เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1


มีปัญหาอย่างหนึ่งในบ้านของเคานต์คลีเมนซ์ นั่นคือ ลูกสาวคนโตของเขา โมลิเทีย เคลเมนซ์. เคานต์ยังคงคร่ำครวญถึงเงินจำนวนมหาศาลที่เขาได้ใช้ไป เพราะเธอป่วยอยู่บนเตียงตลอดเวลา

หากมีวิธีที่ทำให้เธอดีขึ้น ทัศนคติของเขาที่มีต่อเธออาจจะดีกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่โมลิเทียมีร่างกายที่อ่อนแอ และการเจ็บป่วยบ่อยครั้งของเธอทำให้ความรักของพ่อแม่ของเธอค่อยๆ หมดลงไป.

เธอใช้เวลาอยู่บนเตียงมากกว่าอยู่นอกมัน และเธอนอนป่วยอยู่บนเตียงนั้นในขณะที่ลูกขุนนางคนอื่นๆ เปิดตัวในสังคม. ยิ่งเธอป่วยนานเท่าไหร่ คนมาเยี่ยมก็ยิ่งน้อยลงและเธอก็ยิ่งใช้เวลาอยู่คนเดียวมากขึ้นด้วย. เนื่องจากเป็นบุคคลที่แทบไม่มีใครรู้จัก จึงมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับตัวเธอ.

เมื่อใดก็ตามที่เขาเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอ ท่านเคานต์ไม่สามารถพูดอะไรที่ดีกับโมลิเทียได้เลย, และเขาก็ตราหน้าเธอด้วยการดูถูก เช่น "ยัยเด็กต้องคำสาป". มันทำให้เคานต์ต้องประสบกับความทุกข์ทรมานจากเสียงนินทามากขึ้น และทำให้เขาเกลียดเธอมากยิ่งขึ้นไปอีก. เคานต์ที่ไม่อยากเห็นใบหน้าขาวโพลนและว่างเปล่าของโมลิเทีย จึงกักขังเธอไว้ในห้อง.

สำหรับโมลิเทียแล้ว ความอบอุ่นในครอบครัวนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อมนัก และเธอก็โดดเดี่ยวมาโดยตลอด. การปฏิเสธของพ่อแม่ของเธอทำให้เธอได้รับการปฏิบัติอย่างเย็นชาโดยสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆด้วย แม้ว่าเธอจะเป็นถึงลูกสาวของเคานต์ก็ตาม เธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าเศษฝุ่นเลย.

ทุกคนมักลังเลเสมอเมื่อจะมีปฏิสัมพันธ์กับโมลิเทีย. ทุกคนต่างคิดว่า 'ใครจะรู้ล่ะว่าเธอจะต้องตายเมื่อไหร่' โมลิเทียเห็นด้วยกับความรู้สึกเหล่านั้น เพราะความเจ็บป่วยของเธอรู้สึกเหมือนกับความตายสำหรับเธอ แต่ตอนนี้ เธอทำลายความคาดหวังนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของเธอนั่นไปหมดแล้ว เพราะ เธออายุมากพอที่จะแต่งงานได้แล้วในตอนนี้.

แต่ถึงกระนั้น การตอบสนองโดยรอบเธอก็ยังคงเย็นชา แม้ว่าเธอจะเป็นลูกสาวของเคานต์ที่น่านับถือ แต่ก็ไม่มีใครขอแต่งงานกับเธอเลย. ไม่จำเป็นต้องเดาเหตุผลด้วยซ้ำ. เคาท์เคลเมนซ์โกรธจัดจึงเรียกโมลิเทียให้มาหา.

“แกมันไร้ค่า!” เสียงของเขาดังไปทั่วบ้าน

เด็กที่ไร้ประโยชน์ตั้งแต่แรกเกิด ไม่สามารถช่วยเหลือพ่อของเธอได้อะไรซักอย่างเลยในตอนนี้. ลูกคนแรกของเขาต้องแต่งงานอย่างดีเพื่อให้ลูกๆ ที่เหลือได้มีโอกาสบ้าง แต่โมลิเทียไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เลย.

“ข้ามีลูกแบบเจ้าได้ยังไงกันนะ!” เคานต์ตะโกนออกมา.

การจ้องมองของเขาแทงทะลุใจของโมลิเทีย และใบหน้าที่ขาวผิดปกติของเธอก็ยิ่งซีดลงไปอีก.

“เหตุใดครอบครัวของเราจึงต้องทนทุกข์กับความอัปยศอดสูเช่นนี้มานานหลายปีด้วย?”

ศีรษะของโมลิเทียจมลงไปอีกจากการดุอย่างไม่หยุดยั้งของพ่อของเธอ 'เคานต์เคลเมนซ์ผู้ทรงเกียรติ' นั่นคือสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเคานต์ในแวดวงสังคม.

เขาพยายามที่จะหาตำแหน่งยืนของเขาในการเมือง แม้ว่าตำแหน่งของเขาจะยังคงไม่มั่นคง แต่ก็มีวิธีที่จะเติมเต็มช่องว่างนั้น: การแต่งงานทางการเมืองยังไงล่ะ. ความผูกพันในชีวิตสมรสระหว่างสองครอบครัวก็เหมือนกับการทำสัญญากัน. เป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์และสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน.

ฟีเลียส เคลเมนซ์ ซึ่งเป็นเคานต์คนปัจจุบันก็เคยทำเช่นเดียวกัน. เขาแต่งงานกับภรรยาก็เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัว. ความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาไม่ได้ถูกละเลย แต่มันก็เป็นความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย. ความเห็นของฟีเลียสไม่แตกต่างจากความเห็นของพ่อแม่ของเขาเลย. แต่งงาน, มีลูก, แล้วให้ลูกแต่งงานกับครอบครัวที่ดีๆ. สำหรับเคานต์แล้ว ลูกของเขาก็เป็นเพียงแค่ส่วนขยายของสัญญาเท่านั้น.

เขาทุบหมัดลงบนโต๊ะอย่างแรง

“มีอะไรผิดปกติกับครอบครัวของข้ารึไงกัน? จะไม่มีใครขอมือเจ้าแต่งงานเลยหรือไง!”

โมลิเทียก็อารมณ์เสียเช่นกัน เธออยากแต่งงานด้วยซ้ำ.

เคานต์มองดูลูกที่ไร้ประโยชน์ของเขาอย่างช่วยไม่ได้: ร่างที่ไร้เลือดและมีริมฝีปากที่หนา.เขาไม่เห็นเสน่ห์ในตัวเธอเลย.

“แต่ก็ยังดีที่มีข้อเสนอมาหนึ่ง” เขากล่าว

ด้วยคำพูดของเคานต์ ทำให้โมลิเทียเงยหน้าขึ้นมา. ขอแต่งงาน. เธอหลับตาลงแล้วคิดว่านี่อาจเป็นทางเดียวของเธอที่จะออกจากบ้านหลังนี้ไปได้.

“มีจดหมายมาจากดยุคแห่งลิเนริโอเพื่อขอแต่งงาน” เคานต์กล่าว

“ดยุคแห่งลิเนริโอ....” โมลิเทียพึมพำ.

ทันทีที่เธอได้ยินชื่อ โมลิเทียก็หน้าซีดลงทันที. แสงที่เธอคิดว่าเธอได้พบก็ดับลงในชั่วขณะเดียว. เธอมองไปที่เคานต์และส่ายหัวปฏิเสธ.

“ลูกคงได้ยินผิดไปใช่หรือไม่ – ท่านพ่อคงไม่ได้หมายถึงดยุคแห่งลิเนริโอคนนั้นใช่หรือไม่?” โมลิเทียถาม

“ใช่ คนนั้นแหละ.” เคาท์คลีเมนซ์กล่าว

จบบทที่ ตอนที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว