- หน้าแรก
- รวยทะลุมิติ ผมข้ามภพไปสร้างอาณาจักรพันล้าน
- บทที่ 15 ผมรวยแล้ว! รวยแล้วจ้า!
บทที่ 15 ผมรวยแล้ว! รวยแล้วจ้า!
บทที่ 15 ผมรวยแล้ว! รวยแล้วจ้า!
จังหวะนั้นเอง เถ้าแก่ร้านอาหารก็ยกกับข้าวและซาลาเปามาเสิร์ฟพอดี
โจวหยาได้สติ รีบชักมือกลับราวกับถูกไฟช็อต
ส่วนลู่เหวยมือไม้สั่นด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดก็ได้จับ... เอ้ย ได้กุมมือสาวในฝันแล้ว
สำหรับไก่อ่อนหัดขับอย่างเขา เรื่องนี้มันน่าดีใจยิ่งกว่าหาเงินได้หลายร้อยหยวนเสียอีก
โจวหยาแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พูดเสียงเรียบ "เธอมาขายผักในเมืองแบบนี้ อีกไม่นานคนในหมู่บ้านก็ต้องรู้กันหมด
อีกอย่าง เธอหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ไม่ได้ไปลักขโมยใคร จะกลัวคนรู้ทำไม?"
ลู่เหวยคิดตาม ก็จริงอย่างที่ว่า
"อืม อาสะใภ้พูดถูก ยังไงก็ต้องบอกพ่อแม่ พ่อรู้เมื่อไหร่ ก็เท่ากับรู้กันทั้งหมู่บ้าน" ลู่เหวยถอนหายใจอย่างปลงๆ
โจวหยาหลุดขำ ฉายาลู่จอมโม้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
เรื่องไม่มีมูลยังโม้จนลิงหลับ เรื่องหน้าบานได้เงินได้ทองแบบนี้ มีหรือจะเก็บอยู่ ไม่เกินเย็นนี้รู้กันทั้งตำบลแน่
ลู่เหวยยิ้มแห้ง ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ได้พ่อแบบนี้มาล่ะ
ทั้งสองกินไปคุยไป ราวกับเรื่องจับมือเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้น
แต่ลึกๆ แล้วทั้งคู่รู้ดีว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว
เพราะลู่เหวยไม่เรียกโจวหยาว่าอาสะใภ้อีกเลย
กินเสร็จ ลู่เหวยให้โจวหยาห่อซาลาเปาที่เหลือกลับบ้าน ส่วนตัวเองก็ซื้อเพิ่มอีกถุงใหญ่
"ผมต้องเอารถสามล้อไปคืน แล้วจะแวะไปจองผักสำหรับขายพรุ่งนี้ อาสะ... คุณจะไปไหนต่อ?" ออกจากร้าน ลู่เหวยกระซิบถาม
โจวหยาสายตาไหววูบ ตอบเสียงเบา "ฉันจะไปร้านขายส่งขนม ซื้อเสร็จแล้วจะไปรอรถที่สี่แยก"
ลู่เหวยพยักหน้า "งั้นถ้าผมเสร็จธุระเร็ว จะตามไปช่วยถือของที่ร้านขนมนะ"
"จ้ะ ไปเถอะ" โจวหยาตอบเสียงหวาน
ลู่เหวยกัดฟัน รวบรวมความกล้า คว้ามือโจวหยามาบีบแน่นๆ ทีหนึ่ง แล้ววิ่งแน่บหนีไป
โจวหยาตะลึง พอลู่เหวยวิ่งไปไกลแล้ว ถึงได้สะบัดมือแก้เขิน "ไอ้เด็กบ้า บีบซะแรงเชียว เจ็บนะเนี่ย"
ลู่เหวยเข็นรถสามล้อ ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
อากาศหนาวเหน็บจนตัวสั่น แต่เขากลับรู้สึกว่ามันช่างหอมหวานสดชื่น
วันนี้ไม่เพียงแต่หาเงินได้ แต่ยังได้จับมือโจวหยาด้วย
เป็นสิ่งที่เมื่อก่อนแค่ฝันยังไม่กล้า
แต่ตอนนี้เขากล้าแล้ว ไม่ใช่แค่กล้า แต่ทำไปแล้วด้วย
ไม่ใช่อะไรหรอก ก็เพราะเขามีเงินแล้วไง
เงินคือความกล้าของลูกผู้ชาย มีเงินซะอย่าง อะไรก็กล้าทำ ผู้หญิงคนไหนก็กล้าจีบ
พอคิดถึงเงิน ลู่เหวยก็เอามือตบกระเป๋าเสื้อที่ตุงเป่ง ยังไม่ได้นับเลยว่าวันนี้ได้เท่าไหร่ ต้องรีบกลับไปนับ
คิดได้ดังนั้น ลู่เหวยก็เร่งฝีเท้า หาที่ลับตาคนในทุ่งร้าง แล้ววาร์ปกลับไปปี 2025
มองไปรอบๆ มืดตึ๊ดตื๋อ ลู่เหวยรีบเปลี่ยนชุดนวมออก ใส่ชุดเก่าๆ ที่เตรียมไว้
เพราะขืนใส่ชุดนวมหนาเตอะเดินในยุคนี้คงดูแปลกพิลึก
เปลี่ยนชุดเสร็จ ลู่เหวยหาลานกว้างๆ ที่คนน้อยๆ ฝึกขี่สามล้อ
เจ้าสามล้อนี่ ฝึกง่ายแต่ขี่ยาก
ไม่เหมือนจักรยาน จักรยานตอนฝึกจะล้มง่าย แต่สามล้อไม่ล้ม
แต่ตอนขี่ ถ้าไม่ชิน มันจะชอบเป๋
ลู่เหวยเกือบขี่ตกคูไปหลายรอบ
ฝึกอยู่พักใหญ่จนเริ่มคล่อง
แต่ก็ยังไม่กล้าขี่ออกถนนใหญ่ รถเยอะเกินไป เดี๋ยวจะไปเฉี่ยวชนเข้า
เลยเข็นรถกลับบ้านคุณยายอู๋แทน
"ยายครับ ผมเอารถไปเก็บในเพิงแล้วนะ ตาชั่งก็วางไว้ที่เดิม"
คุณยายอู๋ได้ยินเสียงก็เดินออกมาดู เห็นรถสามล้อว่างเปล่า ก็ตกใจ "อ้าว ผักล่ะลูก? ทิ้งหมดแล้วเหรอ?"
ลู่เหวยส่ายหน้า "ทิ้งได้ไงครับยาย พอดีเจอคนเขาเหมาไปหมดเลย ให้มา 50 หยวน
ผมคิดว่าขายได้ก็ยังดีกว่าทิ้งให้เน่าคาบ้าน 50 หยวนก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยขายไปหมดเลยครับ"
คุณยายอู๋ยิ้มออก "50 หยวนก็เยอะโขแล้วลูก ของเก็บมาฟรีๆ กำไรเห็นๆ กินข้าวยัง? มาๆ มากินข้าวด้วยกัน" คุณยายรู้ว่าลู่เหวยไม่มีอะไรเลย คงทำกินเองไม่ได้
ลู่เหวยรีบปฏิเสธ "ไม่เป็นไรครับยาย ผมซื้อซาลาเปามาแล้ว นี่ไง ซื้อมาเผื่อยายด้วย"
ลู่เหวยชูถุงกระดาษใส่ซาลาเปาให้ดู ยังร้อนๆ อยู่เลย
คุณยายอู๋บ่นอุบ "โธ่เอ๊ยพ่อคุณ สิ้นเปลืองจริงๆ เพิ่งจะหาเงินได้แท้ๆ ต่อไปมากินกับยายนะ ไว้มีหม้อมีไหค่อยทำกินเอง"
ลู่เหวยซึ้งใจ คนแปลกหน้าแท้ๆ แต่ให้ทั้งที่อยู่ ทั้งข้าวปลาอาหาร ดีเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
"ยายครับ ยายอยู่คนเดียวก็ลำบากแย่ ผมจะไปรบกวนทั้งกินทั้งอยู่ได้ไง เกรงใจครับ"
คุณยายอู๋ยิ้มเอ็นดู "เด็กดี ยายดูคนไม่ผิดหรอก กินข้าวแค่นี้จะเปลืองสักเท่าไหร่ ยายเลี้ยงไหว มาเถอะ เข้ามาข้าวกินกัน กินเสร็จจะได้รีบนอน ดึกๆ ต้องตื่นไปทำงานอีก"
ลู่เหวยเองก็เริ่มหิว เลยพยักหน้า "งั้นผมไม่เกรงใจนะครับ ยายคิดซะว่าผมเป็นหลานแท้ๆ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ"
คุณยายอู๋น้ำตาซึม "ดีลูก ดี มากินเยอะๆ นะ"
"ยายก็กินด้วยครับ ซาลาเปาอร่อยมาก"
โชคดีที่ความหิวของสองโลกไม่เชื่อมกัน ไม่งั้นคงยัดไม่ลง
สองยายหลานกินข้าวเย็นกันอย่างอบอุ่น กินเสร็จลู่เหวยก็แย่งล้างจาน ไม่ยอมให้ยายแตะ
คุณยายอู๋มองดูด้วยความสุข ยิ่งมองยิ่งถูกชะตา ถ้ามีหลานสาวคงจับคู่ให้ไปแล้ว
พอล้างจานเสร็จ ลู่เหวยกำลังจะกลับห้อง
คุณยายอู๋ก็เรียกไว้ "เสี่ยวเหวย เอาผ้าห่มผืนนี้ไปใช้นะ ของตาแก่น่ะ
แกเสียไปยายก็ไม่กล้าทิ้ง ซักเก็บไว้อย่างดี ไม่เคยเอาออกมาใช้เลย
ถ้ารังเกียจก็ทนใช้ไปคืนนึงก่อน พรุ่งนี้ยายจะเอาไปตากแดดให้"
ห้องลู่เหวยนอกจากเตียงไม้กับตู้หัวเตียง ก็ไม่มีอะไรเลย
ลู่เหวยรับมาด้วยความยินดี "รังเกียจอะไรครับ คนไม่อยู่แล้ว แต่ของก็ยังดีอยู่ ผมไม่ถือหรอกครับ ขอบคุณยายมากนะครับ" ผ้าห่มผืนนี้ดีกว่าผ้าห่มปะชุนที่บ้านเขาตั้งเยอะ
คุณยายอู๋ชม "อายุแค่นี้ คิดอ่านได้ทะลุปรุโปร่งดีจัง"
แล้วก็ถอนหายใจ "คนเราพอตายไป นอกจากเงินกับบ้าน ของใช้อื่นๆ คนเขาก็รังเกียจ อยากจะเผาทิ้งให้หมด"
ลู่เหวยเดาว่ายายคงมีเรื่องสะเทือนใจ แต่ไม่รู้จะปลอบยังไง เลยเปลี่ยนเรื่อง
"จริงสิยาย ผมมีของจะให้ ลืมไปเลย เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้นะครับ" ลู่เหวยหอบผ้าห่มวิ่งกลับห้อง
สักพักก็หิ้วถังใส่ปลาไหลกลับมา
"ยายดูสิครับ ปลาไหลผมจับมาเอง ยายกินไหมครับ?"
คุณยายอู๋เห็นปลาไหลยั้วเยี้ยในถังก็ตาโต "เธอจับเองเหรอ? ของดีเลยนะเนี่ย ที่ตลาดขายกันตั้งโลละ 20-30 หยวน"
"หา? แพงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" ลู่เหวยตกใจ แถวบ้านเขาโลละ 2 เหมาก็ว่าแพงแล้ว
แถมขายยากด้วย เพราะต้องใช้น้ำมันเยอะ ยุคนี้ใครจะมาสิ้นเปลืองน้ำมัน
คุณยายอู๋พยักหน้า "ใช่สิลูก ยิ่งเป็นของธรรมชาติยิ่งแพง เลี้ยงไว้ดีๆ พรุ่งนี้ยายเอาไปขายที่ตลาดเช้าพร้อมผักเลย"
ลู่เหวยรีบบอก "ยายครับ ผมให้ยายไว้กินครับ" ถึงจะเสียดายเงิน แต่บอกจะให้แล้ว จะกลับคำได้ไง
คุณยายอู๋ดุ "กินทำไม เนื้อก็น้อย ขายเอาเงินมาซื้อหมูกินดีกว่า"
ลู่เหวยคิดตาม เออ จริงแฮะ "งั้นก็ได้ครับ ขายเอาเงินมาซื้อหมูกิน"
"ไปๆ ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า"
"ครับผม" ลู่เหวยกลับห้องนอนอย่างว่าง่าย
กลับถึงห้อง ลู่เหวยเปิดไฟ ควักเงินที่ขายผักวันนี้ออกมา
เริ่มนับ
10 หยวน 5 หยวน 2 หยวน 1 หยวน 5 เหมา 2 เหมา...
นับเสร็จ ได้ทั้งหมด 267 หยวน 4 เหมา
วันเดียวหาเงินได้ตั้งสองร้อยกว่า ลู่เหวยยิ้มแก้มปริ
วันเดียวได้มากกว่าเงินเก็บทั้งปีของที่บ้านซะอีก
มีเงินก้อนนี้ ปีใหม่นี้สบายแล้ว พรุ่งนี้ขายอีกวัน ซื้อทีวีให้น้องสาวได้สบาย
เผลอๆ ซื้อทีวีสีไปเลยดีกว่า ทีวีขาวดำจะไปสู้ทีวีสีได้ไง
ลูบคลำเงินอย่างหลงใหลอยู่พักใหญ่ ลู่เหวยก็จัดเรียงธนบัตรอย่างเป็นระเบียบ ยัดใส่กระเป๋าเสื้อนวม
ล้มตัวลงนอน ฝันหวานว่าถ้าหาเงินได้เยอะๆ จะสร้างตึกใหญ่ในตำบล
ไม่สิ สร้างตึก 5-6 ชั้นไปเลย
แล้วแต่งเมียหลายๆ คน ชั้นละคน วันละชั้น ปั๊มลูกชายมาตั้งทีมฟุตบอล
แค่คิดก็ฟินแล้ว
ลู่เหวยผล็อยหลับไปตอนไหนไม่รู้
รู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงคุณยายอู๋เรียกหน้าห้อง "เสี่ยวเหวย ตื่นได้แล้วลูก กินข้าวรองท้องแล้วค่อยไปตลาด"
ลู่เหวยสะดุ้งตื่น "ครับยาย ตื่นแล้วครับ"
"จ้ะ มากินข้าวเร็ว"
ลู่เหวยพับผ้าห่ม กะจะล้างหน้าแปรงฟัน แต่ไม่มีอุปกรณ์ เลยได้แต่ลูบหน้าบ้วนปากลวกๆ
เดินไปบ้านคุณยายอู๋ ลู่เหวยบอก "ยายครับ วันหลังไม่ต้องตื่นมาทำกับข้าวให้ผมนะ ผมเกรงใจ ยายจะพลอยนอนไม่พอไปด้วย"
คุณยายอู๋ยิ้ม "ไม่เป็นไรลูก มีซาลาเปาของเธอเมื่อวาน กับผักดอง ยายแค่ต้มข้าวต้มเพิ่ม ไม่ลำบากหรอก"
"แต่มันรบกวนเวลานอนยายนะครับ"
"คนแก่ก็นอนน้อยอยู่แล้ว"
ลู่เหวยเถียงไม่ชนะ เลยยอมแพ้ ตั้งใจว่าถ้ามีเงินจะซื้อนาฬิกาปลุก ยายจะได้ไม่ต้องลำบากตื่นมาปลุก
กินข้าวเสร็จ ลู่เหวยขนผักกับปลาไหลขึ้นรถสามล้อ เข็นไปที่ตลาดเช้าพร้อมคุณยาย
ไปถึงค่อนข้างเช้า แต่ที่ทำเลดีๆ ก็โดนจองเกือบหมดแล้ว
วนหาที่ว่างได้ที่หนึ่ง จอดรถเรียบร้อย
คุณยายอู๋โบกมือไล่ "ไปเถอะ รีบไปตลาดค้าส่ง ยายขายเองได้"
ลู่เหวยพยักหน้า "ครับ ยายขายไปเรื่อยๆ นะ ถ้าขายไม่ออกก็ไม่เป็นไร คนที่เหมาไปเมื่อวานบอกว่ายังรับอีก เอาไปขายเขาถูกๆ ก็ได้"
"รู้แล้วๆ ไปทำงานเถอะ ระวังตัวด้วยนะ"
"ครับ"
ลู่เหวยเดินออกจากตลาดเช้า มุ่งหน้าสู่ตลาดค้าส่งผัก
พอไปถึง เห็นรถบรรทุกวิ่งเข้าออกขวักไขว่ หน้าตลาดมีคนยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ 7-8 คน
ลู่เหวยเดินเข้าไปถาม "น้าครับ จะมาทำรับจ้างแบกหามต้องมารอตรงนี้เหรอครับ?"
ชายวัยกลางคนอายุราว 50 กว่า หันมามองลู่เหวยหัวจรดเท้า
เห็นเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ของลู่เหวย ก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่เถ้าแก่มาจ้างงาน แต่เป็นคู่แข่งมาแย่งงาน สายตาเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที
"มาหางานทำเหมือนกันเหรอ?"
ลู่เหวยพยักหน้า "ครับ"
น้าคนนั้นส่ายหัว "งานนี้หนักนะ ตัวเล็กแค่นี้จะไหวเหรอ? หนุ่มๆ อย่างเอ็งไปส่งอาหารดีกว่ามั้ง สบายกว่าเยอะ"
ส่งอาหารได้เยอะเหรอ? ลู่เหวยหูผึ่ง
ถามกลับไปว่า "ส่งอาหารเดือนนึงได้เท่าไหร่ครับ?"
น้าคนนั้นนึกว่าลู่เหวยสนใจ เลยโม้แหลก "ถ้าขยันวิ่งหน่อย เดือนนึงเป็นหมื่นสองหมื่นสบายๆ เคยได้ยินว่ามีคนทำได้เดือนละ 3 หมื่นด้วยนะ"
ลู่เหวยตาโตเท่าไข่ห่าน เดือนละ 3 หมื่น?!
คุณพระคุณเจ้า เกิดมาไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะมีใครหาเงินได้เยอะขนาดนั้น
ลู่เหวยชักลังเล ถามต่อ "แล้วงานส่งอาหารมันเหนื่อยไหมครับ? ทำไมได้เยอะจัง?"
"เหนื่อยไหมเหรอ? ก็ไม่เท่าแบกหามหรอก อันนี้ใช้แรงล้วนๆ ไม่มีแรงทำไม่ได้
ส่งอาหารแค่ขี่รถส่งของ สบายๆ"
จุดประสงค์ของน้าแกคือจะไซโคให้ลู่เหวยไปทำอย่างอื่น จะได้ไม่มาแย่งงานแก
ถึงตลาดจะใหญ่ แต่คนก็เยอะอยู่แล้ว
เหมือนสัตว์หวงถิ่น คนเราก็ไม่ต่างกัน พอมีคนแปลกหน้าเข้ามาในถิ่น ก็จะต่อต้านเป็นธรรมดา
แน่นอน คนดีๆ ก็มี แต่ลู่เหวยดันมาเจอคนใจแคบเข้าให้
ถึงลู่เหวยจะสนใจงานส่งอาหาร แต่เขาก็รู้ดีว่างานดีๆ แบบนั้นต้องใช้บัตรประชาชน
ขนาดเด็กเสิร์ฟเงินเดือน 3,000 ยังต้องใช้เลย
เขาอยากทำก็ทำไม่ได้
"ผมขอลองทำที่นี่ดูก่อนครับ ถ้าไม่ไหวค่อยว่ากัน"
น้าคนนั้นเห็นลู่เหวยดื้อด้าน ก็เลิกคุย หันไปคุยกับคนอื่นต่อ
สักพัก มีชายหนุ่มอายุราว 30 เดินออกมาตะโกนเรียก "ขอแรง 5 คน ขนหอมหัวใหญ่ 50 ตัน ตันละ 15 หยวน"
คนแถวนั้นรีบวิ่งกรูเข้าไป
ลู่เหวยเห็นเขาวิ่งก็วิ่งตาม
"เถ้าแก่ เอาผมครับ"
"เถ้าแก่ เลือกผม ผมขนหอมเก่ง"
เถ้าแก่ชี้สุ่มๆ มา 5 คน หนึ่งในนั้นมีลู่เหวย และน้าคนเมื่อกี้ด้วย
ลู่เหวยดีใจที่ได้งาน มาถึงปุ๊บก็ได้งานปั๊บ
หอมหัวใหญ่ 50 ตัน ตันละ 15 หยวน ก็ตกคนละ 150 หยวน
ถือว่ารายได้ดีใช้ได้เลย
พวกคนงานเดินตามเถ้าแก่ไปได้นิดเดียว น้าคนเมื่อกี้ก็กระซิบกับเถ้าแก่
"เถ้าแก่ครับ พวกผม 4 คนรู้จักกันหมด เคยทำงานด้วยกัน คล่องมือกว่า จะให้คนแปลกหน้ามาทำด้วย กลัวงานจะสะดุด เอาคนคุ้นเคยกันดีกว่าไหมครับ?"