- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 9 คนจากเขาเหลียงซาน!
บทที่ 9 คนจากเขาเหลียงซาน!
บทที่ 9 คนจากเขาเหลียงซาน!
หยางหลินตะลึงงันไปกับคำขึ้นต้นเพียงไม่กี่คำนี้ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา
พี่กงหมิง?
หมายถึงพี่กงหมิงคนนั้นที่เขารู้จักใช่ไหม?
เขารีบเปิดอ่านเนื้อหาในจดหมายอย่างกระตือรือร้น คนที่เขียนจดหมายฉบับนี้ชื่อว่า เผย ซวน พูดง่าย ๆ จดหมายฉบับนี้ก็คือ ‘ใบเบิกทาง’ ที่เขาเขียนถึงซ่ง เจียง เพื่อขอเข้าร่วมกลุ่มนั่นเอง!
หยางหลินเคยอ่าน ซ้องกั๋ง (108 ผู้กล้าเขาเหลียงซาน) มาแน่นอน แต่เขาไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาข้องเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้จริง ๆ
พอตั้งสติได้ หยางหลินพบว่าตัวเองจำประวัติของเผย ซวนคนนี้ได้ไม่แม่นนัก จำได้ลาง ๆ เพียงว่าในบรรดาผู้กล้าเขาเหลียงซานที่ส่วนใหญ่มีจุดจบไม่สวยนัก เผย ซวนคนนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้ตายดีมีจุดจบที่สงบ
ถ้าคนผู้นี้คือเผย ซวนคนนั้นจริง เรื่องมันจะไม่ยุ่งยากไปหน่อยหรือ?
คงไม่ใช่ว่าเขาต้องบุกไปทวงฝักกระบี่ถึงบนเขาเหลียงซานหรอกนะ? ถึงจะบอกว่าเป็นแหล่งรวมวีรบุรุษผู้กล้า แต่โดยรวมแล้วมันก็คือรังโจรไม่ใช่หรือไง!
แถมเขาเหลียงซานในตอนนี้ ยังได้ชื่อว่าเป็นรังโจรที่ใหญ่ที่สุดในแผ่นดินซ่งเหนืออีกต่างหาก! ถ้าเขาเป็นเทพเซียนจริง ๆ ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ดันเป็นเทพเซียนกำมะลอ ขืนถูกคนพวกนั้นจับได้ มีหวังหัวหลุดจากบ่าแน่
เมื่อเทียบกับหลี่ ต้ากวงแล้ว เขาเชื่อว่าระดับสติปัญญาของคนบนเขาเหลียงซานน่าจะเหนือชั้นกว่าพวกนี้คนละชั้น อย่าไปเสี่ยงดีกว่า ถูกจับได้ขึ้นมาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
แต่จะให้ตัดใจทิ้งไปดื้อ ๆ ก็ทำใจไม่ได้จริง ๆ
เงินอีกหกแสนยังไม่ได้โอนเข้าบัญชีเลยนะ!
ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าภารกิจทำยอดขายเดือนละล้านของระบบมันเป็นเรื่องฝันกลางวันชัด ๆ แต่แค่ขายกระบี่เล่มเดียวก็ได้เงินตั้งล้านกว่า... ไม่เพียงแต่จะทำภารกิจสำเร็จลุล่วงเกินเป้า ที่สำคัญกว่านั้นคือ...
นั่นมันเงินล้านกว่าหยวนเชียวนะ!
หยางหลินรู้สึกขัดแย้งในใจแทบบ้า ลองถามหลี่ ต้ากวงดูว่า “เจ้ารู้จักเขาเหลียงซานไหม? รู้ไหมว่าจากที่นี่ไปเขาเหลียงซานไกลแค่ไหน?”
หลี่ ต้ากวงชะงักไปเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ ท่านเทพถึงถามเรื่องเขาเหลียงซานหลังจากอ่านจดหมายของหัวหน้าค่ายคนเก่าจบ แต่เขาก็ไม่กล้าถามมาก ได้แต่ตอบไปตามตรง “ประมาณสี่ร้อยลี้ขอรับ!”
สี่ร้อยลี้ ก็ราว ๆ สองร้อยกิโลเมตร ขับรถก็ประมาณสามชั่วโมง
“ก็ไม่ถือว่าไกลเท่าไหร่...” หยางหลินคำนวณเวลาแล้วพึมพำกับตัวเอง
หลี่ ต้ากวงถึงกับอ้าปากค้าง สมกับเป็นท่านเทพ ระยะทางตั้งสี่ร้อยลี้ท่านยังบอกว่าไม่ไกล!
นั่นมันระยะทางที่ต้องเดินเท้ากันเป็นเดือนเลยนะ ไม่ใช่แค่ไกล แต่ยังอันตรายสุด ๆ อีกต่างหาก!
“ท่านเทพ... ท่านคงไม่ได้จะไปที่เขาเหลียงซานหรอกใช่ไหมขอรับ?” หลี่ ต้ากวงรวบรวมความกล้าถามออกไป
“ก็ไม่จำเป็นต้องไปเสมอไปหรอก...”
สิ้นเสียง หลี่ ต้ากวงก็ทรุดตัวลงคุกเข่าทันที “ท่านเทพเป็นพยาน ผู้น้อยมีเรื่องอยากจะกราบเรียน!”
“ตกลงกันก่อน มีอะไรก็พูดมา อย่าเอะอะก็คุกเข่า ลุกขึ้นยืนแล้วค่อยพูด!”
หลี่ ต้ากวงถึงยอมลุกขึ้น เขาหันไปมองชาวบ้านด้านหลังแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “เรียนท่านเทพ เดิมทีผู้น้อยหลี่ ต้ากวงก็เป็นชาวไร่ชาวนาทำมาหากินสุจริต แต่ภายหลัง... ที่ต้องมาตกที่นั่งลำบากเป็นโจรอยู่ที่นี่ ก็เพราะความจำเป็นบีบคั้นขอรับ!”
“ความจริงไม่ใช่แค่ผู้น้อย คนที่นี่ทั้งหมดล้วนมาจากหมู่บ้านเดียวกัน ตอนนั้นหมู่บ้านพวกเราถูกพวกโจรบุกปล้นฆ่า ครอบครัวของผู้น้อยถูกพวกมันฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม... ตายหมดเลยขอรับ! เหลือผู้น้อยรอดมาได้แค่คนเดียว!”
หลี่ ต้ากวงปาดน้ำตาบนใบหน้าแรง ๆ แล้วเล่าต่อ “จนถึงทุกวันนี้ผู้น้อยยังหาตัวไอ้โจรชั่วพวกนั้นไม่เจอ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันเป็นใคร มาจากไหน แค่เคยได้ยินข่าวลือมาว่า ในกลุ่มโจรพวกนั้นมีบางคนหนีไปเข้ากับพวกเขาเหลียงซาน! เพราะฉะนั้น ได้โปรดท่านเทพเมตตา หากวันหน้าท่านพบเจอคนชั่วที่ฆ่าคนเป็นผักปลาพวกนั้น ขอท่านจงช่วยผดุงความยุติธรรมแทนสวรรค์ด้วยเถิด...”
หลี่ ต้ากวงยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงร้องไห้ดังแทรกขึ้นมา ตัวหลี่ ต้ากวงเองก็น้ำตานองหน้าไม่ต่างกัน
เสียงร้องไห้นั้นเหมือนโรคติดต่อ ความโศกเศร้าแล่นพล่านไปทั่วหัวใจทุกคน พอหวนนึกถึงภาพความตายอันน่าสยดสยองของคนในครอบครัว เสียงร้องไห้ก็ยิ่งดังระงม สุดท้ายทุกคนต่างกอดคอกันร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร
หยางหลินตั้งตัวไม่ทัน พอตั้งสติได้ถึงรู้ว่าเป็นเพราะเขาดันไปถามเรื่องเขาเหลียงซานเข้า
หลี่ ต้ากวงคงเคยได้ยินชื่อเสียงของเขาเหลียงซานมาก่อน รู้ว่าเป็นที่ซ่องสุมผู้คนมากมาย พาลให้นึกถึงเหตุการณ์ที่บ้านตัวเองถูกกลุ่มโจรปล้นฆ่า เลยพูดระบายความในใจออกมาแบบนี้
หยางหลินถอนหายใจ
ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน คนระดับล่างก็มักจะเป็นกลุ่มที่น่าสงสารที่สุดเสมอ แม้แต่ในโลกยุคปัจจุบัน ก็ยังมีคนที่ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบอยู่
ยิ่งเป็นสมัยซ่งเหนือแบบนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ชาวบ้านตาดำ ๆ ไม่เพียงต้องรับเคราะห์จากภัยสงครามภายนอก ยังต้องเจอกับการขูดรีดจากราชสำนักภายใน แล้วที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือ คนที่ทำร้ายพวกเขาได้สาหัสที่สุด กลับกลายเป็นคนชาติเดียวกันเอง
“ข้ารับปากเจ้า ถ้ามีวันนั้นจริง ๆ และถ้ามีโอกาส ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้พวกเจ้าแน่นอน!”
อืม... แต่ถ้าไม่มีโอกาส ก็โทษฉันไม่ได้นะ
หยางหลินไม่ได้คิดจะไปท้าตีท้าต่อยกับพวกเขาเหลียงซานตามลำพังหรอก แต่การมอบความหวังให้คนน่าสงสารพวกนี้มีกำลังใจมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
หลี่ ต้ากวงน้ำตาไหลพราก พูดจาแทบไม่เป็นภาษา “ขอบพระคุณท่านเทพ! ท่านเทพช่างเป็นผู้มีเมตตาธรรมมาโปรดสัตว์จริง ๆ พวกเราได้มาพบท่านเทพถือเป็นบุญวาสนาที่สั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน!”
คนอื่น ๆ ต่างพากันโห่ร้องยินดี ในสายตาพวกเขา ตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้มาเจอเทพเซียนในช่วงเวลาแบบนี้ ท่านเทพไม่เพียงช่วยกำจัดเสือร้ายกินคน ยังนำอาหารเลิศรสมาให้ แล้วตอนนี้ยังรับปากจะช่วยผดุงความยุติธรรมให้อีก พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือความจริง
หยางหลินรอจนอารมณ์ของทุกคนเริ่มสงบลง จึงให้หลี่ ต้ากวงไปยกเก้าอี้มาให้
พวกนี้เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่ง เลือดลมคงสูบฉีดดี แต่เขาเนี่ยสิยืนจนขาชาไปหมดแล้ว
พอนั่งลงบนเก้าอี้ มีคนยืนล้อมหน้าล้อมหลัง หยางหลินรู้สึกเหมือนกำลังเป็นประธานในที่ประชุมยังไงยังงั้น
“ท่านเทพมีอะไรจะให้ผู้น้อยทำไหมขอรับ?”
หลี่ ต้ากวงเริ่มกล้าขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะท่านเทพดูใจดีเหลือเกิน ดีกับพวกเขาขนาดนี้ เปรียบเสมือนพ่อแม่บังเกิดเกล้าก็ไม่ปาน พอเห็นท่านเทพนั่งเงียบเหมือนมีเรื่องกลัดกลุ้ม เขาก็อดไม่ได้ที่อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระ
นี่คือท่านเทพผู้มีพระคุณล้นเหลือ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ พวกเขาก็จะไม่ยอมให้ท่านเทพต้องลำบากใจเด็ดขาด!
หยางหลินกำลังกลุ้มใจเรื่องฝักกระบี่ว่าจะเอายังไงดี ตัดสินใจไม่ถูก แถมเรื่องนี้ก็ดันบอกพวกหลี่ ต้ากวงไม่ได้เสียด้วย
ช่างเถอะ ไว้กลับไปค่อยว่ากัน
ทันใดนั้นเอง มีคนวิ่งมารายงานว่ามีคนมาขอพบที่หน้าค่าย
หลี่ ต้ากวงตึงเครียดขึ้นมาทันที หันไปส่งสายตาให้หวัง เอ้อร์โก่วออกไปดูสถานการณ์
หวัง เอ้อร์โก่ววิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว สักพักก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะประสานมือคารวะหยางหลินก่อน แล้วค่อยรายงาน “ท่านเทพ เป็น... เป็นคนจากเขาเหลียงซาน! คนเขาเหลียงซานมาขอรับ!”
“คนจากเขาเหลียงซาน?!”
ทุกคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
ไม่ว่าจะลูกเล็กเด็กแดงหรือคนเฒ่าคนแก่ ใครบ้างจะไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเขาเหลียงซาน แค่นึกไม่ถึงว่าเมื่อกี้เพิ่งจะพูดถึง หยก ๆ ประเดี๋ยวเดียวตัวจริงก็โผล่มาเลย!
หลี่ ต้ากวงเริ่มร้อนรน คนเขาเหลียงซานมาที่นี่ทำไม? ถึงในทางพฤตินัยพวกเขาก็เป็นโจรเหมือนกัน จะนับญาติเป็นพวกเดียวกันก็ได้... หรือว่าพวกเขาเหลียงซานจะมาขอยึดภูเขาลูกนี้?
แต่หยางหลินกลับคิดต่างออกไป เขาแทบอยากจะตะโกนออกมาว่า ‘บทจะหาก็หาไม่เจอ บทจะเจอก็เจอง่าย ๆ!’
“หลี่ ต้ากวง เจ้าออกไปดูหน่อยซิ”
“ท่านเทพ ท่านต้องการพบหรือไม่ หากต้องการ ผู้น้อยจะไปคุมตัวมันมาให้!”
“ไม่ อย่าเพิ่งเปิดเผยสถานะของข้า เจ้าออกไปรับหน้า ข้าจะตามไปดูอยู่ข้างหลังเงียบ ๆ”
“รับทราบขอรับ!”
พอมีท่านเทพหนุนหลัง หลี่ ต้ากวงก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เหมือนได้กินยาดีเข้าไป เดินอาด ๆ ไปที่หน้าประตูค่ายอย่างผ่าเผย
จบบท