เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1042 ของนี้ฉันรับไม่ได้ค่ะ

ตอนที่ 1042 ของนี้ฉันรับไม่ได้ค่ะ

ตอนที่ 1042 ของนี้ฉันรับไม่ได้ค่ะ


ตึก ตึก ตึก???

หมิวต้ะและต้าฉี เดินเข้ามาในถนนการค้า กวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบๆ อย่างใคร่รู้

ถนนหนทางกว้างขวางเป็นระเบียบ สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ น้ำฝนที่โปรยปรายลงมา ไม่หลงเหลือความเป็นกรดอีกเลย

หมิวต้ะเงยหน้ามองท้องฟ้า มีม่านแสงชั้นหนึ่งปกคลุมอยู่เหนือศีรษะ น้ำฝนที่ทะลุผ่านม่านแสงลงมา ราวกับถูกกรองมาแล้วชั้นหนึ่ง

เค่อตั๋วล่าอุทานเสียงเบา

“แปลกประหลาดจริงๆ นี่มันม่านพลังเวทหรอ?”

“น่าจะใช่ ไม่ก็เป็นอุปกรณ์เวทที่ทรงพลัง”

ต้าฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

หมิวต้ะทำหน้าเคร่งขรึม

“ที่นี่ไม่ธรรมดา บอกให้ทุกคนระวังตัวไว้ด้วย”

“ทราบแล้ว”

เค่อตั๋วล่าพยักหน้า ถ่ายทอดคำพูดของหัวหน้าต่อไป

“หัวหน้าตอนนี้พวกเราจะไปไหนกันต่อ?”

ต้าฉีถามเสียงทื่อๆ

“ตามพวกนั้นไป”

หมิวต้ะพยักพเยิดคาง ไปทางกลุ่มของลุ่ยเหยียนที่เดินนำหน้าไปไม่ไกล

พวกเขาไม่รู้จักเมืองเต่าทมิฬ ไม่รู้ว่าที่นี่ขึ้นอยู่กับอาณาจักรหรือขุมกำลังใหญ่ฝ่ายไหน ระมัดระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า

“ครับ”

ทุกคนลดเสียงลงโดยไม่รู้ตัว ก้าวเท้าเดินตามลุ่ยเหยียนไปยังหอสามดวงดาว

ไม่นานนัก ทุกคนก็มาถึงหอสามดวงดาว

ภายในหอสามดวงดาว  พนักงานคนหนึ่งกำลังสัปหงกอยู่หลังเคาน์เตอร์

หอสามดวงดาว  แทบจะไม่มีแขกแล้ว เธอเลยว่างงานมาตลอด ทุกวันก็ได้แต่ปัดฝุ่นในห้องพักแขก แล้วก็นับเวลารอให้หมดไปวันๆ

“อ้า~???”

“เบื่อจัง”

เสี่ยวเพ่ยหาววอด นั่งแกว่งขาอยู่บนเก้าอี้ทรงสูง พลางคิดว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี

เธอเป็นผู้มีพลังขั้น 3 เพิ่งถูกย้ายมาทำงานที่หอสามดวงดาวในเดือนนี้ การดูแลหอสามดวงดาวเป็นงานหลักหนึ่ง อีกหน้าที่ของเธอคือการเฝ้าทางเข้าหลุมหลบภัย

ในฐานะผู้มีพลังขั้น 3 เมื่อคืนภูติจันทรุปราคามาเยือน ความสามารถในการเอาตัวรอดของเธอย่อมสูงกว่าคนทั่วไป

เสี่ยวเพ่ยหาวอีกครั้ง บ่นพึมพำ

“กินอะไรดีนะ?”

การที่เธอมาทำงานที่หอสามดวงดาวมีข้อดีเพียงอย่างเดียว คือได้กินของอร่อยทุกวัน แถมยังเป็นราคาพิเศษ

ทั่วทั้งถนนการค้า เหลือเพียงหอสมบัติ  หอโภชนาการ หอสามดวงดาว  และโรงละครเท่านั้นที่ยังเปิดทำการ ร้านค้าอื่นๆ ปิดหมด

ตึก ตึก ตึก???

เสียงฝีเท้าอันยุ่งเหยิงดังขึ้น ลุ่ยเหยียนพาคนแปดสิบเก้าคนเดินเข้ามาในหอสามดวงดาว  จนเต็มพื้นที่ไปครึ่งหนึ่งของโถงต้อนรับ

“ทำไมคนเยอะขนาดนี้!?”

เสี่ยวเพ่ยตื่นตัวทันที รีบลุกขึ้นไปต้อนรับ

เธอยิ้มแย้มและกล่าวถาม

“สวัสดีค่ะ มาเข้าพักเหรอคะ?”

“ใช่ค่ะ”

ลุ่ยเหยียนพยักหน้าพลางสำรวจอีกฝ่าย

“ที่นี่เรามีห้องพักสามแบบนะคะ คือ...”

เสี่ยวเพ่ย หักนิ้วไล่แนะนำ

“แพงขนาดนี้เลย!”

ลุ่ยเหยียนเบิกตากว้าง

เสี่ยวเพ่ยกลอกตาทีหนึ่ง แล้วยิ้มก่อนพูดต่อ

“ห้องพักแบบธรรมดาจะมีสองเตียง พักได้สองคนค่ะ”

“งั้นก็จัดห้องแบบธรรมดาให้พวกเราทั้งหมดเลย!!”

มีชาวเกาะคนหนึ่งรีบพูดขึ้น

คนอื่นๆ ก็พูดสมทบ

“ใช่ๆ พวกเราพักห้องธรรมดาก็พอแล้ว เบียดๆ กันหน่อยก็ได้”

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”

เสี่ยวเพ่ยก็ไม่พูดอะไรมาก หยิบสมุดลงทะเบียนออกมาเริ่มบันทึกข้อมูล

ลุ่ยเหยียนถอนหายใจในใจ และรู้สึกยากจนเหลือเกิน

เธอเดินมาข้างเคาน์เตอร์ แสร้งถามอย่างไม่ใส่ใจ

“เกาะแห่งนี้ อยู่ใต้สังกัดของขุมกำลังฝ่ายไหนเหรอคะ?”

“เอ๊ะ? เกาะ?”

เสี่ยวเพ่ยชะงักไป

เธอกลอกตาครุ่นคิด จากคำพูดของอีกฝ่ายทำให้เธอรู้ข้อมูลหลายอย่าง

อีกฝ่ายเพิ่งมาเมืองเต่าทมิฬเป็นครั้งแรก และเข้าใจผิดคิดว่าเต่าทมิฬน้อยเป็นเกาะ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองเต่าทมิฬเลย

“ไม่ใช่หรอคะ?”

ดวงตาสีเทาของลุ่ยเหยียน ฉายประกายคมปลาบ

เสี่ยวเพ่ยหัวเราะเบาๆ พยักหน้าแล้วพูดเสียงใส

“ที่นี่คือเมืองเต่าทมิฬ ท่านเจ้าเมืองคือท่านมู่เหลียงค่ะ”

“เมืองเต่าทมิฬ? ไม่เคยได้ยินชื่อเลย...”

สีหน้าของลุ่ยเหยียนดูว่างเปล่า

“โลกนี้กว้างใหญ่ ไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลกค่ะ”

เสี่ยวเพ่ยพูดปัดๆ ไป

เธอลงทะเบียนข้อมูลอย่างรวดเร็ว หยิบพวงกุญแจพวงใหญ่ออกมา ผายมือเป็นสัญญาณ

“ทุกท่าน ตามฉันมาค่ะ”

“ค่ะ”

ลุ่ยเหยียนกดความสงสัยไว้ในใจ เดินตามเสี่ยวเพ่ยไปยังชั้นหนึ่งของหอสามดวงดาว

เธอถามคำถามอีกข้อ

“เอ่อ..คือ…ถ้าฉันอยากจะพักระยะยาว ค่าห้องพอจะลดราคาให้หน่อยได้ไหม?”

“ระยะยาวนี่นานแค่ไหนคะ?”

เสี่ยวเพ่ยหันกลับมาถาม

ลุ่ยเหยียนทำหน้าจริงจัง

“นานมากค่ะ หนึ่งปี... สามปี... สิบปี หรืออาจจะนานกว่านั้น”

“นี่คุณคิดจะตั้งถิ่นฐานที่นี่เลยเหรอ?”

เสี่ยวเพ่ยหยุดฝีเท้า

ลุ่ยเหยียนพยักหน้า

“ถ้าท่านเจ้าเมืองของพวกคุณยินดีต้อนรับพวกเรา ก็คิดว่าจะตั้งถิ่นฐานที่นี่เลยค่ะ...”

เสี่ยวเพ่ยทำหน้าเคร่งขรึมถาม

“พวกคุณเพิ่งมาเมืองเต่าทมิฬ  ครั้งแรกไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงคิดอยากจะตั้งถิ่นฐานที่นี่ล่ะ?”

“พวกเรามาจากเกาะอวี้ที่นั่นถูกพวกผีมายายึดไปแล้ว พวกเราไม่มีที่อื่นจะไปอีกแล้ว...”

ลุ่ยเหยียนพูดตามความจริง

เสี่ยวเพ่ยเบิกตากว้าง ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย พูดอย่างเข้าใจทุกอย่าขึ้นมา

“มิน่าล่ะ พวกคุณถึงได้ดูเหมือนผู้อพยพ”

“...”

มุมปากของลุ่ยเหยียนกระตุกเล็กน้อย รู้สึกเหมือนถูกล่วงเกิน

เสี่ยวเพ่ยอธิบายต่อ

“การจะตั้งถิ่นฐานในเมืองเต่าทมิฬ ไม่ใช่ง่ายๆ นะคะ พวกคุณลองไปสอบถามท่านฮู่เตียน  ถนนการค้าอยู่ใต้การดูแลของท่าน”

“ท่านฮู่เตียน? จะไปพบท่านได้อย่างไร?”

ลุ่ยเหยียนรีบถามต่อ

“พวกคุณพักผ่อนกันก่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ท่านฮู่เตียนจะมาตรวจตราแถวนี้ ถึงตอนนั้นคุณก็ได้พบท่านเอง”

เสี่ยวเพ่ยพูดเสียงใส

“ขอบคุณ”

หัวใจของลุ่ยเหยียนสั่นไหวเล็กน้อย

เธอหยิบผลึกสัตว์อสูรออกมาหนึ่งกำมือ แอบยื่นให้เสี่ยวเพ่ย

“ท่านพอจะเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมว่าเมืองเต่าทมิฬ  เป็นสถานที่แบบไหน?”

“ฉันรับไว้ไม่ได้ อย่าหาเรื่องให้ฉันเดือดร้อนเลยค่ะ!!”

เสี่ยวเพ่ยเบี่ยงตัวหลบปฏิเสธสินบนของลุ่ยเหยียน

เธอท่องจำกฎหมายและข้อบังคับของเมืองเต่าทมิฬได้ขึ้นใจหนึ่งในนั้นมีข้อบัญญัติอยู่ว่า หากเจ้าหน้าที่รับสินบนจากผู้อื่นจะต้องโทษจำคุก

“เอ่อ...”

ลุ่ยเหยียนชะงักไป ทำไมถึงมีคนไม่อยากได้ผลึกสัตว์อสูรด้วย?

“คุณเก็บผลึกสัตว์อสูร  กลับไปเถอะ ฉันจะเดือดร้อนได้ค่ะ”

เสี่ยวเพ่ยโบกมือ ทำหน้าเคร่งขรึม

“พวกคุณไปพักผ่อนก่อนเถอะ อยากรู้อะไรค่อยมาหาฉันที่โถงต้อนรับก็ได้”

เธอทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง แล้วหันหลังรีบวิ่งหนีไป

“..ประหลาดคนจริงๆ”

ลุ่ยเหยียนยืนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเก็บผลึกสัตว์อสูรกลับไป

เธอหันกลับมา พูดเร่งรัดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ทุกคนเหนื่อยกันแล้ว เข้าไปพักผ่อนตามห้องที่จัดไว้เถอะ”

“ขอบคุณท่านเจ้าเกาะ!!”

“ท่านเจ้าเกาะเองก็เหนื่อยมามากแล้ว รีบไปพักผ่อนเถอะท่าน”

เหล่าชาวเกาะต่างกล่าวทักทายด้วยความห่วงใย

“แน่นอน”

หัวใจของลุ่ยเหยียนอบอุ่นขึ้นมา รู้สึกว่าการอุทิศตนของเธอนั้นคุ้มค่า

หลังจากที่ประชาชนทุกคนเข้าห้องไปแล้ว เธอก็หันหลังเดินกลับไปยังโถงต้อนรับ

ในโถงต้อนรับ เสี่ยวเพ่ยกำลังดำเนินการลงทะเบียนเข้าพักให้กับพวกหมิวต้ะ

“เรียบร้อยค่ะ พวกคุณขึ้นไปชั้นสองนะคะ ที่กุญแจมีหมายเลขห้องอยู่ กลางคืนมีอะไรก็ค่อยเรียกฉัน”

เสี่ยวเพ่ยยื่นพวงกุญแจให้ ชี้ทางให้พวกหมิวต้ะไปยังชั้นสอง

ห้องพักแบบธรรมดาของหอสามดวงดาว  หมดแล้ว พวกทีมผจญภัยจึงต้องพักที่ชั้นสอง ซึ่งค่าห้องก็จะสูงกว่ามาก

“ได้”

หมิวต้ะโบกมือ พาลูกทีมผจญภัยขึ้นไปชั้นสอง

ลุ่ยเหยียนเดินมาที่หน้าเคาน์เตอร์ ลากเก้าอี้มานั่งลง

“คุณนี่เข้ากับคนง่ายดีนะ”

เสี่ยวเพ่ยพูดอย่างนึกขัน

ใบหน้างามของลุ่ยเหยียนแดงระเรื่อ ไอแห้งๆ สองสามที

“ทีนี้พอจะเล่าเรื่องเมืองเต่าทมิฬ  ให้ฉันฟังได้หรือยังคะ?”

“ได้สิ ยังไงก็ไม่ใช่ความลับอะไรอยู่แล้ว”

เสี่ยวเพ่ยใช้มือเท้าคาง เริ่มอธิบายข้อมูลพื้นฐานของเมืองเต่าทมิฬ

“เอ๊ะ เมืองเต่าทมิฬ  สร้างอยู่บนหลังของสัตว์อสูรโบราณงั้นเหรอ?”

ลุ่ยเหยียนเบิกตาสีเทากว้าง

“ในเมืองมีพืชต้นไม้เต็มไปหมดเลยงั้นหรอ?”

“น้ำ….มีน้ำใช้แบบไม่มีวันหมด?”

เธออุทานไม่หยุด ทำท่าทางตื่นตูมจนทำให้หมิวต้ะ ที่แอบฟังอยู่ชั้นสอง อดที่จะบ่นพึมพำในใจไม่ได้

จบบทที่ ตอนที่ 1042 ของนี้ฉันรับไม่ได้ค่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว