เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ลู่เหย่

บทที่ 16 ลู่เหย่

บทที่ 16 ลู่เหย่


เถ้าแก่พิจารณาใบหน้าอ่อนเยาว์ของลู่เหวยและเสื้อผ้าเก่าซีดขาว แล้วพยักหน้าให้ชายวัยกลางคนที่รอรับงานอยู่ข้างๆ "ตกลง งั้นคุณไปเรียกคนมาเพิ่มอีกคน"

ชายวัยกลางคนคนนั้นขานรับแล้ววิ่งออกไป ก่อนไปไม่วายตวัดสายตามองค้อนลู่เหวย แววตาเต็มไปด้วยการกีดกันอย่างไม่ปิดบัง

ความหวังที่เพิ่งจุดติดในใจลู่เหวยมอดดับลงไปกว่าครึ่ง นึกว่าโชคดีมาถึงก็ได้งานทำเลย ไม่คิดว่าพริบตาเดียวจะชวดงานซะแล้ว

"พ่อหนุ่ม"

ในตอนนั้นเอง เสียงของเถ้าแก่ดึงสติเขากลับมา "ฉันยังมีแตงกวาอีกสองร้อยลัง ลังละหนึ่งหยวนห้าสิบ เธอไปขนคนเดียว ไหวไหม?"

"ไหวครับ! งานอะไรผมก็ทำได้หมด!" ลู่เหวยรีบพยักหน้า

คนงานข้างๆ พอได้ยินว่าลู่เหวยขนแตงกวาได้ลังละหนึ่งหยวนห้าสิบ ก็พากันอิจฉาตาร้อนทันที

200 ลังก็ตั้ง 300 หยวน ได้เยอะกว่าที่พวกเขาทำตั้งเยอะ

ตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนก็พาคนกลับมา พอเห็นลู่เหวยยังเดินตามหลังอยู่ ก็ขมวดคิ้วทันที "พวกเราห้าคนทำด้วยกันจนชินแล้ว รู้ใจกันดี ไม่ต้องใช้นายแล้วล่ะ" ปากพูดดี แต่สายตาไล่ตะเพิดชัดเจน

ลู่เหวยตอบรับ "อ้อ" สั้นๆ อย่างไม่ยินดียินร้าย เขาอายุน้อยแต่ไม่ได้โง่ ดูออกว่าคนคนนี้จงใจกีดกันเขาที่เป็นคนมาใหม่

ชายวัยกลางคนเห็นเขายังไม่ขยับ น้ำเสียงก็แข็งกร้าวขึ้น "บอกว่าไม่ต้องตามมา ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง?"

ลู่เหวยกำลังจะของขึ้น แต่เถ้าแก่ที่เดินนำหน้าหันกลับมาบอกเสียก่อน "เขาไม่ได้ไปทำกับพวกคุณ เขามีงานอื่น"

ชายวัยกลางคนหน้าเจื่อน หุบปากเงียบกริบด้วยความเก้อเขิน

ระหว่างทางไปโกดัง เถ้าแก่ถามขึ้นลอยๆ "เพิ่งออกมาหางานทำวันแรกสินะ?" พอเห็นลู่เหวยพยักหน้า เขาก็ยิ้ม "ตอนฉันอายุเท่าเธอ ออกมาสู้ชีวิตใหม่ๆ ก็โดนโขกสับไม่น้อย ค่อยเป็นค่อยไปนะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง"

ลู่เหวยแปลกใจเล็กน้อย "เถ้าแก่ก็เคยเป็นลูกจ้างรายวันเหรอครับ?"

"ทำไม ดูไม่ออกล่ะสิ?" เถ้าแก่ตอบน้ำเสียงสบายๆ "ช่วงตกอับที่สุดเกือบต้องไปนอนใต้สะพาน กัดฟันสู้มาหลายปี ตอนนี้มีโกดังค้าส่งพวกนี้ อย่างน้อยก็พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้แล้ว"

"กิจการเถ้าแก่ใหญ่โตจริงๆ ครับ" ลู่เหวยพูดจากใจจริง นี่เป็นเถ้าแก่ที่รวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเลยจริงๆ

เถ้าแก่โบกมือปฏิเสธ แต่มุมปากยกยิ้ม "ฉันชื่อลู่เหย่ เรียกว่าพี่ลู่ก็ได้ แล้วเธอล่ะ?"

"ลู่เหวยครับ"

"โอ้ แซ่เดียวกันนี่นา!" ลู่เหย่หัวเราะร่าจะขอเบอร์ติดต่อ พอรู้ว่าลู่เหวยไม่มีแม้แต่มือถือ ก็แปลกใจไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร

ทั้งสองเดินมาถึงรถบรรทุกที่ขนแตงกวามาเต็มคัน ลู่เหย่สั่งงานให้ลู่เหวยขนแตงกวาลง ใช้รถลากพาเลทขนไปเรียงในห้องเย็นให้เรียบร้อย

"งานนี้ไม่รีบ ค่อยๆ ทำไป ถ้าเหนื่อยก็ไปหาคนมาช่วย ค่าแรงก็แบ่งๆ กันไปเอง" ลู่เหย่พูดเป็นนัย หวังให้ลู่เหวยกินส่วนต่างค่าแรงได้บ้าง

แต่ลู่เหวยซื่อเกินกว่าจะเข้าใจเจตนาดีนั้น รีบรับปากแข็งขัน "พี่ลู่ไม่ต้องห่วง ผมทำคนเดียวเสร็จแน่นอนครับ!"

ลู่เหย่สอนวิธีใช้รถลากพาเลทให้ เครื่องมือนี้ใช้งานไม่ยาก ลู่เหวยเรียนรู้แป๊บเดียวก็เป็น

แตงกวาลังละห้าสิบจิน เขาแบกทีละสองลังได้สบายๆ โดยไม่ต้องออกแรงมาก

นอกจากช่วงแรกที่ยังไม่ค่อยคล่องมือ พอทำไปสักพักก็ยิ่งคล่องแคล่ว ทำงานได้รวดเร็วปานสายลม

ทำไปได้พักใหญ่ ลู่เหวยพบว่าเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินไปเดินมา เขาปาดเหงื่อแล้วตะโกนถามลู่เหย่ "พี่ลู่ครับ มีรถลากคันใหญ่กว่านี้ไหมครับ? ลากทีละห้าลังมันช้าเกินไป"

ลู่เหย่กำลังทำบัญชีอยู่ เงยหน้าขึ้นมาเห็นลู่เหวยขนของลงไปได้เกือบครึ่งคันรถแล้ว แถมยังเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ความเร็วระดับนี้ทำเอาเขาตกใจ ไอ้หนุ่มคนนี้พูดน้อย แต่สู้งานถวายหัวจริงๆ

"มุมโกดังมีคันยาวอยู่คันนึง ลองไปเข็นมาใช้ดู" ลู่เหย่ชี้มือบอกทิศทาง "ระวังหน่อยนะ อันนั้นมันหนัก"

ลู่เหวยเข็นรถลากคันใหญ่มา ขนได้ทีละสิบกว่าลัง ประสิทธิภาพการทำงานพุ่งพรวดขึ้นทันตาเห็น

จบบทที่ บทที่ 16 ลู่เหย่

คัดลอกลิงก์แล้ว