- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 50 สาบานเป็นพี่น้อง ณ สวนท้อจินซานตู๋ป้า
บทที่ 50 สาบานเป็นพี่น้อง ณ สวนท้อจินซานตู๋ป้า
บทที่ 50 สาบานเป็นพี่น้อง ณ สวนท้อจินซานตู๋ป้า
กลิ่นอายความขัดแย้งลอยฟุ้งไปทั่ว แม้แต่หมาที่เดินผ่านยังต้องหยุดแวะมามุงดู
“มีดของเจ้าทำไมหน้าตาประหลาดนัก? เหมือนมีดทำครัวชอบกล?”
“หน้าตาเป็นไงไม่สำคัญ สำคัญที่คุณภาพ! พี่ชายอยากพิสูจน์ไม่ใช่เหรอ? ข้าดูแล้วมีดของสหายท่านนี้ก็ไม่ธรรมดา งั้นเอามีดของข้ากับมีดของเขามาฟันแข่งกันเลยดีกว่า ดูซิว่าของใครจะดีกว่ากัน!”
“เจ้าว่าไงนะ? มีดของน้องหยางเป็นมีดทหารชั้นดีเชียวนะ! เจ้ากล้าเอาไปเทียบชั้นด้วยเรอะ!” หลวงจีนหนวดเฟิ้มคาดไม่ถึงว่าพ่อค้าเร่จะปากกล้าขนาดนี้ คงนึกว่าเป็นมีดตลาดนัดทั่วไปสินะถึงได้กล้าท้าทาย
ชายหน้าปานเขียวก็คิดเช่นนั้น แต่เขาไม่ได้อยากจะพังร้านคนอื่น “พ่อค้าอย่าทำแบบนั้นเลย มีดของท่านอาจจะดีจริง แต่วิธีพิสูจน์แบบนี้มันไม่เหมาะหรอก”
“ข้ายังไม่กลัวเลย ท่านจะกลัวอะไร?”
คำพูดของหยางหลินไปกระตุกหนวดเสือเข้าอย่างจัง หลวงจีนเลือดร้อนขึ้นหน้าทันที ยืนกรานว่าจะต้องพิสูจน์ให้ได้!
แต่เขาก็ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้าง “มีดของน้องหยางเจ้าเทียบไม่ติดหรอก งั้นลองฟันกับคทาเหล็กของหลวงพี่ดูเป็นไง! ถ้ามีดของเจ้าฟันคทาข้าเป็นรอยได้ หลวงพี่จะยอมซื้อมีดของเจ้า!”
หยางหลินยิ้มบาง ๆ เลือกมีดปังตอสับกระดูกออกมาเล่มหนึ่ง
“หลี่ ต้ากวง เจ้ามานี่ ฟันคทาเหล็กของพี่ชายท่านนี้ให้สุดแรงเกิดเลยนะ!”
หลี่ ต้ากวงนึกถึงมีดอีโต้เล่มเก่าที่เพิ่งพังยับไปเมื่อกี้ ก็เริ่มลังเล “ถ้าเผลอฟันของเขาขาด ข้าไม่มีปัญญาชดใช้หรอกนะขอรับ!”
“กลัวอะไร ถ้าขาดจริงก็ชดใช้ด้วยมีดเล่มใหม่ให้เขาไปสิ เราจะขาดทุนตรงไหน?”
หลี่ ต้ากวงพยักหน้า “ก็จริงแฮะ แต่แบบนั้นเราก็ขาดทุนอยู่ดีนะ...”
“เดี๋ยว! พวกเจ้าสองคนพล่ามบ้าอะไรกัน! เห็นคทาเหล็กของหลวงพี่ทำจากเต้าหู้หรือไง!”
หลวงจีนหนวดกระดิกด้วยความโมโห สองคนนี้ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยสักนิด พูดจาเหมือนมั่นใจว่าจะฟันคทาเขาขาดได้ อย่ามาตลก!
หลี่ ต้ากวงเลยบอกว่า “งั้นข้าออมแรงหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวจะต้องชดใช้จริง ๆ”
“เจ้า... ได้! งั้นก็ลองดู! ข้าอยากจะรู้นักว่าคทาของข้ามันห่วย หรือพวกเจ้ามันขี้โม้หลอกคน!”
หลี่ ต้ากวงเงื้อมีดปังตอขึ้นสูง แล้วฟันฉับลงไปที่คทาเหล็กเต็มแรง!
เคร้ง—
ฝูงชนตาโตอ้าปากค้าง
ประกายไฟแลบแปลบปลาบ!
หลี่ ต้ากวงฟันซ้ำลงไปอีกที ประกายไฟก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
เขาหยุดมือแล้วก้มลงดู พบว่าบนคทาเหล็กมีรอยบากลึกสองรอย
นี่ขนาดหลี่ ต้ากวงยั้งแรงไว้ แถมคทาเหล็กยังหนาตึ้บ ไม่อย่างนั้นคงขาดสองท่อนไปแล้ว!
หลี่ ต้ากวงรีบยกมีดปังตอขึ้นมาดู ปรากฏว่าคมมีดไม่มีรอยบิ่นแม้แต่นิดเดียว!
สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ!
“สุดยอด!” เสียงเชียร์ดังลั่นมาจากฝูงชน
หยางหลินลอบยิ้มมุมปาก อาวุธโบราณต่อให้คุยโวว่าดีแค่ไหน เทคโนโลยีการถลุงเหล็กก็ยังไม่บริสุทธิ์เท่าสมัยใหม่ ผลลัพธ์แบบนี้อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว
หลวงจีนยืนทึ่มทื่อ มองรอยบากลึกบนคทาคู่ใจ สมองยังประมวลผลไม่ทัน
ชายหน้าปานเขียวก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน แต่เขาตั้งสติได้เร็วกว่า ดวงตาเป็นประกายวิบวับจ้องมองมีดปังตอในมือหลี่ ต้ากวง
ของดี! ของดีจริง ๆ!
ตอนแรกนึกว่าแค่ขัดเงาสวย ๆ ที่ไหนได้ ของแท้แน่นอน คำว่า ‘มีดวิเศษ’ ไม่ใช่คำคุยโวโอ้อวดเลยสักนิด!
“พี่ท่าน ท่านโอเคไหม?” หยาง จื้อ หายตะลึงแล้วหันไปถามหลวงจีนด้วยความเป็นห่วง กลัวเพื่อนจะทำใจไม่ได้ที่อาวุธคู่ใจเสียหาย
“นี่... หลวงพี่ไม่เคยเจอของแบบนี้มาก่อน... พ่อหนุ่ม ขอดูมีดเล่มนั้นชัด ๆ อีกทีได้ไหม!”
หยางหลินพยักหน้า หลี่ ต้ากวงส่งมีดให้
“เบาหวิวขนาดนี้เลยรึ?” พอได้ถือ หลวงจีนยิ่งตกใจ เขาเคยชินกับอาวุธหนักเป็นร้อยชั่ง พอมาจับมีดเล่มนี้ มันเบาหวิวเหมือนขนนก!
“น้องหยาง เจ้าลองดูสิ!”
หยาง จื้ออยากดูใจจะขาดอยู่แล้ว เขารับมีดมาพิจารณาอย่างละเอียด ความคันไม้คันมือพุ่งพล่าน คว้ามีดอีกเล่มบนแผงขึ้นมาถือคู่กัน สะบัดข้อมือวูบเดียว เสียงแหวกอากาศดัง ฟุ่บ ร่างกายเคลื่อนไหวว่องไว ร่ายรำเพลงดาบต่อเนื่องลื่นไหล งดงามเหมือนสายน้ำและก้อนเมฆ เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนดู
“เพลงดาบยอดเยี่ยม!” หลวงจีนตะโกนเชียร์ สายตามองมีดคู่นั้นด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า
หยาง จื้อหยุดรำ หอบหายใจเล็กน้อย กำมีดคู่ไว้แน่น ก่อนจะเดินตรงเข้ามาประสานมือคารวะด้วยความนอบน้อม “ไม่ทราบว่ามีดเล่มนี้ขายอย่างไร?”
คำถามนี้ทำเอาหลี่ ต้ากวงไปไม่เป็น ตอนมาไม่ได้ตกลงราคากันไว้เสียด้วย เขาเลยหันไปมองหยางหลิน
หยางหลินเดาตัวตนของทั้งสองคนออกแล้ว แค่ไม่นึกว่าจะมาเจอตัวเป็น ๆ ในอำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้
ชายหน้าปานเขียวคนนี้ต้องเป็น ‘สัตว์ร้ายหน้าเขียว’ หยาง จื้อ ทายาทขุนศึกตระกูลหยาง ภายหลังขึ้นเขาเหลียงซานก็เป็นยอดขุนพลคนหนึ่ง!
ในวรรณกรรมบันทึกไว้ว่า เขาเคยเร่ขายดาบวิเศษประจำตระกูลที่เมืองเปี้ยนจิง ตั้งราคาไว้สูงถึงสามพันตำลึง!
“น้องหยางเคยตั้งราคาดาบวิเศษไว้สามพันตำลึง มีดของข้าแม้จะไร้ชื่อเสียง แต่ความคมและความแกร่งเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา ดังนั้นมีดเล่มนี้ ข้าขายสามร้อยตำลึง!”
หยางหลินชูสามนิ้ว ทำเอาฝูงชนอ้าปากค้าง
สามร้อยตำลึง! ชาวบ้านทั่วไปหาทั้งชีวิตยังไม่รู้จะได้ถึงไหม!
แต่หยาง จื้อกลับไม่รู้สึกว่าแพง เขาตกใจที่อีกฝ่ายรู้เรื่องเขาเคยขายดาบสามพันตำลึงมากกว่า
“ท่านรู้เรื่องนั้นได้ยังไง?”
“ทั้งสองท่านดูเป็นยอดคนในหมู่มังกรหงส์ ข้าเคยได้ยินกิตติศัพท์มาบ้างก็ไม่แปลก ท่านนี้คงจะเป็น ผู้กองหลู่ (หลู่ถีเสีย) ผู้กำราบเจิ้นกวานซีด้วยหมัดเปล่าสินะ?”
“เจ้ารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของหลวงพี่ด้วยรึ?!” หลู่ ต้า (หลู่ จื้อเซิน) หัวเราะร่า ไม่นึกว่าชื่อเสียงตัวเองจะดังไกลขนาดนี้
หยาง จื้อรู้สึกเลื่อมใสขึ้นมาทันที “พี่ชายบุคลิกไม่ธรรมดา คงไม่ใช่คนทั่วไป ขอทราบนามของท่านได้ไหม?”
หยางหลินยังไม่ทันอ้าปาก หลี่ ต้ากวงก็ยืดอกตอบแทนด้วยความภูมิใจ “ท่านเทพของข้ามีฉายาว่า ‘จินซานตู๋ป้า’ (ราชันพิษแห่งภูเขาทองคำ)!”
หยางหลิน “...”
“ยินดีที่ได้รู้จัก!” หยาง จื้อคิดในใจว่าแค่ฉายาก็ฟังดูน่าเกรงขามและลึกลับพิกล ต้องเป็นยอดฝีมือเร้นกายแน่ ๆ ต้องผูกมิตรไว้ให้ได้!
แต่เขาก็แอบสงสัยว่าฉายานี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ฟังดูชั่วร้ายชอบกล
หลี่ ต้ากวงทำท่าจะโม้ต่อ หยางหลินอยากจะหาเข็มมาเย็บปากลูกน้องคนนี้เสียจริง เลยรีบชิงพูดตัดบท “แค่ฉายาที่ชาวยุทธจักรตั้งให้เล่น ๆ น่ะ อย่าไปใส่ใจเลย!”
หยาง จื้อพยักหน้าเข้าใจ ไม่ซักไซ้ต่อ
เขามองมีดคู่ในมือด้วยความเสียดาย
เขาไม่มีเงินสามร้อยตำลึง!
ราคานี้สำหรับมีดคุณภาพระดับนี้ถือว่าถูกมาก แต่เขาถังแตก อย่าว่าแต่สามร้อยเลย สามสิบตำลึงยังไม่มีปัญญาจ่าย
หลู่ ต้าเข้าใจสถานการณ์เพื่อนดี เขาล้วงกระเป๋าควานหาเศษเงิน แต่ก็รวมได้ไม่ถึงสามร้อยตำลึงอยู่ดี
เงินทองของบาดใจ วีรบุรุษต้องมาตกม้าตายเพราะไม่มีเงิน เจอของดีแต่คว้าไว้ไม่ได้ มันน่าเจ็บใจนัก
“วันนี้ได้พบกันถือเป็นวาสนา กระบี่วิเศษต้องคู่กับยอดวีรชน มีดสองเล่มนี้ข้ายกให้พี่ชายฟรี ๆ!”
“จะทำอย่างนั้นได้ยังไง!” หยาง จื้อตกใจ รีบปฏิเสธ
“ไม่มีอะไรไม่ได้หรอก” หยางหลินพยักพเยิดให้หลี่ ต้ากวงส่งมีดให้
หลี่ ต้ากวงรีบยัดมีดใส่มือหยาง จื้อ แล้วหันมามองหน้าโจว ซวนแบบงง ๆ
ท่านเทพจะมาหาเงินไม่ใช่เหรอ? ไหงกลายเป็นมาแจกของฟรีซะงั้น?
หยางหลินคิดการณ์ไกล หลู่ ต้ากับหยาง จื้อคือยอดฝีมือที่จะไปเป็นขุนพลเขาเหลียงซานในอนาคต ตอนนี้พวกเขายังไม่ขึ้นเขา รีบตีสนิทไว้ก่อนย่อมดีกว่า ไม่แน่อาจจะดึงตัวมาเข้าพวกที่ค่ายได้!
ได้ยอดฝีมือมาสองคน คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!
หยาง จื้อปฏิเสธอยู่หลายรอบแต่สุดท้ายก็ยอมรับไว้ หลู่ ต้าหัวเราะชอบใจ ตบอดรับปากว่าจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้าตอบแทน
หยางหลินไม่เล่นตัว รีบเก็บแผงแล้วตามทั้งคู่ไปที่โรงเตี๊ยมทันที
จบบท