เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 เช่าห้อง

บทที่ 35 เช่าห้อง

บทที่ 35 เช่าห้อง


ลู่เหวยโดนโจวหยาลากเข้ามาในห้อง เธอมองซ้ายมองขวาหลบตาเขา แก้มแดงระเรื่อ ถามเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ดึกป่านนี้ไม่หลับไม่นอน มาทำอะไร?"

ลู่เหวยเกาหัวหัวเราะแหะๆ "ไม่... ไม่มีอะไรครับ ก็แค่คิดถึง... อยากจูบ อยากกอด"

"แล้วไงต่อ?" โจวหยาเงยหน้ามอง ตาฉ่ำหวาน

"แล้วไง? ก็กลับไปนอนไงครับ ทำไม? คุณมีอะไรอีกเหรอ?" ลู่เหวยทำหน้างง

โจวหยามองเขาด้วยสายตาซับซ้อนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเม้มปาก ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารด "มานี่สิ... เดี๋ยวสอนอะไรสนุกกว่านั้นให้"

"อะ... อะไรสนุกๆ ครับ?"

"ก็จูบ... ปากเหมือนกัน... แต่เป็นปากอื่น"

...

วันรุ่งขึ้น เกือบเที่ยง มีคนเดินผ่านไปผ่านมาหน้าหน้าร้านขายของชำหลายรอบ

"อ้าว? เอ้อมังจื่อ วันนี้ทำไมไม่ไปเล่นไพ่ที่ร้านล่ะ?"

"วันนี้ร้านปิด ได้ยินว่าเสี่ยวหยาไม่สบาย ฉันว่าจะไปตามหมอเท้าเปล่ามาดูอาการแกหน่อย"

"ไม่สบาย? เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลยนี่? งั้นรีบไปเถอะ"

"ใครจะไปรู้ ไว้คุยกันนะ"

ในร้านขายของชำ โจวหยาฝืนสังขารที่ปวดร้าวไปทั้งตัวลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้า เติมฟืนใส่เตาจนเต็ม แล้วกลับไปนอนแผ่บนเตียงเตา

มองดูผ้าห่มที่ยังอุ่นๆ บนเตียง แล้วก็อดทอดถอนใจไม่ได้ คนหนุ่มนี่แรงดีจริงๆ นะ พ่อคุณเล่นจัดหนักทั้งคืน แทบไม่ได้พักเลย น่ากลัวชะมัด

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอสุขภาพแข็งแรง ป่านนี้คงลุกจากเตียงไม่ไหวแน่

อีกด้านหนึ่ง บนถนนมุ่งหน้าสู่ตัวตำบล หลิวกุ้ยฟางมองลูกชายที่นั่งสัปหงกด้วยความเป็นห่วง "ลูก ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า? วันนี้ไปนอนพักบ้านอาเถอะ เรื่องขายผักเดี๋ยวแม่กับพ่อจัดการเอง"

ลู่เหวยปรือตา ครางรับในลำคอเบาๆ "ไม่เป็นไรครับ แค่นอนดึกไปหน่อยของีบแป๊บเดียวก็หาย"

"งีบตรงนี้ไม่ได้ ทนอีกนิด เดี๋ยวถึงตำบลแล้วไปนอนบ้านอา อากาศหนาวแบบนี้เดี๋ยวจะป่วยเอา ฮึบ!" ลู่ต้าไห่พูดจบก็ฟาดแส้ใส่ก้นม้า เร่งความเร็วขึ้น

สิบกว่านาทีต่อมา รถม้าก็ถึงตัวตำบล ลู่เหวยให้พ่อกับแม่ไปรอที่แผงขายของ ส่วนตัวเขาแยกไปรับผัก

วันนี้ผักมีน้อยชนิด มีแค่กุยช่ายกับแตงกวา แต่ปริมาณเยอะมาก

แตงกวาจากเถ้าแก่หยางมีตั้ง 4,000 กว่าจิน

เยอะขนาดนี้ ขายในตำบลเล็กๆ วันเดียวไม่หมดแน่

ลู่เหวยเลยต้องหาเช่าบ้านในตำบล เพื่อเอาแตงกวาบางส่วนมาพักไว้ แล้วหาคนมาช่วยขาย หรือไม่ก็ส่งขายส่งไปที่อื่น

ลู่เหวยขนแตงกวากับกุยช่ายใส่รถสามล้อจนล้น รวมๆ แล้วน่าจะสี่ห้าร้อยจิน ถ้าไม่กลัวรถสามล้อคุณยายอู๋พัง เขาคงขนมาเยอะกว่านี้

เข็นรถสามล้อไปตามถนน ลู่เหวยรู้สึกขาสั่นพั่บๆ

พอนึกถึงความเร่าร้อนเมื่อคืน ก็เผลอยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า

ที่แท้เรื่องอย่างว่ามันสุดยอดขนาดนี้นี่เอง มิน่าล่ะคนถึงชอบแอบกินกันนัก

เขาเพิ่งเคยลิ้มรสครั้งแรก เลยจัดหนักจัดเต็ม ทั้งคืนแทบไม่ได้หยุดพัก พักยกละสิบนาทีแปดนาทีก็ต่อเลย

ลุยยันฟ้าสาง กว่าจะลากสังขารขาสั่นกลับบ้านได้ แทบคลาน

พอลู่เหวยกลับมาถึงแผง ก็เห็นอาหญิงกับอาเขยมาช่วยรออยู่แล้ว ทุกคนเห็นเขาปั่นสามล้อขนผักมาเต็มคัน ก็รีบกรูเข้ามาช่วยขนลง

"วันนี้ทำไมมีแค่แตงกวากับกุยช่ายล่ะ?" แม่หลิวกุ้ยฟางนับตะกร้าผัก สีหน้าสงสัย

"ผักอย่างอื่นราคาพุ่งกระฉูด เพื่อนผมเลยไม่ได้เอามา" ลู่เหวยปาดเหงื่อ ตอบหน้าตาย "สองอย่างนี้ราคาดี ขายง่ายสุด เลยให้เขาจัดมาเยอะหน่อย"

พ่อลู่ต้าไห่พยักหน้าเห็นด้วย "จริงของมัน! แตงกวาเอาไปยำ กุยช่ายเอาไปทำไส้เกี๊ยว ตรุษจีนบ้านไหนก็ต้องกิน! มีสองอย่างนี้ขายได้ชัวร์!"

ก็จริงอย่างว่า หน้าหนาวทางเหนือแบบนี้ นอกจากผักกาดขาวที่เก็บไว้ในหลุมดิน ก็แทบไม่เห็นสีเขียวเลย ถ้าตรุษจีนบ้านไหนมีเกี๊ยวไส้กุยช่าย หรือยำแตงกวาขึ้นโต๊ะรับแขก ถือว่าหน้าบานสุดๆ สองอย่างนี้เลยเป็นของฮิตช่วงสิ้นปี

"พ่อแม่ อาหญิง อาเขย ขายไปก่อนนะครับ ผมมีธุระต้องไปทำ" ลู่เหวยพูดพลางจะเดินออกไป

หลิวกุ้ยฟางรีบเรียกไว้ "ลูก! ดูสิตาจะปิดอยู่แล้ว มีอะไรให้พ่อไปทำแทนไม่ได้เหรอ? รีบไปนอนพักบ้านอาเถอะ!"

ลู่ต้าไห่เสริม "นั่นสิ! ดูขอบตาดำปิ๊ดปี๋ นึกว่าเมื่อคืนไปไล่จับหมาป่าบนเขามา! มีอะไรพ่อทำเอง เอ็งไปนอนซะ!"

"ไม่ต้องครับ พ่อแม่ขายของไปเถอะ ผมเสร็จธุระแล้วจะหาที่นอนเอง" ลู่เหวยโบกมือ แล้ววิ่งเหยาะๆ ออกไปโดยไม่หันกลับมามอง

ลู่ต้าไห่มองตามหลังลูกชายที่หายไปในฝูงชน คิ้วขมวด "เด็กคนนี้ ทำตัวลับๆ ล่อๆ มันไปทำอะไรของมันนะ..."

หลิวกุ้ยฟางผลักแขนผัวเบาๆ "เอาน่า ลูกโตแล้วมีความคิดของตัวเอง อันไหนบอกได้มันก็บอก อันไหนไม่อยากบอกก็อย่าไปเซ้าซี้ ขายผักเถอะ!"

ลู่เหวยออกจากแผงผัก ก็เดินตะลอนไปทั่วตำบล

มองหาบ้านที่หิมะในลานบ้านยังกองหนาเตอะ แสดงว่าไม่มีคนอยู่

ยุคนี้บ้านร้างหายาก เพราะคนไม่ค่อยย้ายถิ่นฐาน ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเก่าที่คนแก่เสียไปแล้วลูกหลานย้ายไปอยู่บ้านใหม่

เดินหาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็เจอบ้านหลังหนึ่ง

เป็นบ้านดินสามห้อง สภาพภายนอกยังดูดี ข้างๆ มีบ้านกึ่งปูนกึ่งไม้หลังใหม่อีกหลัง คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของเดียวกัน

พอดีลู่เหวยไปยืนหยุดอยู่หน้าบ้านเก่า ประตูไม้ของบ้านใหม่ข้างๆ ก็เปิด "แอ๊ด" หญิงชราผมดอกเลาอายุราวห้าสิบหกสิบหิ้วตะกร้าผักเดินออกมา

ลู่เหวยรีบเข้าไปทักทายอย่างนอบน้อม "คุณป้าครับ รบกวนถามอะไรหน่อยครับ"

หญิงชรามมองเด็กหนุ่มแปลกหน้าอย่างสงสัย "มีอะไรเหรอพ่อหนุ่ม?"

"คุณป้าครับ แถวนี้พอจะมีบ้านใครปล่อยเช่าไหมครับ? ผมอยากเช่าสักห้อง"

"เช่าบ้าน?" หญิงชราชะงัก ยุคนี้คนเช่าบ้านเป็นเรื่องแปลก ส่วนใหญ่ถ้าจะเช่าก็พวกพ่อค้าแม่ค้าที่เช่าตึกแถวทำเลทอง

ลู่เหวยพยักหน้า อธิบาย "ครับ ผมมาขายผักในตลาด อยากหาที่เก็บของ จะได้ไม่ต้องขนไปขนมาทุกวัน"

ตอนนั้นเอง ประตูบ้านด้านหลังหญิงชราก็เปิดออกอีกครั้ง ชายชราท่าทางกระฉับกระเฉงโผล่หน้าออกมา "ยายแก่ คุยกับใครน่ะ?" พอเงยหน้าเห็นลู่เหวย ก็ยิ้มกว้าง "อ้าว? นี่พ่อหนุ่มขายผักที่ตลาดนี่นา?"

ลู่เหวยจำได้ทันที นี่คือลูกค้าขาประจำคนแรกที่มาประเดิมร้านเขาทุกวัน ยิ้มตอบ "ใช่ครับคุณลุง บังเอิญจัง นี่บ้านคุณลุงเหรอครับ?"

"ใช่ๆ นี่บ้านลุงเอง" ชายชราเดินยิ้มเข้ามาหา "แล้วนี่มาทำอะไรแถวนี้? มีธุระอะไรหรือเปล่า?"

"ผมอยากเช่าห้องเก็บของน่ะครับ กำลังถามคุณป้าอยู่พอดี"

ชายชราฟังแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ถามถูกคนแล้ว! บ้านลุงมีบ้านเก่าว่างอยู่สามห้องพอดี ปะ เดี๋ยวลุงพาไปดูว่าใช้ได้ไหม"

จบบทที่ บทที่ 35 เช่าห้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว