ำต้อย เกิดมาจากพ่อแม่ที่คุณทุกคนเรียกว่ามักเกิ้ล” แม็กนัสสอนเขา เขาติดอยู่กับหมอนี่อย่างน้อยก็ 3 ปี อาจมีทางทำให้พวกเขาเป็นเพื่อนกันก็ได้

ดูเหมือนจะสเนปตกใจด้วยเหตุผลบางอย่าง “เดี๋ยวนะ นายเป็นพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลงั้นหรอ?”

“ใช่ ฉันเอง นายมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” แม็กนัสถามด้วยสายตาจับผิดเขา

“เปล่าๆ ฉันคิดว่านายมาจากตระกูลโบราณมีสายเลือดที่เก่าแก่มาก แล้วนายเป็นลูกหลานของเมอร์ลินได้ยังไง” สเนปถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างแท้จริง

“ไม่รู้สิ มันอยู่ในสายเลือด นอกจากนี้ เมอร์ลินยังเป็นมักเกิ้ลโดยกำเนิด มีพรสวรรค์พิเศษด้านเวทมนตร์” เขาอธิบายแล้ว

“แล้วทำไมพวกเขาถึงปฏิบัติเหมือนเป็นท่านลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่สักคนล่ะ?” สเนปถาม

“เพราะฉันเป็นสินค้ายอดนิยมไง พวกเขาปรนเปรอฉันก่อนจะเชือดฉันเพื่อบูชายัญ นายไม่รู้หรือว่าอิทธิพลของคำว่า ‘เมอร์ลิน’ หรือไง? ถ้าพวกเขามีฉันอยู่เคียงข้าง พวกเขาสามารถใช้ชื่อของฉัน ชื่อของเมอร์ลิน เพื่อประโยชน์ของพวกเขาได้ นอกจากนี้ ฉันคิดว่าหลายคนเชื่อว่าฉันเป็นพวกเลือดบริสุทธิ์

“ฟังนะ เซเวอรัส เราอยู่ในบ่ออสรพิษ ไม่มีใครสามารถเชื่อถือได้เพราะงั้นนายต้องทำเพื่อตัวนายเอง ทุกคนที่นี่ต้องการก้าวหน้าในอาชีพหรือมั่งคั่งด้วยการเหยียบย่ำคนอื่น จำไว้ นี่คือสลิธีริน” แม็กนัสกล่าวทิ้งท้าย

“นั่นหมายความว่าฉันก็ไว้ใจนายไม่ได้เหมือนกัน” สเนปแย้ง

แม็กนัสยิ้ม “ฮ่าฮ่า นายลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในพิธีคัดสรรง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง? หมวกบอกว่าฉันเข้ากับบ้านทั้งสี่หลังได้ กล้าหาญ เจ้าเล่ห์ ซื่อสัตย์ และเฉียบแหลม ฉันได้รับมันทั้งหมด มีอีกอย่างนึงที่นายต้องจำไว้นะเซเวอรัส สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือการทรยศ และฉันจะไม่ทรยศต่อเพื่อนหรือครอบครัวของฉัน ที่เหลือขึ้นอยู่กับนายว่าจะตัดสินใจยังไง เอาเลย แร็กนาร์ นายผอมกะหร่องเกินไป ฉันแอบเอาขนมมาให้นาย”

“อะไรเล่า ฉันไม่ได้ผอมขนาดนั้นซะหน่อย” แร็กนาร์ตอบโต้

เสียงเหล่านั้นค่อยๆ จางหายไปจากหูของสเนปในขณะที่เขาครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่เขาค้นพบในวันนี้คือแม็กนัสฉลาดมากในด้านไหวพริบ มันมากกว่าที่เขาแสดงให้ทุกคนเห็น ส่วนใหญ่มองว่าเขาเป็นเด็กไร้เดียงสา แต่ตอนนี้เขาไม่เชื่อแล้ว

สิ่งที่เขาจำได้ตลอดชีวิตจนถึงตอนนี้คือ พ่อที่ทำร้ายแม่ เขาสงสัยอยู่เสมอว่าทำไมแม่ของเขาถึงต้องแต่งงานกับพ่อของเขาด้วย มันไร้สาระสิ้นดี เธอมาจากตระกูลเลือดบริสุทธิ์ที่น่าเคารพนับถือ เขามักสงสัยอยู่เสมอว่าทำไมเธอถึงไม่เคยตอบโต้ ถึงแม้จะมีพลังอำนาจพอที่จะทำเช่นนั้น?

จากนั้นสายตาของเขาก็สบเข้ากับแม็กนัส เด็กผู้ชายที่มีทุกอย่าง พ่อแม่ที่ดี หรือบางทีอาจมีเงิน แถมตอนนี้ยังได้รับอิทธิพลจากมรดกของเขาด้วย แต่เขายังคงอ่อนน้อมถ่อมตน เขาโง่เกินไปหรือนี่แค่เป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา

จนถึงตอนนี้ เพื่อนคนเดียวของเขาคือหนังสือกับลิลลี่ เอฟเวนส์ แถมตอนนี้เหลือแต่หนังสือ ช่างน่าเศร้าที่พวกนั้นไม่เคยสนใจคำพูดของเขา

ความคิดของเขาถูกขัดจังหวะเมื่อเขาได้ยินแม็กนัสคร่ำครวญกับแร็กนาร์

"แร็กนาร์ บอกความลับของนายมานะ ฉันจำสูตรยาทุกสูตรได้ แต่ผลที่ได้ก็แค่ค่าเฉลี่ย ทำไมเป็นงั้นล่ะ?" แม็กนัสถาม

แร็กนาร์เกาหัวไม่รู้จะพูดอะไร "ไม่รู้สิ ฉันก็ทำตามสูตรนะ อาจมีปรับเปลี่ยนไอ้นั่นนิดไอ้นี่หน่อยแค่นั้น ฉันคิดว่าสิ่งที่นายขาดคือความรู้ทางกายภาพ ส่วนผสมทั้งหมดทำงานอย่างไร ผสมแล้วทำปฏิกิริยาอย่างไรล่ะมั้ง?"

"เพราะการเคลื่อนไหวของมือนาย ... "

แม็กนัสกับแร็กนาร์หันหัวไปทางสเนปที่พูดขึ้น

“หมายความว่ายังไง ฉันหันมือในหม้อตามที่เขียนไว้ในหนังสือ” แม็กนัสเถียง

"ความเร็วของการเคลื่อนไหวของมือและจังหวะก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน มันแตกต่างกันไปในแต่ละชนิดของยา จากส่วนผสมนึงสู่ส่วนผสมนึง ฉันเชื่อว่าแร็กนาร์น่าจะรู้เรื่องนี้" สเนปถาม

แร็กนาร์คิดว่า "อืม ก็ไม่น่าผิดไปจากที่นายว่า ฉันปรับความเร็วมือของฉันเอง แต่ฉันทำโดยสัญชาตญาณล้วนๆ ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ"

สเนปรู้สึกถูกโจมตีเป็นการส่วนตัว “ถ้าอย่างนั้น นายก็อาจจะเป็นปรมาจารย์ปรุงยาที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ได้”

แม็กนัสหัวเราะเบาๆ “ฮ่าๆ แต่เขาห่วยเรื่องคาถา แต่ว่าแร็กนาร์ อย่าลืมมิตรภาพของเราล่ะหากนายเป็นปรมาจารย์ด้านการปรุงยาอันดับต้นๆ ขอร้องทำให้ฉันฟรีเป็นครั้งคราว ขอแค่น้ำยานำโชคนิดหน่อยพอ”

แร็กนาร์หัวเราะเบาๆ "แน่นอน ฉันจะให้ส่วนลดนาย 100 เปอร์เซ็นต์ไปเลยเป็นไง"

แม็กนัสพยักหน้า เขามองไปทางสเนป “ถ้านายรู้เรื่องนี้ แสดงว่านายก็จะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญการปรุงยาด้วย ฉันว่าฉันจะเรียนรู้จากนายละกัน และฉันคิดว่าฉันจะเลิกมุ่งกับเรื่องนี้แล้ว ฉันไม่มีเวลามากพอที่จะสนใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ฉันพอใจกับฝีมือดาดๆ นี่แล้ว”

"เราสอนนายได้" แร็กนาร์แนะนำและมองไปที่สเนป

“ได้สิ ถ้าเขาสอนเราเรื่องการแปลงร่าง” สเนปพูด

“ดิล” แม็กนัสตกลงทันที ทำให้สเนปตกตะลึง

~ทำไมเขาถึงบอกความลับของเขาง่ายจัง~ สเนปคิด

...

ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์,

ยูจีเนีย เจนกินส์รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์มาพบอาจารย์ใหญ่ผู้ชรา เธอได้รับจดหมายตอบกลับมาเพียงคำเดียว "ใช่"

แต่เธอจำเป็นต้องรู้มากกว่านี้ เธอจึงมาที่นี่เป็นการส่วนตัว

“เขาเป็นลูกหลานของเมอร์ลินจริงๆ เหรอ?” เธอถามอย่างตรงไปตรงมา

“ใช่ เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น ผมว่าตอนนี้คุณคงเคยได้ยินเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ราชินีมักเกิ้ลกำลังเผชิญอยู่” ดัมเบิลดอร์ถาม

ดวงตาของรัฐมนตรีเจนกินส์เบิกกว้าง “เขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรอคะ?”

ดัมเบิลดอร์พยักหน้า “ไม่ใช่แค่เมอร์ลินที่เขาเกี่ยวข้อง กษัตริย์อาเธอร์เองก็ด้วย”

เขาให้ความสำคัญกับคำพูดต่อไปของเขา "เขาเป็นกษัตริย์ที่ถูกต้อง"

รัฐมนตรีเจนกินส์ตัวสั่นขณะที่เธอเดินไปสองสามก้าวแล้วนั่งลงบนเก้าอี้

“มีกี่คนที่รู้เรื่องนี้” เธอถาม

"น้อยมาก" ดัมเบิลดอร์ตอบ

เธอสูดลมหายใจยาว “อิทธิพลที่เขาจะมีต่อโลกเวทมนตร์นั้นเป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการ ตอนแรกก็เมอร์ลินและตอนนี้เป็นอาเธอร์อีก พวกนั้นจะตามล่าเขาเหมือนไฮยีน่า”

“นั่นคือเหตุผลที่เราต้องปกป้องเขา” ดัมเบิลดอร์แนะนำและเข้ามาใกล้เธอด้วยใบหน้าจริงจัง

“ผมได้คุยกับเขาเป็นการส่วนตัวแล้วก็เล่าสถานการณ์ให้เขาฟัง ท่านรัฐมนตรี ถึงเขาเป็นเด็กน่ารัก แต่เขาพูดชัดเจนว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขา เขาจะไม่ลืม” ดัมเบิลดอร์กล่าว

"ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้มือปราบมารปกป้องพวกเขา" เธอตัดสินใจ.

"ไม่! คุณต้องไม่ทำอย่างนั้น" ดัมเบิลดอร์รีบหยุดเธอแล้วพูดต่อ

“ผมจะส่งคนของผมไปคุ้มกันพวกเขาเอง กระทรวงถูกแทรกแซงแล้ว” เขาพูดอย่างเคร่งขรึม

รัฐมนตรีเจนกินส์ลุกขึ้นด้วยความโกรธ "คุณรู้ไหมว่าองค์กรของคุณเป็นองค์กรที่ผิดกฎหมาย"

“ใช่ แต่มันจำเป็น เมื่อกระทรวงถูกบังคับให้ประนีประนอม เราไม่มีทางเลือก เราต้องตอบโต้” ดัมเบิลดอร์เอ่ยด้วยเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย

รัฐมนตรีดูไม่มั่นใจทันที “คุณรู้ไหมว่าช่วงนี้ฉันถูกกดดันแค่ไหน? กับเรื่องมักเกิ้ลที่ตายเพิ่งตายทุกคน พวกเขาพูดถึงเรื่องคนที่จะมาแทนที่ฉันมากขึ้นเรื่อยๆ การเปลี่ยนรัฐบาลในตอนนี้เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราต้องการ แล้วถ้าพวกเขารู้เรื่องที่คุณทำอยู่ ศาลสูงวิเซ็นกาม็อตจะตามล่าฉันแน่”

"วิเซ็นกาม็อตถูกพวกเขาคุมหมดแล้ว" ดัมเบิลดอร์โต้เถียงเสียงดัง ทำให้เธอตกใจเล็กน้อย ชายชราคนนี้ยังคงมีพละกำลังอย่างที่เป็น

ดัมเบิลดอร์พูดต่อ “คำสั่งถูกสร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับเขา ท่านรัฐมนตรี ไม่มีเหตุผลอื่นอีก ส่วนกระทรวงก็ยืนกรานที่จะไม่จับฆาตกร เขากับกองทัพที่เรียกว่าผู้เสพความตายจะเดินหน้าสังหารต่อไป ต้องมีคนหยุดพวกเขา

รัฐมนตรีเจนกินส์ไม่ได้พูดเป็นเวลาหนึ่งนาทีเต็ม จากนั้นเธอก็หายใจเข้ายาวๆ

*ถอนหายใจ*

"ได้ ได้ แต่ฉันยังคงสงสัยในตัวคุณ ดัมเบิลดอร์ แต่คราวนี้ฉันจะทำเป็นมองไม่เห็น แต่เด็กและครอบครัวของเขาจะต้องปลอดภัยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ในที่สุดเราก็มีแสงแห่งความหวังสำหรับโลกขาวดำใบนี้ เราจะเสียเขาไปไม่ได้แล้ว ราตรีสวัสดิ์อาจารย์ใหญ่” เธอจากไปหลังจากพูดอย่างนั้น

เหนื่อยแต่สบายขึ้นเล็กน้อย ดัมเบิลดอร์เอนหลังพิงเก้าอี้

~ทำไมเธอถึงเลือกเส้นทางนี้ ทอม? ทำไม?~

แต่เขาไม่มีท่าทีหรูหราผ่อนคลาย เขาลุกขึ้นและแยกตัวออกไปยังบ้านที่ไม่มีใครรู้จักในที่ห่างไกล ที่เขาเรียกประชุม

_____________________________

เพจแปลถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

จบบทที่ ตอนที่ 34 เพื่อน (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว