- หน้าแรก
- รวยทะลุมิติ ผมข้ามภพไปสร้างอาณาจักรพันล้าน
- บทที่ 20 เกิดเรื่องแล้ว
บทที่ 20 เกิดเรื่องแล้ว
บทที่ 20 เกิดเรื่องแล้ว
ลู่เหวยทำหน้าจนใจ "ของพวกนี้ไม่กี่ตังค์หรอกครับ รวมๆ แล้วไม่ถึง 100 หยวนด้วยซ้ำ"
โจวหยาตาโตเท่าไข่ห่าน "100 หยวนยังเรียกว่าน้อยอีกเหรอ?"
ยุคนี้ถึงค่าแรงจะขึ้นมาจากยุค 70 บ้างแล้ว แต่เงินเดือนคนงานทั่วไปก็ยังอยู่ที่ราวๆ 60 ถึง 80 หยวนเท่านั้น
เงิน 100 หยวนนี่มากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของคนงานเสียอีก จะบอกว่าเป็นเงินน้อยๆ ได้ยังไง
ลู่เหวยตอบอย่างจำนน "แล้วจะให้ทำไงล่ะครับ? ซื้อมาแล้ว คืนก็ไม่ได้แล้ว"
โจวหยาใช้นิ้วจิ้มหน้าผากลู่เหวย "กลับไปรอแม่เธอตีก้นลายได้เลย"
ลู่เหวยถือโอกาสคว้ามือโจวหยามากุมไว้ ยิ้มทะเล้น "อาสะใภ้ งั้นคุณมีวิธีช่วยผมไหมครับ?" จริงๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าแม่จะตีเขา ก็เขาไม่ได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายนี่นา ของที่ซื้อก็ของกินของใช้ในบ้านทั้งนั้น
ที่แกล้งขอความช่วยเหลือ ก็แค่หาข้ออ้างกระชับความสัมพันธ์ แล้วก็ถือโอกาสจับมือสาวแค่นั้นแหละ
โจวหยาโดนลู่เหวยจับมือ ก็พยายามดึงออก แต่ดึงไม่หลุด
"ปล่อยฉันก่อน ใครมาเห็นเข้าจะดูไม่งาม อีกอย่างฉันจะไปมีวิธีอะไร? แม่เธอจะตีก็ให้ตีไปสิ ทนๆ เอาเดี๋ยวก็หายเจ็บ"
ลู่เหวยส่ายหน้า "ไม่ได้หรอกครับ แม่ผมมือหนักจะตาย เห็นสวีเหล่าซานที่โดนผมอัดจนน่วมไหม? แม่ผมตีเจ็บกว่านั้นอีก"
โจวหยาหลุดขำออกมาจนได้ "พรืด! คิกคิกคิก... เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว แม่เธอจะไปตีเธอขนาดนั้นได้ไง ไปเถอะ รีบไป เดี๋ยวไม่ทันรถ"
ทั้งสองหิ้วของเดินไปที่จุดนัดพบของจางเหล่าลิ่ว
โชคดีที่มาทันเวลา จางเหล่าลิ่วเพิ่งจะมาถึงพอดี
บนรถม้ามีซ่งซิ่วหลาน กับผู้หญิงอีกคนชื่อหวังกุ้ยเฟิ่ง ซึ่งเป็นพี่สาวของหวังกุ้ยอิง เพื่อนบ้านคู่กัดของลู่เหวย
ลูกชายคนรองของหวังกุ้ยเฟิ่ง ชื่อเอ้อร์ลวี่จื่อเป็นเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนเล่นของลู่เหวยมาตั้งแต่เด็ก
ทั้งสองคนเห็นลู่เหวยกับโจวหยาหอบของพะรุงพะรังมา ก็พากันตกตะลึง
ซื้อของมาแค่คนละถุงผ้าสามเหลี่ยมก็ว่าเยอะแล้ว แต่นี่เล่นขนมาเป็นกระสอบ ต้องใช้เงินเท่าไหร่เนี่ย
ซ่งซิ่วหลานถามเสียงตื่น "เสี่ยวหยา เธอซื้อของเข้าร้านมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? ขายได้ถึงเดือนหน้าเลยมั้งเนี่ย?"
โจวหยาปฏิเสธ "ไม่ใช่ของฉันทั้งหมดหรอกค่ะ สองถุงนี้น่ะของฉัน แต่กระสอบใบใหญ่นั่นน่ะ ของเสี่ยวเหวย"
ทุกคนยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่ ไม่นึกว่ากระสอบใบเบ้อเริ่มนั่นจะเป็นของลู่เหวย
หวังกุ้ยเฟิ่งแทบไม่อยากเชื่อ สภาพบ้านลู่เหวยเป็นยังไงคนในหมู่บ้านรู้กันทั่ว ตั้งแต่ลู่ต้าไห่พ่อลู่เหวยเจ็บตัวเข้าโรงพยาบาล บ้านนี้ก็กลายเป็นบ้านที่จนติดอันดับท็อปของหมู่บ้าน จะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อของเยอะแยะขนาดนี้
หรือว่าในกระสอบนั่น ลู่เหวยจะยัดของไร้ราคามาให้ดูพองๆ เพื่อรักษาหน้า?
ก็เป็นไปได้ เด็กวัยนี้ยิ่งรักศักดิ์ศรีอยู่ด้วย
หวังกุ้ยเฟิ่งคิดว่าตัวเองเดาถูก เลยหัวเราะหึๆ แล้วกระซิบกระซาบกับซ่งซิ่วหลาน
ลู่เหวยเห็นฉากนี้แล้วคิ้วขมวด แม่เอ้อร์ลวี่จื่อนี่เป็นโรคอะไรหรือเปล่า?
คนอยู่กันแค่นี้ มากระซิบกระซาบต่อหน้าคนอื่น เหมือนด่าพระต่อหน้าชีชัดๆ
ช่างเถอะ เห็นแก่หน้าเพื่อนร่วมชั้น ขี้เกียจถือสา
ลู่เหวยโยนกระสอบขึ้นรถ แล้วช่วยยกถุงของโจวหยาตามขึ้นไป
รถม้าออกเดินทาง มุ่งหน้ากลับหมู่บ้าน
ในขณะเดียวกัน ที่หมู่บ้านกำลังคึกคักเป็นพิเศษ ต้นเหตุก็มาจากลู่เหวยนั่นแหละ
หลังจากสวีเหล่าซานโดนลู่เหวยยำเละ ก็ไปทำแผลที่คลินิกในตำบล เสียเงินไปหลายหยวน
ขากลับยิ่งคิดยิ่งแค้น ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ครบสามสิบสอง ดันมาโดนเด็กเมื่อวานซืนกระทืบ แถมโดนต่อหน้าธารกำนัล ขายหน้าประชาชีหมด ถ้าไม่ล้างแค้นคงนอนตายตาไม่หลับ
ความแค้นสุมอกจนแทบกระอัก แต่ครั้นจะไปเอาคืนลู่เหวย ก็กลัวจะโดนสวนกลับมาอีก
พอกลับถึงบ้าน แกเดินวนไปวนมา คิดหาทางระบายแค้น
เดินไปร้านขายของชำกะจะซื้อบุหรี่สักซอง ดันไปจ๊ะเอ๋กับลู่ต้าไห่พอดี
ไฟแค้นในอกลุกโชนทันที
ไอ้เวรเอ๊ย สู้ลูกมึงไม่ได้ กูสู้มึงไม่ได้ให้มันรู้ไป!
จริงๆ แล้วสาเหตุที่สวีเหล่าซานเกลียดขี้หน้าลู่ต้าไห่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ต้นตอก็มาจากปากพาซวยของลู่ต้าไห่นั่นแหละ
เมียสวีเหล่าซานชื่อเฉินอวี้เฟิน เคยเป็นแฟนเก่าลู่ต้าไห่มาก่อน
แล้วลู่ต้าไห่ดันเป็นคนขี้โม้ ตอนยังไม่แต่งงาน เคยไปคุยโวในวงเหล้าว่าเคยจับหน้าอกเฉินอวี้เฟินมาแล้ว
เรื่องนี้รู้ไปถึงหูสวีเหล่าซาน พอคิดว่าเมียตัวเองเคยโดนลู่ต้าไห่ลวนลาม แกก็โกรธจนแทบระเบิด
นี่แหละคือสาเหตุที่สวีเหล่าซานเกลียดลู่ต้าไห่เข้าไส้ และพาลมาลงที่ลู่เหวยบนรถม้าเมื่อเช้า
พอเห็นหน้าลู่ต้าไห่ ความแค้นเก่าใหม่ประดังเข้ามา สวีเหล่าซานตาแดงก่ำ ทำไมกูต้องโดนเมียสวมเขา แล้วยังต้องมาโดนลูกมึงกระทืบอีก
วันนี้ไม่มึงก็กู ต้องตายกันไปข้างนึง
สวีเหล่าซานคว้าพลั่วเหล็กที่วางอยู่ในลานร้านขายของชำ ตะโกนเรียกชื่อลู่ต้าไห่ลั่น
"ลู่ต้าไห่! มึงไสหัวออกมา! วันนี้กูจะฆ่ามึง!"
ลู่ต้าไห่กำลังยืนดูเขาเล่นไพ่อย่างเพลิดเพลิน ใจอยากเล่นแต่กระเป๋าแห้ง เลยได้แต่ยืนเชียร์ข้างสนาม ออกความเห็นบ้างให้พอหายอยาก
จู่ๆ โดนเรียกชื่อ ลู่ต้าไห่ก็งงเป็นไก่ตาแตก
ไม่ใช่แค่แกที่งง คนทั้งร้านนับสิบชีวิตก็งงเหมือนกัน
ลู่ต้าไห่เป็นใคร? พูดให้ดูดีก็คือนักเลงเก่า
พูดให้ดูแย่ก็คืออันธพาลข้างถนน จะมากลัวเรื่องต่อยตีได้ไง?
พอได้ยินสวีเหล่าซานท้าทาย แกก็ไม่สนเสียงห้ามของคนอื่น ผลักประตูเดินอาดๆ ออกไปทันที
ขืนหดหัวตอนนี้ ต่อไปจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในหมู่บ้าน?
พอออกมา เห็นสวีเหล่าซานถือพลั่ว หน้าตาปูดบวม ตาแดงก่ำจ้องแกเขม็ง ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ถึงอีกฝ่ายจะมีอาวุธ ลู่ต้าไห่ก็ไม่ยี่หระ เดินดุ่มๆ เข้าไปหา
"มึงด่าใครวะ?" ลู่ต้าไห่ไม่ถามเหตุผล ถามไปก็เสียเชิง คนจริงเขาไม่ทำกัน
คนในร้านไพ่เลิกเล่น แห่กันออกมาดูลาดเลา
ดูคนตีก้นมันส์กว่าดูไพ่ตั้งเยอะ
ลู่ต้าไห่ไม่ถาม แต่สวีเหล่าซานชิงบอกเอง ยังไงเรื่องนี้ชาวบ้านก็ต้องรู้อยู่ดี
"ด่ามึงนั่นแหละ! ลูกมรึงทำกูเจ็บขนาดนี้ วันนี้กูจะเอาคืนจากมึง!"
ลู่ต้าไห่ชะงัก "เดี๋ยวๆ มึงใจเย็นก่อน แผลมึงนี่ลูกกูทำเหรอ? ใคร? เจ้าคนรองเหรอ?"
แกนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะเป็นใคร คนโตกับคนเล็กเป็นผู้หญิง คงไม่ใช่แน่ คนโตแต่งงานไปแล้วนิสัยเรียบร้อย คนเล็กเพิ่งเจ็ดขวบ
"ก็ไอ้เด็กเวรนั่นแหละ วันนี้มันกระทืบกู!" สวีเหล่าซานตอบเสียงเหี้ยม เดิมทีกะจะกู้หน้าคืนบ้าง
แต่พอพูดจบ แววตาของลู่ต้าไห่ก็เปลี่ยนไปทันที
จากที่ดูใจเย็น กลายเป็นดุร้ายอำมหิตขึ้นมาเฉียบพลัน
ในมือไม่รู้ไปคว้าก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ปาใส่หัวสวีเหล่าซานเต็มแรง
ปึ้ก! เสียงทึบๆ ดังสนั่น
สวีเหล่าซานล้มตึงลงกับพื้น เลือดสดๆ ไหลทะลักจากหัวย้อมหิมะขาวเป็นสีแดงฉาน
"ไอ้สัตว์! มึงกล้าตีลูกกู กูจะเอาชีวิตมึง!"