- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 17 เปิดโซนอาหาร!
บทที่ 17 เปิดโซนอาหาร!
บทที่ 17 เปิดโซนอาหาร!
“เพื่อน ๆ ครับ ตอนนี้ผมต้องออกไปข้างนอกก่อน ไว้ค่อยคุยกันใหม่คราวหน้านะครับ!” หยางหลินโบกมือลาหน้ากล้อง
“สตรีมเมอร์จะไปรับของเหรอ?”
“อย่าเพิ่งปิดไลฟ์สิ! ฉันอยากตามไปดูด้วย!”
“ใช่ ๆ เปิดทิ้งไว้เลย ให้ทุกคนได้เห็นกับตาว่าแหล่งผลิตไข่ไก่ฟองละห้าสิบมันอยู่ที่ไหน!”
“อาเหยียนจะซื้อของร้านนี้ ในฐานะคนในครอบครัว ฉันต้องช่วยจับตาดู เดี๋ยวสตรีมเมอร์ย้อมแมวขาย!”
“ข้าเห็นด้วย!”
หยางหลินรีบแก้ต่าง “ผมไม่ได้จะไปรับของครับ ผมจะไปตลาดวัสดุก่อสร้าง ซื้อของมาปรับปรุงหน้าร้านนิดหน่อย กะว่าจะทำโซนอาหารเพิ่ม เลยต้องไปซื้อวัสดุมาทำครับ”
“ไม่เชื่อ! หาข้ออ้างจะหนีพวกเรามากกว่า!”
“ใช่ พวกเราจะตามไปดู!”
“ถ้าแค่ไปซื้อวัสดุก่อสร้าง ยิ่งไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังพวกเราเลย!”
“ฉันอู้งานอยู่เบื่อจะตาย สตรีมเมอร์รีบไปเถอะ ฉันจะช่วยเฝ้าจอให้ กดหัวใจรัว ๆ ให้ด้วยเอ้า”
หยางหลินคิดดูแล้วก็ไม่เสียหาย “ในเมื่อทุกคนเรียกร้องขนาดนี้ ก็จัดไปครับ!”
เขาหาขาตั้งกล้องมาติดตั้ง เอามือถือยึดไว้ให้มั่นคง แล้วเดินออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต
“เอาล่ะ ออกเดินทาง ไปตลาดวัสดุก่อสร้างกัน!”
ตลาดวัสดุก่อสร้างอยู่ไม่ไกล ขับรถแค่สิบกว่านาทีก็ถึง หยางหลินถือโทรศัพท์เดินเลือกซื้อของ ในหัวมีรายการของที่ต้องใช้อยู่แล้วคร่าว ๆ
บรรดาเถ้าแก่ร้านเห็นเขาถือกล้องไลฟ์สด ก็นึกว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์คนดัง แม้จะไม่รู้จักแต่ก็ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี บางร้านถึงขนาดลดราคาให้เองโดยที่เขาไม่ต้องต่อรองสักคำ
เดินวนไปรอบหนึ่ง หยางหลินเพิ่งจะเคยรู้สึกว่าสังคมนี้ช่างอบอุ่นเหลือเกิน
คนมีกล้องอยู่บนหัวนี่สถานะไม่ธรรมดาจริง ๆ!
แม้แต่การปฏิบัติก็ยังเหนือชั้นกว่าคนทั่วไป!
หลังจากตกลงราคากันเรียบร้อย ทางร้านก็จัดรถกระบะขนของไปส่งให้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตทันที
หยางหลินขับรถกลับร้าน
ยอดคนดูในไลฟ์ลดลงไปเยอะพอสมควร
“เฮ้ย ไปซื้อวัสดุก่อสร้างจริง ๆ ด้วยว่ะ...”
“เสียเวลาดูไปตั้งครึ่งชั่วโมง!”
“บ้าจริง อาเหยียนคงไม่มาแล้วมั้ง ฉันไปล่ะ!”
“เมนต์บนรอด้วย ไปด้วยคน!”
เห็นยอดคนดูลดฮวบ หยางหลินเลยตัดสินใจปิดไลฟ์ ช่วยขนของลงจากรถกระบะ แล้วเริ่มลงมือเคลียร์พื้นที่รกร้างมุมร้าน
กว่าจะยุ่งเสร็จก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า หยางหลินเหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัว ต้องพึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต กินเสร็จก็ลุยงานต่อ
“นี่ระบบ ไหนบอกว่าจะช่วยอัปเกรดร้านให้ฟรีไง? ทำไมตอนนี้ฉันต้องมาเสียเงินซื้อของเอง แถมยังต้องแบกหามเองอีก! แกหลอกฉันหรือเปล่าเนี่ย!”
[แจ้งเตือนจากระบบ: การแบ่งโซนไม่นับเป็นการอัปเกรดร้านค้า ถือเป็นการปรับปรุงด้วยตนเองของโฮสต์]
“แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่าอัปเกรดร้าน?”
[ต้องรอให้ระดับของโฮสต์ถึงเกณฑ์ที่กำหนดจึงจะปลดล็อก โปรดใจเย็น ๆ]
“ฉันก็ไม่อยากจะใจร้อนหรอกนะ แต่ทำงานมันเหนื่อยโว้ย! แกไม่มีพวกยาเพิ่มพลังกาย หรือยาอึดถึกทนอะไรพวกนี้ให้หน่อยเหรอ?” หยางหลินพยายามจะไถของฟรีจากระบบ
[ขอให้โฮสต์เลิกฝันกลางวัน]
ระบบนี่มันขี้งกจริง ๆ เกลือเรียกพี่เลย
หยางหลินกัดฟันจัดของต่อ “ขอให้ไอ้โซนอาหารนี่มันเวิร์กเถอะ ไม่งั้นเงินที่เสียไปวันนี้สูญเปล่าแน่!”
[ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยอดเยี่ยมและครบวงจร ย่อมขาดการแบ่งโซนสินค้าที่หลากหลายไม่ได้ โปรดเชื่อมั่นในการจัดสรรของระบบ]
คิดไปคิดมา หยางหลินก็เริ่มกลุ้มใจขึ้นมาอีก แค่มัวแต่คิดถึงของรางวัลที่จะได้ จนลืมไปว่าภารกิจนี้มันยากแค่ไหน
ลูกค้าหนึ่งร้อยคน ต้องพึงพอใจทุกคน... ขนาดจ้างหน้าม้ามาปั่นเรตติ้งยังไม่กล้าการันตี 5 ดาวรวดขนาดนี้เลยมั้ง!
ดูท่าวัตถุดิบทั้งหมดต้องนำเข้าจากสมัยซ่งเหนือ ไม่อย่างนั้นลำพังฝีมือเขาบวกกับวัตถุดิบทั่วไป มีหวังทำร้านเจ๊งชื่อเสียงป่นปี้แน่
อย่าว่าแต่ทำภารกิจสำเร็จเลย ดีไม่ดีจะทุบหม้อข้าวตัวเองซะเปล่า ๆ
“จะเปิดโซนอาหาร ต้องขอใบอนุญาตด้านสุขอนามัยด้วยไม่ใช่เหรอ?” หยางหลินนั่งพักเหนื่อย เรื่องตกแต่งร้านไม่ยาก แค่จัดวางให้น่าดูก็พอ ไม่ต้องถึงขนาดก่ออิฐฉาบปูน แต่เรื่องขายของกินนี่สิ เอกสารรับรองต้องมีครบนะ?
[โฮสต์โปรดวางใจ ระบบจะจัดการเรื่องใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องให้เอง]
“แกทำใบอนุญาตได้ด้วย?”
[ย่อมได้แน่นอน]
หยางหลินถามอย่างระแวง “ไม่ใช่ของปลอมนะ? ฉันไม่อยากโดนตำรวจจับ”
[เอกสารทุกอย่างที่ระบบดำเนินการ ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับทุกประการ โปรดวางใจ]
หยางหลินพยักหน้า “โอเค แกพูดแล้วนะ!”
กว่าจะปิดไฟนอนก็ปาเข้าไปตีสาม หยางหลินใช้เวลาทั้งคืนในที่สุดก็เนรมิตโซนอาหารขึ้นมาได้สำเร็จ
ข่าวดีคือ ดูดีมีระดับใช้ได้
ข่าวร้ายคือ มันทำให้ส่วนอื่นของซูเปอร์มาร์เก็ตดูโลโซไปเลย
ช่างเถอะ นอนก่อนสำคัญที่สุด!
ปิดประตูร้านเสร็จ หยางหลินอาบน้ำแล้วทิ้งตัวลงนอนหลับเป็นตาย ตื่นมาอีกทีก็สิบโมงเช้า ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จรีบลงมาเปิดร้าน ทันใดนั้นก็สังเกตเห็นว่าบนโต๊ะในโซนอาหารที่เพิ่งจัดเสร็จเมื่อคืน มีกรอบรูปใส่ใบอนุญาตวางอยู่ ตราประทับครบถ้วน มีลายน้ำกันปลอม ครบเครื่องสุด ๆ!
“เจ๋งเป้งระบบ! ทำงานรอบคอบดีนี่หว่า เหมือนของจริงเปี๊ยบเลย!”
หยางหลินหัวเราะชอบใจ หาที่แขวนใบอนุญาตจนเสร็จสรรพ
บรรยากาศในร้านยังคงเงียบเหงาเหมือนเคย มีลูกค้าเข้ามาซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างประปราย หยางหลินแค่ตะโกนบอกราคาจากหลังเคาน์เตอร์ ลูกค้าสแกนจ่ายเงินแล้วก็เดินออกไป แทบไม่ต้องเดินไปบริการ
“อาหารกระป๋อง รอบนี้เอาอาหารกระป๋องไปดีกว่า ฉลาดจริง ๆ เรา”
“ผลไม้กระป๋องต้องมี เอาแบบผลไม้รวม หลากหลายดี มะม่วงไม่เอา เดี๋ยวแพ้ขึ้นมาจะยุ่ง”
“สแปมกระป๋องก็ดี รสชาติดี!”
หยางหลินเปิดกระเป๋าเดินป่า กวาดอาหารกระป๋องลงไปไม่ยั้ง เผลอโยนปลากระป๋องเฮร์ริง (Surströmming) ลงไปกระป๋องหนึ่งโดยไม่ทันสังเกต
มีเงินล้านนอนนิ่งอยู่ในบัญชีมันดีอย่างนี้นี่เอง ไม่ต้องกลัวว่าหยิบของไปไม่กี่สิบกระป๋องแล้วร้านจะเจ๊ง!
ลองยกกระเป๋าดู น้ำหนักเอาเรื่องกว่าตอนแบกบิสกิตอัดแท่งเยอะเลย!
“เถ้าแก่ ตรงนั้นจะขายของกินเหรอ?” ลูกค้าคนหนึ่งสังเกตเห็นโซนอาหารใหม่เอี่ยม เลยถามด้วยความสงสัย
หยางหลินแบกเป้ออกมา ยิ้มตอบ “ใช่ครับ กะว่าจะทำของกินขาย แถวนี้คนทำงานเยอะ เห็นชอบกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เลยว่าจะทำอาหารขายบ้าง ไว้มาลองชิมนะครับ!”
“เถ้าแก่ทำเป็นหลายอย่างนะเนี่ย!”
ลูกค้าไม่ได้ใส่ใจนัก เจ้าของร้านโชห่วยจะทำอาหารอร่อยแค่ไหนกันเชียว? ร้านอาหารข้างนอกมีถมเถไป คงทำสู้ร้านพวกนั้นไม่ได้หรอกมั้ง?
หยางหลินก็ไม่ได้เก็บมาคิดมาก พอส่งลูกค้าเสร็จ ก็ค่อย ๆ หยิบปืนพกออกจากลิ้นชักอย่างระมัดระวัง แล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกง
ของรักษาชีวิต ไปไหนก็ต้องพกติดตัวไว้!
ไม่งั้นไม่อุ่นใจ
[แจ้งเตือนจากระบบ: ระยะเวลาคูลดาวน์ยี่สิบสี่ชั่วโมงกำลังจะสิ้นสุดลง]
[เริ่มนับถอยหลัง]
หยางหลินเตรียมพร้อม วินาทีถัดมาแสงสีขาววาบผ่านหน้า พอมองเห็นชัดเจนอีกครั้ง เขาก็มายืนอยู่ในค่ายฉางฟู่แล้ว รอบด้านเป็นกระท่อมมุงจาก มองเห็นประตูค่ายอยู่ไม่ไกล
หยางหลินแทบจะร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง
รอบนี้ไม่ต้องเดินขึ้นเขาแล้ว...
จบบท