เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ทำทุกอย่างเพื่อเพื่อน

ตอนที่ 10 ทำทุกอย่างเพื่อเพื่อน

ตอนที่ 10 ทำทุกอย่างเพื่อเพื่อน


เมื่อคุณอยู่กับเพื่อนที่คุณชอบใช้เวลาด้วยกัน เวลามักจะผ่านไปเร็ว ละแล้ว 5 วันก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก แม็กนัสไม่สามารถออกจากบ้านได้เพราะนักข่าวยังอยู่ข้างนอก พ่อกับแม่ของเขาบอกเขาว่าเขาไม่สามารถออกไปไหนได้หากไม่ได้รับอนุญาตแล้วต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพวกท่าน

ในที่สุดก็ถึงวันอาทิตย์ แม็กนัสเลยขอให้พ่อพาเขากับบ็อบบี้ไปที่สวนสาธารณะ เขาแสดงท่าทางเหมือนอยากจะไปเล่นที่นั่น แต่ความจริงแล้ว เขาต้องการตามหาเด็กประหลาดที่แม่ของหมอนั่นเคยเรียกเขาว่ามักเกิ้ลโสโครก เพราะนี่ก็เป็นสิ่งที่ภาพวาดในพระราชวังบักกิ้งแฮมก็พูดเหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องมีความเกี่ยวข้องกัน

เพราะอย่างนั้นแม็กนัสจึงเอาจักรยานของเขาไปด้วยกัน อีกอย่างมันมีเบาะหลังด้วย จะได้ไม่เป็นปัญหาสำหรับทั้งคู่ในการเดินทาง ความจำของแม็กนัสดีขึ้นมาก ดังนั้นเขาจึงจำเส้นทางทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย

*ผั่ว*

ทันใดนั้นเอง ไม่ต่างจากครั้งที่แล้ว แผ่นจานร่อนโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ชนเข้ากับหัวของเขา แม็กนัสมองไปด้านข้างพลางพูดกับเด็กอ้วนคนเดิม

“อ๊ะ นายไม่ใช่คนที่เจอกันครั้งก่อนเหรอ ชื่อไรนะ? โรนันชิมิ?” แม็กนัสถาม เขามีความทรงจำที่ดี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะจำเรื่องไม่สำคัญได้เช่นกัน

เด็กอ้วนหนังตากระตุก "เวอร์นอนเฟ้ย จริงๆ เล้ย อะ อุ๊บ..."

“เขามีปัญหาอะไรอ่ะ?” บ๊อบบี้ถาม

“น่าจะเป็นเบาหวานมั้ง ฉันได้ยินเรื่องนี้ในทีวี เป็นโรคที่น่ากลัวมาก นายต้องโดนฉีดยาทุกวัน ฉันคงบ้าตายถ้าฉันเป็นเขาอะนะ” แม็กนัสตอบและพวกเขาเดินทางต่อไป อดัมมักจะนั่งบนม้านั่งและอ่านหนังสือพิมพ์

“โอเค บ๊อบบี้ นั่งเบาะหลัง ฉันจะรีบไป” แม็กนัสบอก

บ๊อบบี้นั่งลงและยกเท้าขึ้นด้านพื้นไม่กี่เซนฯ ไม่นาน แม็กนัสก็เริ่มปฏิบัติการปั่นแหลกอย่างกับจะไม่พรุ่งนี้อีกแล้วอย่างงั้นแหละ และในไม่ช้าพวกเขาก็แล่นฉิวราวกับอากาศ คราวนี้แม็กนัสรู้ทางที่ถูกต้อง เขาไปถึงที่นั่นอย่างรวดเร็ว

“มันควรจะอยู่ที่นี่สิ” แม็กนัสพึมพำ เขามองไปที่อาคารและหวังว่าจะเห็นเด็กชายอยู่ข้างนอก พวกเขารออยู่ที่นั่นอีกสองสามนาที แต่ก็ไม่มีใครออกมา

“นายรู้จักชื่อเขาไหม บางทีเราตะโกนเรียกก็ได้” บ๊อบบี้ถาม

แม็กนัสส่ายหัว "ไม่ เพื่อน แม่ของเขาน่ากลัวเกินไป ฉันยังไม่ทันได้ถามเพราะฉันต้องเผ่นไปให้ไวที่สุด"

ไม่นานพวกเขาก็หมดความอดทนและเดินไปกดกริ่งหน้าประตู แต่พวกเขาก็ยังไม่พบเด็กชายคนนั้น

*เฮ้อ*

“ฉันว่าเราควรจะกลับกันดีกว่า บางทีครอบครัวของเขาอาจไม่อยู่บ้าน” แม็กนัสตัดสินใจ เขานั่งบนจักรยานและถีบกลับไปที่สวนสาธารณะ แต่ขณะที่กำลังจะไปนั้น ก็มีเด็กผู้ชายอีกคนผมดำแต่ส่วนสูงน้อยกว่ากำลังเดินตรงมาทางตึก แต่พวกเขาก็กลับไปแล้ว

เด็กน้อยเข้ามาในบ้านและพบพี่ชายคนโตของเขา “พี่ฮะ มีคนรอพี่อยู่ข้างนอก เด็กผู้ชาย 2 คน ขี่จักรยาน”

“เรกูลัส ทำไมนายไม่เรียกพี่ เด็กผมบลอนด์เป็นคนที่สามารถพ่นไฟออกจากปากของเขาได้ พี่จะให้นายดู เขาคงอยากคุยกับพี่แหละ พี่แน่ใจว่าเขาจะมาอีก พี่ว่าจะมองหาเครื่องรางที่สามารถเตือนพี่ถึงการมาเยือนของเขา” ซิเรียสตัดสินใจ

“อ๋าา แน่ใจนะฮะพี่” เรกูลัสยักไหล่โดยไม่สนใจคำพูดของเขาเลย

ระหว่างทางกลับ แม็กนัสมีอีกสิ่งหนึ่งอยู่ในใจ “บ๊อบบี้ บอกฉันหน่อยสิ ค่าบ้านพ่อแม่นายเหลืออีกเท่าไหร่”

"อืมม... ไม่รู้สิ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยคืออะไร" บ๊อบบี้ตอบ

“อืม มันคือเงินที่มักจะยืมมาจากธนาคารเพื่อซื้อบ้านของนาย นายต้องให้เงินพวกเขาทุกเดือนเป็นเวลาสองสามปี ถ้านายไม่ทำเช่นนั้น บ้านนายก็จะกลายเป็นของพวกเขา ทีนี้นายก็จะสูญเสียเงินทั้งหมดที่นายเคยให้ไปแล้ว” แม็กนัสอธิบาย

“อ๋อ ฉันเข้าใจแล้ว แต่ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าต้องใช้เท่าไหร่ บางทีฉันอาจจะถามพวกเขาก็ได้” บ๊อบบี้ว่า

“นี่ฟังนะ บ็อบบี้ ถ้าฉันให้ยืมเงินล่ะ ฉันหมายถึงเงินของฉันจริงๆ ไม่ใช่ของพ่อแม่ฉัน ทีนี้นายก็โน้มน้าวให้พ่อแม่ของนายจ่ายค่าบ้านทั้งหมดด้วยเงินนั่นและบอกว่านายจะคืนเงินเมื่อนายโตขึ้น” ม็กนัสเสนอ

"นายมีตังค์หรอ?" บ๊อบบี้ถามด้วยความสงสัย

“ยังไม่มีตอนนี้ แต่ถ้านายสัญญาว่าจะโน้มน้าวพวกเขา ฉันจะมีเงิน” แม็กนัสถามอย่างจริงจัง

“ฉัน... ฉันไม่รู้สิ แม็ก เราอายุแค่ 9 ขวบ พ่อแม่ของฉันคิดว่าฉันยังเด็กเกินไปและไม่แม้แต่จะคุยเรื่องต่างๆ กับฉัน ฉันจะโน้มน้าวพวกเขาได้ยังไงล่ะ” บ๊อบบี้ถาม

เขาถูกล่อลวงให้รับข้อเสนอเพราะเขาไม่ต้องการทิ้งเพื่อนและบ้านที่เขาเติบโตมา แต่เขาก็ค่อนข้างมีเหตุผลในเรื่องนี้เช่นกัน

“แค่บอกพวกเขาว่าแม็กนัสมีตังค์ บอกพวกเขาว่าฉันได้รับมันและให้นายยืมก่อน แล้วนายสัญญาว่าจะคืนให้ เพื่อน ฉันก็ไม่อยากเสียเพื่อนคนเดียวของฉันไปเหมือนกัน ถึงจะโง่แค่ไหน เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนอยู่ดี” แม็กนัสพูดหยอกล้อ

"ช่ายย… ฮะ เดี๋ยวก่อน ไรนะ?... ใครโง่ฟร่ะ"

...

เย็นวันนั้น บ๊อบบี้กลับไปที่บ้านเพราะพรุ่งนี้โรงเรียนใกล้จะเปิดแล้ว แต่วันนี้แม็กนัสต้องคุยกับพ่อแม่ของเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ของบ็อบบี้

“แม่ พ่อ ผมอยากช่วยเขาฮะ” แม็กนัสพูด

“ได้เลย แม็ก พ่อคิดว่าเราสามารถช่วยพวกเขาได้ เราทั้งคู่มีรายได้เพียงพอสำหรับสิ่งนั้น” พ่อแม่ของเขาเห็นด้วย

อดัมพ่อของแมกนัสเป็นผู้พันและเงินเดือนของเขาอยู่ที่ประมาณ 6,100 ปอนด์ (87,000 ปอนด์ในปัจจุบัน) ในขณะที่เกรซเป็นพันโทและเงินเดือนประจำปีของเธอคือ 5,100 ปอนด์ (83,798 ปอนด์ในปัจจุบัน) ราคาเฉลี่ยของบ้านอยู่ที่ 2,530 ปอนด์ (ประมาณ 55,784 ปอนด์) ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะช่วย

แต่แม็กนัสปฏิเสธ “ไม่ ผมไม่อยากใช้ตังค์ของพ่อแม่ฮะ ถ้าให้เงินแล้วคุณลุงกับคุณป้าจะเสียความรู้สึก ผมเลยอยากทำเอง พ่อฮะ ไม่ใช่ว่ามีคนอยากให้ออกข่าวเยอะแยะหรอฮะ? พวกเขาจะจ่ายเงินให้ผมไหมถ้าผมให้สัมภาษณ์? จะเป็นไงถ้าผมให้สัมภาษณ์กับ BBC หรือสถานีวิทยุบางแห่ง”

อดัมมองไปที่ภรรยาของเขาด้วยใบหน้าที่พอใจในทันที พวกเขาเพิ่งตระหนักว่าลูกชายของพวกเขาดูจะโตเร็วเกินไปแล้วสำหรับอายุของเขา อย่างน้อยก็ในด้านจิตใจ

อดัมคิดแบบติดตลกว่า ~ลูกชายของฉันจะกลายเป็นนักธุรกิจใหญ่แน่ๆ~

“แม็กจ๊ะ ลูกแน่ใจนะว่าต้องการทำสิ่งนี้จริงๆ” เกรซถาม

“ฮะแม่ ไม่ค่อยมีใครจำข่าวแบบนี้อยู่แล้ว อีกไม่กี่วันก็คงจะลืมกันหมด” เขามั่นใจ

“ดี งั้นพ่อจะดูว่าสามารถจัดการอะไรได้บ้าง” อดัมลุกขึ้นและเดินไปที่โทรศัพท์เพื่อโทรหาใครบางคน

ฮอกวอตส์,

“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ ยูจีเนีย เจนกินส์อยู่ที่นี่แล้วค่ะ เธอมีธุระด่วนกับคุณ” มักกอนนากัลบอกชายชรา

"อ่า มิเนอร์วา ลีช เกษียณแล้ว ผมยังไม่ได้พบรัฐมนตรีคนใหม่เลย เป็นโอกาสที่ดี ให้เธอเข้ามาเถอะ" ดัมเบิลดอร์พูดจากที่นั่งของเขา

มักกอนนากัลออกจากห้องไป ไม่นานนักแม่มดผู้เคร่งขรึมก็เข้ามา แน่นอนว่าเธอไม่ได้เป็นคนขี้ขลาดเหมือนนูบี้ ลีช

ดัมเบิลดอร์รับเธอเข้าไปในห้องของเขาอย่างสุภาพพลางยกน้ำชาให้เธอ “ท่านรัฐมนตรี วันนี้มีอะไรให้ผมช่วยครับ”

“คุณยกยอฉันเกินไปค่ะศาสตราจารย์ ฉันแค่มาเยี่ยมอาจารย์ใหญ่ฮอกวอตส์ที่เราเคารพไม่ได้เหรอ” ตอบแบบนักการเมืองจริงๆ

"ฮ่าฮ่า ตอนนี้ผมแก่แล้ว ไม่ค่อยมีใครอยากพบผมนักหรอกนะ" ดัมเบิลดอร์ยังถูกหยั่งเชิงเมื่อพูดถึงเรื่องการเมือง

“งั้นฉันจะเข้าตรงประเด็นเลยค่ะ ศาสตราจารย์คะ น็อบบี้ได้พูดอะไรเกี่ยวกับพวกราชวงศ์บ้างไหมคะ? ราชินีทรงเอ่ยถึงชื่อคุณโดยเฉพาะและต้องการพบคุณ” เธอเปิดเผย

ดัมเบิลดอร์ไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ยกเว้นแสงที่ส่องไปที่รูม่านตาของเขา ~ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่เคยพบเขา แล้วนี่หมายความว่าไง...?~

“ท่านรัฐมนตรี คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ นี่เป็นเรื่องของมักเกิ้ล บางอย่างเกี่ยวกับลำดับการสืบสันตติวงศ์ ดูเหมือนว่าเมอร์ลินผู้เฒ่าจะร่ายมนตร์แผ่นศิลาด้วยอาญาสิทธิ์แห่งกษัตริย์อาเธอร์ ตอนนี้มันส่องแสงและเตือนพวกราชวงศ์ถึงคำสาป พวกเขาน่าจะต้องการให้ผมอะไรกับพวกนั้น” เขาอธิบายโดยทิ้งข้อมูลไว้ตามลำพัง

"แล้วคุณจะไปไหม?" รัฐมนตรีถามต่อ

“การไปที่นั่นสำหรับผมมันค่อนข้างจะเสียมารยาท” ดัมเบิลดอร์พึมพำ อันที่จริงเขากำลังเล่นเกมอยู่ เขารู้ว่ามีอะไรอีกมากที่จะได้รับจากสิ่งนี้

“ฉันแนะนำให้คุณไปที่นั่นนะคะ อาจารย์ใหญ่ มันจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับราชวงศ์ นอกจากนี้ ราชินียังใจกว้างพอที่จะจ่ายเงิน 50,000 ปอนด์ให้กับกระทรวงเวทมนตร์ แน่นอน ครึ่งหนึ่งจะมอบให้กับกองทุนของฮอกวอตส์ เพื่อให้คุณใช้โดยตรง” เธอเสนอ

ดัมเบิลดอร์ถูกล่อลวงโดยสิ่งนี้ เงินเป็นที่ต้อนรับเสมอสำหรับการดูแลฮอกวอตส์ อีกอย่างเขาสนใจเวทมนตร์ของเมอร์ลินด้วย เพราะงั้นเขาจึงตอบตกลง

"ผมจะไปเยี่ยมราชวงศ์ แต่แจ้งพวกเขาด้วยว่าอย่าตั้งความหวังไว้สูงเกินไป" เขาประกาศ

_____________________________

จบบทที่ ตอนที่ 10 ทำทุกอย่างเพื่อเพื่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว