- หน้าแรก
- สามีดวงซวยกับเจ้าก้อนแป้งนำโชค
- ตอนที่ 81 – รัศมีผู้ฝึกยุทธ์
ตอนที่ 81 – รัศมีผู้ฝึกยุทธ์
ตอนที่ 81 – รัศมีผู้ฝึกยุทธ์
วันนั้น ชิงเหมียวไปถึงลานฝึกแต่เช้าตรู่เหมือนปกติ
"ครูฝึกอู๋ นี่มันอะไรกันเจ้าคะ?" ชิงเหมียวถามอย่างแปลกใจ มองเสาไม้ที่ปักระเกะระกะเต็มลาน
"คุณชายรองบอกว่าเจ้าเกิดมาแรงเยอะอยู่แล้ว เลยให้เน้นฝึกความคล่องตัว ช่วงนี้เจ้าฝึก 'ยืนเสา' ไปก่อน ฝึกการทรงตัวให้มั่นคง"
ชิงเหมียวไม่รู้เรื่องวรยุทธ์ ครูฝึกบอกให้ทำอะไรนางก็ทำตาม
นางค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปยืนบนเสา ตั้งท่าม้าแล้วตั้งสมาธิจับความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในร่างกาย
แน่นอนว่าช่วงแรก ๆ มีพลาดตกลงมาแข้งขาเขียวช้ำบ้าง แต่นางก็กัดฟันทน ไม่เคยบ่นสักคำ
ผ่านไปสักพัก นางเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ครูฝึกสอนทำให้ปฏิกิริยาโต้ตอบของนางเร็วขึ้นจริง ๆ การควบคุมร่างกายก็ดีขึ้นด้วย
วันหนึ่ง จ้าวซื่อจินอ่านหนังสือนานจนเมื่อย เลยออกมาเดินเล่นริมสระน้ำในเรือนชิงเฟิงช่วงพักเบรก มัวแต่คิดอะไรเพลิน ๆ จนไม่ทันระวังตะไคร่น้ำใต้เท้า ทำให้ลื่นไถล
ไวเท่าความคิด ชิงเหมียวพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวคุณหนูใหญ่ ดึงกลับเข้าสู่อ้อมกอดได้อย่างปลอดภัย
"ชิงเหมียว! ปฏิกิริยาเจ้าเร็วมาก!" จ้าวซื่อจินที่ยังตกใจไม่หาย พอตั้งหลักได้ก็ตาเป็นประกายมองชิงเหมียว
"ไม่หรอกเจ้าค่ะ ครูฝึกอู๋สอนมาดี" ชิงเหมียวตอบเสียงเรียบ ประคองคุณหนูไปที่ปลอดภัย
"มากกว่าดีอีก! ชิงเหมียว เมื่อกี้ข้ายังไม่ทันตั้งตัว เจ้าก็หมุนตัวดึงข้ากลับมาแล้ว ถ้าเป็นข้าคงเสียหลักล้มไปพร้อมกันแล้ว" หงอวี้เสริม
เมื่อกี้ชิงเหมียวยืนอยู่ข้างหลังเยื้องขวาครึ่งก้าว พอยื่นมือออกไป เท้านางจิกพื้นแน่น เอวบิดส่งแรงดึงคุณหนูกลับมาได้อย่างมั่นคง
"ช่วงนี้ข้าฝึกยืนเสา ขาเลยแข็งแรงขึ้น ตัวก็เบาขึ้นเจ้าค่ะ" ชิงเหมียวยิ้มแก้มปริ ความพยายามไม่เสียเปล่า
"ยืนเสา?" จ้าวซื่อจินสงสัย
"ใช่เจ้าค่ะ มีเสาปักอยู่สิบกว่าต้น บางทีก็ยืนท่านิ่งฝึกการทรงตัว บางทีก็ฝึกก้าวเท้าไปมาฝึกความคล่องตัวเจ้าค่ะ"
ทั้งหมดนี้ครูฝึกอู๋สอนนางมา และมันได้ผลจริง ๆ การช่วยเหลือเมื่อกี้พิสูจน์แล้วว่า ต้องมีขาและแกนกลางลำตัวที่แข็งแกร่ง ถึงจะยืนหยัดดึงคนอื่นให้ปลอดภัยได้
ขณะพูด ใบหน้าของนางเปล่งประกาย ลมต้นฤดูร้อนพัดชายกระโปรงพลิ้วไหว ท่ายืนหลังตรงของนางดูสง่างามและแข็งแกร่งดุจต้นไผ่อ่อน
"หงอวี้ เมื่อกี้เจ้ารู้สึกเหมือนชิงเหมียวมีแสงเปล่งออกมาไหม?" จ้าวซื่อจินกระตุกแขนหงอวี้ ทั้งสองหันไปมองชิงเหมียว
"บ่าวก็คิดเหมือนกันเจ้าค่ะ ช่วงนี้นางเปลี่ยนไปมาก" หงอวี้อธิบายไม่ถูก ชิงเหมียวดูเป็นอิสระและสุขุมขึ้น
"นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่า 'รัศมีผู้ฝึกยุทธ์'?" จ้าวซื่อจินลูบคาง พิจารณาเด็กสาวตรงหน้า
ชิงเหมียวหน้าแดงเถือกเมื่อถูกจ้อง "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ ข้าเพิ่งเรียนมาแป๊บเดียวเอง"
"หงอวี้ รออีกหน่อยนางคงเจิดจรัสกว่านี้แน่ ผู้ชายอกสามศอกบางคนยังเทียบไม่ติดเลยมั้ง" จ้าวซื่อจินแซว
"เห็นด้วยเจ้าค่ะ" หงอวี้หัวเราะคิกคัก
"คุณหนูก็พูดเกินไป" ตอนนี้ทั้งสามสนิทกันมาก ชิงเหมียวเลยกล้าทำท่างอนหันหลังให้
"ฮ่า ๆ ๆ ชิงเหมียวเขินแล้ว!"
...
"คุณหนูรอง หัวเราะอะไรกันเสียงดังเชียว?" ชุนเถาที่รับใช้จ้าวซื่อเย่วอยู่ที่ศาลาริมน้ำอีกฝั่ง ได้ยินเสียงหัวเราะก็ชะโงกดู
"พี่หญิงเสียงดังเป็นปกตินั่นแหละ แค่เล่นกับสาวใช้เฉย ๆ" จ้าวซื่อเย่วพูดเสียงเรียบ
"คงเป็นนังเหรินชิงเหมียวแน่ ช่วงนี้นางเป็นคนโปรดของคุณหนูใหญ่ แรงอย่างกับควายแถมยังไปฝึกยุทธ์กับครูฝึกอู๋อีก ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนเขาไปฝึกวิชาดิบเถื่อนของผู้ชายกัน?" ชุนเถาเบะปากดูถูก
สำหรับนาง วรยุทธ์ไม่ใช่เรื่องของกุลสตรี ผู้หญิงดี ๆ ต้องฝึกดนตรี กวี ศิลป์ ไม่ใช่อาวุธ
จ้าวซื่อเย่วไม่พูดอะไร นางเองก็เห็นว่าผู้หญิงฝึกยุทธ์ดูไม่งาม แต่ก็เป็นแค่สาวใช้ที่พี่สาวโปรดปราน ไม่เกี่ยวกับนาง
"ตอนสาวใช้รุ่นนี้เข้ามา อนุหลิวขอท่านพ่อให้เลือกก่อนพร้อมฮูหยิน โชคดีที่เลือกคนดี ๆ มาก่อน นังม้าดีดกะโหลกอย่างเหรินชิงเหมียวเลยไม่ได้มาอยู่เรือนเรา"
ถ้าชิงเหมียวได้ยิน คงหัวเราะใส่... นางเลือกเจ้านายก่อนจะก้าวเท้าด้วยซ้ำ ถ้าได้ไปอยู่เรือนคุณหนูรอง นางคงทำตัวจืดจางไร้ตัวตน ทำแค่หน้าที่แล้วจบกัน
...
วันที่สิบ เดือนห้า เหรินต้าซู่มาหาพี่สาวตามปกติ
"พี่ใหญ่ ข้าหัวไม่ไวเท่าพี่ ตอนเรียนน้อย ๆ ก็พอไหว แต่พอมันเยอะขึ้น ข้าก็ลืมคำแรก ๆ หมด แล้วก็ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกหรือเปล่า"
ความจำเชื่อถือไม่ได้ แถมมาหาพี่สาวนาน ๆ ครั้ง แต่ละครั้งพยายามยัดเยียดความรู้ใหม่เข้าไป มันก็ล้น
ชิงเหมียวเห็นปัญหาทันที นางจำได้แม่นเพราะมีหนังสือเปิดทวนได้ตลอด
"พี่เรียนตัวอักษรมาพักใหญ่แล้ว พอจะเริ่มเขียนเป็น เดี๋ยวพี่จะฝากคนซื้อกระดาษกับพู่กัน คัดลอกตัวอักษรให้เจ้าเอากลับไปทบทวนที่บ้านทุกวัน"
ตาต้าซู่เป็นประกาย แผนพี่สาวเยี่ยมมาก
"แต่เครื่องเขียนมันแพงไม่ใช่เหรอ?" สำหรับเขา อะไรที่เกี่ยวกับการเรียนดูแพงไปหมด
"ไม่เป็นไร พี่รู้จักบัณฑิตคนนึง เขาหาของถูกและดีให้พี่ได้"
นี่เป็นครั้งแรกที่นางพูดถึงคนรู้จัก ต้าซู่ซักไซ้
"พี่เคยช่วยเขาไว้ครั้งนึง เลยติดต่อกันมาตลอด" นางตอบสั้น ๆ
"ที่บ้านเป็นไงบ้าง? ข้าวโตดีไหม?"
"สงบดี ปีนี้ฝนดี ข้าวในนาดูงามมาก" หลังภัยแล้งหลายปี เขาคุยเรื่องอื่นไม่เป็นนอกจากเรื่องนา
"ดีแล้ว คราวหน้าพาพ่อกับแม่มาด้วยนะ พี่มีเรื่องจะปรึกษา" นางสังเกตว่าน้องชายตัวสูงขึ้นมาก ครึ่งปีมานี้สูงทันนางแล้ว
"ได้เลย งานนาใกล้เสร็จแล้ว คราวหน้าพวกเราจะมากันหมด"
ระหว่างคุยกัน พ่อค้าเร่หาบของมาขายที่ประตูข้าง หญิงชราเฝ้าประตูตะโกนเรียกแล้วไปป่าวประกาศ
ไม่นานกลุ่มสาวใช้ตัวน้อยก็มารุมล้อมเลือกซื้อของกันอย่างสนุกสนาน
"พี่ใหญ่ พี่สาวพวกนี้ใช้เงินกันไม่กะพริบตาเลยนะ" ต้าซู่ตื่นตาตื่นใจ เพิ่งเคยเห็นภาพแบบนี้
"แน่นอน พวกนางออกจากจวนไม่ได้ ถ้าไม่มีคนซื้อของเข้ามาให้ พ่อค้าเร่ก็เป็นทางเลือกเดียว" ชิงเหมียวไม่เคยซื้อของพวกนี้ ถ้าจำเป็นนางยอมจ่ายเพิ่มนิดหน่อยวานคนไปซื้อข้างนอกให้ เพราะพ่อค้าเร่มาไม่แน่นอน
"ต้าซู่ พี่ต้องไปแล้ว เดินทางดี ๆ นะ"
"อื้ม" เขามองพี่สาวเดินจากไป แล้วยังอ้อยอิ่งอยู่แถวแผงพ่อค้าเร่ ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง