- หน้าแรก
- คุณชายตกอับ ฉบับท่านเซียน
- ตอนที่ 19: ของขวัญวันเกิด?
ตอนที่ 19: ของขวัญวันเกิด?
ตอนที่ 19: ของขวัญวันเกิด?
ตอนที่ 19: ของขวัญวันเกิด?
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ซูไป๋ออกไปข้างนอกพร้อมกับมู่ซีหยวี่
มู่ซีหยวี่ขับรถโฟล์กสวาเกนบีเทิลสีดำรุ่นท็อป ราคาประมาณสามแสนหยวน แม้จะไม่ใช่รถหรูอะไร แต่สำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่สามารถขับรถแบบนี้ได้ ก็ถือว่าหรูหรามากแล้ว
ซูไป๋นั่งอยู่เบาะหลัง ไม่ได้คิดจะพูดคุยกับมู่ซีหยวี่ ส่วนมู่ซีหยวี่ก็ขับรถด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ไม่นาน รถก็หยุดที่สี่แยกแห่งหนึ่ง
ถึงเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ซูไป๋เปิดประตูรถเดินออกไป คิ้วของเขาพลันขมวดขึ้น
ริมถนนจอดรถยนต์หลายคัน โดยคันที่โดดเด่นที่สุดคือรถปอร์เช่ ปานาเมร่า สีแดง ส่วนคันอื่นเป็นรถหรูขนาดเล็ก เช่น คาดิลแลค บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ที่มีมูลค่าสี่ถึงห้าแสนหยวน
เจียงเส้าเฟิงและหลี่เกาซงลงมาจากรถปอร์เช่ พอเห็นซูไป๋ก็พลันชะงักไปพร้อมกัน แล้วรำพึงอยู่ในใจว่า “เขามาได้ยังไง?”
คุณหนูเล็กแห่งตระกูลเซี่ยย้ายมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายเจียงโจวอันดับหนึ่ง แถมยังเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกับซูไป๋อีก เจียงเส้าเฟิงย่อมรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แม้เขาจะไม่ค่อยเชื่อ แต่ข้อเท็จจริงกลับอยู่ตรงนั้น เขาทำได้เพียงแอบด่าซูไป๋ว่าโชคดีเป็นบ้าเท่านั้น
คนอื่นไม่ทราบเบื้องหลังของเซี่ยเฉี่ยนอวี่ แต่เขาย่อมเข้าใจดีว่าคุณหนูเล็กแห่งตระกูลเซี่ยจากเมืองหลวงนั้นมีอำนาจมากเพียงใด นั่นคือตระกูลเซี่ยที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงร่วมกับตระกูลซู ตระกูลไป๋ และตระกูลถัง!
ไม่ต้องพูดถึงพ่อของเขาที่เป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองเจียงโจวเลย ต่อให้เป็นตระกูลถังแห่งเจียงโจวเมื่อเทียบกับตระกูลมหาเศรษฐีระดับท็อปของจีนเช่นนี้ ก็เทียบกันไม่ติด เพราะตระกูลถังแห่งเจียงโจวเป็นเพียงตระกูลใหญ่ในมณฑลเจียงหนานเท่านั้น แต่ในระดับประเทศไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร
แม้ในใจจะรู้สึกไม่พอใจ แต่บนใบหน้าของเขากลับไม่แสดงออกแม้แต่น้อย เขายิ้มแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ามู่ซีหยวี่ พร้อมกับนำของขวัญที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “ซีหยวี่ สุขสันต์วันเกิดนะ!”
มู่ซีหยวี่หน้าแดงเล็กน้อย กล่าวขอบคุณ แล้วรับของขวัญมา
เมื่อถานยวี่หานที่อยู่ข้างกายเห็นกล่องขนาดเล็กในมือของมู่ซีหยวี่ ดวงตาของเธอก็พลันร้อนแรงขึ้นมา เธออุทานว่า “เป็นคอลเลกชัน ‘เซอเพนติ’ ของบุลการี รุ่นล่าสุดของปีนี้นี่นา ฉันเคยเห็นมาก่อนว่าเราคาอย่างน้อยห้าหมื่นกว่าหยวน! ว้าว คุณชายเจียงใจป้ำเหลือเกิน ฉันอิจฉาจะแย่แล้ว!”
เมื่อคนอื่นได้ยินชื่อแบรนด์บุลการี สายตาของพวกเขาตอนที่มองมู่ซีหยวี่จึงเต็มไปด้วยความอิจฉา
ในฐานะหนึ่งในสามร้านอัญมณีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแบรนด์เครื่องประดับหรูหราสัญชาติอิตาลีที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้า ทายาทเศรษฐีเหล่านี้ย่อมรู้ดีถึงมูลค่าของสร้อยคอเส้นนี้ ขณะเดียวกันก็แอบชื่นชมเจียงเส้าเฟิงอยู่ในใจ หมอนี่เวลาจีบสาวนี่ทุ่มทุนชะมัด!
แม้พวกเขาจะถือว่าเป็นคนร่ำรวยในเมืองเจียงโจว มีทรัพย์สินหลายสิบล้าน แต่ทั้งหมดนั้นคือมรดกที่บรรพบุรุษสร้างไว้ เงินค่าขนมที่ได้ในแต่ละวันก็แค่หลักหมื่นเท่านั้น พวกเขาไม่มีความใจป้ำเหมือนเจียงเส้าเฟิงที่ทุ่มเงินนับหมื่นเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น มู่ซีหยวี่ยังไม่ได้ยืนยันความสัมพันธ์กับเจียงเส้าเฟิง แต่ในสายตาของพวกเขานั้น มันเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น
พอมู่ซีหยวี่ได้ยินราคาของสร้อยคอ เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย หน้าแดงพร้อมกับปฏิเสธว่า “เส้าเฟิง นี่มันแพงเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก!”
แม้ฐานะทางบ้านของเธอจะดี แต่เธอเคยได้รับของขวัญราคาหลายหมื่นหยวนที่ไหนกัน?
เจียงเส้าเฟิงแกล้งทำเป็นไม่พอใจ “ซีหยวี่ เธอพูดอะไรแบบนี้? แค่สร้อยคอเอง นี่เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความตั้งใจของฉัน ถ้าเธอไม่รับ ครั้งหน้าฉันจะเอาหน้าไปเจอคุณอามู่ได้ยังไง?”
แม้ว่ามู่เจิ้นหงในตอนนี้จะเป็นเพียงหัวหน้าเขตคนหนึ่ง แต่เขามีวิธีการที่ดีและรู้จักสร้างความสัมพันธ์ ไม่เกินสองปี เขาย่อมต้องได้เข้าสู่การบริหารของเทศบาล ตระกูลเจียงย่อมต้องการดึงดูดผู้มีแววเช่นนี้ไว้ ซึ่งมู่เจิ้นหงเองตั้งใจจะอาศัยบารมีของตระกูลเจียงเช่นกัน ดังนั้นทั้งสองครอบครัวจึงยินยอมเรื่องของเจียงเส้าเฟิงและมู่ซีหยวี่
เพียงแต่ สำหรับเจียงเส้าเฟิง ชายหนุ่มผู้มีเล่ห์เหลี่ยมคนนี้ เซวียหว่านยวิ๋นกลับไม่ค่อยชอบนัก แต่เธอไม่อาจขัดใจมู่เจิ้นหงและลูกสาวอย่างซีหยวี่ได้
เห็นมู่ซีหยวี่ยังลังเล หลี่เกาซงที่อยู่ข้างกายก็รีบกล่าวทันทีว่า “หัวหน้าห้องมู่ รับไว้เถอะครับ! ของขวัญไม่สำคัญที่มูลค่า แค่เป็นสัญลักษณ์ของความตั้งใจของคุณชายเจียงเท่านั้น!”
ถานยวี่หานช่วยพูดเสริมว่า “ซีหยวี่ เธอรับไว้เถอะ! ยังไงซะบ้านเขาก็ไม่ได้ขาดเงินแค่นี้หรอก! เธอจำไม่ได้เหรอว่าแม่ของคุณชายเจียงเป็นหญิงแกร่งในวงการธุรกิจของจงไห่ ติ่งเซิ่งกรุ๊ปที่อยู่ภายใต้การบริหารของเธอ เป็นบริษัทใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดหลายร้อยล้านเลยนะ!”
ในที่สุด ภายใต้การโน้มน้าวของทุกคน มู่ซีหยวี่ก็หน้าแดงเล็กน้อย แล้วเก็บสร้อยคอไว้ แววตาของเธอเผยความหวานชื่นและความสุขอย่างห้ามไม่อยู่
ภาพนี้ทำให้ซูไป๋ที่อยู่ข้างกายอดไม่ได้ที่จะแอบส่ายหน้า ดูท่าแล้วมู่ซีหยวี่คงถูกเจียงเส้าเฟิงเล่นงานด้วยลูกไม้อมหวานเข้าแล้ว
หลังจากนั้น หลายคนต่างมอบของขวัญให้เช่นกัน ทั้งนาฬิกา สร้อยคอ และเครื่องสำอาง มีทุกอย่าง มูลค่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันหยวน แต่ก็ยังเทียบกับสร้อยคอของเจียงเส้าเฟิงไม่ได้
หลังจากถานยวี่หานมอบน้ำหอมชาแนลรุ่นคลาสสิกให้มู่ซีหยวี่ สายตาของเธอก็พลันจับจ้องไปที่ซูไป๋ซึ่งอยู่ไกลออกไป เธอเย้ยหยันว่า “ของขวัญของพวกเราส่งครบแล้ว ทำไมคุณชายซูผู้อยู่ในฐานะหลานชายของซีหยวี่ ถึงไม่แสดงความขอบคุณอะไรหน่อยล่ะ?”
เด็กสาวผมย้อมสีเหลืองคนหนึ่งร่วมวงด้วย เธอมองซูไป๋พร้อมรอยยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ได้ยินมาว่าคุณชายซูเคยเป็นคนของตระกูลซูแห่งเมืองหลวง ตระกูลมหาเศรษฐีเช่นนี้ ของขวัญที่ให้คงไม่เลวเลยใช่ไหม! ฉันชักอยากดูแล้วสิ!”
เด็กสาวคนนี้ชื่อจางเหมิง มีความสัมพันธ์ที่ดีกับถานยวี่หาน ครอบครัวของเธอเปิดโรงงานเสื้อผ้า มีทรัพย์สินหลายสิบล้านหยวน
“นั่นสิ คุณชายซู ถึงตาคุณแล้ว!” หลี่เกาซงมองซูไป๋พร้อมกับความสนใจ
ภายใต้การกดดันของทุกคน ซูไป๋เลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ในใจก็รู้สึกจนปัญญา ตัวเองยังไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรมาเลย!
ราวกับสัมผัสได้ถึงความลำบากใจของซูไป๋ มู่ซีหยวี่เหลือบมองซูไป๋แวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “พวกนายอย่าส่งเสียงดัง พวกเราสองพี่น้องไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันขนาดนี้หรอก”
ซูไป๋ส่ายหน้า แม้จะรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่เขายังล้วงยาเม็ดสีส้มอมเหลืองขนาดเท่าลำไยออกมาจากอกเสื้อ
“ยาเม็ดน้อยบำรุงแก่นแท้เม็ดนี้สามารถขจัดร้อยโรค ป้องกันร้อยพิษ มีสรรพคุณช่วยคงความงามและยืดอายุไขได้ มอบให้คุณแล้วกัน!”
พอเขาพูดจบ ทุกคนต่างมองเขาเหมือนมองสัตว์ประหลาด จากนั้นมองหน้ากัน หลังจากผ่านไปกว่าสิบวินาทีก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“เวรเอ๊ย! ขำจะตายอยู่แล้ว ถึงขนาดเรียกว่ายาเม็ดน้อยบำรุงแก่นแท้ ขจัดร้อยโรค ป้องกันร้อยพิษ ยืดอายุไข ทำไมนายไม่เรียกว่าโอสถทิพย์เก้าผลัดเปลี่ยนเลยล่ะ?”
“คุณชายซูช่างอารมณ์ขันเหลือเกิน! ไม่น่าแปลกใจที่ช่วงนี้คุณชายซูเปลี่ยนแปลงไปมาก ที่แท้ก็กินยาเทพแบบนี้นี่เอง! แค่ไม่รู้ว่ายาเทพวิเศษแบบนี้มีขายที่ไหนบ้าง ฉันอยากจะซื้อล็อตใหญ่เสียหน่อย!”
“ซูไป๋ นายดูหนังจีนกำลังภายในมากไปแล้วมั้ง! ไปหาผลิตภัณฑ์ไร้มาตรฐานมาจากไหน ถึงกล้ามาแอบอ้างว่าเป็นยาโอสถวิเศษ คิดว่าพวกเราเป็นคนโง่เหรอ!” ถานยวี่หานมองซูไป๋ด้วยใบหน้าที่เย้ยหยัน
มุมปากของเจียงเส้าเฟิงเผยรอยยิ้มเล็กน้อย เขาเหลือบมองซูไป๋แวบหนึ่ง แล้วมองมู่ซีหยวี่ที่กำลังลังเลใจ พร้อมกับกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ซีหยวี่ ไม่ว่ายาเม็ดน้อยบำรุงแก่นแท้นี้จะจริงหรือปลอม มันก็เป็นความตั้งใจของซูไป๋ เธอรับไว้เถอะ!”
“ใช่ หัวหน้าห้องมู่รับไว้เถอะ! ของดีแบบนี้ ยาเทพสมัยนี้หายากแล้วนะ ฮ่าฮ่า!” หลี่เกาซงก็ขยิบตาพูดเสริม
มู่ซีหยวี่สูดหายใจเข้า แล้วรับยาเม็ดในมือของซูไป๋มา เธอยัดมันใส่กระเป๋าอย่างไม่ใยดี แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ขอบคุณ”
ซูไป๋เห็นดังนั้น ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไรอีก
“ซีหยวี่ เธอว่าต่อไปพวกเราจะไปไหนกันดี?” เจียงเส้าเฟิงไม่สนใจซูไป๋อีกต่อไป เขาถามมู่ซีหยวี่อย่างอ่อนโยน
มู่ซีหยวี่ส่ายหน้าเล็กน้อย “ฉันไม่รู้เหมือนกัน กิจกรรมต่อไป เส้าเฟิง นายเป็นคนตัดสินใจแล้วกัน”
เจียงเส้าเฟิงพยักหน้า นิ่งคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ดูเหมือนเขตผิงหูมีสโมสรขี่ม้าแห่งหนึ่งที่ดูดีไม่น้อย หรือว่าพวกเราจะไปเที่ยวที่นั่นกันดี?”
ชายหนุ่มร่างสูงผอม สวมแว่นตากรอบเงินคนหนึ่งขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “เส้าเฟิง นายหมายถึงสนามม้าชิงหยวนใช่ไหม? ดูเหมือนที่นั่นจะเป็นธุรกิจของถังเหล่าซาน ลงทุนเกือบหนึ่งร้อยล้านหยวน คนที่สามารถเล่นที่นั่นได้ล้วนเป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองเจียงโจว ว่ากันว่าที่นั่นเป็นระบบสมาชิก พวกเราคงเข้าไปไม่ได้หรอกใช่ไหม?”
นี่คือบุคคลหมายเลขสองของกลุ่มนี้ ลูกชายของผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างเมืองเจียงโจว มีฐานะทางบ้านดีเช่นกัน ดีกว่าพวกหลี่เกาซงมากนัก
แม้ว่าทุกคนจะรู้สึกคันไม้คันมืออยากไป แต่พวกเขาทราบดีว่าด้วยสถานะของตนเอง ยังไม่ถึงระดับที่จะไปสถานที่แบบนั้นได้ ท้ายที่สุดแล้ว ที่นั่นเป็นสถานที่ที่พ่อแม่ของพวกเขาเท่านั้นที่จะไปได้
“ในเมื่อคุณชายเจียงพูดแบบนี้ ย่อมมีวิธีพาพวกเราเข้าไปได้ใช่ไหม คุณชายเจียง?” หลี่เกาซงประจบสอพลอด้วยสีหน้ากระตือรือร้น เขาอยากจะไปดูสถานที่ระดับสูงเช่นนั้น
แน่นอน ภายใต้สายตาที่คาดหวังของทุกคน เจียงเส้าเฟิงยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ฉันกับผู้จัดการสโมสรมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ฉันโทรไปบอกนิดหน่อย ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร”