เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 เสียงที่เป็นประโยชน์ (อ่านฟรี)

ตอนที่ 11 เสียงที่เป็นประโยชน์ (อ่านฟรี)

ตอนที่ 11 เสียงที่เป็นประโยชน์ (อ่านฟรี)


ณ พระราชวังบักกิงแฮม,

ดัมเบิลดอร์มาถึงนอกวังพร้อมกับตัวแทนจากฝ่ายราชินี ทางพระราชวังบัคกิงแฮมเริ่มจ้างพ่อมดบางคนแล้ว เนื่องจากราชินีรู้เรื่องคำสาป คนเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนตัว อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงลึกเกินไปในวังในของราชินี เพราะคนเหล่านี้ไม่มีใครเป็นพันธมิตร พวกเขาอาจฆ่าเธอด้วยซ้ำหากมีคนจ่ายเงินให้พวกเขาในจำนวนที่ดี ก

ดัมเบิลดอร์ได้รับเชิญเข้าไปในปราสาทด้วยความเคารพ ควีนรู้ด้วยว่าชายคนนี้ถือเป็นพ่อมดที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างน้อยก็ในชุมชนเวทมนตร์ของอังกฤษ

เธอทักทายชายชราด้วยความเคารพ "คุณดัมเบิลดอร์ ยินดีต้อนรับสู่บ้านของฉัน เชิญนั่งค่ะ"

"ขอบพระทัยฝ่าบาท" ดัมเบิลดอร์นั่งลงในขณะที่มองไปรอบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร อันที่จริง มันน่าเบื่อเมื่อเทียบกับฮอกวอตส์

ไม่นานนัก ชาก็มาเสิร์ฟและการสนทนาอย่างจริงจังก็เริ่มขึ้น

"กระหม่อมได้ยินเกี่ยวกับปัญหาของพระองค์จากอดีตรัฐมนตรีน็อบบี้" ดัมเบิลดอร์เป็นคนเริ่ม

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 มีพระชนมายุ 43 พรรษา และดัมเบิลดอร์มีอายุ 88 ปีแล้ว เธอจึงต้องพูดอย่างสุภาพ ปราศจากท่าทางโอ่อ่า

“ใช่ค่ะ เขาแนะนำวิธีบางอย่างในการตามหาองค์รัชทายาทองค์นี้ ฉันได้ยินมาว่ามีหนังสือที่บันทึกชื่อเด็กทุกคนในฮอกวอตส์ ฉันขอร้องอย่างนอบน้อมให้คุณช่วยดูสักครั้ง จะเป็นประโยชน์แก่ราชวงศ์และตัวฉันอย่างยิ่ง เราจะไม่มีวันลืมบุญคุณนี้เลย” ราชินีตรัสเสียยืดยาว

ดัมเบิลดอร์ลูบเครายาวของเขา “อืม ฝ่าบาท พระองค์รู้เรื่องกฎของเวทมนตร์มากแค่ไหนหรือ?”

"แทบจะไม่ทราบอะไรเลย" ราชินีตอบตามตรงแม้ว่าพระองค์จะรู้สึกไม่ดีสักเท่าไหร่

“ไม่เหมือนกับมักเกิ้ล... กระหม่อมหมายถึงกฎของผู้ที่ไม่ใช่ผู้วิเศษ กฎเวทมนตร์นั้นอันตรายกว่ามาก หากฝ่าฝืนแล้วอาจก่อให้เกิดโทษร้ายแรงได้ เวทมนตจำพวกร์นี้ล้วนได้รับการพิสูจน์มาหมดแล้ว หนังสืออนุญาตเป็นสิ่งที่แม้แต่กระหม่อมยังไม่กล้าเปิด มันจะถูกอ่านได้ก็ต่อเมื่อทำการส่งจดหมายตอบรับเด็กใหม่ก่อนเปิดภาคเรียนในแต่ละปีเท่านั้น” เขาอธิบายแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เปิดเผยทุกอย่าง อันที่จริงสมุดตอบรับเข้าเรียนสามารถเปิดได้ แต่เขาไม่อยากทำเพราะไม่มีความจำเป็น

โลกยังไม่สิ้น ท้องฟ้ายังไม่ถล่ม เพราะแบบนั้นหากไม่มีเหตุผลจำเป็นใดๆ เขาก็ไม่ต้องการแหกกฎห้ามอ่านชื่อเด็กก่อนที่มีการส่งจดหมาย

“แล้วเปิดไม่ได้หรือไง” เธอถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง

"ไม่ กระหม่อมทำไม่ได้ แต่บางทีกระหม่อมอาจช่วยพระองค์ได้พระองค์จะให้กระหม่อมดูแผ่นศิลา" เขาแนะนำ อันที่จริงเขาแค่ต้องการเห็นมันเพื่อสัมผัสกับเวทมนตร์ของเมอร์ลิน

ราชินีตกลงและบอกให้ผู้ช่วยของเธอนำมันมา ในไม่ช้ามันก็อยู่ในมือของดัมเบิลดอร์ เขาตรวจสอบศิลาดังกล่าวทุกซอกมุมสัมผัสได้ถึงเวทมนตร์ที่ใช้ในนั้น มันยังคงสว่างจ้า

“อืม มันเป็นเวทมนตร์เก่าที่แข็งแกร่งจริงๆ แน่นอนว่าร่ายโดยเมอร์ลิน กระหม่อมแน่ใจว่าแผ่นหินนี้จะไม่หยุดเรืองแสงจนกว่ากษัตริย์ผู้ถูกเลือกจะขึ้นนั่งบนบัลลังก์ และใช่ สิ่งนี้จะสาปพระองค์และครอบครัวของพระองค์ให้ดับสูญหากเพิกเฉยต่อการตัดสินใจของมัน”

“อย่างไรก็ตาม มันจะไม่ฆ่าพระองค์ทันที จะเกิดก็ต่อเมื่อพระองค์พยายามที่จะทำร้ายกษัตริย์ที่ถูกเลือกเท่านั้น ดังนั้นพระองค์จึงยังไม่เจอกับภัยคุกคามในทันที นอกจากนี้ หากชื่อนี้ปรากฏขึ้นขณะส่งจดหมายตอบรับจากฮอกวอตส์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า กระหม่อมจะแจ้งให้พระองค์ทราบ นั่นคือทั้งหมดที่กระหม่อมสามารถช่วยพระองค์ได้” ดัมเบิลดอร์กล่าวยาวเหยียด

ราชินีมีความโล่งใจอยู่บ้างแล้ว “ขอบคุณ คุณดัมเบิลดอร์ เราจะไม่ลืมความช่วยเหลือนี้อย่างแน่นอน”

“หาเป็นไรมิได้ฝ่าบาท ตอนนี้กระหม่อมควรกลับไปที่โรงเรียนได้แล้ว กระหม่อมมีงานต้องทำ..” ดัมเบิลดอร์ออกจากอาคารด้วยความเคารพและหายตัวกลับไปที่ฮอกวอตส์

เขาตามตัวมักกอนนากัลให้ไปที่ห้องของเขาทันทีที่มาถึง "มิเนอร์วา ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เมื่อจดหมายตอบรับถูกส่งออกไป ผมอยากให้คุณตรวจสอบชื่อสกุลที่มีคำว่าเพนดรากอนอยู่ในนั้น ถ้าปรากฏขึ้นมา รบกวนคุณแจ้งให้ผมทราบ ผมจะไปรับนักเรียนเป็นการส่วนตัว"

มักกอนนากัลรู้สึกสับสนกับคำขอนี้ แต่เธอก็ไม่ถามอะไรมันไม่ใช่เรื่องยาก

...

บ้านเลขที่ 10 ซอยพรีเว็ต

แม็กนัสเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน ผ่านไปไม่กี่วันหลังโรงเรียนเปิด เขาลงจากรถของพ่อและถูกนักข่าวพุ่งใส่ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจก็คือมีมากกว่าเดิมอีก

~ทำไมพวกเขาถึงไม่ปล่อยฉันไปสักที~ เขาสงสัย

"แม็กนัส"

“แม็กนัสครับ/คะ” พวกเขาตะโกนเรียกชื่อเขา

ในไม่ช้าพ่อของเขาก็มายืนอยู่ข้างหลังเขาเช่นกัน “ทำไมพวกคุณยังอยู่ที่นี่อีกล่ะ?”

“คุณไม่รู้เหรอคุณแกรนท์” นักข่าวคนหนึ่งถามว่า

"ไม่รู้อะไร?" อดัมถาม

"แมกนัสจะได้รับรางวัลเหรียญจอร์จ ครอส มีการประกาศในวันนี้ อยู่ในหนังสือพิมพ์ภาคค่ำด้วย" นักข่าวกล่าวว่า

~ อะไรนะ? แม็กนัส... จอร์จ ครอส?~ อดัมตกตะลึง เขามองลงไปที่แม็กนัส

แม็กนัสก็มองหน้าเขาเช่นกัน "จอร์จคือใครฮะ?"

"แม็กนัส แม็กนัส... คุณรู้สึกอย่างไรครับกับข่าวนี้" ผู้ชายคนหนึ่งถามเขา

จากนั้นแม็กนัสก็ตอบเพียงคำเดียว มันเป็นคำที่เขาเพิ่งเรียนรู้ในโรงเรียน "อึ้งไปเลย.."

จากนั้นอดัมก็พาเขาเข้าไปในบ้าน เกรซอยู่ที่นั่นแล้ว เธอนั่งอยู่บนโซฟาดูโทรทัศน์ ใบหน้าของเธอมีสีหน้าตกใจไม่ต่างจากหน้าของอดัมเมื่อตะกี้เปี๊ยบ

ในทีวีมีการออกอากาศข่าวและยังแสดงรายงานเกี่ยวกับ แม็กนัสที่ได้รับเหรียญกล้าหาญจอร์จ ครอส

"จอร์จ ครอส คืออะไรหรอฮะ?" แม็กนัสถาม

เกรซมองดูเขาและเงียบไปสองสามวินาที ทันใดนั้นเธอก็มาหาเขาและยกเขาขึ้นในอากาศและหมุนวนไปรอบๆ อย่างมีความสุข

"เจ้าตัวแสบ ลูกไม่รู้หรอกว่าข่าวนี้ใหญ่โตแค่ไหน.. จอร์จ ครอส ก็เหมือน วิกตอเรียครอส แต่มีไว้สำหรับพลเรือนจ่ะ ยากมากเลยนะจ๊ะที่จะได้รับเหรียญกล้าหาญนี้ เห็นในข่าวเขาบอกว่าราชินีจะมอบเหรียญกล้าหาญให้ลูกเป็นการส่วนพระองค์และจะมีการถ่ายทอดสดด้วยนะจ๊ะ"

เกรซเผย

“จริงเหรอฮะ ดีจังเลย พ่อฮะได้ถามเรื่องสัมภาษณ์หรือเปล่าฮะ” แม็กนัสถามทันทีที่เขาจำเรื่องบ็อบบี้ได้ เขากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากกว่าพวกเหรียญรางวัล

อดัมพยักหน้าพลางบอกเขา “ช่าย พ่อมีเพื่อนที่ทำงานกรมประชาสัมพันธ์ เขาว่าจะช่วยพ่อเตรียมการสัมภาษณ์ รวมถึงบทสัมภาษณ์ทาง BBC1 แล้วก็มีสำหรับหนังสือพิมพ์ด้วย”

"ขอบคุณฮะ... ผมจะไปที่ห้องของผมและต้องเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่ผมจะพูดล่ะ" แม็กนัสวิ่งไปที่ห้องของเขาอย่างมีความสุข

เมื่อเขาจากไปแล้ว เกรซมีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย “อดัม คุณแน่ใจหรือคะว่าการให้เขาออกทีวีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”

อดัมกอดเธอ “อย่ากังวลไปเลยเกรซ พวกเขาจะไม่กล้าสืบหาประวัติครอบครัวของเราหรอก บันทึกของเรายังเป็นความลับ ถึงยังไงเราทั้งคู่ต่างก็เป็นบุคลากรทางทหาร”

"อืม ฉันหวังว่าคุณจะพูดถูก *เฮ่อ* เอาล่ะ วันนี้เป็นวันพิเศษ คืนนี้เรามาฉลองด้วยมื้ออาหารดีๆ กันดีกว่า" แล้วเธอก็มุ่งหน้าไปที่ห้องครัวอย่างมีความสุข

แต่แล้วเธอก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมาทันที "คุณคิดจะไปไหนคะ อดัม มาช่วยฉันหน่อยสิ"

อดัมเกาเคราของเขา “อ่ะ เอ่อ..เฮ้ ผมกำลังจะไปห้องน้ำ จะออกแล้วๆ”

“หยุดสูบซะ ไม่งั้นฉันจะฆ่าคุณแน่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณ” เธอพูดอย่างเคร่งขรึมขณะชี้มีดสั้นไปที่เขา

...

แม็กนัสนั่งข้างโต๊ะหนังสือเล็กๆ ของเขา เขามีกระดาษอยู่ข้างหน้าเขาพลางเขียนสิ่งที่เขากำลังจะสัมภาษณ์กับกระดาษ

~โอเค ฉันอยากให้พวกเขาอยากรู้เกี่ยวกับการกระทำของฉันมากกว่านี้ในภายหลัง เลยไม่สามารถบอกตรงๆ ได้ทั้งหมด พอได้เหรียญแล้วพวกเขาน่าจะมาหาฉันอีกแน่นอน แต่ฉันไม่ต้องการให้เราถูกมองว่าเป็นครอบครัวจอมโลภ เพราะงั้นฉันจึงไม่สามารถขอเงินมากเกินไปได้ เพื่อให้ได้เงินเยอะๆ ฉันต้องให้สัมภาษณ์ให้เยอะที่สุดที่เป็นไปได้~ แม็กนัสตัดสินใจ

ตอนที่เขาเขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์บนรถบัส เขาจำพลังของเขาได้ เขายังไม่สามารถเข้าใจวิธีการควบคุมมัน เขารู้ว่าเขาสามารถสร้างความร้อนได้ แต่เขายังไม่รู้วิธีสร้างไฟ

“อืม มือฉันน่าจะพอทนไฟไหว บางทีฉันควรจะตั้งใจกับมันดู ได้โปรด ออกมาเถอะนะ ไฟ” เขาจ้องมองที่ฝ่ามือของเขาพลางร้องขอให้ไฟออกมา

เขารอไป 5 นาที ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น

แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเขา “เจ้าเป็นนายแห่งเวทมนตร์ แม็กนัส มิต้องสงสัยเลย เวทมนตร์เป็นเพียงเครื่องมือ ใช้มันดุจเครื่องมือ อย่าปล่อยให้มันควบคุมเจ้า ยิ่งจิตใจของเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด เวทมนตร์ของเจ้าก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นฉันใดก็ฉันนั้น”

มันเป็นเสียงแหบแห้งแต่ใจดี มันพูดกับแม็กนัสเบาๆ

แม็กนัสถอยลงจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ

"ค-ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ" แม็กนัสถาม แต่คราวนี้ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา เขาถามอีกสองสามครั้งแต่ก็ยังเงียบอยู่

ในที่สุด เขาก็สูดหายใจเข้าออกยาวๆ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ เขามองไปที่ฝ่ามือของเขาอีกครั้ง "หืม... ฉันเป็นนายงั้นเหรอ? แล้วนี่เป็นเครื่องมือ? เหมือนค้อนเหรอ? งั้นก็ขยับตามที่ฉันต้องการสิ"

เขาเพ่งไปที่ฝ่ามืออีกครั้ง คราวนี้ไม่เรียกร้องแล้ว เขาสั่งมันอย่างหนักแน่น ตั้งใจและจินตนาการให้ไฟออกมา

ช่าย” แม็กนัสรู้สึกว่าฝ่ามือของเขาร้อนขึ้น ความคาดหวังเกิดขึ้นในใจของเขา

เขาตั้งสมาธิเงียบๆ จากนั้นไม่นานก็เกิดควันขึ้นเล็กน้อย "ช่ายยย"

*ปู๊ด*

"ม่ายยย..." เหมือนเสียงตด มันส่งเสียงแล้วหายไป มันไม่ประสบความสำเร็จ

“วันนี้มีควัน พรุ่งนี้มีไฟ ใช่แล้ว ฉันจะฝึกทำทุกวัน” แม็กนัสพยายามปลอบใจตัวเอง

แต่ทันใดนั้นเอง แม็กนัสก็มีความคิดหนึ่งขึ้นมา “ฉันน่าจะควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ถ้ามันเป็นแค่เครื่องมือล่ะก็นะ ไม่น่าจะยาก”

จากนั้นแมกนัสก็หลับตาและพยายามทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง ไม่นานเขาก็เริ่มรู้สึกหนาว เขาจึงยกมันขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รู้สึกหนาว แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าอุณหภูมิของเขาลดลงหรือเปล่า

เขารีบลงไปชั้นล่างไปที่ห้องของพ่อแม่ในซึ่งตอนนี้พวกเขาอยู่ในครัวและหยิบเทอร์โมมิเตอร์ เขาวางไว้ใต้รักแร้และรอ

[ผู้แปลขออนุญาติเปลี่ยนจากฟาเรนไฮต์ เป็น เซสเซียสนะครับ เผื่อความสะดวกในการอ่าน]

~ อืม... 43 องศา สูงนะแม่จ๋าบอก ฉันควรจะลดมันลงให้ต่ำกว่า 38 องศา~ เขาคิด

หลังจากผ่านไป 5 นาที เขาก็หยิบเทอร์โมมิเตอร์ออกมาตรวจสอบ มันอยู่ที่ 37 องศา "นี่น่าจะดีนะ"

เขาจึงรีบวิ่งไปบอกแม่ของเขา เห็นได้ชัดว่าเธอกังวลอยู่ตลอดเวลา คิดถึงสุขภาพของเขา คิดว่าเขามีโรคบางอย่างที่ไม่รู้จัก

“แม่จ๋า ดูสิฮะ อุณหภูมิผมลดลงแล้ว” แม็กนัสเกือบจะตะโกน

เกรซหันขวับมาหาเขาทันที เธอรีบสัมผัสหน้าผากของเขาทันที รู้สึกมีความสุขมาก “ลูกพูดถูก ลองตรวจสอบอีกครั้งดูนะจ๊ะ”

แม็กนัสให้เทอร์โมมิเตอร์ตรวจสอบอีกครั้ง ในไม่ช้าก็ได้รับการยืนยันว่าอุณหภูมิของเขาลดลงจนเกือบเป็นปกติ เธอกอดเขาและรู้สึกผ่อนคลาย

“วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับแม่จริงๆ ไปล้างมือซะนะจ๊ะ อาหารเย็นพร้อมแล้ว แม่จะป้อนหนูเอง” เธอพูดอย่างมีความสุข

“ไม่เอาอ่ะ ผมจะกินเองฮะ” เขาตอบอย่างเขินอายและรีบเดินไปที่ห้องน้ำ เขามองดูตัวเองในกระจก เขายังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า การได้เห็นแม่มีความสุขเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความสุข

แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นล็อกเก็ตไม้ที่คอ เขาแน่ใจว่ามันเป็นของวิเศษ เขาถือมันไว้ด้วยมือเดียว

“ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ขอบคุณฮะ ตอนนี้แม่จ๋ามีความสุขแล้ว” เขาขอบคุณเสียงที่ไม่รู้จักที่ช่วยเขา

*ปิ๊ง ปิ๊ง*

เขาตกใจสะดุ้งเฮือก ล็อกเก็ตก็กะพริบเป็นแสงสีน้ำเงินราวกับว่ายอมรับคำพูดของเขา กรามของแม็กนัสค้าง วันเวลาของเขาชักจะแปลกขึ้นทุกวัน

_____________________________

จบบทที่ ตอนที่ 11 เสียงที่เป็นประโยชน์ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว