- หน้าแรก
- พลังลำดับฝ่าวันสิ้นโลก
- บทที่ 50 ถึงเวลาเปลี่ยนรถ
บทที่ 50 ถึงเวลาเปลี่ยนรถ
บทที่ 50 ถึงเวลาเปลี่ยนรถ
เมื่อเสียงประกาศจากลำโพงดังขึ้น ความตึงเครียดก็แผ่ซ่านไปทั่วขบวนรถในทันที
ความเร็วของขบวนรถชะลอลงตามไปด้วย
โจวเสี่ยวเสี่ยวคว้าไม้เบสบอลจากใต้เบาะหลังรถ จ้องมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ทว่าถูกรถบัสคันใหญ่บังสายตาไว้จนมิด ทำให้มองไม่เห็นสถานการณ์ข้างหน้าเลย
"พี่!"
"ไม่เป็นไร ในขบวนเรามีหัวหน้าฉู่ มีนาน่า แล้วก็... เฉินเยี่ย พวกเขาเป็นผู้มีพลังลำดับ ไม่เป็นไรหรอก!"
โจวหลานเองก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน
โจวหลานคาดไว้อยู่แล้วว่าในวันสิ้นโลก คงไม่ได้มีแค่พวกเธอขบวนเดียวที่รอดชีวิต ต้องมีผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่นอยู่แน่นอน
เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเจอเร็วขนาดนี้
แต่ทว่า... การเจอผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่น ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเสมอไป
......
ทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศจากหัวหน้าฉู่ เฉินเยี่ยก็ลดความเร็วรถสามล้อลงทันที มือคว้าหน้าไม้ที่เอวมาเตรียมพร้อม
มือซ้ายประคองแฮนด์รถ มือขวาขึ้นสายหน้าไม้ด้วยมือเดียว
"ผึง~~~"
สายหน้าไม้ที่กรำศึกหนักมานานขาดสะบั้นลง
ไม่มีเวลามานั่งเสียดาย เฉินเยี่ยโยนหน้าไม้ทิ้ง แล้วชักมีดพร้าที่เอวออกมาแทน
เช่นเดียวกับสองพี่น้องตระกูลโจว ปฏิกิริยาแรกของเฉินเยี่ยเมื่อได้ยินว่ามีขบวนรถอื่น คือการระวังตัว
ในวันสิ้นโลก บางครั้งคนก็น่ากลัวกว่าสิ่งลี้ลับ
ทั้งขบวนรถตกอยู่ในความระมัดระวังขั้นสูงสุด
ด้วยสายตาขวาที่ได้รับการเสริมแกร่ง เฉินเยี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
เสียงประกาศเมื่อครู่ ขบวนรถข้างหน้าควรจะได้ยิน
แต่ฝ่ายนั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลย
หรือจะเป็นสิ่งลี้ลับ?
ไม่น่าใช่!
ถ้าเป็นสิ่งลี้ลับ ฉู่เช่อคงไม่พาขบวนรถมุ่งหน้าไปต่อแน่
ภาพตรงหน้าเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดก็เห็นชัด
ข้างหน้ามีขบวนรถอยู่จริงๆ
มีรถประมาณหลายสิบคัน รถคันนำหน้าเป็นรถออฟโรด พลิกคว่ำอยู่ข้างทางในทะเลทราย ครึ่งคันจมอยู่ในทราย
รถคันที่เหลือชนท้ายกันระเนระนาด กองรวมกันเป็นกลุ่ม
นี่มันอุบัติเหตุรถชนครั้งใหญ่ชัดๆ
มีรถบางคันถูกไฟไหม้จนดำเป็นตอตะโก
รถหลายสิบคันจอดขวางทางอยู่บนถนนกลางทะเลทราย
ความร้อนระอุของทะเลทรายทำให้ภาพอุบัติเหตุตรงหน้าดูบิดเบี้ยวเลือนราง
อุณหภูมิภายนอกตอนนี้ไม่ต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส
ความเคลื่อนไหวของขบวนรถแห่งความยุติธรรม ไม่ได้ทำให้เกิดปฏิกิริยาใดๆ จากจุดเกิดเหตุเลย
แม้แต่เงาคนสักคนก็ไม่เห็น
เฉินเยี่ยขมวดคิ้ว
สถานการณ์นี้ผิดปกติมาก
รถของฉู่เช่อจอดสนิท
รถคันอื่นๆ ก็ทยอยจอดตาม
ชายหนุ่มเท้าเปล่าลงจากรถ เงยหน้ามองมาทางเฉินเยี่ยแวบหนึ่ง แล้วมองไปยังจุดเกิดเหตุไกลๆ
ชายหนุ่มก้มลงหยิบทรายกำมือหนึ่งใส่ปากเคี้ยว
น่าจะกำลังใช้ความสามารถบางอย่างของลำดับผู้นำทาง
เฉินเยี่ยจอดรถสามล้อ สวมกางเกงขาสั้นและเสื้อกันแดดเดินไปหาฉู่เช่อ
นาน่าและเถี่ยซือก็ลงจากรถของตัวเองเดินมาสมทบ
"หัวหน้า สถานการณ์เป็นไงบ้าง?"
สาวขายาวสวมหมวกกันแดดและแว่นกันแดดถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ใครต้องออกมาจากรถแอร์เย็นฉ่ำมาเจอร้อนนรกแตกแบบนี้ ก็ต้องหงุดหงิดเป็นธรรมดา
ถึงกระนั้น มือของหญิงสาวก็ไม่เคยห่างจากด้ามกระบี่ที่เอว
เฉินเยี่ยมองแว่นกันแดดและหมวกกันแดดของสาวน้อยด้วยความอิจฉา
แดดเปรี้ยงขนาดนี้ การมีแว่นกันแดดกับหมวกกันแดดคือสวรรค์ชัดๆ
ฉู่เช่อหรี่ตาลงเล็กน้อย "พวกนายก็เห็นแล้ว ข้างหน้ามีอุบัติรถชนกัน เราผ่านไปไม่ได้!"
"มีผีมั้ย?"
สาวน้อยถามอย่างระแวง!
สภาพขบวนรถข้างหน้าเธอก็เห็น ทางฝั่งเราทำเสียงดังขนาดนี้ แต่ฝั่งนั้นเงียบกริบ
ถ้าบอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ใครจะไปเชื่อ
ฉู่เช่อส่ายหน้า "ไม่มีผี!"
"งั้นก็ง่าย เสี่ยวฟู่! ไปดูหน่อย!"
เถี่ยซือพูดเสียงอู้อี้
ประโยคแรกพูดกับทุกคน ประโยคหลังหันไปตะโกนบอกคนในรถบัส
นักศึกษาหนุ่มสวมแว่นรีบลงจากรถบัส ควบมอเตอร์ไซค์พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เฉินเยี่ยจำรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ได้ มันคือคันที่เห็นเมื่อเช้านั่นแหละ
ไม่รู้เหมือนกันว่าไปตกอยู่ในมือเด็กหนุ่มคนนี้ได้ยังไง
ไม่นานเสี่ยวฟู่ก็กลับมา สีหน้าดูแปลกประหลาด
"เสี่ยวฟู่ ข้างหน้าเป็นไงบ้าง?"
"พี่เถี่ย หัวหน้า พี่นาน่า พี่เยี่ย ในรถข้างหน้าไม่มีคนเลยครับ!"
นักศึกษาหนุ่มผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ไล่เรียกชื่อทุกคนจนครบ ถึงค่อยรายงานสิ่งที่เห็น
"ข้างหน้าไม่มีคน? แม้แต่ศพก็ไม่มีเหรอ?"
"ไม่มีครับ ในรถทุกคันไม่มีคนอยู่เลยสักคน..."
เสี่ยวฟู่เล่าสิ่งที่เห็นให้ฟัง
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"งั้น... เราลองไปดูกันไหม?"
เฉินเยี่ยคาบบุหรี่พูดขึ้น
"คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ!"
ทุกคนแยกย้ายกลับขึ้นรถ
ขบวนรถเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ มุ่งหน้าไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวังสามส่วน ลองเชิงสามส่วน และความโลภอีกสามส่วน
เฉินเยี่ยกลับรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ ในใจ
ถ้าขบวนรถข้างหน้าไม่มีคนจริงๆ
งั้นก็แปลว่าเขาอาจจะได้เปลี่ยนรถใหม่?
รถสามล้อของเขาแม้จะดัดแปลงมาดี แต่เทียบกับรถออฟโรดสี่ล้อแล้วยังห่างชั้นกันเยอะ
ถ้าได้รถออฟโรดมาอัปเกรดดัดแปลงสักคัน...
แค่คิดก็ฟินแล้ว
ขบวนรถหยุดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณห้าสิบเมตร
เถี่ยซือลงจากรถเป็นคนแรก
ร่างใหญ่ยักษ์ก้าวเท้าหนักแน่นเดินตรงไปยังจุดเกิดเหตุ ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
สาวขายาวยืนอยู่บนหลังคารถออฟโรดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มือจับด้ามกระบี่ที่เอว เตรียมพร้อมรับมือเหตุไม่คาดฝัน
แม้เสี่ยวฟู่จะไปสำรวจมาแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าพอพวกเราเข้าไปใกล้จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าไม่ระมัดระวังตัวขนาดนี้ ขบวนรถคงล่มสลายไปนานแล้ว
เฉินเยี่ยสูบบุหรี่เฮือกใหญ่ บุหรี่จงฮวาหายวูบไปเกือบครึ่งมวนในอึกเดียว
ควันหนาทึบถูกพ่นออกมาทางจมูก ก่อตัวเป็นม่านหมอกจางๆ รอบตัว
เสียงแมวร้องดังออกมาจากม่านหมอก
ตาขวาของเฉินเยี่ยจ้องมองร่างใหญ่ยักษ์ที่เดินนำหน้าตาไม่กะพริบ
จนกระทั่งเห็นเจ้ายักษ์ส่งสัญญาณมือว่าปลอดภัยกลับมา
เฉินเยี่ยถึงถอนหายใจโล่งอก
ความตื่นเต้นดีใจพุ่งพล่านขึ้นมาทันที
รถเยอะขนาดนี้ ต้องมีสักคันที่เหมาะกับเขา
จะได้ไม่ต้องขับรถสามล้อบุโรทั่งนี่อีกแล้ว
ในที่สุดฉันก็จะได้เป็นเจ้าของรถยนต์กับเขาบ้างแล้ว
แค่คิดก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น