- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 35 สถานการณ์พลิกผัน!ด
บทที่ 35 สถานการณ์พลิกผัน!ด
บทที่ 35 สถานการณ์พลิกผัน!ด
หยางหลินนึกขึ้นได้ ลุงลู่เคยได้รับบาดเจ็บตอนอยู่ในกองทัพ อาการบาดเจ็บเรื้อรังนั้นรักษาไม่หายขาด ดูท่าอาการคงทรุดหนักลง ไม่อย่างนั้นลู่ เยียนเยียนที่อายุยังน้อยคงไม่ยอมมาทำงานในที่แบบนี้แน่ ถ้าไม่ใช่เพราะจนตรอกหมดหนทางจริง ๆ
ยิ่งรู้แบบนี้ เขายิ่งปล่อยให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้!
หยางหลินตบไหล่เธอเบา ๆ เป็นเชิงปลอบใจไม่ให้กลัว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหาเบอร์ฟาง ชิง
ฟาง ชิงมีเส้นสายในกรมตำรวจ น่าจะพอช่วยได้
“หยางหลิน ทำบ้าอะไร! นั่งนิ่งเป็นบื้ออยู่ได้! ทำไม? ไม่เคยเที่ยวผู้หญิงหรือไง! โอ๊ะโอ น้องหนูคนนี้ดูใสซื่อดีนี่นา ซิงรึเปล่าจ๊ะ? มาให้ป๋าตรวจสอบหน่อยซิ...”
มืออ้วนมันเยิ้มยื่นเข้ามาหาลู่ เยียนเยียน
หยางหลินคว้าข้อมือนั้นไว้แน่น ออกแรงบีบจนอีกฝ่ายหน้าเปลี่ยนสี
“ไอ้แซ่หยาง! แกทำบ้าอะไร!”
“อย่ามายุ่งกับฉัน!”
อีกฝ่ายเมาได้ที่ พอโดนบีบข้อมือจนเจ็บ แถมเห็นหยางหลินทำท่าจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาว ก็ยิ่งของขึ้น
“ไอ้กระจอก เอ็งคิดจะทำเท่เหรอ? เอ็งเป็นใคร กล้ามาพูดกับข้าแบบนี้!”
“มองหน้าหาพ่องเหรอ ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”
หยางหลินสะบัดมือทิ้ง อีกฝ่ายเซไปชนผู้หญิงข้าง ๆ แล้วผลักออก อาศัยฤทธิ์เหล้าทำกร่างหนักกว่าเดิม
“เพื่อนเก่าเราเดี๋ยวนี้มันปีกกล้าขาแข็งว่ะเฮ้ย ดูสิ กอดผู้หญิงไม่ปล่อย แถมยังกล้าตวาดใส่ข้าอีก!”
“เหอะ ๆ หยางหลิน หัดตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างนะเว้ย แค่เจ้าของร้านโชห่วยกระจอก ๆ มีปัญญามาเหยียบจินปี้ฮุยหวงได้ก็บุญหัวแล้ว! ถ้าไม่เลียแข้งเลียขาพวกข้าไว้ ชาตินี้เอ็งไม่มีโอกาสได้มาเหยียบที่นี่อีกหรอก!”
พวกผู้ชายกรูกันเข้ามาล้อม หยางหลินลุกพรวดขึ้นยืน เล่นเอาพวกนั้นชะงักกึก ก่อนจะหัวเราะเยาะกันต่อ
“เป็นอะไร? จะต่อยเหรอ? ที่นี่จินปี้ฮุยหวงนะเว้ย ไม่ใช่สลัมที่เอ็งอยู่”
“เราออกไปกันเถอะ”
หยางหลินจูงมือลู่ เยียนเยียนเดินดุ่ม ๆ ไปที่ประตู แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นธรณีประตู ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมายืนขวางทางไว้ ข้างหลังหล่อนมีชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนยืนเรียงหน้ากระดาน ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนคุมของจินปี้ฮุยหวง
“นั่นเจ๊หลิว!” ลู่ เยียนเยียนอุทานด้วยความตกใจ ดวงตาจ้องมองหยางหลินอย่างเป็นห่วง “พี่หยางหลิน พี่รีบหนีไปเถอะ!”
“คุณลูกค้าครับ เด็กในร้านเราไม่รับงานนอกนะครับ อย่ามาทำลายกฎกันดีกว่า”
จางเหว่ยที่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้างหลังตะโกนแทรกขึ้นมาทันที “ใช่แล้วหยางหลิน ที่นี่ถิ่นพี่เฉียงคุมอยู่นะเว้ย ถ้าแกกล้าก่อเรื่องระวังจะเจ็บตัวฟรี!”
เจ๊หลิวส่งสายตาให้คนข้างหลังเตรียมลงมือ
หยางหลินดึงตัวลู่ เยียนเยียนไปหลบข้างหลัง
“พี่หยางหลิน พี่...”
ชายร่างยักษ์บึกบึนหลายคนเดินรุกคืบเข้ามา เสียงอึกทึกในห้องวีไอพีเงียบลงทันตา
พวกเพื่อนเก่าที่เมื่อกี้ยังปากดีเยาะเย้ยหยางหลิน เริ่มหน้าเสีย ถึงพวกเขาจะดูถูกหยางหลิน แต่ถ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาจริง ๆ พวกเขาก็กลัวจะโดนหางเลขไปด้วย
แถมดูท่าทางอีกฝ่ายแล้ว เหมือนกะจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด?
“หยางหลิน ไอ้โง่เอ๊ย อย่าหัวแข็งไปหน่อยเลย! รีบขอโทษเจ๊หลิวแล้วไสหัวออกไปซะ!”
“เจ๊หลิวครับ พวกเราไม่รู้จักไอ้หมอนี่นะ!”
เจ๊หลิวเหยียดยิ้ม พอใจที่ข่มขวัญคนพวกนี้ได้อยู่หมัด “ไอ้หนู แก...”
“ไม่ต้องพูดมาก เอาบัตรนักเรียนของลู่ เยียนเยียนคืนมา ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือนถ้าตำรวจจะแห่กันมา ข้อหาล่อลวงผู้เยาว์มาทำงาน ไม่รู้ว่าจะทำให้เจ๊เข้าไปนั่งเย็บจักรในคุกได้กี่ปีนะ!”
ใบหน้าเจ๊หลิวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “ไอ้เด็กเวร กล้ามาอวดดีต่อหน้าเจ๊หลิวคนนี้ เช็กประวัติหรือยังว่าใครให้ท้ายฉันอยู่? เด็ก ๆ สั่งสอนมันให้รู้สำนึกหน่อย!”
ถึงขั้นนี้แล้ว จะไม่ลงมือก็คงไม่ได้
หยางหลินโยนยาเม็ดพลังกายเพชรเข้าปากทันที พริบตาเดียว ขุมพลังที่คุ้นเคยก็แผ่ซ่านไปทั่วทุกเซลล์ในร่างกาย
จางเหว่ยที่แอบดูอยู่มุมห้อง ตาเป็นประกายด้วยความสะใจ
เขาภาวนาให้หยางหลินโง่เง่าบ้าบิ่นแบบนี้มานานแล้ว เยี่ยมไปเลย คราวนี้แหละ เสร็จคนของจินปี้ฮุยหวงแน่!
เอาให้พิการครึ่งตัวไปเลย!
แค่คิด จางเหว่ยก็ฟินจนตัวสั่น!
แต่วินาทีถัดมา รอยยิ้มของเขาก็ต้องแข็งค้าง
การ์ดร่างยักษ์พวกนั้นดูภายนอกน่าเกรงขาม กล้ามเป็นมัด ๆ แต่พอปะทะกับหยางหลิน กลับกลายเป็นเหมือนเต้าหู้เอาไปกระแทกหิน
ภายในห้องโหลงเละเทะ ขวดเหล้าแก้วไวน์แตกกระจายเกลื่อนพื้น คนตัวโต ๆ นอนเกลื่อนกลาด ร้องโอดโอยกุมแผลด้วยความเจ็บปวด เสียงกรีดร้องระงมไปทั่ว
เจ๊หลิวหน้าซีดเผือด เธอไม่นึกเลยว่าหยางหลินจะเก่งกาจขนาดนี้!
การ์ดพวกนี้ไม่ใช่คนธรรมดา บางคนเป็นนักมวยเก่า บางคนเป็นทหารปลดประจำการ มีวิชาติดตัวกันทั้งนั้น จินปี้ฮุยหวงอยู่รอดปลอดภัยมาได้ก็เพราะคนพวกนี้คอยคุมไม่ให้ใครมาแหยม แต่วันนี้กลับถูกหยางหลินซัดหมอบในกระบวนท่าเดียว!
ไอ้หนุ่มนี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้
เวลาผ่านไปแค่หนึ่งนาที หยางหลินกวาดตามองคนที่นอนกองอยู่กับพื้น พอเห็นว่าไม่มีใครลุกขึ้นมาสู้ได้อีก สายตาเขาก็พุ่งเป้าไปที่เจ๊หลิว รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างจาง ๆ
เจ๊หลิวผู้เจนจัดในวงการถึงกับเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากก้นกบพุ่งขึ้นสู่สมองเหมือนงูเลื้อย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ จำนวนมากก็ดังมาจากสุดทางเดิน สีหน้าหวาดกลัวของเจ๊หลิวเปลี่ยนเป็นดีใจทันควัน
“พี่เฉียง! พี่มาพอดีเลย ไอ้เด็กนี่มันมาพังร้าน แถมยังกระทืบคนของเราด้วย!”
“แม่งเอ๊ย...” ก้นบุหรี่ถูกดีดลงพื้นแล้วขยี้ซ้ำ ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น แค่ยืนเฉย ๆ ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตราย
ที่สำคัญที่สุดคือ ในมือของมันถือปืนอยู่!
ปากกระบอกปืนสีดำมะเมื่อมยกขึ้น ชายคนนั้นหรี่ตามองหยางหลิน “แกเหรอที่มาซ่าในถิ่นฉันหรอ?”
หยางหลินคาดไม่ถึงว่าจะมีปืน!
บ้าไปแล้ว?
นี่มันร้านคาราโอเกะแน่นะ?
“ระบบ ยาเม็ดพลังกายเพชรมีออปชันหนังเหนียวฟันแทงไม่เข้าไหม? แบบพวกวิชาระฆังทองคลุมกายหรือเสื้อเกราะเหล็ก กันกระสุนได้อะไรพวกนี้น่ะ!”
[ไม่มี]
“...”
ปากกระบอกปืนของฝ่ายตรงข้ามขยับเข้ามาใกล้
หยางหลินยืนนิ่ง ขาตายอยู่กับที่
คนในห้องวีไอพีช็อกตาตั้งกันไปหมดแล้ว
เมื่อกี้หยางหลินเพิ่งโชว์เทพ อัดการ์ดร่วงกราวรูดในพริบตา แค่นั้นก็อึ้งจะแย่แล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าสถานการณ์จะพลิกผันเร็วขนาดนี้ จู่ ๆ ก็มีคนถือปืนโผล่มา แถมคนคนนั้นยังเป็น หวัง เทียนเฉียง เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลประจำถิ่น!
ได้ยินมาว่าพี่เฉียงคนนี้กว้างขวางทั้งในที่แจ้งและที่ลับ แถบนี้เขาคุมหมด วีรกรรมชั่ว ๆ มีเพียบ เผลอ ๆ จะเคยฆ่าคนมาแล้วด้วยซ้ำ แต่ผ่านมาตั้งกี่ปี พี่เฉียงก็ยังอยู่ดีมีสุขไม่เคยโดนจับ
แบ็กหลังของคนคนนี้ใหญ่ขนาดไหนคงไม่ต้องพูดถึง หยางหลินดันไปมีเรื่องกับขาใหญ่เข้าให้แล้ว เตะเจอแผ่นเหล็กเข้าเต็มเปา!
ไม่ใช่แค่คนอื่นที่คิดแบบนั้น แม้แต่หยางหลินเองก็รู้สึกว่างานหยาบแล้ว
ถ้าแค่ต่อยตีเขาไม่กลัวหรอก แต่เล่นพกปืนมาแบบนี้ มันคนละรุ่นกันแล้ว
ถ้าตัวคนเดียวเขาอาจจะกล้าเสี่ยงดวงสู้ตายดูสักตั้ง แต่ตอนนี้มีลู่ เยียนเยียนอยู่ด้วย เขาไม่มั่นใจว่าจะพาเธอหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย
“เป็นไง? เมื่อกี้ยังห้าวอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?” หวัง เทียนเฉียงแค่นหัวเราะ เอียงคอมองหยางหลินเหมือนมองขยะชิ้นหนึ่ง
หยางหลินกำลังคำนวณในใจว่าถ้าต้องบวกกันจริง ๆ จะมีโอกาสชนะกี่เปอร์เซ็นต์ จู่ ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น
“หยางหลิน นี่ฉันเองนะ! นายอยู่ที่จินปี้ฮุยหวงใช่ไหม? ฉันเห็นรถนายจอดอยู่หน้าประตูเนี่ย!”
เสียงของถง เหยียนดังลอดออกมาจากโทรศัพท์
จบบท