- หน้าแรก
- พลังลำดับฝ่าวันสิ้นโลก
- บทที่ 37 ขบวนรถ
บทที่ 37 ขบวนรถ
บทที่ 37 ขบวนรถ
มอเตอร์ไซค์สามล้อที่เติมน้ำมันเต็มถังกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
เฉินเยี่ยบิดคันเร่ง รับรู้ถึงเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ความรู้สึกปลอดภัยก็ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ใครว่าผู้ชายไม่ต้องการความรู้สึกปลอดภัย?
ในวันสิ้นโลก น้ำมันในถังและเสบียงในกระบะท้ายรถคือสิ่งที่มอบความรู้สึกปลอดภัยได้ดีที่สุด
เฉินเยี่ยสูบบุหรี่เฮือกใหญ่ พ่นควันออกมาเป็นวง แล้วบิดคันเร่ง มอเตอร์ไซค์สามล้อคำรามอย่างอ่อนแรง ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างเชื่องช้า
ต้องยอมรับว่าพละกำลังของมอเตอร์ไซค์สามล้อคันนี้ยังไม่ดีพอ
ต่อให้เฉินเยี่ยบิดคันเร่งจนสุด ก็ยังตามรถออฟโรดและรถบัสข้างหน้าไม่ทัน
ครั้งนี้จำนวนคนในขบวนรถลดลงไปอีก
ผู้รอดชีวิตที่เข้าไปในหมู่บ้านฉางโซ่วมีเกือบห้าสิบคน
แต่คนที่หนีรอดออกมาได้มีแค่สิบกว่าคนเท่านั้น
กว่าสามสิบชีวิตต้องทิ้งร่างไว้ที่หมู่บ้านฉางโซ่วตลอดกาล
ในจำนวนนั้นมีผู้รอดชีวิตที่หนีมาจากเมืองลู่เฉิงรวมอยู่ด้วยไม่น้อย
คนกลุ่มนี้มีเสบียงน้อยที่สุด ความปรารถนาที่จะได้เสบียงจึงแรงกล้าที่สุด
ผู้รอดชีวิตที่ไม่ได้กลับออกมาจากหมู่บ้านฉางโซ่ว ญาติพี่น้องของพวกเขาต่างรอคอยอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง
เมื่อคนรักไม่ได้กลับออกมา คนเหล่านี้ก็หมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป...
ผู้รอดชีวิตคนอื่นไม่มีเวลามานั่งโศกเศร้า ทุกคนต่างรีบเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางตามขบวนรถไป
ผู้รอดชีวิตที่หนีมาจากเมืองลู่เฉิงมีรถยนต์หนึ่งคันและมอเตอร์ไซค์สองคัน
มองผ่านกระจกรถ เฉินเยี่ยเห็นว่าคนขับรถยนต์คันนั้นเปลี่ยนคนแล้ว
คิดว่าเจ้าของเดิมคงทิ้งชีวิตไว้ที่หมู่บ้านฉางโซ่วแล้วกระมัง
บวกกับรถที่มีอยู่เดิมในขบวน คือรถออฟโรดดัดแปลงสองคัน รถบัสหนึ่งคัน รถเก๋งหนึ่งคัน รถไฟฟ้าจิ๋วหนึ่งคัน มอเตอร์ไซค์สามคัน และมอเตอร์ไซค์สามล้อของเฉินเยี่ย
ดังนั้น ตอนนี้ถึงจำนวนคนจะดูน้อยลง แต่จำนวนพาหนะในขบวนรถก็ยังมีไม่น้อย
ยังมีจักรยานอีกหลายคันปั่นตามท้ายขบวนมา
โดยเฉพาะรถไฟฟ้าจิ๋วคันนั้น ดึงดูดความสนใจของเฉินเยี่ยเป็นพิเศษ
รถไฟฟ้าจิ๋วคันนี้อยู่คู่ขบวนรถมาตั้งแต่ตอนที่เฉินเยี่ยเพิ่งเข้าร่วม จนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่หลุดจากขบวน
เฉินเยี่ยรู้จักเจ้าของรถคันนี้ เป็นชายแก่แซ่จาง
ชายแก่คนนี้วันๆ เอาแต่ยิ้มร่า ปากก็ค่อนข้างจัดจ้าน ไม่รู้เหมือนกันว่าแกไปหาที่ชาร์จไฟมาจากไหน
รถทุกคันในขบวนเริ่มเคลื่อนตัว
ขบวนรถทอดยาวภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง
มีเพียงรถของสองพี่น้องตระกูลโจวที่ยังจอดนิ่งสนิท
ภายในรถเก๋ง
สองพี่น้องโจวหลานและโจวเสี่ยวเสี่ยวสภาพดูไม่ได้
นอกจากเสื้อผ้าจะขาดรุ่งริ่ง ตามตัวยังมีบาดแผลเต็มไปหมด ดูน่าสงสารจับใจ
โดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่สวยของโจวหลาน มิน่าล่ะถึงได้เป็นดาราดังระดับซูเปอร์สตาร์
"พี่ ทำไงดี? น้ำมันหมด รถสตาร์ทไม่ติด!"
โจวเสี่ยวเสี่ยวพูดอย่างร้อนรน น้ำเสียงเจือความอ่อนแอ
สาวห้าวคนนี้หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่หมู่บ้านฉางโซ่ว ดูเหมือนจะอ่อนแอลงไม่น้อย
ในขบวนรถ ก็เพราะรถเก๋งคันนี้แหละที่ทำให้สองพี่น้องตระกูลโจวดูพิเศษกว่าผู้รอดชีวิตคนอื่น
ถ้าไม่มีน้ำมัน รถคันนี้ก็ไม่ต่างจากเศษเหล็ก ถึงตอนนั้นสองพี่น้องก็คงไม่ต่างจากผู้รอดชีวิตคนอื่น
"พี่ หรือให้ฉันไปขอยืมเฉินเยี่ยหน่อย!"
ก่อนหน้านี้โจวเสี่ยวเสี่ยวเห็นกับตาว่าลุงอาเป่าเอาน้ำมันถังหนึ่งไปให้เฉินเยี่ย
ไม่รู้ทำไม หลังจากเคยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือไปแล้วครั้งหนึ่ง
โจวเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกว่าการขอร้องเฉินเยี่ยอีกครั้งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
"เสี่ยวเสี่ยว เธอคิดว่าเฉินเยี่ยจะให้เรายืมเหรอ?"
โจวหลานเอ่ยถาม
ตอนอยู่ในหมู่บ้าน โจวเสี่ยวเสี่ยวก็เคยขอความช่วยเหลือจากเฉินเยี่ยมาแล้ว
โจวเสี่ยวเสี่ยวย่อมเข้าใจความหมายของพี่สาว ตอนนั้นเฉินเยี่ยไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเลย
โจวเสี่ยวเสี่ยวมองมอเตอร์ไซค์สามล้อนอกหน้าต่างรถ แววตาสับสน
"พี่ เดี๋ยวฉันไปขอโทษเขาก็ได้ เขาเป็นผู้ชายอกสามศอก คงไม่ถือสาหาความเด็กผู้หญิงอย่างฉันหรอก!"
พูดไปพูดมา เสียงของโจวเสี่ยวเสี่ยวก็ค่อยๆ เบาลง ความมั่นใจหดหาย
เฉินเยี่ยไม่เหมือนพวกผู้ชายที่เคยมาตามจีบเธอ
ตั้งแต่ตอนที่เขาใช้ยายแก่เป็นโล่มนุษย์โดยไม่ลังเล โจวเสี่ยวเสี่ยวก็รู้แล้วว่าเฉินเยี่ยเป็นคนอำมหิต
แถมตอนนี้ยังเป็นวันสิ้นโลก
โจวหลานไม่รู้จะพูดอะไร เปิดประตูรถเดินไปค้นหาของที่กระโปรงหลัง
ตอนนี้มีผู้รอดชีวิตคนอื่นเก็บข้าวของเดินผ่านรถของสองพี่น้องไปแล้ว
แม้คนพวกนี้จะแปลกใจกับการกระทำของสองพี่น้อง แต่ก็ไม่มีใครหยุดดู สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตึงเครียด
บางคนขี่รถสามล้อ บางคนขับรถไฟฟ้าจิ๋ว
บางคนก็ใช้แค่สองขา
แต่ทุกคนไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
"พี่ ทำอะไรอยู่?"
โจวเสี่ยวเสี่ยวทนเจ็บแผลถามพี่สาวที่กำลังค้นหาของท้ายรถ
ไม่นานโจวเสี่ยวเสี่ยวก็เห็นพี่สาวหยิบแกลลอนน้ำมันออกมาจากท้ายรถด้วยท่าทางลึกลับ
พอเห็นแกลลอนน้ำมัน โจวเสี่ยวเสี่ยวถึงกับลืมความเจ็บปวดไปเลย
"พี่ พี่ไปแอบซ่อนไว้ตอนไหน สุดยอดไปเลย!"
น้ำมันถังนี้โจวหลานแอบเก็บไว้ตอนไปหาเสบียงคราวก่อน แม้แต่โจวเสี่ยวเสี่ยวยังไม่รู้
เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ
ด้วยเหตุนี้ รถของสองพี่น้องโจวหลานและโจวเสี่ยวเสี่ยวจึงเริ่มเคลื่อนตัวได้
ขบวนรถเริ่มเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ผู้รอดชีวิตที่ไม่มีพาหนะเริ่มลำบาก ต้องกัดฟันวิ่งตามอย่างสุดชีวิต
ไม่ใช่ว่าคนพวกนี้ไม่อยากนั่งรถ หรือขออาศัยรถคนอื่นไปด้วย
แต่ในขบวนรถ การจะได้อะไรมาต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน
แถมรถทุกคันในขบวนก็นั่งกันเต็มหมด ไม่มีที่ว่างเหลือเลย
โชคดีที่เส้นทางที่หัวหน้าฉู่เลือกค่อนข้างดี เป็นถนนทางหลวง สภาพถนนดี รอบข้างไม่มีหมู่บ้าน
ลมเย็นพัดปะทะร่างกายทำให้รู้สึกสบาย
ข้างทางมีรถจอดทิ้งร้างอยู่ประปราย
ตอนแรกผู้รอดชีวิตเห็นรถพวกนี้ก็ดีใจรีบวิ่งเข้าไปดู แต่ไม่นานก็ต้องผิดหวังกลับมา
เฉินเยี่ยอยากจะแวะดูรถพวกนี้เผื่อยังมีน้ำมันเหลือ
แต่ขบวนรถเคลื่อนที่เร็วมาก เฉินเยี่ยไม่มีเวลาแวะดู
ยังดีที่สภาพถนนค่อนข้างดี
ถ้าเป็นทางลูกรังในชนบท
อย่าว่าแต่พวกเดินเท้าเลย แม้แต่เฉินเยี่ยก็คงหลุดขบวน
มอเตอร์ไซค์สามล้อคันนี้วิ่งทางวิบากไม่ไหวแน่
ทันใดนั้น เฉินเยี่ยรู้สึกเย็นวาบที่ใบหน้า
เอามือลูบหน้า ก็เจอกับหยดน้ำ
สีหน้าของเฉินเยี่ยดูแย่ลงทันที
ไอ้เชี่ยเอ๊ย...
ฝนจะตกเหรอเนี่ย?
รถฉันยังไม่ได้อัปเกรดหลังคานะเว้ย
ในขณะเดียวกัน สีหน้าของหัวหน้าฉู่ก็ดูไม่สู้ดีนัก
ในการรับรู้ของฉู่เช่อ รอบด้านขบวนรถมีกลิ่นอายสิ่งลี้ลับเต็มไปหมด
บางตัวอยู่ใกล้ บางตัวอยู่ไกลออกไปหน่อย
ตัวที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากท้ายขบวนไปแค่เจ็ดแปดกิโลเมตร และกำลังไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว
หัวหน้าฉู่สั่งให้ขบวนรถเร่งความเร็ว
เมื่อหัวหน้าฉู่เร่งความเร็ว รถคันอื่นก็เร่งตาม
ขบวนรถเร่งความเร็วอีกครั้ง คนที่ลำบากที่สุดคือผู้รอดชีวิตที่ไม่มีพาหนะ
ฉู่เช่อเตรียมใจที่จะทิ้งคนพวกนี้ไว้ข้างหลังแล้ว
ส่วนเฉินเยี่ยตอนนี้ก็ลำบากไม่แพ้กัน
เขากำคันเร่งมอเตอร์ไซค์สามล้อจนสุดแล้ว แต่ระยะห่างจากรถยนต์สี่ล้อข้างหน้าก็ยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ
แม้แต่มอเตอร์ไซค์ไม่กี่คันนั้นก็แซงเฉินเยี่ยไปแล้ว
ฝนตกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเสื้อผ้าของเฉินเยี่ยเปียกโชก สุดท้ายกางเกงและรองเท้าก็เปียกไปหมด
เฉินเยี่ยเหมือนถูกแช่อยู่ในน้ำฝน
รถข้างหน้าทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ
ผู้รอดชีวิตด้านหลังก็ถูกเฉินเยี่ยทิ้งห่างไปไกลเช่นกัน
ฝนตกหนักบดบังทัศนวิสัยของเฉินเยี่ย
เฉินเยี่ยเอามือปาดน้ำฝนออกจากหน้า เพื่อให้มองเห็นทางได้ชัดขึ้นชั่วขณะ
ข้างหูมีแต่เสียงฝนตกเปาะแปะ
ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆฝน มีฟ้าแลบแปลบปลาบเป็นระยะ
เฉินเยี่ยขับมอเตอร์ไซค์สามล้อฝ่าสายฝนอยู่เพียงลำพัง
ท่ามกลางฟ้าดิน นอกจากฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง ก็มีเพียงเฉินเยี่ยที่โดดเดี่ยว
เฉินเยี่ยรู้ดีว่าหยุดรถไม่ได้ ถ้าหยุดเมื่อไหร่ ต้องเกิดเรื่องน่ากลัวขึ้นแน่
จากความเข้าใจที่มีต่อผู้นำทาง
เฉินเยี่ยรู้ว่าฉู่เช่อไม่ทำแบบนี้โดยไม่มีเหตุผล!
โชคดียังพอมองเห็นไฟท้ายรถสีแดงอยู่ไกลๆ ทำให้ไม่หลงขบวน
ตอนนี้เฉินเยี่ยมีความคิดเดียว คือถ้าหยุดรถเมื่อไหร่ ต้องอัปเกรดห้องโดยสารให้มอเตอร์ไซค์สามล้อทันที
และต้องอัปเกรดเครื่องยนต์ด้วย เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งห่างแบบนี้อีก
ทางที่ดีเปลี่ยนสามล้อเป็นสี่ล้อไปเลย
แล้วก็ต้องใช้แต้มสังหารสามพันแต้มแลกวิธีปลุกพลังลำดับด้วย
ไม่รู้ว่าแต้มสังหารจากการไปหมู่บ้านฉางโซ่วครั้งนี้จะพอหรือเปล่า!