เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2

ตอนที่ 2

ตอนที่ 2


การตอบสนองอย่างไม่ลังเลของเคาท์ทำให้โมลิเทียรู้สึกทึ่งไป.ตระกูลลิเนริโอ. ตระกูลที่เป็นประเด็นข่าวลือมากมาย. เรื่องซุบซิบเกี่ยวกับโมลิเทียเทียบไม่ได้เลยกับเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับตระกูลลิเนริโอ.

มีข่าวลือที่น่ารังเกียจมากมายเกี่ยวกับตระกูลลิเนริโอ และมีการกล่าวกันว่าแม้ว่าตอนนี้ ดยุคแห่ง ลิเนริโอ จะเป็นดยุคแล้ว แต่สายเลือดของเขาก็ยังอยู่ในระดับต่ำอยู่ดี. ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับคนที่มีตำแหน่งดยุคแล้ว การปรากฏตัวต่อสาธารณะของเขานั้นมีน้อยมาก. พวกขี้นินทาชอบพูดถึงดยุคคนนี้อยู่เสมอๆ. บางคนก็บอกว่าดยุคมีสายเลือดของปีศาจ คนอื่นบอกว่าเขาสนุกกับการฆ่าทุกวันและเขาไม่สามารถกำจัดกลิ่นเลือดได้เลย.

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดยุคแห่งลิเนริโอคนปัจจุบันได้ต่อสู้มาแล้วหลายครั้งในสนามรบ การปรากฏตัวของเขาแต่ละครั้ง ก็จะโชกไปด้วยเลือดเสมอ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความหวาดกลัวให้ได้แม้แต่ฝ่ายของเขาเอง. มันคือเครื่องยืนยันความน่ากลัวของเขาเวลาสู้กับศัตรู.

การแต่งงานเข้าไปในตระกูลเช่นนี้เท่ากับกำลังขอให้โมลิเทียผู้เปราะบางเข้าไปตาย.

“ลูกแต่งงานกับเขาไม่ได้ค่ะ!” โมลิเทียกล่าว

“ไม่ได้เหรอ? เจ้าคิดว่าตัวเองเลือกได้รึไง?” เคานท์เคลเมนซ์ถามออกไป ศีรษะของเขาแทบจะมีเส้นเลือดหลุดออกมา “เจ้าคิดว่าตัวเองจะมีอะไรเหลืออีกหากเจ้าปฏิเสธการแต่งงานในครั้งนี้? เจ้าคงไม่อยากโดนขายให้กับ พวกที่ซื้อยาราคาแพงไม่ได้หรอกใช่ไหม?”

"ไม่ค่ะ. ไม่ใช่แบบนั้น.... . ” โมลิเทียกล่าวออกมา.

นางอยากบอกว่ายังมีเวลาเหลืออยู่. อาจมีข้อเสนออื่นมาก็ได้. แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเคาท์ที่โกรธเกรี้ยวแล้ว เธอทำได้เพียงแค่กัดริมฝีปากเท่านั้น.

"แล้วยังไง? เจ้าจะทำลายตระกูลคลีเมนซ์งั้นรึ?” เคาท์กล่าว.

"ไม่ค่ะ . . . ลูกจะแต่งงานค่ะ” โมลิเทียกล่าว.

เธอมีทางเลือกเดียวเท่านั้น เพราะมีคนเสนอแต่งงานมาเพียงคนเดียว. ในท้ายที่สุดแล้ว การแต่งงานก็เป็นเพียงแค่การจบชีวิตของเธอ. ความจริงอันโหดร้ายของตัวเลือกต่างๆ ทำให้เธอรู้สึกเศร้าขึ้นมา: จะติดอยู่ในห้องนอนตลอดไปหรือถูกฆ่าขณะกรีดร้องด้วยปลายดาบ.

เคานต์กระแอมขึ้นมาในลำคอเมื่อเขาเห็นเธอดูหดหู่หลังจากที่ล้มเหลวในการปฏิเสธข้อเสนอ "ดีมาก. หากแต่งงานกับท่านดยุคได้สำเร็จ ชื่อเสียงของตระกูลเราก็จะฟื้นกลับมา”

ท่านเคานต์ไม่คำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของเธอเลย. เมื่อมองดูพ่อของเธอที่คิดถึงแต่ตระกูลอย่างเดียวแล้ว โมลิเทียก็ถอนหายใจออกมา.

งานแต่งงานแบบกึ่งบังคับเป็นไปอย่างรวดเร็ว และวันแต่งงานที่จัดขึ้นอย่างเร่งรีบก็ใกล้เข้ามาแล้ว. หนึ่งสัปดาห์ก่อนงานแต่งงาน โมลิเทียเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เพลิดเพลินในฐานะผู้หญิงโสด.

โดยปกติแล้วเธอคงจะปฏิเสธคำเชิญเนื่องมาจากสุขภาพของเธอ แต่คราวนี้มันแตกต่างออกไป. เธอถูกส่งไปในงานปาร์ตี้ในฐานะคู่หมั้นของดยุคเพื่อยกระดับศักดิ์ศรีของตระกูล.

และก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ไม่มีใครเข้าใกล้โมลิเทียเลย แม้แต่คนที่อยากรู้เรื่องข่าวการแต่งงานของเธอกับดยุคผู้น่ากลัวก็เอาแต่คุยอยู่กับเพื่อนของตนเอง, และในขณะที่งานเลี้ยงดำเนินไปนั้น พวกเขาก็ไม่ได้สนใจเธอเลย.

“เห้อ” โมลิเทียถอนหายใจออกมาอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คน. ทุกอย่างดำเนินไปโดยที่เธอไม่สามารถทำตามความปรารถนาของตัวเองได้เลย ตั้งแต่เกิดจนถึงแต่งงาน. เห็นได้ชัดเลยว่าคงลงเอยแบบเดิมแน่หากปล่อยไว้แบบนี้. เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะตัดสินใจเรื่องเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ, การแต่งงานนั่นเอง.

โมลิเทียถอนหายใจอีกครั้ง ห้องจัดเลี้ยงอันแวววาวทำให้เธอเริ่มหายใจไม่ออก, ดังนั้นแทนที่จะอยู่ที่นั่น โมลิเทียจึงหันหลังให้และพบระเบียงที่ค่อนข้างเงียบสงบ. พื้นที่เปิดโล่งนั้นเย็นเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เธอได้พักหายใจ. เมื่อเธอพิงราวบันไดไปอากาศเย็นยะเยือกก็ลอยขึ้นมาจากพื้นหินอ่อน.

ร่างกายของโมลิเทียสั่นเล็กน้อย หลังจากคืนนี้เธอคงจะยุ่งกับการเตรียมงานแต่งงานอีกครั้ง. เมื่อคิดถึงของขวัญวันแต่งงานที่จะมาก่อนในห้องเธอแล้วเธอก็รู้สึกหน่ายขึ้นมา.

'ฉันหวังว่าฉันจะมีสิ่งหนึ่งที่ฉันตัดสินใจได้' โมลิเทียคิดในใจ.

ทันใดนั้นก็มีเสื้อคลุมตัวหนาคลุมเข้าที่ไหล่ของเธอไว้เพื่อกันลม. เมื่อโมลิเทียเงยหน้าขึ้นมามองเพราะตกใจกับความอบอุ่นที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน. เธอก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น

“เจ้ามาตัวสั่นอยู่คนเดียวอะไรที่นี่” ชายคนนั้นพูดหลังจากเห็นสีหน้าประหลาดใจของโมลิเทีย เธอหน้าแดงกับพฤติกรรมแปลกๆ ของเขาที่ปกติแล้วผู้คนมักแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น.

“คนอื่นๆ กำลังยุ่งอยู่กับการเต้นรำ ส่วนท่านกลับมาอยู่ในสถานที่แบบนี้. แปลกคนจังนะ” โมลิเทียกล่าว.

จบบทที่ ตอนที่ 2

คัดลอกลิงก์แล้ว