เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 นายเองเหรอ?

บทที่ 34 นายเองเหรอ?

บทที่ 34 นายเองเหรอ?


หยางหลินนอนหลับยาวเหยียด ตื่นมาอีกทีก็ปาเข้าไปเช้าวันใหม่ ยังไม่ทันจะลุกจากเตียง เสียงตะโกนเรียกของจางเหว่ยก็ดังแว่วเข้ามา

หยางหลินหรี่ตามองจางเหว่ยที่ยืนรออยู่ข้างนอก วันนี้เจ้าตัวแต่งตัวจัดเต็ม เซตผมมาอย่างดี สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกบาดตา สร้อยทองเส้นโตบนคอดูสะดุดตายิ่งกว่าหุ่นอ้วนกลมของเจ้าตัวเสียอีก

“เสี่ยวหยางทำไมตื่นสายขนาดนี้ วันนี้ฉันจะพาไปเลี้ยงที่ ‘จินปี้ฮุยหวง’ นะ อย่าสายล่ะ!”

พูดจบจางเหว่ยก็เดินจากไป เดินไปได้สองก้าวก็หันมาย้ำอีกรอบว่าห้ามสายเด็ดขาด

“ติดคุกไปรอบเดียว กลับใจมาถือศีลกินเจได้เลยเหรอ?” หยางหลินแค่นหัวเราะ เขาไม่เชื่อหรอก จางเหว่ยทำตัวพินอบพิเทาผิดปกติแบบนี้ ต้องมีลูกไม้อะไรซ่อนอยู่แน่ ๆ

แต่ถ้าถามว่าจางเหว่ยมีความกล้าพอจะเล่นงานเขาหนัก ๆ ไหม เต็มที่ก็คงแค่จ้างคนมาด่าในเน็ต ความสามารถมันมีแค่นั้นแหละ

ตอนแรกเขาก็ไม่ได้อยากไปหรอก แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมาแล้วสิ

ปืนพกเอาไปไม่ได้ ขืนพกไปแล้วเรื่องแดงขึ้นมา เขาเองที่จะซวย แต่โชคดีที่ยังมียาเม็ดพลังกายเพชรเหลืออยู่อีกเม็ด ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมาจริง ๆ ก็พอจะเอาตัวรอดได้

หยางหลินรีบล้างหน้าแปรงฟัน ส่องกระจกโกนหนวดเคราอย่างประณีต โกนเสร็จถึงเห็นว่าแก้มขวามีรอยยุงกัดแดงเถือกบวมเป่ง

ยุงสมัยซ่งเหนือนี่พิษแรงชะมัด!

เขาหันไปหยิบไม้ตียุงไฟฟ้าที่ยังไม่ได้แกะกล่องจากชั้นวางของมาสามอัน ยัดใส่เป้เตรียมไว้ เอาไว้รอบหน้าจะเอาติดมือไปด้วย

แต่งตัวง่าย ๆ เสร็จแล้ว หยางหลินก็ขับรถกระบะคู่ใจมุ่งหน้าสู่ ‘จินปี้ฮุยหวง’

พอลงจากรถ ก็เห็นจางเหว่ยกำลังยืนคุยกับกลุ่มวัยรุ่นอยู่ที่หน้าประตู บังเอิญว่าคนกลุ่มนั้นกว่าครึ่งดันเป็นคนหน้าคุ้น

“นั่นหยางหลินไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังขับรถกระบะส่งของอยู่อีก? เรียนจบมาตั้งกี่ปีแล้ว ทำไมชีวิตตกต่ำขนาดนี้?”

“เออว่ะ หยางหลินจริงด้วย”

สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน จางเหว่ยทำหน้างง “อ้าว? พวกแกรู้จักกันเหรอ?”

หยางหลินปรายตามอง ไม่รู้ว่าหมอนี่ไม่รู้จริงหรือแกล้งโง่

คนกลุ่มนั้นคือเพื่อนสมัยมัธยมปลายของหยางหลิน ตอนเรียนก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ พอสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จก็แทบไม่ได้เจอกันอีกเลย

ไม่นึกว่าจะมาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้

“ได้ข่าวว่าเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตแต่เจ๊งไม่เป็นท่านี่? คนกันเองทั้งนั้น วันหลังฉันจะแวะไปอุดหนุนนะเพื่อน”

“หยางหลิน ถ้าไปไม่รอดก็มาทำกับฉันสิ มาเป็นเซลส์ลูกน้องฉัน ยังไงก็ดีกว่าอดตาย พี่จางว่าจริงไหมครับ?”

“ฉันบอกแล้วว่าเรียนเก่งไปก็เท่านั้น ดูพวกที่ได้ดีในสังคมตอนนี้สิ มีแต่พวกหลังห้องทั้งนั้นแหละ!”

จางเหว่ยดูออกทันทีว่าเพื่อนเก่ากลุ่มนี้ไม่ได้มีความผูกพันอะไรกับหยางหลิน แถมยังจ้องจะเหยียบย่ำซ้ำเติมกันอีกต่างหาก

“วันนี้โลกกลมจริง ๆ ไม่นึกว่าพวกแกจะรู้จักกัน งั้นเอาอย่างนี้ ฉันเปิดห้องวีไอพีไว้แล้ว เข้าไปสนุกกันข้างในดีกว่า!”

“ได้เลยครับพี่จาง! ให้พี่จางเลี้ยงแบบนี้เกรงใจแย่เลย!”

“หยางหลิน เพิ่งเคยมาที่แบบนี้ครั้งแรกสินะ! มา ๆ เดี๋ยวฉันจะสอนงานให้...”

หยางหลินเหลือบมองจางเหว่ยแวบหนึ่ง

จางเหว่ยคิดในใจว่าสวรรค์เข้าข้างชัด ๆ

ถึงเขาจะมีแผนชั่วอยู่ในใจ แต่การที่กลุ่มเพื่อนเก่าของหยางหลินโผล่มาถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ และเขาไม่รังเกียจที่จะมีคนมาร่วมวงดูความพินาศของหยางหลินเพิ่มขึ้นหรอก

“เอาล่ะ ๆ เห็นแก่หน้าฉัน วันนี้เสี่ยวหยางเป็นแขกของฉัน พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ” จางเหว่ยพูดจาไพเราะเสนาะหู เชิญทุกคนเข้าไปข้างใน

‘จินปี้ฮุยหวง’ เป็นสถานบันเทิงชื่อดัง ค่าเปิดห้องขั้นต่ำแปดพันหยวน คนที่มาเที่ยวที่นี่ได้ถ้าไม่รวยก็ต้องมีเงินเหลือใช้ แถมยังมีพวกลูกท่านหลานเธอจากจังหวัดข้างเคียงแวะเวียนมาหาความสำราญไม่ขาดสาย

หยางหลินนั่งลงบนโซฟา ข้างกายมีเด็กสาวหน้าตาเหมือนเด็กมัธยมปลายมานั่งประกบ เธอสวมชุดวับๆ แวมๆ ราคาถูก ขัดกับใบหน้าที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์อย่างสิ้นเชิง ทำให้เขารู้สึกอึดอัดบอกไม่ถูก

คนอื่น ๆ ในห้อง รวมถึงจางเหว่ย ต่างก็มีหญิงสาวมานั่งคลอเคลีย ดื่มเหล้าร้องเพลง อาศัยจังหวะไฟมืดลวนลามจับนั่นจับนี่อย่างเมามัน

หยางหลินขมวดคิ้วแน่น หันไปมองเด็กสาวที่นั่งตัวเกร็งอยู่ข้าง ๆ

หน้าตาดูเรียบร้อยขนาดนี้ ทำไมถึงมาทำงานอย่างว่าในที่แบบนี้ได้?

...

ในห้องทำงานอีกห้องหนึ่ง

มาม่าซังแต่งหน้าจัดจ้านกำลังดัดเสียงคุยโทรศัพท์ ตรงหน้าคือจอมอนิเตอร์ที่แสดงภาพกล้องวงจรปิดทุกมุมของร้าน

“คุณชายโจววางใจได้เลยค่ะ งานง่าย ๆ แค่นี้ฉันจัดการได้อยู่แล้ว นังเด็กนั่นพยศน่าดู วันก่อนเพิ่งตบหน้าแขกไปฉาดใหญ่ ถ้าทางบ้านมันไม่ร้อนเงินคงไม่ยอมมาทำงานที่นี่หรอก ฉันตกลงกับมันแล้วว่าถ้าให้ความร่วมมือ จะจ่ายโบนัสให้อีกเดือนนึง!”

“ขอแค่ไอ้แซ่หยางมันกล้าแตะเนื้อต้องตัว รับรองว่ามันจะเจอดีแน่! ถึงตอนนั้นฉันจะให้เด็กนั่นยืนยันว่าโดนลวนลาม แล้วคุณชายก็ส่งคนไปประโคมข่าว รับรองชื่อเสียงมันป่นปี้ไม่มีชิ้นดี!”

“คุณชายโจววางใจเถอะค่ะ ไม่มีพลาดแน่นอน...” มาม่าซังเหลือบมองจอมอนิเตอร์ คิ้วโก่งที่เขียนมาอย่างดีเริ่มขมวดเข้าหากัน รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไป

ไอ้เด็กนั่นมันทำบ้าอะไรอยู่?

...

หยางหลินกำลังชวนคุย

เหตุผลคือเมื่อกี้ตอนไฟสาดมา เขาเห็นหน้าเด็กคนนี้ชัด ๆ แล้วรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาชอบกล พอถามชื่อแซ่ ยิ่งรู้สึกคุ้นหูเข้าไปใหญ่

“ลู่ เยียนเยียน? ลู่ เกินฉวนเป็นอะไรกับเธอ?”

ลู่ เยียนเยียนที่กำลังกำชายกระโปรงแน่นด้วยความประหม่า พอได้ยินชื่อพ่อตัวเองก็สะดุ้ง “พี่รู้ชื่อพ่อหนูได้ยังไง?”

สีหน้าหยางหลินเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยังคงความสุขุมไว้ “หมายความว่า ลู่ เกินฉวนคือพ่อของเธอ?”

“พี่เป็นใครคะ?” ลู่ เยียนเยียนตัวสั่นเทา เธอมาทำงานที่นี่เพื่อหาเงินค่ารักษาพ่อ ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอคนรู้จัก ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูพ่อ...

“จำพี่ไม่ได้เหรอ? พี่ชื่อหยางหลินไง เมื่อก่อนเราเคยเจอกัน! ตอนตรุษจีนพี่เคยตามพ่อไปเที่ยวบ้านเธอตั้งหลายครั้ง!”

ลู่ เยียนเยียนตาโตเท่าไข่ห่าน “พี่... พี่หยางหลิน?”

“พี่เอง!” พอแน่ใจว่าเป็นลู่ เยียนเยียนจริง ๆ หยางหลินก็ยิ่งรู้สึกซับซ้อนในใจ

พ่อของหยางหลินเคยเป็นทหาร พอปลดประจำการก็มาเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต พ่อมีเพื่อนทหารคนสนิทชื่อลู่ เกินฉวน ทั้งสองครอบครัวไปมาหาสู่กันอยู่เสมอแม้จะไม่บ่อยนัก เมื่อหลายปีก่อนหยางหลินเคยตามพ่อไปบ้านตระกูลลู่

แต่เวลามันผ่านไปนานมากแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงจำลู่ เยียนเยียนได้ตั้งแต่แวบแรก

“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วลุงลู่ล่ะ?”

หยางหลินขมวดคิ้วมุ่น

ลู่ เยียนเยียนรู้สึกจุกในอก ความน้อยเนื้อต่ำใจพรั่งพรูออกมา น้ำตาคลอเบ้า แต่จู่ ๆ เธอก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

“จริงสิ พี่หยางหลิน วันนี้พี่โดนวางงานแล้ว! พี่ต้องรีบหนีไปเดี๋ยวนี้!” เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอย่างหวาดระแวง

“วางงาน?”

“เจ๊หลิวบอกว่ามีคนจะเล่นงานพี่ ถ้าหนูยอมร่วมมือด้วย เจ๊แกจะเพิ่มเงินเดือนให้หนูอีกเดือนหนึ่ง... หนู... หนูคิดว่าเป็นพวกตาแก่บ้ากาม เลยกะว่าจะสั่งสอนให้เข็ดแล้วก็ได้เงินเพิ่ม หนู... หนูไม่รู้ว่าเป็นพี่นี่นา!” ลู่ เยียนเยียนหน้าเสียจนเกือบร้องไห้

ใจหยางหลินกระตุกวูบ พยายามปลอบใจเธอ พร้อมกับใช้สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว

จางเหว่ยคิดไม่ซื่อจริง ๆ แต่ลำพังแค่น้ำยาอย่างจางเหว่ย จะมีปัญญาสั่งคนของ ‘จินปี้ฮุยหวง’ ได้เชียวเหรอ?

ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้

แต่ไม่ว่ายังไง ออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า

“เยียนเยียน พี่จะพาเธอออกไป”

“มะ... ไม่ได้ หนูไปไม่ได้ บัตรนักเรียนกับบัตรประชาชนหนูอยู่กับเจ๊หลิว แถมหนูยังเบิกเงินล่วงหน้าไปจ่ายค่ารักษาพ่อแล้ว ถ้าหนูหนีไป พวกมันไม่ปล่อยหนูไว้แน่!”

พอนึกถึงเรื่องนี้ ลู่ เยียนเยียนก็นึกถึงเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันคนหนึ่ง ตอนแรกเด็กคนนั้นแค่อยากหาเงินซื้อของแบรนด์เนม แต่พอรู้เบื้องหลังสกปรกโสมมของที่นี่ก็อยากจะเลิกทำ แต่ติดสัญญาทาสเลยไปไหนไม่ได้ สุดท้ายโดนซ้อมปางตาย พ่อแม่เด็กคนนั้นไปแจ้งความ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป

ได้ข่าวว่าเด็กคนนั้นเสียอนาคตไปเลย พ่อแม่ต้องพาย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น ไม่ได้เงินชดเชย ไม่ได้รับความยุติธรรม ชีวิตพังพินาศ!

ลู่ เยียนเยียนแค่คิดก็ตัวสั่นด้วยความกลัว เธอไม่อยากให้พี่หยางหลินเดือดร้อนไปด้วย และไม่อยากมีจุดจบแบบนั้น ยิ่งพ่อยังรอกเงินค่ารักษาอยู่ด้วย

“ลุงลู่ป่วยเหรอ?”

ลู่ เยียนเยียนพยักหน้าทั้งน้ำตา ไหล่สั่นเทาด้วยความสะอื้น

จบบท

จบบทที่ บทที่ 34 นายเองเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว