- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 1 สตรีมเมอร์ขายตัวไหม?
บทที่ 1 สตรีมเมอร์ขายตัวไหม?
บทที่ 1 สตรีมเมอร์ขายตัวไหม?
“ในไลฟ์ขายทุกอย่าง งั้นตัวสตรีมเมอร์ขายด้วยไหมครับ?”
“สวัสดีครับคนสวย สตรีมเมอร์ไม่ได้ขายครับ”
หยางหลินหันหน้าเข้ากล้อง ฝืนยิ้มที่ดูหล่อเหลาแต่แฝงความกวนประสาทออกมา
“ผ้าอนามัยร้านสตรีมเมอร์มีบริการติดตั้งถึงบ้านไหมคะ?”
“...เอ่อ…อันนี้ไปติดตั้งให้ไม่ได้จริง ๆ ครับ”
ผ่านไปสองชั่วโมงเต็มแล้ว ในห้องไลฟ์สดมีแต่คอมเมนต์หยอกเอินเขาทั้งนั้น ลิงก์สินค้าที่แปะไว้ขายไม่ได้เลยแม้แต่แดงเดียว
“หล่อขนาดนี้จะมาไลฟ์ขายของทำไม ให้พี่สาวเลี้ยงดูดีกว่าไหม”
หยางหลินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
เดิมทีเขาคิดว่าช่วงนี้กระแสไลฟ์สดขายของกำลังมาแรง เลยอยากลองดูบ้างเผื่อจะขายของออกไปได้สักหน่อย
แต่คาดไม่ถึงเลยว่าตั้งแต่เปิดไลฟ์มา ถ้าไม่ใช่ขาจรที่หยุดดูเพราะความหล่อของเขา ก็เป็นคนรู้จักที่แวะมาป่วน สรุปคือไม่มีคนปกติเลยสักคน อย่าว่าแต่ผ้าอนามัยเลย แม้แต่ขนสักเส้นก็ขายไม่ออก
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าห้องไลฟ์สดก็คือซูเปอร์มาร์เก็ตของเขานี่แหละ ตอนนี้ปาเข้าไปสิบเอ็ดโมงเช้าแล้ว เมื่อเช้ามีแค่คุณปู่คนหนึ่งมาซื้อน้ำอัดลมเลียนแบบยี่ห้อ ‘เล่ยปี้’ ให้หลานชายขวดเดียว แถมตอนคิดเงินยังพยายามจะต่อราคาอีกต่างหาก...
“ชีวิตแบบนี้เมื่อไหร่จะจบสิ้นสักทีเนี่ย”
หยางหลินกะเกณฑ์ว่าตอนนี้คงไม่มีใครดูไลฟ์แล้ว เลยตั้งใจว่าจะมาไลฟ์ใหม่อีกทีตอนกลางคืน
ขณะที่กำลังเตรียมจะกดปิดไลฟ์ จู่ ๆ ก็มีคอมเมนต์หนึ่งลอยขึ้นมา
“มีกระบี่ไหม? ขอแบบที่ดูโบราณ ๆ หน่อย”
มาขอซื้อกระบี่ในไลฟ์สดร้านโชห่วยเนี่ยนะ?
ถึงชื่อห้องไลฟ์จะบอกว่า ‘ขายทุกอย่าง’ แต่ทำไมถึงมีคนเชื่อเป็นตุเป็นตะขนาดนี้ล่ะพ่อคุณ?
“ถ้ามีฉันรับซื้อนะ ราคคุยกันได้”
หยางหลินอดถามกลับไม่ได้ “เพื่อนเอ๋ย นายไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหม?”
“ไม่ได้ล้อเล่น ก็คุณเขียนเองไม่ใช่เหรอว่าขายทุกอย่าง?”
อีกฝ่ายถามย้อนกลับมาอย่างจริงจัง
นี่มันตรรกะเดียวกับภาพโฆษณาบนซองบะหมี่เนื้อตุ๋นน้ำแดงที่วาดเนื้อชิ้นเบ้อเริ่ม แต่ของจริงไม่มีทางได้เนื้อชิ้นใหญ่ขนาดนั้น มันเป็นแค่ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้นนะคุณลูกค้า!
หยางหลินก่นด่าในใจ แต่ใบหน้ายังคงรักษารอยยิ้มหล่อเหลาเอาไว้
เอาเถอะ ไหน ๆ ที่ร้านก็ไม่มีลูกค้าอยู่แล้ว ลองดูหน่อยจะเป็นไรไป
“งั้นหลังจากลงไลฟ์แล้วเดี๋ยวผมลองหาดูให้ ถ้าเจอแล้วจะติดต่อไป ได้ไหมครับ?”
สิ้นเสียงเขา คอมเมนต์ก็รัวขึ้นมาทันที
“บอกต่อ ๆ กันไป สตรีมเมอร์จะไปขายกระบี่แล้ว!”
มุมปากของหยางหลินกระตุกยิก “งั้นวันนี้จบการไลฟ์แค่นี้ก่อนนะครับ ไว้เจอกันใหม่นะ!”
วินาทีถัดมาห้องไลฟ์สดถูกปิดลง หยางหลินพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง ร่างกายทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดสภาพ แผ่รังสีความกลัดกลุ้มตามแบบฉบับคนหน้าตาดี
ยอดขายของร้านต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนไม่อาจทนดูได้ เดิมทีคิดว่าจะเกาะกระแสไลฟ์สดขายของเสียหน่อย แต่ไลฟ์มาหลายวันแล้วก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น
“หรือว่าสมบัติที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้แค่นี้ จะต้องมาถูกฉันผลาญจนหมดกันนะ?”
หยางหลินขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิด ทันใดนั้นเสียง วิ้ง ก็ดังขึ้นในสมอง
[ตรวจพบโฮสต์ที่เหมาะสม กำลังตรวจสอบสภาพแวดล้อมเพื่อผูกมัด ตรวจสอบเสร็จสิ้น...]
[ระบบสุดยอดนักขายเริ่มทำการผูกมัด... ผูกมัดสำเร็จ]
“...” หยางหลินนั่งนิ่งค้างไปพักใหญ่ กว่าจะรู้สึกตัวและตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ระบบ? ระบบแบบที่เขาเข้าใจใช่ไหม?
ขณะกำลังใช้ความคิด จู่ ๆ ก็มีตัวหนังสือปรากฏขึ้นตรงหน้า
[แพ็กเกจของขวัญมือใหม่กำลังจะถูกส่งมอบ โปรดให้โฮสต์เตรียมตัว]
“แพ็กเกจของขวัญ? มีของขวัญด้วยเหรอ?”
[แพ็กเกจของขวัญมือใหม่จะปรากฏในรูปแบบการสุ่มรางวัล ขอให้โฮสต์ทำการสุ่ม]
ตัวหนังสือค่อย ๆ จางหายไป แล้วเริ่มรวมตัวกันกลับมาคมชัดอีกครั้ง สุดท้ายกลายเป็นวงล้อเสี่ยงโชคขนาดใหญ่ บนนั้นมีตัวหนังสือเขียนอยู่แต่ถูกเบลอเอาไว้ มีเพียงเข็มชี้สีแดงสดตรงกลางที่เห็นเด่นชัด
หยางหลินยื่นมือออกไปหวังจะสัมผัส แต่มือทั้งสองข้างกลับทะลุผ่านวงล้อไป
[โฮสต์เพียงแค่ใช้ความคิดในการสุ่ม ไม่สามารถสัมผัสได้]
“เข้าใจแล้ว”
ไม่นานวงล้อก็หมุนอย่างรวดเร็ว สุดท้ายไปหยุดอยู่ที่ช่องช่องหนึ่ง เมื่อหยุดนิ่ง ตัวหนังสือที่เคยเลือนรางก็เริ่มชัดเจนขึ้น
ปืนพก
เขาแทบสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า
วินาทีถัดมา มือของเขาก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาทันที ก้มลงมองดู ก็พบว่าเป็นปืนพกสีดำสนิทกระบอกหนึ่งจริง ๆ
“เชี่ยเอ้ย! ล้อกันเล่นปะเนี่ย!”
หยางหลินกระชากลิ้นชักออกแล้วโยนปืนเข้าไป ก่อนจะรีบปิดแล้วกวาดสายตาดูรอบ ๆ อย่างรวดเร็วว่ามีใครเห็นหรือไม่
“สังคมนิติรัฐแบบนี้คุณเอากระบอกปืนมาให้ฉันทำบ้าอะไรเนี่ย?” หยางหลินเพิ่งจะถามจบ ตัวหนังสือก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
[แถมกระสุนเจ็ดนัด]
ครืน...
หยางหลินดึงลิ้นชักออกมาอีกครั้ง แล้วปิดกลับเข้าไป ท่วงท่าไหลลื่นเป็นธรรมชาติ เพียงแต่หัวใจเต้นแรงจนน่ากลัว
เขาจ้องมองลิ้นชักอย่างไม่แน่ใจนัก ก่อนจะค่อย ๆ ดึงมันออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วหยิบปืนพกขึ้นมาวางบนมือ
หนักอึ้ง ดำขลับ สัมผัสของมันต่างจากปืนของเล่นโดยสิ้นเชิง
ยังมีกระสุนอีกหลายนัด บนนั้นถึงกับมีการระบุรุ่นไว้อย่างชัดเจน
“ของจริงเหรอเนี่ย?”
[ระบบนี้ไม่เคยทำของปลอม]
สิ้นเสียง วิธีการใช้งานปืนพกก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองของเขาโดยตรง
ให้ตายเถอะ นี่สิถึงจะเรียกว่าบริการติดตั้งถึงบ้านของจริง
หยางหลินลูบไล้ตัวปืน เกิดมาทั้งชีวิตเขาไม่เคยเห็นปืนของจริงมาก่อน ในใจคิดว่าถ้าของพรรค์นี้ถูกตำรวจมาเจอเข้า เขาคงต้องเข้าไปเหยียบจักรเย็บผ้าในคุกสักกี่ปีกันนะ?
[ฟังก์ชันการจัดหาสินค้าเปิดใช้งาน กำลังปลดล็อกพื้นที่จำหน่ายแห่งแรก โปรดรอสักครู่...]
[ปลดล็อกพื้นที่จำหน่ายเสร็จสิ้น]
[กำลังจะเดินทางไปยัง 'ราชวงศ์ซ่งเหนือ' เนื่องจากแผนที่ยังไม่ถูกเปิดใช้งาน โฮสต์จะถูกสุ่มส่งไปยังพื้นที่ที่สามารถปล่อยตัวได้]
[โปรดให้โฮสต์เตรียมตัว]
[เริ่มการส่งตัว]
“เริ่มอะไร? แกจะพาฉันไปไหน? ประตูร้านฉัน...”
เสียงขาดห้วงไปกะทันหัน หยางหลินที่เดิมทีกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้พลันหายวับไปจากตรงนั้น
“เถ้าแก่ ซื้อกับข้าวหน่อย! หือ? คนล่ะ? ประตูเปิดอยู่ทำไมคนไม่อยู่?”
ลูกค้าคนหนึ่งชะเง้อมองอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อมั่นใจว่าไม่มีคน ก็เดินไปเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตอีกร้านแทน
...
อีกด้านหนึ่ง
หยางหลินมองเห็นเพียงแสงสีขาวโพลนเบื้องหน้า ร่างกายรู้สึกเหมือนกำลังดิ่งลงสู่เบื้องล่างอย่างต่อเนื่อง
ตรงหน้ายังมีตัวหนังสือของระบบเด้งขึ้นมา
[โฮสต์โปรดทราบ เวลาในการส่งตัวที่มีผลคือหนึ่งชั่วโมง ระยะเวลาคูลดาวน์ของการส่งตัวระบบคือยี่สิบสี่ชั่วโมง]
[ขอให้โฮสต์ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเอง]
[หากโฮสต์เสียชีวิต ระบบจะทำการยกเลิกการผูกมัดโดยอัตโนมัติ]
“เฮ้ย นี่มันมัดมือชกกันชัด ๆ!”
หยางหลินยื่นมือจะไปคว้า แต่ตัวหนังสือกลับสลายหายไปในพริบตา
วินาทีถัดมา เขาได้ยินเสียงหนัก ๆ ดัง ตุบ พร้อมกับภาพตรงหน้าที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
ตามมาด้วยเสียงคำรามกึกก้องจนหูแทบดับ
หยางหลินรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นที่ใต้ก้น... ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างกำลังขยับโยกไหว
“โฮก!”
ลมหายใจเหม็นคาวคละคลุ้งพ่นรดใส่ ดึงสติเขากลับมาสู่ความเป็นจริง ก้มหน้าลงมองปุ๊บ หน้าของหยางหลินก็ซีดเผือดจนกลายเป็นสีเขียวทันที
เขาดัน... นั่งอยู่บนหลังเสือโคร่งหน้าผากขาวตาเจิดจ้าตัวมหึมา!
นี่มันจะสุ่มเกินไปแล้วเว้ย!
“โฮก!”
เสียงเสือคำรามดังขึ้นอีกครั้ง หยางหลินแทบจะกลิ้งโค่โล่ลงมา ใช้ความเร็วสูงสุดในชีวิตกระโดดลงจากหลังเสือ แล้ววิ่งหนีไปข้างหลังอย่างบ้าคลั่ง
เจ้าเสือเองก็ตกใจไม่แพ้กัน พอเห็นชัดว่าเป็นมนุษย์ อุ้งเท้าขนาดเท่าใบพัดก็ตะกุยพื้นกระโจนเข้าใส่ ทิ้งหลุมลึกไว้บนพื้น ฝุ่นตลบอบอวล เขี้ยวโง้งยาวอ้ากว้างพุ่งทะยานเข้าหาเขา
ถ้านี่โดนมันตบเข้าสักป้าบ สมองคงได้ไหลออกมากองแน่
เดี๋ยวนะ! ฉันมีปืนนี่หว่า!
หยางหลินรีบควานมือไปที่กระเป๋าเสื้อ โชคดีที่เมื่อกี้เขาบรรจุกระสุนใส่รังเพลิงไว้แล้ว ไม่งั้นคงได้ตายหยังเขียดแหง ๆ!
“โฮก!”
ในวินาทีเฉียดเป็นเฉียดตาย เสียงระเบิดดัง ปัง สนั่นก้องกลางอากาศ
ตามมาด้วยเสียงโหยหวนของเจ้าพยัคฆ์ร้าย
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังต่อเนื่องอีกสองนัด
ร่างของเสือร้ายล้มฟุบลงกับพื้น ขาทั้งสี่กระตุกเกร็ง ดวงตาพยัคฆ์คู่นั้นไม่หลงเหลือความดุร้ายบ้าคลั่งเหมือนเมื่อครู่ มีเพียงความหวาดกลัวอย่างลึกล้ำเข้ามาแทนที่
หยางหลินหอบหายใจอย่างหนักหน่วง แขนขาชาหนึบ ทิ้งตัวพิงต้นไม้ เหงื่อกาฬไหลพรากไม่หยุดหย่อน
ถ้าปฏิกิริยาตอบสนองเขาไม่ไวพอ ป่านนี้คงได้กลายเป็นอาหารเสือไปแล้ว
“… ระบบเวรตะไล!”
ความรู้สึกหลังรอดตายมาได้มันไม่ได้สวยงามนัก หยางหลินไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า กลัวว่าเจ้าเสือจะฮึดสู้เฮือกสุดท้ายกระโจนเข้ามากัด จึงแข็งใจรอจนกระทั่งเสือตัวนั้นหลับตาลงและสิ้นลมหายใจ ถึงค่อยขยับแขนขาที่แข็งเกร็ง
เวลานั้นเอง เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าไม่ไกลออกไปมีคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ สวมชุดผ้าดิบเนื้อหยาบ ในมือถืออาวุธนานาชนิด ทั้งจอบ เสียม ทัพพีตักข้าว... ทุกคนต่างจ้องมองมาที่เขาด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
เทพเซียน?
พวกเขาเห็นเทพเซียนหรือนี่?
ท่านเทพใช้นิ้วชี้ไปที่เจ้าเสือใหญ่ตัวนั้นไม่กี่ที เสือร้ายก็ตายคาที่เลยงั้นรึ?
จบบท