- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 22 เปิดประตู! เช็คมิเตอร์น้ำ!
บทที่ 22 เปิดประตู! เช็คมิเตอร์น้ำ!
บทที่ 22 เปิดประตู! เช็คมิเตอร์น้ำ!
ณ ชุมชนซิ่งฝู
จางเหว่ยนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งคว้ากระป๋องโค้กที่เปิดแล้ว อีกข้างรัวนิ้วลงบนหน้าจอโทรศัพท์อย่างบ้าคลั่ง
“แฟนคลับพวกนี้มันสมองนิ่มจริง ๆ กล้ามาด่าแลกกับข้า ฮ่า ๆ ๆ ไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืน เดี๋ยวป๋าต้าเหว่ยจะสั่งสอนให้รู้สำนึก!”
ช่วงสองสามวันนี้จางเหว่ยยุ่งจนหัวหมุน ไม่ใช่ยุ่งเรื่องซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ยุ่งกับการด่าคนในเน็ต
คราวก่อนเขาไปป่วนในไลฟ์สดของหยางหลิน หาว่าอาเหยียนรับเงินจ้างมาหลอกคน ผลคือโดนแฟนคลับอาเหยียนรุมสกรัม ข้อความหลังไมค์เด้งด่าทั้งวันทั้งคืน
คนอย่างจางเหว่ยมีหรือจะยอมโดนด่าฝ่ายเดียว ในฐานะ ‘นักเลงคีย์บอร์ดระดับตำนาน’ เขาไล่ด่ากลับเรียงตัว! ขุดโคตรเหง้าศักราชของคู่กรณีมาด่าจนครบทุกรุ่น
ด่าแล้วยังไม่หายแค้น เขาไปขุดกระทู้เก่าในบอร์ดชุมชนขึ้นมาปั่นกระแสต่อ ปลุกระดมให้ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวไปขุดประวัติหยางหลินมาประจาน
“ไอ้เด็กนั่นดวงดีชะมัด มีเสี่ยเลี้ยงไม่พอ ยังมีเน็ตไอดอลหน้าเงินมาช่วยปั่นกระแสให้อีก ถุย! ขายของปลอมหน้าด้าน ๆ มิน่าล่ะพ่อแม่ถึงตายโหง ดวงซวยจริง ๆ!”
จางเหว่ยเพิ่งพ่นคำผรุสวาทจบ เมียเขาก็กลับมาถึงบ้านพอดี เห็นผัวนอนอืดด่าคนในโทรศัพท์ สายตาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที
“วัน ๆ เอาแต่ด่าคน งานการไม่ทำ! ฉันไปเฝ้าร้านเหนื่อยแทบตาย แกมานอนเสวยสุขอยู่ตรงนี้!”
“โธ่ ๆ เมียจ๋าอย่าเพิ่งโมโหสิ ที่ทำอยู่นี่ก็งานการทั้งนั้นแหละ! เดี๋ยวรอจัดการไอ้เด็กหยางหลินจนร้านมันเจ๊ง แถวนี้ก็จะเหลือร้านเราเจ้าเดียว คราวนี้ใครจะมาแย่งลูกค้าเราได้!”
จางเหว่ยรีบลุกไปบีบนวดเอาใจเมีย ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ปัง ปัง ปัง! เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“ใครกัน! เคาะหาบิดาเหรอ! เคาะอีกทีพ่อจะออกไปกระทืบให้!” จางเหว่ยตะโกนด่ากราด เดินไปกระชากประตูเปิด เตรียมจะพ่นคำหยาบต่อ แต่พอเห็นภาพตรงหน้า คำด่าก็จุกอยู่ที่คอหอย
ตำรวจกลุ่มใหญ่ยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่หน้าประตู
“คุณ... คุณตำรวจ มาทำอะไรครับ? มาผิดบ้านรึเปล่า?”
จางเหว่ยยืนตาค้าง มองตำรวจร่างยักษ์แต่ละนายแล้วกลืนน้ำลายเอือก สมองประมวลผลเร็วรี่ว่าไปทำความผิดอะไรไว้ แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าทำไมตำรวจถึงบุกมาถึงบ้าน
“คุณคือจางเหว่ยใช่ไหม!” ตำรวจที่เป็นหัวหน้าทีมถามเสียงเรียบ แต่แรงกดดันมหาศาล
“ชะ... ใช่ครับ ผมเอง!”
หัวหน้าตำรวจพยักหน้า ตำรวจสองนายข้างหลังก็พุ่งเข้ามาล็อกตัวใส่กุญแจมือทันที
“เดี๋ยวสิคุณตำรวจ ผมทำอะไรผิด ทำไมต้องทำกับผมแบบนี้!”
“มีคนแจ้งความว่าคุณเผยแพร่ข้อมูลเท็จ หมิ่นประมาท และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงผู้อื่นในโลกออนไลน์ เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก และพฤติกรรมของคุณเข้าข่ายร้ายแรง เราจึงต้องเชิญตัวคุณไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก!”
จางเหว่ยขาอ่อนพับ “ผมเปล่านะครับ ผมเป็นพลเมืองดี!”
ตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือของเขาไป หน้าจอยังค้างอยู่ที่หน้าแชตที่จางเหว่ยกำลังพิมพ์ด่าคนอย่างเมามัน เนื้อหาข้างในหยาบคายจนตำรวจยังต้องขมวดคิ้ว
หน้าจางเหว่ยซีดเผือด แต่ยังทำใจดีสู้เสือ “ด่ากันในเน็ตก็ผิดกฎหมายด้วยเหรอครับ?”
ตำรวจไม่ต่อล้อต่อเถียง หยิบปึกกระดาษเอกสารออกมาปึกหนึ่ง บนนั้นเต็มไปด้วยข้อความยั้วเยี้ย
“นี่คือข้อความที่คุณโพสต์ลงในบอร์ดชุมชนใช่ไหม? เราตรวจสอบกับทางผู้ดูแลระบบแล้ว ยืนยันว่าบัญชีนี้เป็นของคุณ”
“ผม...” จางเหว่ยไม่อยากจะเชื่อ แค่โพสต์ด่าคนในเน็ต เรื่องจะลามปามถึงหูตำรวจได้ยังไง ไอ้เด็กหยางหลินมันร้ายนัก!
“คุณรู้ไหมว่าคนที่คุณใส่ร้ายป้ายสีน่ะเป็นใคร!” เห็นท่าทางไม่สำนึกของจางเหว่ย ตำรวจก็เสียงแข็งขึ้น
จางเหว่ยกลัวจนหัวหด แต่ก็ยังเถียงข้างๆ คูๆ “ไอ้เด็กนั่นก็แค่เจ้าของร้านโชห่วย จะมีปัญญาเป็นใครได้... แน่จริงก็มาตัวต่อตัวสิ แจ้งตำรวจทำซากอะไร!”
สีหน้าตำรวจดำทะมึน “ดูท่าคุณจะไม่สำนึกจริง ๆ สินะ คุณรู้ไหมว่าเจ้าของรถในรูปที่คุณแอบถ่ายมาคือใคร?”
“เจ้าของรถ?” จางเหว่ยมองรูปรถหรูคันนั้น “ไม่รู้อะ...”
“คนที่คุณใส่ร้ายว่าเลี้ยงผู้ชาย คือคุณหลิว หงซาน นักธุรกิจดีเด่นระดับมณฑล และเป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนฯ ของเมือง! การที่คุณไปหมิ่นประมาทใส่ร้ายท่าน สร้างความเสื่อมเสียให้แก่ชื่อเสียงของเมืองหลินอัน หรืออาจจะลามไปถึงระดับมณฑล! เบื้องบนให้ความสำคัญกับคดีนี้มาก เพราะฉะนั้นจางเหว่ย ไปคุยกันที่โรงพัก!”
จางเหว่ยอ้าปากค้าง
สส.? นักธุรกิจดีเด่น? เขาไม่เห็นรู้เรื่องเลย!
ตำรวจเก็บเอกสารพลางพูดต่อ “เรื่องนี้เบื้องบนจับตามองอยู่ ท่านผู้กำกับจะลงมาสอบสวนด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นไปถึงแล้วก็สารภาพมาให้หมด เข้าใจไหม!”
“ขะ... เข้าใจครับ คุณตำรวจ ผมจะติดคุกไหม? ผมไม่อยากติดคุก ผมผิดไปแล้ว ผมไม่ได้ตั้งใจ ฮือ ๆ ๆ...”
จางเหว่ยแค่อยากจะดิสเครดิตหยางหลิน ไม่นึกว่าจะเตะหมูเข้าปากหมา เจอของแข็งเข้าเต็มเปา!
งานนี้จบเห่แน่ คนมีอำนาจระดับนั้น แค่กระดิกนิ้วเขาก็เละแล้ว!
พอเห็นผัวโดนลากตัวไป เมียจางเหว่ยก็สติแตก เข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากตำรวจ ร้องแรกแหกกระเชอว่าตำรวจรังแกประชาชน ทำเอาเพื่อนบ้านแห่กันออกมามุง
ตำรวจไม่เล่นด้วย ตวาดเตือนสติไปหนึ่งดอก ก่อนจะหิ้วปีกจางเหว่ยขึ้นรถไปโรงพัก
...
ณ ชั้นดาดฟ้าของตึกสูงระฟ้า
ถง เหยียนแต่งหน้าสวยเช้ง นั่งจิบกาแฟดริป กลิ่นหอมกรุ่นลอยอวลในอากาศ
ฝั่งตรงข้ามคือนักธุรกิจสาวในชุดสูททำงาน เสื้อสูทและกระโปรงสั้นรัดรูปเผยสัดส่วนโค้งเว้า ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบา ดูเรียบหรูและเป็นผู้หญิงทำงานเก่ง
“ขอบคุณ พี่ชิง มากนะค้าที่ช่วยจัดการให้” ถง เหยียนยิ้มหวาน น้ำเสียงออดอ้อน
“ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก คนแบบนั้นสมควรโดนแล้ว เดี๋ยวนี้โลกออนไลน์มันเละเทะ คิดว่าไม่มีใครรู้ตัวจริงก็พ่นอะไรออกมาก็ได้...” ฟาง ชิง เกลียดพวกเกรียนคีย์บอร์ดเข้าไส้ “ถือว่ามันซวยเอง ตำรวจไซเบอร์จับตามองมานานแล้ว พี่แค่โทรไปสะกิดท่านผู้กำกับอันนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“แต่พี่ก็สงสัยนะ นายจางเหว่ยอะไรนั่นไปทำอะไรให้เราเจ็บแค้นนักหนา?”
ในฐานะฟู้ดบล็อกเกอร์ แฟนคลับส่วนใหญ่ของถง เหยียนคือพวกแพ้คนหน้าตาดี ฟาง ชิงไม่คิดว่าจะมีใครกล้าหาเรื่องสาวสวยขนาดนี้
ถง เหยียนวางแก้วกาแฟลง เล็บสวยที่ทำมาอย่างดีขับให้มือดูขาวผ่อง เธอยูหน้าอย่างขัดใจ
“ตานั่นเข้ามาด่าในไลฟ์ว่าหนูรับเงินมารีวิว แล้วยังไปท้าตบกับแฟนคลับหนูอีก แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ คนโรคจิตในเน็ตมีเยอะแยะ แต่แฟนคลับหนูไปสืบเจอว่าไอ้หมอนี่ นอกจากปากเสียแล้วยังชอบปล่อยข่าวลือมั่วซั่ว ที่รับไม่ได้ที่สุดคือ มันลามปามไปถึงลุงหลิว! หาว่าลุงหลิวเลี้ยงต้อยเด็กผู้ชาย!”
ฟาง ชิงชะงัก ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสดใส “งั้นไอ้หมอนั่นคงซวยหนักจริง ๆ แล้วล่ะ”
ถง เหยียนก็คิดแบบนั้น ด่าคนในเน็ตยังพอว่า แต่ไปใส่ร้ายคนระดับลุงหลิวว่าเลี้ยงผู้ชาย ถ้าข่าวลือแพร่ออกไป มีหวังได้เข้าไปกินข้าวแดงในคุกยาว ๆ
“ช่างเรื่องนั้นเถอะ พี่ชิง อาการคุณป้าเป็นยังไงบ้างคะ? ดีขึ้นบ้างไหม?”
พอพูดถึงเรื่องแม่ แววตาของฟาง ชิงก็หม่นแสงลง เธอส่ายหน้าเบา ๆ “หาหมอมาตั้งกี่คนก็ไม่ดีขึ้นเลย แต่เมื่อไม่นานมานี้มีเพื่อนแนะนำหมอแมะแผนโบราณมาคนหนึ่ง พี่ว่าจะลองดู”
“แพทย์แผนจีนก็ดีนะคะ เก่งไม่แพ้แผนปัจจุบันเลย!”
ฟาง ชิงพยักหน้า “ใช่ หมอบอกว่ามีทางรักษา แต่ขาดตัวยาสำคัญไปอย่างหนึ่ง ช่วงนี้พี่ให้คนช่วยตามหาอยู่ ไม่รู้ว่าจะหาเจอไหม”
“ยาอะไรคะที่ระดับพี่ชิงยังหาซื้อไม่ได้?”
“ซื้อไม่ได้จริง ๆ สมุนไพรเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ของปลอมเกลื่อนตลาด หรือต่อให้เป็นของจริง สรรพคุณทางยาก็ไม่ถึง หามาได้ก็ไร้ประโยชน์”
ฟาง ชิงถอนหายใจยาว อุตส่าห์มีความหวังรำไร แต่กลับมาติดตรงหายาไม่ได้
วงการแพทย์แผนจีนในประเทศซบเซา ส่วนหนึ่งก็เพราะหาสมุนไพรคุณภาพดีไม่ได้นี่แหละ
เป็นปัญหาระดับโครงสร้าง เธอเองก็ได้แต่พยายามหาต่อไป
ถง เหยียนเม้มปากสวยได้รูป จู่ ๆ ก็นึกถึงของป่าจากร้านหยางหลินขึ้นมาได้ ในเมื่อเขาหาของป่าคุณภาพเทพมาขายได้ ไม่แน่ว่าอาจจะหาสมุนไพรดี ๆ ได้เหมือนกัน?
“พี่ชิง พี่กำลังตามหายาอะไรคะ?”
ฟาง ชิงนึกว่าน้องสาวจะช่วยระดมพลแฟนคลับตามหา ไม่อยากขัดศรัทธาเลยตอบไปว่า “พี่ต้องการ ‘เห็ดหลินจือพันปี’ หรือที่เรียกว่า ‘ไท่ซุ่ย’ น่ะ!”
ถง เหยียนได้ยินชื่อก็ใจแป้ว หยางหลินจะเก่งแค่ไหน แต่จะไปหาเห็ดหลินจือพันปีมาจากไหน? ของพรรค์นั้นหายากยิ่งกว่าโสมคนเสียอีก
“พี่ชิง หนูไม่รู้ว่าจะช่วยได้ไหม แต่หนูจะลองถามดูให้นะคะ!”
ถง เหยียนไม่กล้ารับปาก แต่ก็พูดปลอบใจไปก่อน
ฟาง ชิงยิ้มบาง ๆ “ขอบใจนะจ๊ะอาเหยียน”
จบบท