เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 สอนให้คิด

ตอนที่ 18 สอนให้คิด

ตอนที่ 18 สอนให้คิด


ไม้ทั้งหมดถูกย้ายขึ้นไปบนหลังของเต่าทมิฬ และถูกใช้สร้างเป็นหลังคาบ้าน

เนื่องจากว่ามีพื้นฐานของกำแพงที่มั่นคงอยู่แล้วทำให้ใช้เวลาไม่นานมู่เหลียงก็ทำโครงหลังคาบ้านเสร็จ

“มู่เหลียง เอาอิฐมาให้ที เดียวฉันขึ้นไปก่ออิฐข้างบนให้”

มินโฮปีนขึ้นไปบนหลังคาอย่างระมัดระวัง

“ระวังตัวด้วย”

มู่เหลียงเตือนก่อนจะส่งอิฐให้กับมินโฮ

“รู้แล้วน่า”

มินโฮตอบกลับพร้อมกับรับก้อนอิฐไป ด้วยท่าทางมีความสุข

เมื่อทำไปได้สักพักฟ้าก็เริ่มมืดลงจนแสงนั้นหมดไป

กองไฟถูกจุดขึ้นเพื่อส่องสว่างให้ทั้งสองมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบๆ และพอที่จะทำงานต่อไปได้

แล้วหนึ่งชั่วโมงต่อมา หลังคาบ้านก็ถูกปูด้วยแผ่นอิฐจนเสร็จ

อิฐทั้งหมดถูกผสานเข้าด้วยกัน จากพลังของเต่าทมิฬ ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าเมื่อฝนตกน้ำจะรั่วในตัวบ้าน

“เสร็จสักที!”

มินโฮกระโดดไปมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นบ้านใหม่เสร็จสมบูรณ์

มินโฮดูมีความสุขมาก และตื่นเต้นกับการสร้างบ้านหลังนี้ทั้งวัน แต่ตอนนี้เธอเริ่มชินกับบ้านหลังนี้แล้ว

“ได้เวลาเริ่มต้นใหม่แล้ว ย้ายของมาไว้ที่บ้านใหม่เถอะ”

มู่เหลียงตบไหล่ของมินโฮเบาๆ

“อื้อ!!”

มินโฮพยักหน้ารับ

เด็กสาวขนของมาไม่เยอะเท่าไร มีแค่หมอนแผ่นไม้สำหรับทำเตียงนอน ชามสองสามใบ ถังไม้และประตูบ้าน

แผ่นไม้สำหรับทำเตียงนั้นมินโฮตั้งใจจะเอามาปูเป็นเตียงนอน

และใช่อย่างที่คิดเด็กสาวถอดประตูบ้านมาด้วย และจะเอามาติดเข้ากับห้องของเธอ ซึ่งก็ถือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลว

สุดท้ายก็มีเพียงกระท่อมไม้เท่านั้นที่ไม่ได้รื้อถอนออกมาทั้งหมด เพราะมินโฮไม่อยากทำลายมันทิ้ง แต่ขนของออกมาแทน

“.....”

มู่เหลียงที่ถือคบไฟยืนอยู่มองดูมินโฮเก็บของในกระท่อมโดยไม่พูดอะไรสักคำ

เขาเห็นมินโฮกอดหมอนยืนแน่นิ่งอยู่กลางกระท่อม

มู่เหลียงเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะหาตัวพี่สาวของมินโฮเจอในอนาคต

แต่ดูเหมือนมินโฮจะต้องทิ้งของหลายอย่างที่เคยเป็นของพี่สาวเธอไป -ซึ่งมันกระทบจิตใจของเด็กน้อยอยู่บ้าง

“ไปกันเถอะ”

มินโฮกัดริมฝีปากแน่นพร้อมกับหันหลังออกมาพร้อมกับหมอนในอ้อมแขน

ไม่รู้ว่าการไปครั้งนี้จะได้กลับมาอีกไหม

“......”

มู่เหลียงได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดสิ่งใด แต่ถึงไม่พูดออกมาเขาเองก็รู้สึกบีบหัวใจเหมือนกันกับฉากแบบนี้

ทั้งสองเดินทางกลับไปหาเต่าทมิฬ

ในค่ำคืนที่มืดมิด จนยากที่จะเห็นกระท่อมไม้ได้ แต่มินโฮเองก็ยังหันกลับมามองกระท่อมไม้อยู่หลายครั้ง

จนกระทั้งกลับมาถึงเต่าทมิฬ

แล้วสีหน้าของมินโฮก็กลับมามีรอยยิ้มสดใสอีกครั้ง และวิ่งเข้าไปในบ้านหลังใหม่ ห้องใหม่ของเธอ

เด็กสาวกอดหมอนแน่น ก่อนที่จะเดินออกมาหามู่เหลียงและถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

“ห้องนี้เป็นของฉันคนเดียวจริงๆ งั้นหรอ?”

“ใช่ ต่อไปนี้มันคือห้องของมินโฮแล้ว อยากทำอะไร หรือจัดห้องยังไงก็ตามใจเลย”

มู่เหลียงยิ้มอย่างอ่อนโยนและตอบกลับไป

“ฮิๆๆ ฉันจะทำห้องให้สวยๆ เลย”

มินโฮหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ก่อนที่จะวิ่งกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง

“พรุ่งนี้เราจะเริ่มทำความสะอาดกันน่ะ”

มู่เหลียงตะโกนบอก ก่อนที่เขาจะหันไปมองดูของที่กองอยู่ในห้องโถงกลาง

ตอนนี้มู่เหลียงเองก็เริ่มหิวแล้ว เขาจึงตัดสินใจก่อกองไฟขึ้นในห้องโถงกลางเพื่อเตรียมมื้อเย็น

กองไฟถูกสร้างขึ้นเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม และปูรอบๆ ด้วยทรายเพื่อทำเป็นฉนวนกันความร้อน

และที่เหนือกองไฟก็มีปล่องไฟ ให้ควันลอยออกไปข้างนอกบ้าน

“หลุมสำหรับกองไฟก็พร้อมแล้ว”

-มู่เหลียงปัดมือสองสามครั้ง และมองดูผลงานของเขา

“พลังใหม่ของเต่าทมิฬนี้สะดวกมากจริงๆ สามารถเอาไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบเลย”

ก่อนที่เขาจะทำที่สำหรับแขวนไม้ เพื่อแขวนหม้อเหนือกองไฟ เพื่อจะเตรียมทำน้ำซุป และเนื้อย่าง

ฟุตฟิต….

มินโฮสูดหายใจเข้าหลายครั้ง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องราวกับถูกกลิ่นอะไรดึงดูดมา

และมาหยุดลงที่หน้ากองไฟ เด็กสาวจ้องเขม็งไปยังเนื้อที่ย่างอยู่ และซุปในหม้อ

“จัดห้องเสร็จแล้วงั้นหรอ หิวรึยังหล่ะ”

มู่เหลียงถามขึ้นระหว่างที่พลิกเนื้อไปมา เขาย่างเนื้อโดยไม่ได้ปรุงแต่งรสอะไรเพิ่มเลย ซึ่งสิ่งที่ได้คือรสชาติของเนื้อดั้งเดิม

“อือฉันหิวแล้ว”

ถ้าวันนี้ไม่ได้ออกแรงเยอะไปกับการสร้างบ้านใหม่เธอคงไม่แสดงออกว่าหิวขนาดนี้

เด็กสาวนั่งข้างกองไฟอย่างใจจดใจจ่อ และดูว่าเมื่อไรซุปและเนื้อย่างที่มู่เหลีองทำจะเสร็จ

และเมื่อได้สติก็เตรียมอ้าปากจะเตือนมู่เหลียงอีกครั้งว่าให้ประหยัดของกินหน่อยอย่าได้ฟุ่มเฟือยนัก

แต่เมื่อเห็นหน้าของมู่เหลียงแล้วคำพูดที่ในลำคอของเธอก็เปลี่ยนไป

“ไม่เป็นไรจริงๆ งั้นหรอกินเยอะแบบนี้”

วันนี้เป็นวันขึ้นบ้านใหม่ เป็นเรื่องดีที่จะฉลองไม่ใช่รึไงกัน

“ไม่เป็นไรหรอก รออีกแปบนะ…ซุปต้องเคี่ยวนานๆ จะได้มีรสชาติของเนื้อเยอะๆ”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับมองเด็กสาว และรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเธอถึงไม่บ่นเขาเหมือนครั้งก่อน

แต่เอาจริงๆ เขาก็มีข้อแก้ตัวหมดแล้ว ถึงจะุถูกเด็กสาวบ่นยังไงเขาก็เถียงชนะ

“มู่เหลียงนายบอกว่าอีกวันสองวันพวกโจรจะมาถึงไม่ใช่งั้นหรอ มันอาจจะมาถึงวันพรุ่งนี้ก็ได้”

มินโฮเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างเขินๆ

“แล้ว…แล้วเราจะทำยังไงให้พวกโจรมันเชื่อว่าชาวค่ายกำลังจะหนีหล่ะ”

“หากว่ามินโฮเป็นโจรถูกส่งมาตรวจสอบเรื่องนี้”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับพลิกเนื้อ และพูดต่อไป

“เธอจะรู้ได้ยังไงว่าคนในค่ายพึ่งย้ายออกไป”

เขาต้องการให้มินโฮฝึกคิดหาคำตอบด้วยตัวเองบ้าง ดีกว่าที่เขาจะบอกทุกอย่าง กับมินโฮ

เพราะต่อจากนี้ทั้งสองจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน

และเธอต้องตามความคิดของเขาให้ทัน เพื่อจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ มู่เหลียงจำเป็นต้องฝึกสอนมินโฮไปทีละน้อย

“อื้ม…ขอลองคิดดูก่อนนะ”

มินโฮเอียงหัวพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิด และหูกระต่ายของเธอก็ขมวดไปมาราวกับกำลังหนักใจ

เธอก้มหัวลง เพื่อจะคิดให้ออก และมองไปเห็นเท้าของตัวเอง

“รู้แล้ว รอยเท้า!! ต้องดูจากรอยเท้าใช่ไหม?”

มินโฮเงยหน้าขึ้นพร้อมกับพูดออกมาเสียงดังอย่างตื่นเต้น

“ถูกต้อง รอยเท้าสามารถบงบอกถึงระยะเวลาของผู้ที่ทิ้งเอาไว้ได้ จากความตื้นลึกของรอยนั้น”

มู่เหลียงพยักหน้าพร้อมกับชมมินโฮ

“แต่นอกจากรอยเท้าแล้ว ยังมีวิธีการอื่นที่ง่ายกว่านั้น”

“มีวิธีอื่นอีกงั้นหรอ?”

มินโฮกระพริบตาสองสามครั้งด้วยความสงสัย

“ร่องรอยของการใช้ไฟ”

มู่เหลียงเริ่มสอนความรู้ที่เขาได้รับมาตอนอยู่ในกองทัพ

“เราสามารถรู้ได้ว่าคนพึ่งจะไปจากตรงนี้ได้จากกองไฟและถ่านที่หลงเหลือเอาไว้ หากว่ากองไฟยังร้อนมากเท่าไรก็เท่ากับว่าผู้คนพึ่งไปจากตรงจุดนี้ได้ไม่นาน แต่หากว่ากองไฟเย็นหมดแล้วแปลว่าผู้คนที่ใช้กองไฟนี้จากไปนานแล้ว”

“ยังงี้เอง”

มินโฮพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“เอาหล่ะเสร็จแล้ว!! กินข้าวกันเถอะ จะได้มีแรงไปทำงานต่อ”

มู่เหลียงยื่นเนื้อย่างให้มินโฮ

“อื้อ”

เด็กสาวรับไม้เสียบเนื้อย่างมา และคิดถึงแต่สิ่งที่มู่เหลียงพูดเมื่อครู่

แป็ก!!

มู่เหลียงดีดหน้าผากของเด็กน้อยไปหนึ่งครั้ง

“อ้ะ!!”

เด็กสาวน้องตกใจ ด้วยน้ำเสียงที่ดูน่ารัก

“เวลากินก็กินสิ อย่ามัวแต่คิดเรื่องอื่น!”

มู่เหลียงเรียกสติเด็กสาวพร้อมกับส่งถ้วยน้ำซุปให้เธอ

“โถ่!!”

เด็กสาวทำหน้ามุ่ย และรับถ้วยน้ำซุปมาพร้อมกับแก้มที่พองออกมาราวกับไม่พอใจ

จบบทที่ ตอนที่ 18 สอนให้คิด

คัดลอกลิงก์แล้ว